LOGIN“ ทำไมพี่ไม่หาเมียเป็นตัวเป็นตนละคะ คนปกติที่ไหนเขาทำแบบนี้กัน” เดวาพยายามที่จะพูดคุยกับมิลเลอร์ด้วยเหตุผล แต่เขาก็เหมือนจะไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย
“ฉันขี้เบื่อน่ะ...กับเธอก็เหมือนกัน แค่เบื่อเมื่อไหร่ก็แยกย้าย แต่ถ้าฉันไม่เบื่อเธอก็อยู่กันไปยาวๆ ” หรือบางทีเขาอาจจะลงหลักปักฐานกับเธอไปจนแก่ อันนี้ก็ไม่รู้อนาคตได้
คำตอบที่แสนน่าทุบนั้น ทำเอาเดวารู้สึกอยากจะกรีดใส่หน้าอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอด เธอกำหมัดแน่น พยายามควบคุมลมหายใจเข้าออกของตัวเอง เพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกโมโหกับความคิดบิดเบี้ยวของมิลเลอร์มากไปกว่านี้
“ กะจะให้วาอยู่ข้างกายรอวันพี่เบื่ออย่างนั้นเหรอ วาไม่เห็นประโยชน์ที่วาจะต้องทำเลยสักนิด ” คนตัวเล็กส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย หากเขาเบื่อเธอตอนแก่เธอจะทำยังไง โสดวัยสามสิบปลายๆ แบบนี้เธอก็หาสามีไม่ได้น่ะสิ
“1 ปี แค่ 1ปี เท่านั้นเดวา ”
“ วาไม่ทำค่ะ แค่ 1 วันวาก็ไม่คิดจะทำ วากลัวพลาดรู้สึกดีไปกับความสัมพันธ์ฉาบฉวยของพี่ ” เดวารีบที่จะเอ่ยปฏิเสธค้านหัวชนฝา แม้มิลเลอร์จะสันดานหยาบช้า แต่เบ้าหน้าฟ้าประทาน มันย่อมอันตรายต่อใจเธออยู่ดี
มิลเลอร์ยิ้มมุมปาก ดวงตาคมกริบของเขา จ้องมาที่คนตัวเล็กราวกับจะสำรวจทุกอารมณ์ที่แสดงออกมา
“แต่ฉันแม่งโคตรถูกใจเธอมากซะด้วยสิ และฉันก็ไม่เคยปล่อยสิ่งที่ฉันอยากได้หลุดมือด้วย ต่อให้จะต้องใช้วิธีเลวทรามเพื่อให้ได้เธอมาก็ตาม ”
คำพูดนั้นทำให้เดวารู้สึกเย็นเยียบไปทั้งร่าง เธอไม่รู้ว่าจะหนีจากสถานการณ์นี้ได้ยังไง แต่ก็ไม่คิดปล่อยให้เขาควบคุมชีวิตเธอได้ง่ายๆ เช่นกัน
“วาไม่ใช่สิ่งของที่พี่จะเอาไปเล่นสนุกแล้วทิ้งได้ตามใจชอบนะคะ คืนอิสระวามาแล้วต่างคนต่างอยู่ ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตามองคนตรงหน้าอย่างรังเกียจ
มิลเลอร์หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
“อวดดีให้มันได้แบบนี้ตลอดไปนะ เดวา”
มิลเลอร์หยิบมือถือขึ้นมาต่อสายหาลูกน้องคนสนิท ก่อนจะเอ่ยคำสั่งงานที่แสนบาดใจเดวาลงไป
“ถอนหุ้นที่อุ้ม บริษัทคุณพูลทรัพย์ ออกให้หมด ปล่อยให้เจ๊งไปเลยไม่ต้องช่วยแล้ว ”
เดวาอ้าปากค้างอย่างพูดไม่ออก เธอไม่เคยรู้เลยว่าบริษัทของพ่อเธอกำลังประสบปัญหาทางการเงิน
“สารเลว!” เสียงหวานเค้นด่าออกมา พร้อมกับน้ำตาที่ไหลตามมาติดๆ
มิลเลอร์เลิกคิ้วชักสีหน้ายั่วยวนใส่เดวา ก่อนจะหัวเราะเสียงทุ้มต่ำออกมาอย่างนึกสนุก ดวงตาเย็นชาไร้ความรู้สึกผิดจ้องมองเดวาไม่วางตา ราวกับคำด่าของเธอเป็นเพียงเรื่องขำขัน
“ คนที่ด่าฉันรายล่าสุด เพิ่งเผาไปเมื่อสองวันก่อน ส่วนเธอก็ไม่น่าจะได้ตายดี” ยิ้มมุมปากมองร่างเล็กที่นั่งสั่นเทาเพราะกำลังโกรธ
“พี่มันเลวที่สุด!”
“ด่าอีกสิฉันรอฟังอยู่” มิลเลอร์พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่ขัดกับแววตาคมกริบซึ่งจับจ้องใบหน้าของเดวา เขายื่นมือหนามาประคองแก้มเธอไว้เบาๆ หัวแม่มือค่อยๆ ไล่เช็ดคราบน้ำตาที่เปื้อนบนแก้มนุ่มของเธออย่างอ่อนโยน
เดวาสะบัดหน้าออกจากมือของเขาทันที ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้ยังคงมองเขาอย่างแข็งกร้าว
“พี่มันเลว! คนเลวอย่างพี่ไม่มีค่าพอจะให้วาด่าด้วยซ้ำ!”
“งั้นเหรอ” มิลเลอร์หัวเราะในลำคอ เสียงของเขาเจือด้วยความสนุกสนานที่เห็นเธอพยายามต่อต้าน
“น้ำตาเธอเวลาโกรธนี่มันสวยจริงๆ เดวา” เขากระซิบน้ำเสียงแหบพร่าข้างหูเธอ กลิ่นน้ำหอมของเขาเข้ามาแตะจมูกเธอจนเธอรู้สึกสะอิดสะเอียน
“อย่ามาแตะต้องตัววา!” เธอปัดมือหนาที่กำลังกรีดลูบไล้ออกจากใบหน้าเธอ
“เด็กดีไม่เอาแบบนี้สิ” มิลเลอร์ใช้น้ำเสียงที่อ่อนลงจากเดิม แต่มันกลับเต็มไปด้วยความโรคจิตสุดๆ
“……” เดวาได้แต่ตัวสั่น เงยหน้าจ้องมองมิลเลอร์ตาขวาง
“เด็กดีอยากได้อะไร ฉันพร้อมที่จะหามาให้ทุกอย่าง แต่ในระหว่างนี้มาเป็นคนของฉันนะ”
“ที่ซื้อนาฬิกาให้วาก็เพราะแบบนี้เหรอ”
“ก็ฉันรวย ก็เลยอยากซื้อให้ผู้หญิงของตัวเอง แล้วฉันผิดตรงไหน”
“วาไม่ใช่ผู้หญิงของพี่”
“ก็เป็นสิ ฉันยินดีต้อนรับเธอมากๆ เลยนะ” ไม่รู้ว่าตั้งแต่ตอนไหน ที่เขามองเดวาไม่เหมือนเดิม ทั้งที่เมื่อก่อนก็มองอีกฝ่ายเป็นแค่เพื่อนสนิทของน้องสาวเท่านั้น
“วะ…วาขอคิดดูก่อน”
“ก็ได้ งั้นไปนอนกันมันดึกแล้ว” มิลเลอร์เดินเข้ามาจูงมือเดวา แม้อีกฝ่ายจะพยายามสะบัดมือหนาออกจากข้อมือตัวเอง แต่เหมือนมันจะไม่มีผลเลย
มิลเลอร์ยังคงทำตัวเอาแต่ใจกับเดวา ไม่มีที่สิ้นสุด
“อาบน้ำด้วยกันไหม” มิลเลอร์หันมาถามคนตัวเล็ก ที่กำลังยืนจ้องตนเขม็งหมายจะเอาเรื่อง
“วาจะกลับห้อง”
“นอนนี่แหละมันดึกแล้ว”
“…….” เดวาที่ค้านจะต่อปากต่อคำ จำต้องเดินตามมิลเลอร์เข้าไปในห้องน้ำอย่างจำยอม ในหัวก็พลันคิดหาวิธีพาตัวเองออกไปจากความสัมพันธ์รุ่งรัง ที่มิลเลอร์กำลังยื่นให้
หลายวันต่อมา…
มิลเลอร์ : เด็กดีเรียนเสร็จแล้วมาหาฉันที่บริษัทนะ
เดวาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ทันทีที่ได้อ่านข้อความมาเฟียเอาแต่ใจส่งมา เธอรีบเก็บอุปกรณ์การเรียนเข้าถุงผ้า ก่อนที่จะหยิบกระเป๋าสะพายใบหรูขึ้นมาคล้องบนไหล่ โบกมือลาปูเป้
“เป้เราไปก่อนนะ”
“ แกจะรีบไปไหน ” ปูเป้เลิกคิ้ว มองท่าทีรีบร้อนของเพื่อนอย่างแปลกใจ
“ นั้นสิ ” มินนี่แทรกขึ้นทันที พร้อมกอดอกมองเดวาตั้งแต่หัวจรดเท้า “ แกไม่อยู่ทำงานกลุ่มก่อนเหรอ พวกฉันไม่ได้ว่างมานั่งทำแทนแกนะเดวา ”
“ ฉันไม่ว่างทำนะ วันหยุดนี้ต้องไปเที่ยวกับแฟน ” หวานใจรีบปัดงานออกจากตัวเอง เพราะเธอก็ไม่อยากรับผิดชอบงานเหมือนกัน
“เรามีธุระน่ะ เป้ ” เดวาเลือกที่จะไม่สนใจเพื่อนอีกสองคน หันไปตอบแค่ปูเป้ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“ ไปเถอะ ทำธุระแกเสร็จค่อยนัดทำงานด้วยกันก็ได้ ” ปกติก็คุยงานและทำกันเองสองคนทุกครั้งอยู่แล้ว มินนี่กับหวานใจจะทำไม่ทำมันก็ไม่ได้มีผลอะไรกับพวกเธอ
“นี่พวกแกสองคนอย่ามาทำเมินใส่ฉันกับยัยหวานนะ”
“แกต้องการอะไรวะมินนี่ ฉันกับยัยวาเริ่มจะหมดความอดทนกับพวกแกสองคนแล้วนะ งานก็ไม่เคยทำ ยังเสือกมาพูดจาหมาๆ อีก ” ปูเป้ชี้หน้าด่าทั้งสองเสียงดัง จนเพื่อนทั้งห้องหันมามองด้วยความสนใจ
ดีที่อาจารย์ประจำรายวิชาสอนจบและออกจากห้องไปแล้ว ทางสะดวกคันปากมานานจะได้ด่ากันได้ถนัดปาก
“ ใจเย็นเป้ ” เดวายื่นมือไปลูบไหล่เพื่อนให้อีกฝ่ายใจเย็นลง
“ก็ดูพวกแม่งดิ ครั้งนี้ฉันไม่ยอมให้พวกมันเอาเปรียบเราหรอกนะ”
“เรากับมินนี่ แค่กลัวงานเสร็จไม่ทัน”
“กลัวเสร็จไม่ทันก็มาทำช่วยกันดิ แม่งโยนแต่ภาระมาให้เพื่อนอยู่ได้ ทำตัวเกาะเป็นเห็บหมัดอยู่นั่น ”
“ก็บอกแล้วไงว่าเราติดไปเที่ยวกับแฟน” หวานใจย้ำเหตุผลของตัวเอง
“ฉันก็มีนัด” มินนี่รีบพูดต่อ “ แกกับยัยวาช่วยทำไปก่อน เดี๋ยวค่อยส่งมาให้ฉันกับยัยหวานเช็ก”
ได้ยินเท่านั้น ปูเป้ก็แทบหลุดขำ
“เช็ก? ถามจริง เช็กที่แกหมายถึงคือเช็กชิ้นงาน หรือเช็กว่ามันจะไม่มีชื่อพวกแกสองคนตอนส่งงานกันแน่”
มินนี่ชักสีหน้าไม่พอใจใส่ปูเป้กับเดวาแทบจะทันที ปกติก็ไม่เคยมีปัญหาก็ทำเองมาได้ตลอด แล้ววันนี้พวกมันสองคนจะมาเป็นบ้าโวยวายทำไม
“มึงจะปากดีเกินไปแล้วนะอีเป้” มินนี่ด่า
“แล้วกูพูดผิดตรงไหนมิทราบ” ปูเป้สวนกลับทันควัน “ตั้งแต่เปิดเทอมมา พวกมึงสองตัวเคยทำอะไรบ้าง นอกจากรอใส่ชื่อ”
หวานใจรีบแทรกขึ้น
“ปูเป้ เรากับมินนี่ไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะ”
“ตอแหลแค่ชื่อก็พอคะ อย่ามาทำตัวตอแหลอีก กูรำคาญ” ปูเป้กลอกตาใส่
ดินเนอร์มื้อค่ำระหว่างทั้งสอง ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เดวาเหมือนจะเจริญอาหารกว่าปกติ เนื่องจากซีฟู้ดที่คนของมิลเลอร์จัดหามาวันนี้ มีแต่รสชาติค่อนข้างถูกปากเธอทั้งนั้น“พรุ่งนี้ ไปล่องเรือกันไหม”“วาไปค่ะ”“ถ้านอนบนเรือจะเมาหรือเปล่า”“อันนี้วาไม่แน่ใจเลยค่ะ” เพราะมันเป็นครั้งแรกของเธอ“งั้นเอาลำใหญ่ที่สุดออก ลำนั้นติดลูกค้าจองหรือเปล่า” มิลเลอร์หันไปสั่งเพทายแกมถาม“ไม่ติดครับนาย ”“งั้นก็เอาตามนั้น”เพทายโค้งศีรษะให้เจ้านาย ก่อนจะปลีกตัวออกไปเงียบๆ ให้เจ้านายทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว“พี่เลอร์ทานกุ้งไหมคะวาแกะให้”“ไม่ครับ” มิลเลอร์ส่ายหน้าวางแก้วไวน์ในมือลง แล้วเป็นฝ่ายหยิบกุ้งมาแกะเปลือกออก นำไปวางไว้บนจานให้เดวาเสียเอง คนที่ถูกเอาใจตลอดมื้ออาหารยิ้มจนแก้มแทบปริ“ขอบคุณค่ะ”“กินล็อบสเตอร์อบชีสเนยกระเทียมไหม”“หืม..มีเหรอคะ วาไม่ได้สั่งนี่”“มี พวกไอ้เพทายมันสั่งมากิน มันก็เลยสั่งมาเผื่อวาด้วยหนึ่งตัว”“ไม่เอาแล้วค่ะ วาท้องจะแตกแล้ว พี่เลอร์นั่นแหละกินบ้าง วาเห็นดื่มแต่ไวน์ไม่ยอมกินอะไรเลย ”“ไม่ค่อยหิวน่ะ พี่เพิ่งกินข้าวกับพ่อแม่มาก่อนออกมาหาเรา”“วันนี้ไปหาคุณพ่อคุณแม่มาเหรอคะ”“ครับ
รถหรูสีดำคันคุ้นตาจอดอยู่ริมถนนไม่ไกลจากหน้าร้านนัก ร่างสูงยืนพิงตัวอยู่ข้างรถ กำลังก้มมองโทรศัพท์ในมือด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ในมืออีกข้างมีถุงเครื่องดื่มแบรนด์ดังถืออยู่เดวารีบเดินออกจากร้าน“รอวานานไหมคะ” เอ่ยถามแล้วพุ่งตรงเข้าไปสวมกอดเอวหนาเอาไว้แน่นอย่างเคยชินมิลเลอร์ก้มมองคนในอ้อมแขน ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่นาน” ยื่นถุงเครื่องดื่มให้คนรัก เดวารับมา ก่อนเปิดดูด้านในดวงตาเป็นประกาย เมื่อเห็นเมนูโปรดของตัวเอง“ขอบคุณนะคะ จำได้ด้วยว่าวาชอบกินอะไร”“แค่ความชอบของแฟนตัวเอง ทำไมฉันจะจำไม่ได้” มันมีผู้ชายนิสัยเสียแบบนั้นด้วยเหรอ“พี่เลอร์น่ารักที่สุด” เดวาอมยิ้มจนแก้มแทบปริ กับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ของเขา“ขึ้นรถเถอะ” มิลเลอร์ทำหน้าที่เปิดประตูรถให้เหมือนทุกครั้ง รอจนเดวาขึ้นไปนั่งเรียบร้อยจึงปิดประตูให้ ก่อนเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากหน้าร้าน เดวาก็หยิบเครื่องดื่มขึ้นมาดูดหนึ่งคำ ก่อนหันมองคนข้างกาย“สักคำไหมคะ”“ฉันไม่ชอบกินของหวาน” มิลเลอร์ส่ายหน้าน้อย ๆ ระหว่างตอบ เดวาจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เธอหันกลับไปสนใจเครื่องดื่มในมือตัวเอง ก่อนจะนึกบางอ
ก๊อกๆ“ขออนุญาตครับนาย” เสียงเพทายดังขึ้นจากหน้าประตู“เข้ามา”หลังจากได้ยินคำอนุญาต ร่างสูงบอดีการ์ดหนุ่มก็เปิดประตูเข้ามา ในมือมีถุงก๋วยเตี๋ยวเรือจากร้านดังที่ผู้เป็นนายสั่งไว้“ของนายหญิงครับ” เพทายวางถุงอาหารลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง“ขอบใจ มึงมีงานอะไรก็ไปทำเถอะ”มิลเลอร์เหลือบมองคนที่ยังหลับสนิทอยู่บนโซฟาเล็กน้อย ดูเหมือนเดวาจะไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมากินง่าย ๆ“ครับ” เพทายกำลังจะหมุนตัวกลับ แต่เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหยุดเสียก่อน “อ้อ...ด้านนอกโซนวีไอพี มีคุณมิกินั่งดื่มอยู่นะครับ”มิลเลอร์ชะงัก เพราะนี่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ที่มิกิยังไม่หยุดรามือจากการตามจีบเขาเสียทีช่างเป็นอะไรที่น่ารำคาญอุตส่าห์จัดการแพรวา จนหนีหายย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวได้ ยังมาเหลือยัยญี่ปุ่นขี้อ่อยคนนี้อีก และแน่นอนเรื่องนี้เอเดนต้องเป็นคนมาจัดการ เพราะถ้าไม่ไปคุยงานแทนเอเดนในครั้งนั้น ก็คงไม่ต้องเจอยัยญี่ปุ่นคนนี้“ถ้านายไม่อยากเผชิญหน้ากับเธอ หากต้องการกลับ ผมจะพาออกทางลับด้านหลังให้ครับ”“ไม่ต้อง” มิลเลอร์ถอนหายใจ ก่อนเหลือบมองเดวาที่นอนหลับอยู่ “กูคงนอนที่นี่”“ครับ”“ส่วนยัยญี
หลายเดือนต่อมา...หลังจากเดวาเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าไปได้สักพักใหญ่แล้ว ชื่อเสียงของ “เดมิอา” ก็เริ่มดังและติดตลาดและเริ่มมีรู้ค้ารู้จักมากขึ้น และในทุกๆวันหลังจากเรียนเสร็จ ปูเป้กับเดวาจะเดินทางมาทำงานที่ร้านทันที“ นี่พวกเธอสองคนไม่คิดจะเดินไปหาฉันฝั่งห้องเสื้อบางเหรอ เหง๊า เหงา” เอมิล่าเดินกรีดกรายเข้ามาหาเพื่อนทั้งสองที่กำลังวุ่นวายช่วยทำงาน“ถ้าเหงามากขนาดนั้น แกก็ควรรับงานไหม ” เดวาส่ายหน้า มีคนบ้าที่ไหนปฏิเสธลูกค้าเป็นว่าเล่น“นั้นสิ ทำไมเอมิรับงานตัดชุดแค่ชุดเดียวล่ะ”“ขี้เกียจน่ะ ทำเยอะไปก็เหนื่อยเหมือนที่เฮียเลอร์บอก ก็เลยลองเป็นคนขี้เกียจดู”“แล้วเป็นไงที่นี่” ปูเป้ที่กำลังถ่ายคลิปโปรโมตร้านอยู่ เป็นต้องหยุดทำงานแล้วเดินมาเท้าเอวถาม“ก็สบายน่ะสิ พวกเธอก็ลองขี้เกียจบ้างอย่าหักโหม ร้านมันไม่เจ๊งหรอก” เพราะต่อให้ที่ร้านไม่ขายดีหรือต่อให้ขายไม่ได้สักตัว ก็มีเงินจากธุรกิจสีเทาของแก๊งพี่ๆ ไหลเวียนเข้ามาในร้านเพื่อฟอกให้มันกลายเป็นสีขาว“แต่ร้านเรามันกำลังเป็นกระแสไง ไม่ผลิตงานออกมาขายก็เสียดายลูกค้า” เดวาแย้ง“ตามใจแกก็แล้วกัน แต่อย่าหักโหมให้มันมากเข้าใจไหม แล้วอย่าลืมว่าผัวที่
“ทำไมแกทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ยัยแพร” ผู้เป็นแม่เอ่ยตำหนิลูกสาวที่เอาแต่เมาหัวราน้ำ หลังจากผู้เป็นย่าเดินทางมาที่บ้านแล้วบอกว่า ไม่สามารถบังคับเดวาให้เลิกกับมิลเลอร์ได้ อีกทั้งยังหัวเสียใส่พวกเธอและบอกให้แพรวาไปหาทางเอาชนะเดวาให้ได้เองทว่า... ธุรกิจฝังครอบครัวแม่สามี ยังถูกมิลเลอร์เล่นงานอย่างหนัก ที่เผลอไปแตะต้องของรักอีกฝ่ายเข้าให้ เธอกับสามีก็ไม่คิดว่าผู้ชายที่ไม่สนใจผู้หญิงที่ไหนเลย จะหลงเดวาได้มากขนาดนี้“ถ้าแม่ช่วยแพรแก้ปัญหาไม่ได้ก็หุบปากไปเลย ”“นี่ฉันเป็นแม่แกนะ แกพูดหยาบคายแบบนี้กับแม่ได้ยังไง”“ออกไป ออกไปจากห้องแพรเดี๋ยวนี้” แพรวาเริ่มโวยวายเสียงดัง และควบคุมสติตัวเองไม่ได้“ ยัยแพรแกช่วยตั้งสติหน่อยได้ไหม ” ทำไมแพรวาถึงได้เหมือนคนเป็นไบโพลาร์อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ มันจะมีด้วยเหรอคนที่ถูกทุกคนเอาใจและได้ความรักมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็ก จะกลายเป็นโรคประสาท หรือเป็นเพราะเธอกับแม่สามีเสี้ยมให้ลูกสาวเกลียดน้อง และชอบเอาชนะมากเกินไป แพรวาถึงได้สติหลุดยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ขนาดนี้“ออกไป ฉันบอกให้ออกไป กรี๊ด.....” แพรวากรี๊ดออกมาเหมือนคนสติแตก ทำเอาคนเป็นแม่ต้องรีบวิ่งออกไปจาก
บรรยากาศภายในวันเปิดตัวห้องเสื้อคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า แขกจากแวดวงธุรกิจแฟชั่น และเหล่าคนรู้จักทยอยกันเดินทางเข้ามา ร่วมแสดงความยินดีกับสองเจ้าของแบรนด์อย่างไม่ขาดเดวายืนต้อนรับแขกอยู่ข้างเอมิล่า ใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา แม้ภายในใจจะทั้งตื่นเต้นและภูมิใจ กับสิ่งที่ทั้งสองต่างช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยกัน“แม่ขอแสดงความยินดีกับน้องวา น้องเอมิด้วยนะลูก” เดหลีหอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่สองช่อมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวและหุ้นส่วนร้าน ส่วนสามีเธอนั้นติดประชุมที่บริษัทมาร่วมงานไม่ได้ ไหนจะความวุ่นวายจากบ้านใหญ่ที่สามีเธอต้องไปรับมือ และได้วิดีโอคอลมาแสดงความยินดีกับเด็กทั้งสองตั้งแต่เช้าแล้ว“ขอบคุณคุณแม่นะคะ”“ขอบคุณค่ะคุณแม่”สองสาวเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยื่นมือไปรับดอกไม้ มาถือไว้ในอ้อมแขนคนล่ะช่อ“คุณแม่ทานอะไรมาหรือยังค่ะ เดี๋ยวเอมิพาไปทาน ให้ยัยวาต้อนรับแขกอยู่หน้าร้านเนี่ยแหละ อีกอย่างจะได้ทักทายและทำความรู้จักแขกคนอื่นด้วย”เอมิล่าเปิดทางให้แสงเพื่อนสนิทในคราบหุ้นส่วนเต็มที่ เพราะยังไงหลักๆ แล้วเอมิล่าตั้งใจจะยกร้านนี้ให้เดวาดูแลและบริหารเป็นหลัก“ได้ยังไงอะ แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยรู้จัก







