Masukบ่ายวันเดียวกัน
หลังจากจัดการเจรจาธุรกิจแทนเอเดนจนเสร็จเรียบร้อย มิลเลอร์ก็ไม่มีเวลาได้พักแม้แต่นาทีเดียว มาเฟียหนุ่มจำต้องรีบเดินทางกลับมายังบริษัทเครื่องดื่มในเครือ เพื่อสะสางงานและเอกสารจำนวนมาก ที่ค้างอยู่จากช่วงหลายวันที่ผ่านมา
ยุ่งชนิดที่ว่าระหว่างนั่งรถกลับมายังบริษัทมาเฟียหนุ่ม ยังต้องนั่งประชุมกับคู่ค้าฝั่งอังกฤษ
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูห้องทำงานที่ดังไม่กี่ที แล้วเปิดประตูเดินเข้ามาด้านในโดยไม่รอฟังคำอนุญาต ทำให้มิลเลอร์รีบเงยหน้าจากกองเอกสารตรงหน้า มองคนมาใหม่สำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าสีหน้าเอือมระอา
“ มาทำไม ” เสียงเรียบเอ่ยถามอย่างไม่เป็นมิตร ด้านคนมาใหม่แสร้งทำหน้างอใส่ทันที เมื่อเจ้าของห้องมีทีท่าว่าไม่ต้อนรับเธอที่อุตส่าห์มาเยือน
“ พี่จะตายหรือไงถ้าได้เห็นหน้าน้อง ” คนมาใหม่ถามกลับน้ำเสียงเหวี่ยงไม่ต่างกัน
“ก็ ประมาณนั้น” เป็นมิลเลอร์ที่ตอบกลับอย่างไม่แยแส
“งั้นก็ตายห่าตายโหงไปเลย แต่ก่อนตายช่วยหาที่ลงร้านให้หน่อยสิ พอดีจะเปิดห้องเสื้อเพิ่มน่ะ ”
“แล้วจะรีบทำงานไปไหนวะ ทำไมไม่หาเที่ยวเล่นสักปีสองปีก่อน แค่โหมเรียนหนักจบเร็วก่อนกำหนดมาก็มากเกินพอแล้วนะเอมิ แกเพิ่งจะอายุยี่สิบเองนะจะรีบร้อนทำงานไปไหน หรือถ้าไม่มีเงินก็มาเอากับพี่ก็ได้ ”
เพราะยัยนี่เป็นบ้างานแท้ๆ เมียเด็กของเขาถึงต้องมาเหนื่อยไปด้วย ยิ่งเห็นเดวาออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าทำแบรนด์เองหามรุ่งหามค่ำ เขาก็ยิ่งรู้สึกสงสารพอจะยื่นมือเข้าไปช่วย เดวาก็ไม่รับความหวังดีนั้นจากเขาเลย
“ก็น้องอยากทำแบรนด์เสื้อผ้าร่วมกับเพื่อนนี่ นะคะช่วยหน่อยนะ….” เอมิล่ากะพริบตาปริบๆ มองพี่ชายอย่างขอร้อง
“แล้วมีอะไรมาแลกล่ะ แกก็รู้ว่าพี่ไม่ช่วยใครฟรีๆ อยู่แล้ว ”
“แต่นี่น้องนะคะ”
“น้องก็ไม่ช่วยโว้ย....”
“นิสัยเสียมาก แล้วอยากได้อะไรล่ะ”
“หาแฟนให้หน่อยสิ เอาเรียบร้อยน่ารักนิสัยดี เรียกพี่มิลค่ะขาทุกคำ” มิลเลอร์แกล้งยื่นข้อเสนอ เพราะที่พูดมาทั้งหมดเขาหาได้แล้วจากเดวาแล้ว
“คนระยำแบบพี่จะอยากได้เมียดีๆ ให้ตรงข้ามกับสันดานตัวเองทำไมก่อน หรืออิจฉาเฮียเอเดนค่ะ” เอมิล่าเอ่ยอย่างรู้ทัน เมียเอเดนน่ารักมากขี้อ้อนนุ่มนิ่มน่ารัก ผู้ชายคนไหนก็คงจะชอบผู้หญิงแบบนั้น
“ก็ไม่เชิงแต่เด็กมันน่ารักดีไม่ใช่เหรอ ขนาดผู้ชายแก่รุ่นแม่ยังมาติดเด็กรุ่นลูก ” มิลเลอร์กระตุกยิ้มมุมปาก เมื่อยอกย้อนกลับน้องตัวเองได้
“แก่ก็อยู่ส่วนแก่เนอะ” เอมิล่าแห้วเสียงใส่
“แหม่ผัวแกไม่แก่เลยมั้ง แกก็เล่นล่อเพื่อนสนิทแม่ตัวเองเลยนะนั้น”
“อย่ามาว่าอาเข็มทิศของน้องนะ แล้วน้องจะฟ้องแม่ด้วยที่พี่บอกว่าแม่แก่”
“ฟ้องก็ฟ้องไปสิใครสน แล้วนี่กินข้าวมาหรือยังไปกินข้าวด้วยกันไหม”
“ยังเลย”
“ งั้นก็ไปกินข้าวกันพี่ทำงานเสร็จพอดี”
“พี่เลี้ยง? ”
“พี่ก็เลี้ยงแกตลอดไหม” เอมิล่าจะกินเยอะมากเท่าไหร่กันเชียว ต่อให้เลี้ยงน้องจนตายมิลเลอร์ก็สามารถเลี้ยงได้
“งั้นไปค่ะ”
หลายนาทีต่อมา ....
เอมิล่าเดินเคียงข้างมิลเลอร์เข้ามาในร้านอาหารหรูสำหรับมื้อกลางวันค่อนไปทางบ่าย บรรยากาศภายในร้านเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับการนัดคุยธุรกิจไม่น้อย
ระหว่างเดินไปยังโต๊ะ ทั้งสองยังคงพูดคุยถึงรายละเอียดงานของเอมิล่าเป็นระยะ โดยมีพนักงานคอยนำทางไปยังโต๊ะที่จองเอาไว้ เมื่อเลือกที่นั่งได้แล้ว ทั้งคู่ใช้เวลาไม่นานในการสั่งอาหารและเครื่องดื่ม
“เรื่องสถานที่ภายในพรุ่งนี้ พี่จะส่งรายละเอียดให้เราไปเลือกทางเมลก็แล้วกัน” มิลเลอร์เอ่ยขึ้น
“ เร็วขนาดนั้นเลย รู้แบบนี้เอมิมาหาพี่ตั้งนานแล้ว”
“ ก็มีพื้นที่ในมือเยอะพอสมควร แกก็รู้ว่าพี่กับเฮียเอเดนต้องส่งคนลงสำรวจพื้นที่ เพื่อหาทำเลขยายสาขาคลับตลอด”
“ขอทำเลที่ใกล้แหล่งนักเรียนนักศึกษานะคะ ยัยเดวา นางปักกลุ่มเป้าหมายลูกค้าเป็นคนกลุ่มนั้น”
“ ปกติแบรนด์แกมีฐานลูกค้าอยู่แล้วกลัวอะไร ”
“ก็มีแหละ แค่อยากลองเปลี่ยนดู อีกอย่างเดวามันจริงจังกับการทำแบรนด์มาก น้องไม่อยากให้มันรู้สึกผิดหวังหากมันไม่เป็นไปตามเป้า”
“รักมากเลยดิเพื่อนคนนี้” มิลเลอร์ยิ้มมุมปาก
“รักมากดิ” ในระหว่างพูดสายตาของเอมิล่าก็สะดุดเข้ากับเดวา ที่กำลังเดินเข้ามาในร้านอาหารพอดี
“ตายอยากฉิบหายพูดถึงก็เจอเลย”
“หื้ม....” มิลเลอร์ขมวดคิ้วงุนงง ปกติเดวามักจะสั่งเดลิเวอรี่ไปกินที่ห้อง มากกว่าจะออกมาหาอะไรกินที่ร้านอาหารหรูแบบนี้ หรือว่าเด็กดีของเขาออกมาฉลองที่ได้เงินสิบล้าน
“ยัยวา!” เอมิล่าเรียกเพื่อนสนิทเสียงดัง พร้อมยกมือโบกให้เดวามองเห็นตัวเอง
เดวาที่กำลังรีบเดินเข้ามาในร้านชะงักไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงเรียกจากคนคุ้นเคย เธอหันตามเสียง ก่อนเบิกตากว้างทันทีเมื่อเห็นเอมิล่านั่งอยู่กับมิลเลอร์ แต่ก็ยังคงพยายามฝืนยิ้มให้เพื่อน เดินเข้ามาหาทั้งสองแล้วยกมือไหว้มิลเลอร์เพื่อไม่ให้ดูมีพิรุธ อีกทั้งยังทำตัวห่างเหินทั้งที่นอนกอดกันทุกคืน
“สวัสดีค่ะพี่มิลเลอร์”
“ครับ” พยักหน้าตอบรับพร้อมยกยิ้มมุมปาก มองท่าทีลนลานเมียเด็กที่พยายามปกปิดความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอไม่ให้คนอื่นรู้
“ เห็นแกบอกออกมาจากห้องเสื้อตั้งแต่ก่อนเที่ยงว่าจะไปดูสถานที่ แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอแกที่นี่” เดวาหันไปคุยกับเอมิล่าเมินเฉยสายตากะลิ้มกะเหลี่ยมิลเลอร์ที่กำลังมองเธอ
“นั้นสิเห็นแกแชตบอกว่าจะทำงานเหมือนกัน ไม่งั้นฉันก็คงชวนแกออกมาด้วย นั่งด้วยกันสิเดวา แกมาคนเดียวเหรอ? ” เอมิล่าถามด้วยรอยยิ้ม
เดวาพยักหน้ารับคำถามเพื่อน
“ใช่ กะว่าจะมากินข้าวแล้วกลับไปทำงานที่ห้องต่อ”
“ มานั่งด้วยกันสิแกจะได้ไม่ต้องไปนั่งคนเดียว” เอมิล่าเอ่ยชวนเพื่อนสนิทอีกครั้ง แน่นอนว่าเธอก็ยังอยากที่จะกินข้าวกับเดวา และเม้าท์มอยไปตามประสานิสัยผู้หญิงอยู่ดี แต่เดวากลับแสดงท่าทางลังเล เมื่อเธอหันไปสบตากับมิลเลอร์ซึ่งอีกฝ่ายยังคงนั่งเงียบมองเดวาไม่ต่างกัน
“คือ... ไม่เป็นไรดีกว่า ฉันไม่อยากรบกวนแกกับพี่ชาย พอดีจะคุยโทรศัพท์กับแม่ด้วย ”
“จะรบกวนอะไร เราเพื่อนกันนะ อีกอย่างพี่มิลไม่ถืออยู่แล้ว ใช่ไหมคะพี่มิล? ” เอมิล่าหันไปถามพี่ชายตัวเองอย่างขอความเห็น
“ครับ” มิลเลอร์พยักหน้า
“ฉันขอปฏิเสธนะขอบคุณที่ชวน” เดวาเดินหันหลังไปด้วยท่าทางเร่งรีบ จนเอมิล่าต้องหันกลับมามองมิลเลอร์ด้วยความสงสัย
“พี่มิลกับเดวามีอะไรกันหรือเปล่าคะ? ทำไมเดวามันดูแปลก ๆ ตอนเจอพี่ พี่ไม่ได้ไปทำนิสัยไม่ดีกับมันใช่ไหม ”
“ไม่มีอะไรนี่” ใครเขาจะไปทำแบบนั้นกับเมียตัวเองกัน
“จริงใช่ไหมเดวามันเป็นเพื่อนคนเดียวของน้องนะ รักมากด้วยน้องไม่เอาพี่ไว้แน่ถ้าพี่ทำร้ายมัน”
“แล้วทำไมถึงคิดว่าพี่จะทำอะไรแบบนั้นกับเพื่อนแก”
“ไม่รู้สิความรู้สึกน้องมันบอกแบบนั้นมั้ง ปกติเดวาไม่เคยแสดงท่าทีกลัวพี่เหมือนเมื่อกี้ หรือพี่เผลอไปฆ่าคนให้มันเห็น”
“ไร้สาระ”
แม้ว่าคำตอบนั้นจะฟังดูเรียบง่าย แต่เอมิล่าก็ยังคงแอบสงสัยในความสัมพันธ์แปลก ๆ ระหว่างเดวากับพี่ชายของเธออยู่ดี...
ดินเนอร์มื้อค่ำระหว่างทั้งสอง ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เดวาเหมือนจะเจริญอาหารกว่าปกติ เนื่องจากซีฟู้ดที่คนของมิลเลอร์จัดหามาวันนี้ มีแต่รสชาติค่อนข้างถูกปากเธอทั้งนั้น“พรุ่งนี้ ไปล่องเรือกันไหม”“วาไปค่ะ”“ถ้านอนบนเรือจะเมาหรือเปล่า”“อันนี้วาไม่แน่ใจเลยค่ะ” เพราะมันเป็นครั้งแรกของเธอ“งั้นเอาลำใหญ่ที่สุดออก ลำนั้นติดลูกค้าจองหรือเปล่า” มิลเลอร์หันไปสั่งเพทายแกมถาม“ไม่ติดครับนาย ”“งั้นก็เอาตามนั้น”เพทายโค้งศีรษะให้เจ้านาย ก่อนจะปลีกตัวออกไปเงียบๆ ให้เจ้านายทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว“พี่เลอร์ทานกุ้งไหมคะวาแกะให้”“ไม่ครับ” มิลเลอร์ส่ายหน้าวางแก้วไวน์ในมือลง แล้วเป็นฝ่ายหยิบกุ้งมาแกะเปลือกออก นำไปวางไว้บนจานให้เดวาเสียเอง คนที่ถูกเอาใจตลอดมื้ออาหารยิ้มจนแก้มแทบปริ“ขอบคุณค่ะ”“กินล็อบสเตอร์อบชีสเนยกระเทียมไหม”“หืม..มีเหรอคะ วาไม่ได้สั่งนี่”“มี พวกไอ้เพทายมันสั่งมากิน มันก็เลยสั่งมาเผื่อวาด้วยหนึ่งตัว”“ไม่เอาแล้วค่ะ วาท้องจะแตกแล้ว พี่เลอร์นั่นแหละกินบ้าง วาเห็นดื่มแต่ไวน์ไม่ยอมกินอะไรเลย ”“ไม่ค่อยหิวน่ะ พี่เพิ่งกินข้าวกับพ่อแม่มาก่อนออกมาหาเรา”“วันนี้ไปหาคุณพ่อคุณแม่มาเหรอคะ”“ครับ
รถหรูสีดำคันคุ้นตาจอดอยู่ริมถนนไม่ไกลจากหน้าร้านนัก ร่างสูงยืนพิงตัวอยู่ข้างรถ กำลังก้มมองโทรศัพท์ในมือด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ในมืออีกข้างมีถุงเครื่องดื่มแบรนด์ดังถืออยู่เดวารีบเดินออกจากร้าน“รอวานานไหมคะ” เอ่ยถามแล้วพุ่งตรงเข้าไปสวมกอดเอวหนาเอาไว้แน่นอย่างเคยชินมิลเลอร์ก้มมองคนในอ้อมแขน ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่นาน” ยื่นถุงเครื่องดื่มให้คนรัก เดวารับมา ก่อนเปิดดูด้านในดวงตาเป็นประกาย เมื่อเห็นเมนูโปรดของตัวเอง“ขอบคุณนะคะ จำได้ด้วยว่าวาชอบกินอะไร”“แค่ความชอบของแฟนตัวเอง ทำไมฉันจะจำไม่ได้” มันมีผู้ชายนิสัยเสียแบบนั้นด้วยเหรอ“พี่เลอร์น่ารักที่สุด” เดวาอมยิ้มจนแก้มแทบปริ กับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ของเขา“ขึ้นรถเถอะ” มิลเลอร์ทำหน้าที่เปิดประตูรถให้เหมือนทุกครั้ง รอจนเดวาขึ้นไปนั่งเรียบร้อยจึงปิดประตูให้ ก่อนเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากหน้าร้าน เดวาก็หยิบเครื่องดื่มขึ้นมาดูดหนึ่งคำ ก่อนหันมองคนข้างกาย“สักคำไหมคะ”“ฉันไม่ชอบกินของหวาน” มิลเลอร์ส่ายหน้าน้อย ๆ ระหว่างตอบ เดวาจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เธอหันกลับไปสนใจเครื่องดื่มในมือตัวเอง ก่อนจะนึกบางอ
ก๊อกๆ“ขออนุญาตครับนาย” เสียงเพทายดังขึ้นจากหน้าประตู“เข้ามา”หลังจากได้ยินคำอนุญาต ร่างสูงบอดีการ์ดหนุ่มก็เปิดประตูเข้ามา ในมือมีถุงก๋วยเตี๋ยวเรือจากร้านดังที่ผู้เป็นนายสั่งไว้“ของนายหญิงครับ” เพทายวางถุงอาหารลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง“ขอบใจ มึงมีงานอะไรก็ไปทำเถอะ”มิลเลอร์เหลือบมองคนที่ยังหลับสนิทอยู่บนโซฟาเล็กน้อย ดูเหมือนเดวาจะไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมากินง่าย ๆ“ครับ” เพทายกำลังจะหมุนตัวกลับ แต่เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหยุดเสียก่อน “อ้อ...ด้านนอกโซนวีไอพี มีคุณมิกินั่งดื่มอยู่นะครับ”มิลเลอร์ชะงัก เพราะนี่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ที่มิกิยังไม่หยุดรามือจากการตามจีบเขาเสียทีช่างเป็นอะไรที่น่ารำคาญอุตส่าห์จัดการแพรวา จนหนีหายย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวได้ ยังมาเหลือยัยญี่ปุ่นขี้อ่อยคนนี้อีก และแน่นอนเรื่องนี้เอเดนต้องเป็นคนมาจัดการ เพราะถ้าไม่ไปคุยงานแทนเอเดนในครั้งนั้น ก็คงไม่ต้องเจอยัยญี่ปุ่นคนนี้“ถ้านายไม่อยากเผชิญหน้ากับเธอ หากต้องการกลับ ผมจะพาออกทางลับด้านหลังให้ครับ”“ไม่ต้อง” มิลเลอร์ถอนหายใจ ก่อนเหลือบมองเดวาที่นอนหลับอยู่ “กูคงนอนที่นี่”“ครับ”“ส่วนยัยญี
หลายเดือนต่อมา...หลังจากเดวาเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าไปได้สักพักใหญ่แล้ว ชื่อเสียงของ “เดมิอา” ก็เริ่มดังและติดตลาดและเริ่มมีรู้ค้ารู้จักมากขึ้น และในทุกๆวันหลังจากเรียนเสร็จ ปูเป้กับเดวาจะเดินทางมาทำงานที่ร้านทันที“ นี่พวกเธอสองคนไม่คิดจะเดินไปหาฉันฝั่งห้องเสื้อบางเหรอ เหง๊า เหงา” เอมิล่าเดินกรีดกรายเข้ามาหาเพื่อนทั้งสองที่กำลังวุ่นวายช่วยทำงาน“ถ้าเหงามากขนาดนั้น แกก็ควรรับงานไหม ” เดวาส่ายหน้า มีคนบ้าที่ไหนปฏิเสธลูกค้าเป็นว่าเล่น“นั้นสิ ทำไมเอมิรับงานตัดชุดแค่ชุดเดียวล่ะ”“ขี้เกียจน่ะ ทำเยอะไปก็เหนื่อยเหมือนที่เฮียเลอร์บอก ก็เลยลองเป็นคนขี้เกียจดู”“แล้วเป็นไงที่นี่” ปูเป้ที่กำลังถ่ายคลิปโปรโมตร้านอยู่ เป็นต้องหยุดทำงานแล้วเดินมาเท้าเอวถาม“ก็สบายน่ะสิ พวกเธอก็ลองขี้เกียจบ้างอย่าหักโหม ร้านมันไม่เจ๊งหรอก” เพราะต่อให้ที่ร้านไม่ขายดีหรือต่อให้ขายไม่ได้สักตัว ก็มีเงินจากธุรกิจสีเทาของแก๊งพี่ๆ ไหลเวียนเข้ามาในร้านเพื่อฟอกให้มันกลายเป็นสีขาว“แต่ร้านเรามันกำลังเป็นกระแสไง ไม่ผลิตงานออกมาขายก็เสียดายลูกค้า” เดวาแย้ง“ตามใจแกก็แล้วกัน แต่อย่าหักโหมให้มันมากเข้าใจไหม แล้วอย่าลืมว่าผัวที่
“ทำไมแกทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ยัยแพร” ผู้เป็นแม่เอ่ยตำหนิลูกสาวที่เอาแต่เมาหัวราน้ำ หลังจากผู้เป็นย่าเดินทางมาที่บ้านแล้วบอกว่า ไม่สามารถบังคับเดวาให้เลิกกับมิลเลอร์ได้ อีกทั้งยังหัวเสียใส่พวกเธอและบอกให้แพรวาไปหาทางเอาชนะเดวาให้ได้เองทว่า... ธุรกิจฝังครอบครัวแม่สามี ยังถูกมิลเลอร์เล่นงานอย่างหนัก ที่เผลอไปแตะต้องของรักอีกฝ่ายเข้าให้ เธอกับสามีก็ไม่คิดว่าผู้ชายที่ไม่สนใจผู้หญิงที่ไหนเลย จะหลงเดวาได้มากขนาดนี้“ถ้าแม่ช่วยแพรแก้ปัญหาไม่ได้ก็หุบปากไปเลย ”“นี่ฉันเป็นแม่แกนะ แกพูดหยาบคายแบบนี้กับแม่ได้ยังไง”“ออกไป ออกไปจากห้องแพรเดี๋ยวนี้” แพรวาเริ่มโวยวายเสียงดัง และควบคุมสติตัวเองไม่ได้“ ยัยแพรแกช่วยตั้งสติหน่อยได้ไหม ” ทำไมแพรวาถึงได้เหมือนคนเป็นไบโพลาร์อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ มันจะมีด้วยเหรอคนที่ถูกทุกคนเอาใจและได้ความรักมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็ก จะกลายเป็นโรคประสาท หรือเป็นเพราะเธอกับแม่สามีเสี้ยมให้ลูกสาวเกลียดน้อง และชอบเอาชนะมากเกินไป แพรวาถึงได้สติหลุดยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ขนาดนี้“ออกไป ฉันบอกให้ออกไป กรี๊ด.....” แพรวากรี๊ดออกมาเหมือนคนสติแตก ทำเอาคนเป็นแม่ต้องรีบวิ่งออกไปจาก
บรรยากาศภายในวันเปิดตัวห้องเสื้อคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า แขกจากแวดวงธุรกิจแฟชั่น และเหล่าคนรู้จักทยอยกันเดินทางเข้ามา ร่วมแสดงความยินดีกับสองเจ้าของแบรนด์อย่างไม่ขาดเดวายืนต้อนรับแขกอยู่ข้างเอมิล่า ใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา แม้ภายในใจจะทั้งตื่นเต้นและภูมิใจ กับสิ่งที่ทั้งสองต่างช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยกัน“แม่ขอแสดงความยินดีกับน้องวา น้องเอมิด้วยนะลูก” เดหลีหอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่สองช่อมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวและหุ้นส่วนร้าน ส่วนสามีเธอนั้นติดประชุมที่บริษัทมาร่วมงานไม่ได้ ไหนจะความวุ่นวายจากบ้านใหญ่ที่สามีเธอต้องไปรับมือ และได้วิดีโอคอลมาแสดงความยินดีกับเด็กทั้งสองตั้งแต่เช้าแล้ว“ขอบคุณคุณแม่นะคะ”“ขอบคุณค่ะคุณแม่”สองสาวเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยื่นมือไปรับดอกไม้ มาถือไว้ในอ้อมแขนคนล่ะช่อ“คุณแม่ทานอะไรมาหรือยังค่ะ เดี๋ยวเอมิพาไปทาน ให้ยัยวาต้อนรับแขกอยู่หน้าร้านเนี่ยแหละ อีกอย่างจะได้ทักทายและทำความรู้จักแขกคนอื่นด้วย”เอมิล่าเปิดทางให้แสงเพื่อนสนิทในคราบหุ้นส่วนเต็มที่ เพราะยังไงหลักๆ แล้วเอมิล่าตั้งใจจะยกร้านนี้ให้เดวาดูแลและบริหารเป็นหลัก“ได้ยังไงอะ แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยรู้จัก





![เด็กแสบของคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 3/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

