FAZER LOGINเช้าวันต่อมา…
เดวารู้สึกตัวตื่นเพราะแสงแดดที่ลอดผ่านผ้าม่านสีเข้มเข้ามากระทบใบหน้า พร้อมกับความเจ็บปวดที่แล่นผ่านศีรษะไปจนกระทั่งถึงปลายเท้า เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ พลางพยายามนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน แต่กลับจำได้เพียงความคลุมเครือของแสงไฟในผับ และเสียงดนตรีที่ดังกระหึ่มในหัว สลับกับภาพจำที่แสนเร่าร้อน ว่าเธอกำลังนัวเนียกับชายคนหนึ่งตั้งแต่บนรถ
ก่อนจะสะดุ้งเฮือกตกใจ เมื่อรู้สึกถึงสัมผัสของเนื้อผ้าที่คลุมร่างกาย แต่สิ่งที่ทำให้เธอใจหายวาบกว่านั้นคือความเปลือยเปล่าภายใต้ผ้าห่ม เธอรีบดึงผ้าห่มมาคลุมกายอย่างตื่นตระหนก
“นี่มันอะไรกัน…” เดวาพึมพำเสียงสั่น ขณะมองไปรอบห้องนอนหรูหรา แต่ไร้ซึ่งความคุ้นเคยเนื่องจากไม่ใช่ห้องของตัวเอง
“คะ...ใครวะเนี่ย”
เดวารีบดีดตัวลุกขึ้นนั่งเพื่อตั้งสติ พร้อมกับสายตาที่สะดุดเข้ากับร่างหนาของชายคนหนึ่ง ที่กำลังนอนหันหลังอยู่ข้างกายเธอ เสี้ยวข้างของใบหน้าหล่อเหลาของเขา เผยให้เห็นชัดว่าอีกฝ่ายคือ มิลเลอร์ พี่ชายของเพื่อนสนิทเธออย่าง เอมิล่า ชายที่ทั้งน่ากลัวและเยือกเย็นในสายตาของเธอตลอดมาตั้งแต่เด็กจนโต
“ พะ...พี่มิลเลอร์? ” เดวากระซิบเรียกชื่ออีกฝ่าย ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตกใจ
ร่างสูงที่นอนหลับดูสงบ ผมสีดำขลับยุ่งเล็กน้อย ดวงหน้าคมเข้มของเขาทำให้หัวใจของเดวาเต้นแรงขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอกำลังจะขยับตัวลุกขึ้น แต่ทันใดนั้นเอง ดวงตาคมของเขาก็ลืมขึ้นช้าๆ
“ตื่นแล้วเหรอ? ” เสียงทุ้มต่ำแกมแหบพร่าของเขาเอ่ยขึ้น ก่อนจะยกตัวขึ้นนั่งพิงหัวเตียง สายตาของเขาจ้องเธออย่างไม่วางตา
เดวาเบิกตากว้างด้วยความอับอาย
“กะ….เกิดอะไรขึ้นคะทำไมวาถึงมาอยู่ที่นี่...” ในระหว่างนั้นก็พยายามบังคับลมหายใจเข้าออกให้เป็นปกติ เพราะหัวใจของเธอในตอนนี้เต้นระรัวพร้อมจะทะลุออกมาจากอกแล้ว
มิลเลอร์ยังคงมองเดวาด้วยแววตาเรียบนิ่ง ยากเกินที่คนตัวเองจะอ่านแววตาลึกล้ำนั้นได้ ทุกอิริยาบถของการเคลื่อนไหวของมาเฟียหนุ่ม เต็มไปด้วยความผ่อนคลาย เขาเอื้อมมือไปหยิบซิการ์ที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงขึ้นมาจุดสูบ ก่อนจะตอบคำถามคนตัวเล็กข้างกาย ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“เธอถูกมอมเหล้าแล้วก็โดนยาปลุกเซ็กซ์ ฉันเลยช่วยเธอไว้ แต่เธอเมามากจนคุมสติตัวเองไม่ได้ก็เลยเป็นสภาพนี้ ”
เดวามองพี่ชายเพื่อนด้วยแววตาที่ไม่ค่อยมั่นใจ ยอมรับว่าเธอจำอะไรแทบไม่ได้เลย
“แล้ว...แล้วทำไมวาถึง...”
เดวาก้มมองตัวเองรวมทั้งเขา ที่ต่างเปลือยเปล่ากันทั้งคู่ ซ้ำรอบเตียงยังมีเศษซากถุงยางที่ใช้แล้ว โยนทิ้งกระจัดกระจายเต็มไปหมด ไม่แปลกร่างกายที่เธอจะรู้สึกปวดร้าวระบมไปทั้งตัว ราวกับถูกรุมกระทืบมา
“วะ....วากับพี่พลาดมีอะไรกันงั้นเหรอ” เดวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
คำถามของเดวาทำเอามุมปากหนาผุดรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย แต่มันกลับไม่ใช่รอยยิ้มที่ทำให้เดวารู้สึกสบายใจเลยสักนิด!
“หลักฐานคาตาขนาดนี้ ถ้าไม่โง่ก็น่าจะมองออกว่าเมื่อคืนระหว่างเรามันเกิดอะไรขึ้น แล้วก็หยุดใช้สายตาเหมือนกำลังโทษฉันได้แล้ว เพราะฉันไม่ได้เป็นคนแตะต้องเธอก่อน” มาเฟียหนุ่มตอบกลับเพื่อนสนิทน้องสาวด้วยท่าทีสบาย
“ มะ….หมายความว่ายังไงคะ ” ถ้าเขาไม่ได้เริ่มแล้วเธอเป็นคนเริ่มอย่างนั้นเหรอ ไม่มีทางคนอย่างเธอไม่มีทางทำอะไรสิ้นคิดแบบนั้น
ยิ่งทำกับคนตรงหน้ายิ่งไม่มีทางที่จะเป็นไปได้
“เธอขึ้นขย่มฉันเอง อ่า….ลืมบอก เมื่อคืนเธอใช้ปากให้ฉันด้วย แต่ทุกอย่างที่เธอทำแม่งโคตรห่วยแตก เธอไม่เป็นงานอะไรสักอย่าง ”
คำพูดของมิลเลอร์ทำเอาเดวาถึงกับอ้าปากค้าง เธอไม่รู้ว่าตัวเองจะต่อบทสนทนา แบบไหนกับอีกฝ่ายต่อดี
มิลเลอร์หยิบซิการ์ข้างหัวเตียงมาจุดสูบ ก่อนพ่นควันออกมาอย่างใจเย็นแล้วพูดต่อ “ แต่ให้อภัยได้ เพราะมันเป็นครั้งแรกของเธอ หัดบ่อยๆ เดี๋ยวก็เก่ง ”
ใบหน้าหวานของเดวาร้อนผ่าวเมื่อได้ยินคำพูดนั้น จะมาหงมาหัดอะไรกันแค่ครั้งเดียวมันก็แย่เกินพอแล้ว ต่อไปนี้เธอคงไม่เฉียดใกล้สถานที่อันตรายแบบนั้นอีกหรอก
“ พี่เป็นคนหน้าด้านแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ” เดวาไม่มีคำจะด่าพี่ชายเพื่อน ยอมรับว่าเป็นครั้งแรกที่เธอเห็นอีกฝ่ายในมุมนี้ เพราะปกติเธอกับชายหนุ่มแทบไม่คุยกันเลย ทว่าระหว่างทั้งสองแทบจะไม่อยู่ในวงโคจรชีวิต ของกันและกันเลยด้วยซ้ำ
พอเกิดเรื่องแบบนี้เข้า มันก็ทำให้เดวาอดที่จะเสียใจ และอดนึกโกรธตัวเองไม่ได้เลย ว่าทำไมถึงทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ กล้าที่จะพาตัวเองไปในที่อโคจร จนต้องถูกคนอื่นวางยามอมเหล้าจนได้
มาเฟียหนุ่มถึงกับหัวคิ้วหมุน เมื่อได้ยินคำถามของเดวา พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อ
“ หน้าด้านอะไร ฉันแค่พูดตามความจริงที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว เธออยากปฏิเสธไหมล่ะ ว่าเมื่อคืนไม่ได้เกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา ” มิลเลอร์หัวเราะในลำคอขณะโต้กลับ
“ วาเมา...แล้ววาก็จำอะไรไม่ได้หรอก!” เดวาโพล่งออกมาด้วยความอับอายแกมโกรธ “แต่วามั่นใจว่าวาไม่มีวันทำเรื่องแบบนั้นแน่!”
มิลเลอร์หัวเราะในลำคอ ราวกับมองเธอเป็นเด็กที่กำลังพยายามหัดโกหก
“งั้นก็คงเป็นฝันของฉันเอง แต่ถ้าเธอจะคิดแบบนั้นก็ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่สนใจว่าเธอจะเชื่อหรือไม่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น...มันเป็นเรื่องจริง และตอนทำฉันมีสติครบทุกอย่าง”
เดวามองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธและความสับสน เธอพยายามหาคำพูดมาโต้แย้งแต่กลับพูดไม่ออก
“อีกอย่าง ฉันไม่ได้บังคับอะไรเธอ เธอต่างหากที่เข้ามาหาฉันเอง...และถ้าอยากพิสูจน์ว่าฉันพูดจริงหรือเปล่า ลองดูตัวเองในกระจกสิ”
เดวาหน้าเสีย เธอรีบลุกขึ้น จากเตียง แต่ความเจ็บกลางใจสาวที่จี๊ดขึ้นมาเมื่อเธอขยับตัวแรง ทำให้ ต้องทิ้งตัวลงนั่งกลับที่เดิมอย่างตั้งสติ
“ พี่ทำอะไรกับวาบ้างเนี่ย”
“ ก็ทำหลายท่า”
“ พี่มันบ้าที่สุดเลย” หันไปถลึงตาใส่พี่ชายเพื่อน อย่างไม่พอใจ
“ หึ ให้ช่วยอุ้มไปส่งไหม ตรงนั้นของเธอน่าจะเจ็บไม่น้อยนะ เหมือนว่ามันน่าจะฉีกด้วย แต่ตอนล้างฉันทายาให้แล้ว” มิลเลอร์พูดพร้อมกับลุกขึ้นจากเตียง ร่างสูงใหญ่ของเขาเผยให้เห็นรอยสักทั้งแผ่นหลัง เธอไม่รู้หรอกว่าเป็นรูปอะไรเพราะเลือกที่จะเบือนหน้าหนีก่อน
“ พี่หยุดพูดสักที วารู้แล้วค่ะว่าวากับพี่พลาดมีอะไรกัน พี่จะย้ำมันอะไรนักหนา” น่ารำคาญชะมัด
เดวากระชับผ้าห่มคลุมตัวเอาไว้แน่น ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงฝืนเดินฝ่าความเจ็บปวดไปยังห้องน้ำ จนกระทั่งพาตัวเองมายืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่
ขณะมองสำรวจเรือนร่างตัวเองในกระจก เดวาเห็นรอยจูบจางๆ บนลำคอและหัวไหล่มากสุดคงเป็นที่หน้าอก ที่แทบจะมีร่องรอยทุกตารางของผิวเนื้อ หัวใจของเดวาเต้นรัวจนแทบหลุดออกจากอก
“ บ้าไปแล้ว…” เธอพึมพำเบาๆ กับตัวเอง “ทำไมต้องมาเป็นคนใกล้ตัวด้วยเนี่ย ต่อไปจะมองหน้ากันได้ยังไง”
มิลเลอร์ที่ยืนพิงกรอบประตูห้องน้ำ ยิ้มมุมปากขณะมองคนตัวเล็กที่กำลังยืนหัวเสียผ่านกระจก
เดวาได้แต่ยืนตัวแข็งอยู่ในห้องน้ำ ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามา เธอไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปกับสถานการณ์นี้
“ พี่ป้องกันใช่ไหม” เดวาหันกลับไปถามคนด้านหลัง แม้จะเห็นเศษซากถุงยางตอกย้ำ แต่เธอก็ยังอยากจะถามเพื่อความแน่ใจ
“ อืม…”
“ เฮ่อ…ค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อย” อย่างน้อยเขาก็ยังรู้จักที่จะป้องกัน
“ ฉันไม่ใช่เด็กหนุ่มที่พึ่งหัดมีเซ็กซ์ ต่อให้เธอจะซิงจะสดแค่ไหน ฉันก็ไม่มีทางจะไม่ป้องกันหรอกนะ ฉันไม่อยากเป็นพ่อให้เด็กที่ไหนในตอนนี้”
“ แล้วใครเขาอยากมีลูกกับพี่กัน”
“ ก็ดี” มิลเลอร์ไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจใส่เดวา
ดินเนอร์มื้อค่ำระหว่างทั้งสอง ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เดวาเหมือนจะเจริญอาหารกว่าปกติ เนื่องจากซีฟู้ดที่คนของมิลเลอร์จัดหามาวันนี้ มีแต่รสชาติค่อนข้างถูกปากเธอทั้งนั้น“พรุ่งนี้ ไปล่องเรือกันไหม”“วาไปค่ะ”“ถ้านอนบนเรือจะเมาหรือเปล่า”“อันนี้วาไม่แน่ใจเลยค่ะ” เพราะมันเป็นครั้งแรกของเธอ“งั้นเอาลำใหญ่ที่สุดออก ลำนั้นติดลูกค้าจองหรือเปล่า” มิลเลอร์หันไปสั่งเพทายแกมถาม“ไม่ติดครับนาย ”“งั้นก็เอาตามนั้น”เพทายโค้งศีรษะให้เจ้านาย ก่อนจะปลีกตัวออกไปเงียบๆ ให้เจ้านายทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว“พี่เลอร์ทานกุ้งไหมคะวาแกะให้”“ไม่ครับ” มิลเลอร์ส่ายหน้าวางแก้วไวน์ในมือลง แล้วเป็นฝ่ายหยิบกุ้งมาแกะเปลือกออก นำไปวางไว้บนจานให้เดวาเสียเอง คนที่ถูกเอาใจตลอดมื้ออาหารยิ้มจนแก้มแทบปริ“ขอบคุณค่ะ”“กินล็อบสเตอร์อบชีสเนยกระเทียมไหม”“หืม..มีเหรอคะ วาไม่ได้สั่งนี่”“มี พวกไอ้เพทายมันสั่งมากิน มันก็เลยสั่งมาเผื่อวาด้วยหนึ่งตัว”“ไม่เอาแล้วค่ะ วาท้องจะแตกแล้ว พี่เลอร์นั่นแหละกินบ้าง วาเห็นดื่มแต่ไวน์ไม่ยอมกินอะไรเลย ”“ไม่ค่อยหิวน่ะ พี่เพิ่งกินข้าวกับพ่อแม่มาก่อนออกมาหาเรา”“วันนี้ไปหาคุณพ่อคุณแม่มาเหรอคะ”“ครับ
รถหรูสีดำคันคุ้นตาจอดอยู่ริมถนนไม่ไกลจากหน้าร้านนัก ร่างสูงยืนพิงตัวอยู่ข้างรถ กำลังก้มมองโทรศัพท์ในมือด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ในมืออีกข้างมีถุงเครื่องดื่มแบรนด์ดังถืออยู่เดวารีบเดินออกจากร้าน“รอวานานไหมคะ” เอ่ยถามแล้วพุ่งตรงเข้าไปสวมกอดเอวหนาเอาไว้แน่นอย่างเคยชินมิลเลอร์ก้มมองคนในอ้อมแขน ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่นาน” ยื่นถุงเครื่องดื่มให้คนรัก เดวารับมา ก่อนเปิดดูด้านในดวงตาเป็นประกาย เมื่อเห็นเมนูโปรดของตัวเอง“ขอบคุณนะคะ จำได้ด้วยว่าวาชอบกินอะไร”“แค่ความชอบของแฟนตัวเอง ทำไมฉันจะจำไม่ได้” มันมีผู้ชายนิสัยเสียแบบนั้นด้วยเหรอ“พี่เลอร์น่ารักที่สุด” เดวาอมยิ้มจนแก้มแทบปริ กับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ของเขา“ขึ้นรถเถอะ” มิลเลอร์ทำหน้าที่เปิดประตูรถให้เหมือนทุกครั้ง รอจนเดวาขึ้นไปนั่งเรียบร้อยจึงปิดประตูให้ ก่อนเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากหน้าร้าน เดวาก็หยิบเครื่องดื่มขึ้นมาดูดหนึ่งคำ ก่อนหันมองคนข้างกาย“สักคำไหมคะ”“ฉันไม่ชอบกินของหวาน” มิลเลอร์ส่ายหน้าน้อย ๆ ระหว่างตอบ เดวาจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เธอหันกลับไปสนใจเครื่องดื่มในมือตัวเอง ก่อนจะนึกบางอ
ก๊อกๆ“ขออนุญาตครับนาย” เสียงเพทายดังขึ้นจากหน้าประตู“เข้ามา”หลังจากได้ยินคำอนุญาต ร่างสูงบอดีการ์ดหนุ่มก็เปิดประตูเข้ามา ในมือมีถุงก๋วยเตี๋ยวเรือจากร้านดังที่ผู้เป็นนายสั่งไว้“ของนายหญิงครับ” เพทายวางถุงอาหารลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง“ขอบใจ มึงมีงานอะไรก็ไปทำเถอะ”มิลเลอร์เหลือบมองคนที่ยังหลับสนิทอยู่บนโซฟาเล็กน้อย ดูเหมือนเดวาจะไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมากินง่าย ๆ“ครับ” เพทายกำลังจะหมุนตัวกลับ แต่เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหยุดเสียก่อน “อ้อ...ด้านนอกโซนวีไอพี มีคุณมิกินั่งดื่มอยู่นะครับ”มิลเลอร์ชะงัก เพราะนี่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ที่มิกิยังไม่หยุดรามือจากการตามจีบเขาเสียทีช่างเป็นอะไรที่น่ารำคาญอุตส่าห์จัดการแพรวา จนหนีหายย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวได้ ยังมาเหลือยัยญี่ปุ่นขี้อ่อยคนนี้อีก และแน่นอนเรื่องนี้เอเดนต้องเป็นคนมาจัดการ เพราะถ้าไม่ไปคุยงานแทนเอเดนในครั้งนั้น ก็คงไม่ต้องเจอยัยญี่ปุ่นคนนี้“ถ้านายไม่อยากเผชิญหน้ากับเธอ หากต้องการกลับ ผมจะพาออกทางลับด้านหลังให้ครับ”“ไม่ต้อง” มิลเลอร์ถอนหายใจ ก่อนเหลือบมองเดวาที่นอนหลับอยู่ “กูคงนอนที่นี่”“ครับ”“ส่วนยัยญี
หลายเดือนต่อมา...หลังจากเดวาเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าไปได้สักพักใหญ่แล้ว ชื่อเสียงของ “เดมิอา” ก็เริ่มดังและติดตลาดและเริ่มมีรู้ค้ารู้จักมากขึ้น และในทุกๆวันหลังจากเรียนเสร็จ ปูเป้กับเดวาจะเดินทางมาทำงานที่ร้านทันที“ นี่พวกเธอสองคนไม่คิดจะเดินไปหาฉันฝั่งห้องเสื้อบางเหรอ เหง๊า เหงา” เอมิล่าเดินกรีดกรายเข้ามาหาเพื่อนทั้งสองที่กำลังวุ่นวายช่วยทำงาน“ถ้าเหงามากขนาดนั้น แกก็ควรรับงานไหม ” เดวาส่ายหน้า มีคนบ้าที่ไหนปฏิเสธลูกค้าเป็นว่าเล่น“นั้นสิ ทำไมเอมิรับงานตัดชุดแค่ชุดเดียวล่ะ”“ขี้เกียจน่ะ ทำเยอะไปก็เหนื่อยเหมือนที่เฮียเลอร์บอก ก็เลยลองเป็นคนขี้เกียจดู”“แล้วเป็นไงที่นี่” ปูเป้ที่กำลังถ่ายคลิปโปรโมตร้านอยู่ เป็นต้องหยุดทำงานแล้วเดินมาเท้าเอวถาม“ก็สบายน่ะสิ พวกเธอก็ลองขี้เกียจบ้างอย่าหักโหม ร้านมันไม่เจ๊งหรอก” เพราะต่อให้ที่ร้านไม่ขายดีหรือต่อให้ขายไม่ได้สักตัว ก็มีเงินจากธุรกิจสีเทาของแก๊งพี่ๆ ไหลเวียนเข้ามาในร้านเพื่อฟอกให้มันกลายเป็นสีขาว“แต่ร้านเรามันกำลังเป็นกระแสไง ไม่ผลิตงานออกมาขายก็เสียดายลูกค้า” เดวาแย้ง“ตามใจแกก็แล้วกัน แต่อย่าหักโหมให้มันมากเข้าใจไหม แล้วอย่าลืมว่าผัวที่
“ทำไมแกทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ยัยแพร” ผู้เป็นแม่เอ่ยตำหนิลูกสาวที่เอาแต่เมาหัวราน้ำ หลังจากผู้เป็นย่าเดินทางมาที่บ้านแล้วบอกว่า ไม่สามารถบังคับเดวาให้เลิกกับมิลเลอร์ได้ อีกทั้งยังหัวเสียใส่พวกเธอและบอกให้แพรวาไปหาทางเอาชนะเดวาให้ได้เองทว่า... ธุรกิจฝังครอบครัวแม่สามี ยังถูกมิลเลอร์เล่นงานอย่างหนัก ที่เผลอไปแตะต้องของรักอีกฝ่ายเข้าให้ เธอกับสามีก็ไม่คิดว่าผู้ชายที่ไม่สนใจผู้หญิงที่ไหนเลย จะหลงเดวาได้มากขนาดนี้“ถ้าแม่ช่วยแพรแก้ปัญหาไม่ได้ก็หุบปากไปเลย ”“นี่ฉันเป็นแม่แกนะ แกพูดหยาบคายแบบนี้กับแม่ได้ยังไง”“ออกไป ออกไปจากห้องแพรเดี๋ยวนี้” แพรวาเริ่มโวยวายเสียงดัง และควบคุมสติตัวเองไม่ได้“ ยัยแพรแกช่วยตั้งสติหน่อยได้ไหม ” ทำไมแพรวาถึงได้เหมือนคนเป็นไบโพลาร์อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ มันจะมีด้วยเหรอคนที่ถูกทุกคนเอาใจและได้ความรักมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็ก จะกลายเป็นโรคประสาท หรือเป็นเพราะเธอกับแม่สามีเสี้ยมให้ลูกสาวเกลียดน้อง และชอบเอาชนะมากเกินไป แพรวาถึงได้สติหลุดยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ขนาดนี้“ออกไป ฉันบอกให้ออกไป กรี๊ด.....” แพรวากรี๊ดออกมาเหมือนคนสติแตก ทำเอาคนเป็นแม่ต้องรีบวิ่งออกไปจาก
บรรยากาศภายในวันเปิดตัวห้องเสื้อคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า แขกจากแวดวงธุรกิจแฟชั่น และเหล่าคนรู้จักทยอยกันเดินทางเข้ามา ร่วมแสดงความยินดีกับสองเจ้าของแบรนด์อย่างไม่ขาดเดวายืนต้อนรับแขกอยู่ข้างเอมิล่า ใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา แม้ภายในใจจะทั้งตื่นเต้นและภูมิใจ กับสิ่งที่ทั้งสองต่างช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยกัน“แม่ขอแสดงความยินดีกับน้องวา น้องเอมิด้วยนะลูก” เดหลีหอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่สองช่อมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวและหุ้นส่วนร้าน ส่วนสามีเธอนั้นติดประชุมที่บริษัทมาร่วมงานไม่ได้ ไหนจะความวุ่นวายจากบ้านใหญ่ที่สามีเธอต้องไปรับมือ และได้วิดีโอคอลมาแสดงความยินดีกับเด็กทั้งสองตั้งแต่เช้าแล้ว“ขอบคุณคุณแม่นะคะ”“ขอบคุณค่ะคุณแม่”สองสาวเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยื่นมือไปรับดอกไม้ มาถือไว้ในอ้อมแขนคนล่ะช่อ“คุณแม่ทานอะไรมาหรือยังค่ะ เดี๋ยวเอมิพาไปทาน ให้ยัยวาต้อนรับแขกอยู่หน้าร้านเนี่ยแหละ อีกอย่างจะได้ทักทายและทำความรู้จักแขกคนอื่นด้วย”เอมิล่าเปิดทางให้แสงเพื่อนสนิทในคราบหุ้นส่วนเต็มที่ เพราะยังไงหลักๆ แล้วเอมิล่าตั้งใจจะยกร้านนี้ให้เดวาดูแลและบริหารเป็นหลัก“ได้ยังไงอะ แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยรู้จัก







