LOGINย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว...นรภัฏไม่เคยเชื่อเรื่องพรหมลิขิต เขาเป็นชายหนุ่มสมัยใหม่ที่เชื่อในตรรกะและการกระทำ ทว่าวินาทีแรกที่นัยน์ตาคมกริบสบเข้ากับดวงตาคู่หวานของเด็กสาวคนนั้น โลกทั้งใบของเขากลับคล้ายจะหยุดหมุน ภาพตรงหน้าพร่าเลือนเหมือนฟิล์มวิดีโอเก่าสีซีดเหลืองที่ถูกฉายซ้ำ แวบหนึ่งเขาความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดจู่โจมเข้ามาในอก ราวกับเขาเคยเฝ้ารอการพบเจอครั้งนี้มาแสนนาน
เขาสบตากับเธอ และหลังจากนั้น... เขาก็ไม่สามารถละสายตาไปที่อื่นได้อีกเลย สำหรับผู้ชายที่รักคนยากและผ่านการถูกรุมล้อมจากหญิงสาวมากหน้าหลายตาอย่างเขา การที่หัวใจสั่นคลอนเพียงเพราะเด็กสาวแปลกหน้าถือเป็นเรื่องที่เกินจะคาดเดา
รอยยิ้มซื่อๆ และความสดใสของเธอทำให้เขานึกถึงคำว่า ‘รักแรกพบ’ เพียงชั่ววินาทีที่สายตาประสานกัน เด็กสาวก็ใบหน้าร้อนผ่าว รีบก้มหน้าหลบสายตาคมปลาบที่มองมาอย่างมีความหมาย นรภัฏเห็นท่าทางประหม่านั้นแล้วจึงรวบรวมเสียงที่เกือบจะหายไปในลำคอเอ่ยทัก
“หนู... ข้าวเหนียวมะม่วง ขายยังไงครับ”
“ขายเป็นชุดค่ะ ชุดละ 50 บาท” เธอกลั้นใจเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้งเพื่อตอบคำถาม เสียงหวานใสทำให้ใจคนฟังยิ่งสั่น
“งั้นพี่เอาสองชุดครับ”
เด็กสาวจัดแจงบรรจุมะม่วงสีเหลืองทองและข้าวเหนียวมูนหอมกรุ่นลงกล่องอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะยื่นถุงให้ชายหนุ่มพร้อมรอยยิ้มขอบคุณ ทว่าเมื่อเธอรับธนบัตรใบละหนึ่งพันมาถือไว้ มือเล็กๆ ก็เริ่มปั่นป่วนเมื่อพบว่าในลิ้นชักไม่มีเงินทอนเพียงพอ
“เอ่อ... พี่คะ คือหนูไม่มีเงินทอนเลยค่ะ พอดีคุณยายยังมาไม่ถึงตลาด หนูเลยมาตั้งร้านก่อน”
“ไม่เป็นไรครับ พี่ไม่รีบ... งั้นพี่อยู่คุยด้วยก่อนได้ไหม”
ความจริงเขาสามารถสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชันได้ในไม่กี่วินาที แต่เจตนาของนรภัฏไม่ได้อยู่ที่การจ่ายเงิน เขาต้องการ ‘เวลา’ ต่างหาก เด็กสาวมองหาป้ายคิวอาร์โค้ดในลิ้นชักแต่ก็ไม่พบ จึงรีบโทรหาคุณยายด้วยท่าทางลนลาน นรภัฏมองท่าทางไร้เดียงสานั้นด้วยความเอ็นดู
“พี่เลิกงานแล้ว ไม่ได้รีบร้อนไปไหนหรอกครับ... หนูมาขายที่นี่ทุกวันเลยเหรอ” เขาสังเกตเห็นป้ายชื่อที่อกเสื้อนักเรียนของเธอ ‘ปภาวรินทร์’ หรือชื่อเล่นที่เขาได้ยินเธอแทนตัวเองว่า ‘ฝ้าย’
“ค่ะ หนูมาช่วยคุณยายขายทุกวัน” เธอเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าสตางค์ใบจิ๋ว พลางขยับนิ้วเรียวสวยอย่างประหม่า
“ขยันจังนะ นอกจากข้าวเหนียวมะม่วงแล้ว... มีขนมอย่างอื่นไหม” นรภัฏชวนคุยไปเรื่อยๆ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของกะทิและมะม่วงสุกอบอวลอยู่ในบรรยากาศรอบตัว ผสมกับกลิ่นกายสาวที่หอมกรุ่นอย่างเป็นธรรมชาติ
“ก็มีขนมไทยพวกบัวลอย ทับทิมกรอบ ลอดช่องค่ะ... เอ๊ะ! พี่คะ คุณยายหนูเข็นรถมาโน่นแล้วค่ะ!” เธอชี้มือไปยังหญิงชราที่กำลังเข็นรถบรรทุกถ้วยขนมหวานหลากหลายชนิดเข้ามา นรภัฏมองตามนิ้วเล็กๆ นั้นไป ก่อนจะยิ้มรับเมื่อคุณยายเดินมาถึง
“คุณยายคะ พี่เขารอตังทอน ฝ้ายไม่มีตังทอนเลยค่ะ”
“แบงค์พันเชียวรึ ยายก็ไม่มีหรอก ต้องไปแลกที่เซเว่นข้างหน้านู่นแหละพ่อหนุ่ม” หญิงชราหันมาบอกพลางมองชายหนุ่มรูปร่างดีที่ยืนเด่นอยู่หน้ารถเข็น
“ไม่เป็นไรครับคุณยาย วันพรุ่งนี้... ผมค่อยแวะมาเอาเงินทอนก็ได้”
“จะดีเหรอคะพี่...” ฝ้ายรีบถามด้วยความเกรงใจ แต่เขากลับตัดบทด้วยรอยยิ้มทรงเสน่ห์
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวพี่ซื้อขนมเพิ่มอีกหน่อยก็ได้”
นรภัฏเลือกหยิบขนมอย่างละชิ้นสองชิ้นจนเต็มถุง แต่ยอดเงินก็ยังไม่ถึงพันบาทอยู่ดี เขาจึงใช้โอกาสนี้ยื่นข้อเสนอที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้น
“เดี๋ยวพี่ค่อยแวะมาเอาเงินทอนพรุ่งนี้ละกันนะ”
“แต่ว่าพรุ่งนี้หนูอาจไม่ได้มาขายนะคะ”
“งั้น... พี่ขอไลน์เราไว้หน่อยได้ไหม เผื่อจะได้ติดต่อกันว่าหนูกับคุณยายจะมาขายวันไหน พี่จะได้ไม่มาเก้อ”
คำขอที่ดูสมเหตุสมผลทำให้เด็กสาวไม่ทันได้ระแวง เธอเปิดโทรศัพท์ให้เขาสแกนเพิ่มเพื่อนทันที นรภัฏลอบยิ้มในใจเมื่อเห็นชื่อโปรไฟล์ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
“งั้นพี่ไปก่อนนะ แล้วจะไลน์หา”
คืนนั้นนรภัฏไม่เป็นอันทำอะไร เขาเฝ้าแต่พิมพ์ข้อความถามไถ่เรื่องขนมและเรื่องส่วนตัว จนกระทั่งความสัมพันธ์เริ่มขยับจากลูกค้ากลายเป็นคนคุ้นเคย ทุกเย็นหลังเลิกงาน หัวหน้าฝ่ายขายมือทองจะรีบบึ่งรถมาที่ตลาดนัด บางวันเขาก็ยืนช่วยเธอขายขนม เดินไปหาแลกเงินทอนมาให้ หรือแม้แต่เหมาขนมทั้งหมดไปฝากแม่และน้องสาว เพียงเพื่อให้เด็กสาวได้กลับบ้านเร็วขึ้นและมีเวลาทำการบ้าน
“ฝ้าย รายงานที่ฝ้ายฝากพี่เข้าเล่มให้... เรียบร้อยแล้วนะ” บ่ายวันหนึ่งเขายื่นเล่มรายงานที่ตั้งใจทำให้เธออย่างสุดฝีมือ
“กี่บาทคะพี่ภัฏ”
“ไม่ต้องๆ พี่เต็มใจช่วย” เขาโบกมือพัลวัน พลางมองใบหน้าหวานที่ดูสดใสขึ้นทุกครั้งที่เจอกัน
“แล้วเสาร์อาทิตย์นี้ มีรายงานต้องทำอีกเยอะไหม”
“ก็พอมีบ้างค่ะ... พี่ภัฏจะชวนฝ้ายไปไหนคะ” เธอถามกลับอย่างรู้ทัน
“พี่อยากชวนฝ้ายไปดูหนัง... จะได้ไหมครับ”
“ฝ้ายยังไม่รับปากนะ ต้องขอคุณยายก่อน... แล้วกลับดึกไหมคะ”
“ไม่ดึกครับ เย็นๆ ก็ถึงบ้านแล้ว เดี๋ยวพี่ช่วยขอคุณยายเอง”
ในตอนนั้น นรภัฏอายุเกือบ 30 ส่วนปภาวรินทร์เพิ่งจะ 17 ปีเต็ม ความต่างของวัยและสถานะทำให้เขาต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ทว่าความบริสุทธิ์ใจที่เขามีให้เธอนั้นคือของจริง เขาไม่ได้ต้องการล่อลวง แต่เขาต้องการรักและดูแลเด็กสาวคนนี้ไปตลอดชีวิต
วินาทีที่เธอยอมตกลงเป็นแฟนกับเขา โลกที่เคยเป็นสีเทาของนรภัฏก็เปลี่ยนเป็นสีชมพูหวานฉ่ำราวกับขนมไทยที่เขาเพิ่งเคยลิ้มลอง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด
หนึ่งเดือนผ่านไปหลังจากพิธีวิวาห์ที่แสนหวาน ปภาวรินทร์และนรภัฏก็เริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยการเดินทางไปฮันนีมูนไกลถึงประเทศฟินแลนด์ ดินแดนแห่งหิมะและแสงเหนือที่ทั้งคู่ใฝ่ฝัน“เราจะไปดูแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์ด้วยเหรอคะ ดีใจจังเลยค่ะพี่ภัฏ” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นขณะเช็กอินที่สนามบิน“ออโรรา... แสงเหนือที่สวยที่สุด ฝ้ายเคยเห็นของจริงหรือยังครับ” นรภัฏถามพลางโอบไหล่ภรรยาสาวอย่างทะนุถนอม“ยังไม่เคยเห็นของจริงเลยค่ะ เคยเห็นแต่ในรูป” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มสดใสทั้งสองมีเวลาแวะพักที่สนามบินเฮลซิงกิเพียงชั่วโมงเศษ ก่อนจะต่อเครื่องไปยังเมืองอิวาโลทางตอนเหนือสุด ขณะเดินผ่านร้านสะดวกซื้อ ปภาวรินทร์หยุดชะงักแล้วหันไปถามสามีหนุ่ม“พี่ภัฏมีของใช้ส่วนตัวอะไรต้องซื้อเพิ่มไหมคะ”“พี่เตรียมพร้อมมาหมดแล้วครับ เพราะเราจะต้องไปกางเต็นท์นอนกันกลางป่า” นรภัฏแกล้งทำหน้าจริงจังปภาวรินทร์หน้าเสียทันที เธอเป็นคนกลัวที่แคบและกังวลกับการนอนกลางป่า“พี่ภัฏ! ไม่ล้อเล่นสิคะ ฝ้ายกลัวจริงๆ นะ” นรภัฏหัวเราะร่วนที่แกล้งภรรยาได้สำเร็จ เขาประคองใบหน้าสวยเข้ามาจูบซับที่หน้าผากมนอย่างแผ่วเบาโดยไม่สนใจสายตาใครรอบข้าง“ฝ้ายยังกลัวท
ภาณุวัฒน์พลิกร่างแกร่งเพื่อปลดตะขอกางเกงยีนสีเข้มของเขาออกอย่างเชื่องช้า ราวกับจงใจยืดเวลาแห่งการรอคอยให้ยาวนานยิ่งขึ้น ก่อนจะค่อยๆ ดึงมันออกไปให้พ้นจากเรียวขาที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ตามด้วยเสื้อเชิ้ตที่ถูกถอดออกอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา เผยให้เห็นเรือนกายกำยำที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ดิบเถื่อนแม้แก่นกายกลางลำตัวจะยังมีประการขวางกั้นอยู่ แต่เขาก็สามารถใช้มันดุนดันร่องสวาทของเธอจนมันชื้นแฉะได้ด้วยความช่ำชอง“อ๊ะ... ถอดออกสิคะ มันจะเลอะกางเกงชั้นในคุณนะ” อะเล็กซานดราเอ่ยบอกเสียงพร่า เมื่อไม่อาจอดทนต่อแรงกระตุ้นของชายหนุ่มได้อีกต่อไป ร่างกายของเธอร้อนรุ่มราวกับถูกแผดเผาด้วยเปลวไฟปรารถนาภาณุวัฒน์ก้มลงไปยกเรียวขางามของเธอให้ตั้งขึ้นเป็นรูปตัวเอ็ม เผยให้เห็นความงดงามเบื้องล่างที่ประจักษ์ต่อสายตา น้ำเมือกใสไหลนองด้วยความเสียวซ่าน ร่างกายของเธอสั่นกระตุกอยู่ตลอดเวลา แม้จะยังไม่ถูกกระตุ้นอย่างเต็มที่ ภาพร่องสวาทขาวเนียนเกลี้ยงเกลาทำให้เขาแทบอดใจไม่ไหว ก่อนที่สมองจะเริ่มจินตนาการเอาไว้ว่าเธอต้องฟิตมากๆ อย่างไม่ต้องสงสัย สีข้างในแดงสดตามแบบฉบับของสาวลูกครึ่ง ไรขนอ่อนตามร่างกายลุกชูชัน จากนั้นปลายลิ้นร้อนก
ลูกครึ่งสาวถูกโลมเลียไปทั่วร่างจนรู้สึกเคลิบเคลิ้มและลืมเลือนการต่อต้านเขาไปเสียสนิท ดวงตากลมโตหลับพริ้ม ริมฝีปากห่อเปล่งเสียงครวญครางออกมา ปทุมถันคู่งามสัมผัสความเย็นจากเครื่องปรับอากาศเพียงครู่เดียวก็ต้องอุ่นจนร้อนเมื่อยอดปทุมสีชมพูอ่อนถูกดูดกลืนเข้าอุ้งปากร้อน หญิงสาวผวาเฮือกเมื่อชายหนุ่มแกล้งดูดเม้มแรงๆ“เสียวเหรอคนสวย รับประกันว่าจะได้เจอความเสียวจากผมอีกเยอะ” ภาณุวัฒน์ปลดเข็มขัดที่รัดข้อมือของเธอออก เพราะรู้ว่าเธอไม่กล้าขัดขืน“อ๊ะ อย่าค่ะ ปล่อยซานดร้าเดี๋ยวนี้” เสียงเธอแหบแห้งแผ่วเบาจนไม่หลงเหลือที่ห้ามอะไรคนที่ล่วงเกินเธอได้เลยสักนิด ภาณุวัฒน์ค่อยๆ ผละออกจากเต้านมอวบเต่งตึงของหญิงสาว“ทำไมครับ ทนไม่ได้เหรอ อยากครางก็ครางออกมาสิผมไม่ว่าหรอก เสียวก็บอกกันตรง ๆ” เขาบอกเธออย่างท้าทาย เรียวปากสวยที่ตอนนี้มันสวยน่าจูบมากในสายตาเขา ในเมื่อมันทั้งอิ่มเอิบและแดงจนเขาอดไม่ได้ที่จะต้องประทับริมฝีปากแนบสนิทลงไปอีกครั้งด้วยความเร่าร้อนหญิงสาวเม้มปากสนิทแน่น แต่ขณะที่เธอกำลังจะขาดอากาศเธอก็เผยอริมฝีปากออกมา จนทำให้ลิ้นสากพุ่งเข้าไปภายใน“อื้มมมมม!!!!” เสียงที่ดังในลำคอ เรียวลิ้นที่ถูกไล่ตอ
หลังจบงานเลี้ยง โลกทั้งใบของเธอกลับหมุนคว้างด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และความผิดหวังที่สลักลึก ร่างระหงในชุดเดรสสีชมพูเข้ารูปโอนเอนไปมาจน เอกรินทร์ต้องรีบเข้าไปประคองไว้“คุณเมามากแล้วครับซานดร้า อย่าขับรถกลับเองเลย เดี๋ยวให้น้องผมขับรถไปส่งคุณดีกว่า” เอกรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทั้งสงสารและสมเพชที่ผู้หญิงเพียบพร้อมอย่างเธอต้องมาเสียศูนย์เพียงเพราะรักข้างเดียว“เฮ่ย!..แกขับรถคุณซานดร้าได้มั้ย ไอ้นุ”“ได้อยู่ครับพี่”“งั้นฝากขับไปส่งเธอที่คอนโดหน่อยสิ ส่วนรถแกเดี๋ยวฉันจะให้สาเป็นคนขับตามไปเอง”“สาฝากเพื่อนด้วยนะคะคุณนุ” นิสารัตน์เอ่ยฝากฝังเพื่อนสนิท ก่อนที่เอกรินทร์จะช่วยพยุงร่างที่อ่อนปวกเปียกของอะเล็กซานดรามาที่รถหรูของเธอ“ขับดีๆ นะไอ้นุ” เอกรินทร์ย้ำรุ่นน้องด้วยทีเล่นทีจริง“ครับพี่ ไม่ต้องห่วง” ภาณุวัฒน์รับคำสั้นๆ ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับทันทีที่ประตูรถปิดลง ความเงียบสงัดก็เข้าปกคลุม ภาณุวัฒน์โน้มตัวข้ามร่างระหงเพื่อดึงสายเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้คนเมาที่นั่งคอพับคออ่อน จังหวะนั้นเอง กลิ่นน้ำหอมยั่วยวนผสมกับกลิ่นกายสาวที่ร้อนผ่าวจากฤทธิ์เหล้าพุ่งเข้าปะทะจมูกอย่างจัง สายตาของเขาเ
ภายในห้องทำงาน วันนี้ดูจะคึกคักเป็นพิเศษเมื่อร่างสูงกำยำของ เอกรินทร์ หรือ พี่ต๊อบ รุ่นพี่ศิษย์เก่าคนสนิทและอดีตหัวหน้างานที่นรภัฏให้ความเคารพรักก้าวเข้ามาทักทายถึงถิ่น นรภัฏรีบละมือจากกองเอกสารตรงหน้าแล้วลุกขึ้นต้อนรับด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นบ่อยนัก“สวัสดีครับพี่ต๊อบ! โห... ไม่เจอกันตั้งนาน พี่สบายดีนะครับ” นรภัฏเอ่ยทักทายน้ำเสียงยินดี แม้ภาณุวัฒน์จะแอบมากระซิบเรื่องนัดหมายสังสรรค์ไว้ล่วงหน้าบ้างแล้วก็ตาม“สบายดีไอ้เสือ... พี่ล่ะคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าคนอย่างแกจะยอมสละโสด ทิ้งลายเสือมาแต่งงานแต่งการกับเขาด้วย” เอกรินทร์ตบไหล่รุ่นน้องเบาๆ ด้วยความเอ็นดู“โธ่พี่... ถ้าเจอคนที่ ใช่ จริงๆ ผมก็ไม่อยากจะรออะไรแล้วครับ ยังไงงานแต่งของผม พี่ต้องมาร่วมงานให้ได้นะครับ”“ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ว่าแต่เจ้าสาวของแกไปไหนเสียละ”“วันนี้พริมพาฝ้ายออกไปลองชุดแต่งงานน่ะครับ เดี๋ยวช่วงบ่ายๆ ก็คงจะกลับเข้ามา” นรภัฏตอบพลางนึกถึงใบหน้าหวานของปภาวรินทร์ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ แค่เพียงจินตนาการหัวใจของเขาก็พองโตด้วยความโหยหา“พี่ไม่คิดเลยนะว่ายัยฝ้ายจะปราบเสืออย่างแกจนอยู่หมัดได้แบบนี้” เอกริ
หลายวันต่อมาบรรยากาศในออฟฟิศวันนี้ดูจะอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความรักจนพนักงานหลายคนสัมผัสได้ เมื่อร่างสูงสง่าของท่านรองจูงมือเลขาฯ สาว ก้าวเข้ามาในบริษัทอย่างเปิดเผย สายตาคมกริบที่เคยดูดุดัน บัดนี้กลับฉายแววอ่อนโยนยามที่เขาก้มลงมองหญิงสาวข้างกาย พนักงานหลายคนต่างพากันอมยิ้มและส่งเสียงทักทายเธออย่างเป็นกันเองทั่วหน้าความรักที่เปิดเผยอย่างสง่างามของนรภัฏและปภาวรินทร์ กลายเป็นกระแสวิจารณ์ในทางบวกที่ช่วยปรับเปลี่ยนทัศนคติของคนในออฟฟิศได้อย่างรวดเร็ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีเสียงซุบซิบหนาหูว่าคนอย่างนรภัฏชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ คงไม่มีทางที่จะลดตัวมาลงเอยกับเลขาฯ สาวฐานะธรรมดาๆ ได้ เพราะดูอย่างไรก็ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงหลังเลิกงานปภาวรินทร์ตรวจเช็กความเรียบร้อยของตัวเองในกระจกอีกครั้งด้วยความประหม่า หัวใจดวงน้อยเต็นรัวเมื่อนึกถึงนัดสำคัญในเย็นนี้ นรภัฏขับรถพาเธอออกจากบริษัท มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์หลังโตที่มีรั้วรอบขอบชิด ทันทีที่รถหรูชะลอตัวลงหน้าบ้าน เด็กรับใช้รีบกุลีกุจอมากดรีโมทเปิดประตูบานใหญ่ขานรับการมาเยือนของเจ้านายหนุ่มทันทีปภาวรินทร์มองไปรอบๆ บริเวณบ้านด้วยค
ตอนที่ 22 สอนรักเลขาฯ NC“ฝ้ายครับ พี่มีความสุขมากเหลือเกิน”“ฝ้ายก็มีความสุขค่ะ ถึงแม้จะเจ็บปวดบ้างก็ตาม แต่ฝ้ายก็เต็มใจ”“พี่ขอโทษ ที่ทำรุนแรงกับฝ้าย แต่พี่อดใจไม่ไหวทุกครั้งเลย”“ไม่เป็นไรค่ะ ฝ้ายอยากให้พี่มีความสุข” ประโยคเดียวกันแต่ดูเหมือนว่าจะเข้าใจกันคนละความหมายเพราะตอนนี้นรภัฏเริ่มขยับสะโ
ตอนที่ 24 หึงดีมั้ย“คุณนรภัฏคะ คุณอะเล็กซานดรามาขอพบค่ะ” วิชชุดากดอินเตอร์คอมเพื่อบอกเจ้านาย“เชิญครับ” อะเล็กซานดราสวมชุดเดรสเกาะอกกระโปรงผ่าหน้าสูงลิบเกือบถึงโคนขาอ่อน โชว์ความเซ็กซี่ยั่วยวน หญิงสาวยิ้มกว้างเมื่อเดินเข้ามาในห้อง“สวัสดีค่ะคุณภัฏ วันนี้ซาซ่าผ่านมาทางนี้เลยแวะมาเยี่ยม กะว่าจะมาชวน
ตอนที่ 23 ความคิดถึงมันห้ามไม่ไหวเช้านี้ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นบนหัวนอน ปลุกให้ชายหนุ่มตื่นมารับสาย จากน้องสาวที่โทรมาถามเขาด้วยความเป็นห่วง เพราะเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้วที่พี่ชายเดินทางมาดูงานกับบริษัทคู่ค้าพร้อมเลขาฯ ของเธอ“สวัสดีค่ะ พี่ภัฏ เป็นไงบ้างคะ งานราบรื่นดีมั้ย”“ก็โอเคนะ ไม่ได้มีปัญหาอะไร
ตอนที่ 19 เลียให้ล้ม แล้วเขย่มแท่งรัก NCปภาวรินทร์นั้นสุขจนล้น เมื่อเขาขยับกายเข้าออกทุกจังหวะสอดประสาน เรียกเสียงครางกระเส่า ครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วเธอก็กรีดร้องอย่างสุขสมอีกครั้ง“พี่ภัฏขา ฝ้ายขออยู่บ้างบนบ้างสิ” สิ้นคำขอหญิงสาวก็รีบพลิกร่างตัวเองขึ้นไปอยู่บนร่างของชายหนุ่มในท่าคาวเกิร์ล นรภัฏนอ







