เข้าสู่ระบบ
“หาเจ้าสาวเกิดวันที่ 9 เดือน 9 เวลา 09.09 น.”
คำพูดของซินแสหลี่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเฟิ่งหวง ซีอีโอหนุ่มผู้ได้ชื่อว่าเป็นชายหนุ่มที่ทั้งหล่อ รวย อิทธิพลล้นเมือง และไม่เคยเชื่อเรื่องดวงชะตาแม้แต่นิดเดียว
แต่วันนี้เขากลับนั่งขมวดคิ้วอยู่ในบ้านคาแพงรู้สึกเหมือนตัวเองถูกบังคับให้ทำเรื่องไร้สาระที่สุดในชีวิต
“ผมทั้งหล่อทั้งรวยทั้งมีครบทุกอย่างในชีวิต แล้วทำไมผมต้อง หาผู้หญิงตามวันเดือนปีเกิดมาแต่งงานเพื่อเสริมดวงด้วย”
เขาพึมพำด้วยความหงุดหงิด พลางนึกถึงเหตุผลที่ทำให้เขาต้องมาพบซินแสตั้งแต่เช้า กาสิโนกำลังเจอปัญหาหนักจากคู่แข่ง ความเชื่อของผู้ใหญ่ในบ้านกดดันให้เขาต้องแก้เคล็ดด้วยวิธีแต่งงาน
แถมยังเป็นผู้หญิงเกิดวันที่ 9 เดือน 9 เวลา 09.09 น. เป๊ะราวกับจะสร้างตัวละครในนิยายแฟนตาซี ชายหนุ่มถอนหายใจแรง
“จะบ้าตายฉันไม่ได้ขาดแคลนผู้หญิงถึงขนาดต้องเดินหาคนเกิดนาทีทองมาแต่งงานนะ!”
“แต่ลูกต้องแต่ง เกิดตายขึ้นมาใครจะมาดูแลกาสิโนเราหาวิธีป้องกันดีกว่าแก้นะ” จีน่ามารดาของเขานั่งลงที่โชฟา มีลูกชายเพียงคนเดียวไม่ยอมให้ลูกเป็นอะไร สามีก็ชิ่งหนีตายจากเสียก่อน
“มามี้เชื่อเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอครับไร้สาระสิ้นดี”
เขาเกิดและโตที่ต่างประเทศจึงไม่ค่อยเชื่อเรื่องแบบนี้ แต่รู้ว่าคนจีนส่วนใหญ่มักเชื่อซินแส ตอนที่เขาเข้ามารับตำแหน่งเขาไม่เชื่อเช่นกัน แต่ไม่เคยลบหลู่ความเชื่อของใคร
“ไม่รู้แหละลูกต้องแต่งงานเท่านั้น”
“ผู้หญิงที่อยู่ไกลแสนไกลคนละเผ่าพันธุ์คนละภาษา ไกลแสนไกลไม่รู้ชาติหน้าหรือเปล่า” เฟิ่งหวงถอนหายใจอย่างหงุดหงิด
“ต๊าย ปากไม่ดียังไงมามี้ต้องหาว่าที่เจ้าสาวของลูกให้เจอ” คนเป็นแม่ยกพัดขึ้นตีแขนลูกชายเบาๆ พลางถอนหายใจหนักอย่างสุดจะทนกับความดื้อด้านของเขา
“ถ้าเจอเมื่อไหร่ผมจะแต่งงานด้วย แต่ชาตินี้คงหาไม่เจอแล้วครับ ผมขอตัวไปดูงานก่อนนะครับ”
“เจ้าลูกคนนี้ปากแบบนี้ไงถึงไม่มีเมียสักทีอายุสามสิบกว่าละ”
เพิ่งหวงหัวเราะนิดๆ เดินล้วงกระเป๋าผ่านโถงคฤหาสน์หรู เขาไม่ใช่คนเชื่อดวง หรือเชื่อซินแสเลยสักนิด แต่เหตุการณ์ช่วงหลังที่ทุกอย่างในบริษัทสะดุดพร้อมกันทำให้เขาเริ่มตระหนัก
ปากเพิ่งหวงคาบบุหรี่ไว้หลวมๆ ควันสีขาวลอยคลุ้งรอบใบหน้าคมดุ มือใหญ่สวมถุงมือหนังสีดำกำวัตถุสีดำชิ้นนั้นไว้มั่นคง ริมฝีปากขยับเล็กน้อยเหมือนกำลังกลั้นอารมณ์
สายตาของเขาเย็นเฉียบเย็นเสียจนห้องทั้งโกดังเหมือนอุณหภูมิดิ่งลง อดีตลูกน้องคนนั้นนั่งคุกเข่า ตัวสั่นเทาเหมือนจะขาดใจตายได้ทุกวินาที
“ผะ ผมบอกไปหมดแล้วครับหัวหน้า ผมสาบานไม่มีอะไรปิดบังแล้วจริงๆ”
เพิ่งหวงก้มหน้ามองเขาช้าๆ ดวงตาคมเข้มใต้เงาควันบุหรี่เต็มไปด้วยความผิดหวัง เสียงของเขาเย็นและเรียบนิ่งจนคนฟังขนลุกซู่
“กูเลี้ยงมึงไม่ดีพอสินะ”
“ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับ! ผมแค่เอาข้อมูลบางส่วนไปเท่านั้น!” ชายคนนั้นร้องแทบขาดใจ “ช่วยผมด้วยเถอะครับ ผมไม่ตั้งใจ!”
“ข้อมูลบางส่วนที่มึงเอาไปทำให้คนของกูเกือบตายทั้งทีม” เขาหัวเราะในลำคอแผ่วๆ ทั้งที่ดวงตาไม่นิ่งเลยสักนิด
“ผมขอโทษครับ”
“ถือว่ากล้ามากกูจะให้มึงตายแบบไม่ทรมาน”
“อย่า...”
ปัง!
เสียงปืนนั้นก้องสะท้อนทั่วโกดัง ร่างของชายคนนั้นทรุดลงทันทีควันปืนยังไหลเอื่อยจากปลายกระบอกในมือเพิ่งหวง
เขาเหยียบก้นบุหรี่ลงกับพื้น หันหลังให้ร่างไร้ลมหายใจนั่นโดยไม่แม้แต่หันกลับไปมอง ลูกน้องที่ยืนรออยู่ด้านหลังรีบโค้งศีรษะต่ำ
“เก็บให้เรียบร้อย อย่าให้เหลือร่องรอย”
“ครับ!”
เพิ่งหวงเดินออกจากโกดังด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ลูกน้องรอเปิดประตูรถให้ เขายื่นปืนให้มือขวาคนสนิทก่อนจะถอดถุงมือโยนทิ้ง
“มาดามจีน่ายังไม่หยุดหาผู้หญิงตามที่ซินแสบอกเลยครับ” อี้เฉินขึ้นมานั่งข้างคนขับและรายงานทุกอย่างให้เจ้านายรับทราบ
“ปล่อยให้หาไปผู้หญิงหรือนางฟ้าถึงได้เกิดวันนั้น ถ้าเจอฉันจะยกมือไหว้เลย” เพราะเขามั่นใจว่าอย่างไรแม่ก็ไม่มีทางหาผู้หญิงคนนั้นเจอ
“รายงานกาสิโนวันนี้เหมือนเดิมเลยครับ” เจียห่าวที่เป็นสารถีขับรถเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“มันต้องมีช่วงขาลงบ้างแหละวะ”
เขาคิดแบบนี้เสมอแต่ยอมรับว่ากาสิโนในมาเก๊าของเขาไม่เคยตกต่ำถึงขนาดนี้มาก่อนจนต้องเพิ่งซินแส แต่ทำให้เขาหงุดหงิด
“ของที่อื่นไม่เป็นแบบนี้เลยนะครับ”
“พอไม่ต้องพูด หาผู้หญิงมาให้ฉันด้วย”
“ครับ”
ภายในห้องสวีตของโรงแรมสุดหรู แสงไฟสีอุ่นสะท้อนผิวเนียนของหญิงสาวที่ยืนอยู่กลางห้อง ชุดคลุมไหมหลุดรุ่ยเผยให้เห็นสัดส่วนบางส่วนอย่างไม่ตั้งใจ เธอบิดตัวไปมาอย่างประหม่า เหมือนกำลังลังเลว่าจะกล้าเข้าใกล้เขาหรือไม่
เฟิ่งหวงนั่งอยู่ปลายเตียง สูทสีดำยังไม่ทันปลดกระดุม ดวงตาคมเข้มจ้องเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกว่าเรียบนิ่งหรืออันตราย
“เข้ามาใกล้ๆ” เขาพูดเสียงต่ำ พร้อมยกมือขึ้นกวักน้อยๆ
เพียงจังหวะนั้นหญิงสาวก็เหมือนจะถูกดึงดูด เธอแทบจะก้าวพรวดเข้าหาเขาโดยไม่รอให้เขาเรียกซ้ำ หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดจากอก
“ให้เหมยหลิงดูแลคุณหลงคืนนี้นะคะ” เธอส่งสายตาออดอ้อน ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ขึ้นเตียงกับเขา พอเห็นเขาพยักหน้าเธอไม่รอช้ารีบปลดเข็มขัดตามด้วยกระดุมกางเกงทันที
นางแบบสาวเมื่อเห็นสิ่งที่ล่อตาล่อใจถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ เพราะมันใหญ่มากมือบางกำรอบเอ็นร้อน ปากบางค่อยๆ โลมเลียหัวสีชมพูก่อนจะอมเข้าไปทั้งปาก
“อืม” เขาครางออกมาเล็กน้อยแหงนหน้าขึ้นมองแชนเดอเรีย ปลดปล่อยอารมณ์ที่เหนื่อยล้ามาทั้งสัปดาห์ แต่ก่อนที่จะทำอะไรมากกว่านั้นประตูเปิดออกกว้าง
ปัง
“กรี้ดดดดดด”
“เฮ้ย เข้ามาได้ยังไง” เฟิ่งหวงรีบผลักผู้หญิงคนนั้นออกแล้วคว้าปืนมาจ่อที่คนเข้ามาใหญ่ เขากวาดสายตามองน่าจะเป็นพนักงานของที่นี่
“เปล่าค่ะ...” พรพระจันทร์ส่ายหน้ารัวๆ ยังคงตกใจกับภาพที่เห็น เธอถูกไว้วานให้ขึ้นมาทำความสะอาดห้องข้างบนไม่คิดว่าจะมีคนอยู่
“พูดอังกฤษสิ” เขาฟังไม่เข้าใจคนตรงหน้าน่าจะเป็นชาวต่างชาติ
“คือ...”
แกร็ก
“ไม่ตอบฉันยิง! เงยหน้าขึ้นมา” เขาสั่งเสียงเข้มเพ่งเล็งมองป้ายชื่อพนักงานที่ติดไว้ Baobao เขาถึงกับขมวดคิ้วก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาวเข้าอย่างจัง
พอหญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเข้ากับดวงตาคมลึกของเพิ่งหวง ทุกอย่างรอบตัวเหมือนหยุดนิ่งไปชั่ววินาทีเดียว แสงจากโคมไฟเหนือศีรษะสะท้อนดวงตาของเธอจนเป็นประกาย เขากลับละสายตาไม่ได้สักเสี้ยววินาที
เพิ่งหวงรู้สึกเหมือนหัวใจกระแทกอกแรงขึ้น แบบที่เขาไม่รู้จักไม่เคยเกิดขึ้น และไม่ควรเกิดกับคนอย่างเขา จนเขาต้องสะบัดศีรษะ
“ต๊ายแล้วเป่าเปาฉันบอกให้เข้ามาห้อง 196 ไม่ใช่ 169 ต้องขอโทษคุณลูกค้าด้วยนะคะพอดีพนักงานเพิ่งเข้ามาทำงานค่ะ”
“เอ่อ ขอโทษค่ะ” พรพระจันทร์รีบเอ่ยเป็นภาษาจีนทันที
“ไม่ได้เรื่องใครมันโง่รับคนไม่มีสมองเข้ามาทำงาน”
“ต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ”
“ไล่ออกไปซะ อย่าให้ฉันเจอหน้าอีก” เขาพูดชัดถ้อยชัดคำก่อนจะโบกมือให้คนนอกออกไป มาตรฐานโรงแรมของเขาตกต่ำถึงขนาดนี้เลยหรือถึงได้รับพนักงานไม่มีสมองเข้ามา
“อย่าเครียดเลยนะคะเดี๋ยวเหมยหลิงช่วยคุณผ่อนคลายเอง”
แต่จนแล้วจนลอดเขาไม่ลืมใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นได้เลย เหมือนเวทมนตร์คอยสะกดจิตใจของเขาให้นึกถึงแต่ใบหน้าหวานๆ น่ารักราวกับตุ๊กตา เพียงแค่นึกถึงชื่อเขาเกิดหน้าแดงขึ้นมา
"เป่าเปา" (宝宝 - bǎobǎo) ในภาษาจีนกลางแปลว่า เบบี้, สมบัติล้ำค่า ความหมายใกล้เคียง ที่รัก ,ของรักของหวง
“เฮ้ย! ลูกมึงหอมแก้มลูกสาวกู” เสียงเฟิ่งหวงตะโกนลั่นสนามหญ้า จนเด็กๆ ที่กำลังเล่นกันอยู่พากันสะดุ้ง หันมามองผู้ใหญ่ตาแป๋ว“เบาๆ หน่อย ลูกกูตกใจหมดแล้วเนี้ย” เสิ่นเว่ยเจี้ยนส่ายหน้า ก่อนจะรีบก้มลงปลอบลูกชายที่ทำหน้างงๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงโวยวายกันใหญ่โต“เฟิ่งซินอย่าไปอยู่ใกล้พวกนี้นะลูก” เขารีบเดินไปอุ้มลูกสาววัยสองขวบขึ้นมา ทำท่าระวังภัยราวกับเจอศัตรูตัวฉกาจ“จางเว่ยน่ารักหนูหอมไม่ได้เหรอคะ” เฟิ่งซินมองหน้าพ่อ ก่อนจะเอียงคอเล็กน้อยตาใสแจ๋ว คำถามไร้เดียงสาทำให้คนเป็นพ่อชะงักไปครู่หนึ่ง“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ลูกสาวมึงหอมแก้มลูกชายกูวะ!” เสิ่นเว่ยเจี้ยนหัวเราะลั่นอย่างถูกใจ มือกอดท้องเหมือนดูละครตลกเรื่องโปรด“ไอ้เว่ยเจี้ยน!” เขาหันไปค้อนเพื่อนอย่างไม่พอใจ“เฟิ่งซิน เราไปเล่นกับพี่เฟิ่งหยางดีกว่า” จางเว่ยเด็กชายตัวน้อยยิ้มกว้าง ก่อนจะเดินมาจับมือเฟิ่งซินอย่างเป็นธรรมชาติเฟิ่งซินพยักหน้าทันทียอมปล่อยให้พ่ออุ้มลง แล้วเดินตามจางเว่ยไปอย่างว่าง่าย สองเด็กน้อยหัวเราะคิกคัก มือเล็กๆ จูงกันไปหาเฟิ่งหยางที่กำลังก่อปราสาททรายอยู่ไม่ไกลปล่อยให้ผู้ใหญ่สองคนยืนจ้องกันตาเขม็งอีกคนหวงลูกจนออกนอกหน้า
หลงเฟิ่งหยางลูกชายวัยสองขวบของเฟิ่งหวงกับพรพระจันทร์ เริ่มแสดงอาการหวงแม่ อย่างออกหน้าออกตา ตั้งแต่รู้ความได้ไม่นาน บ้านทั้งหลังแทบไม่มีช่วงเวลาที่สองสามีภรรยาจะได้นั่งใกล้กันตามลำพังเลย“อันนี้มี้ของหนู” เสียงใสๆ ดังขึ้นทันทีที่เฟิ่งหวงขยับมานั่งใกล้ภรรยา“รู้แล้ว เรามาทีหลังหัดรอบ้าง” เขาตอบหน้าตาย มือยังไม่ทันได้แตะตัวพรพระจันทร์ดีนัก“ม่ายยย มี้ของหนู!” เด็กน้อยร้องเสียงดัง ก่อนจะรีบวิ่งต้วมเตี้ยมมาปีนป่ายขึ้นไปนั่งบนตักของแม่อย่างคล่องแคล่วเกินวัย“ไม่ร้องนะ ปะป๊าล้อเล่นครับ” เธอรีบกอดลูกชายไว้ คอยห้ามศึกพ่อกับลูกที่ปะทุขึ้นแทบทุกวัน“ยักมี้” เด็กน้อยกอดแม่แน่น ซุกหน้าลงกับอกเล็กน้อย แล้วเงยหน้าขึ้นไปมองพ่อด้วยสายตาเยาะเย้ยอย่างออกหน้าออกตา“ฉันมาก่อน ย๊ะ” เขาชะงักก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นสูง“คุณเฟิ่งหวง! ลูกล้อเล่นนะคะ” เธอเอ็ดเสียงเบา แต่แววตายังขำกับท่าทางงอนง้ำของสามี“เรารักกันมาตั้งกี่ปี เจ้านี่มาแค่สองปีกลับได้ใจ รักแท้แพ้สูติบัตร ชิ”เขาทำหน้ามุ่ยกอดอกแน่น มองลูกชายด้วยสายตาเหมือนคู่แข่งตัวฉกาจ มากกว่าจะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง“มี้คับ หยางหยางหิว” เด็กน้อยลูบหน้าท้องป่อง
ตอนเช้าเฟิ่งหวงเดินลงมาที่ห้องอาหารอย่างคุ้นเคย ราวกับที่นี่คือบ้านของตัวเอง เขาดึงเก้าอี้ข้างเฉินลี่หมิงแล้วนั่งลง ก่อนจะยักคิ้วให้ยียวน“มึงมาทำอะไร” เฉินลี่หมิงหันมาถามเสียงห้วน“อะ แฮ่ม” เฉินลี่หยางกระแอมขึ้นเป็นเชิงเตือน“นายมาทำอะไรที่บ้านฉัน” เฉินลี่หมิงจำต้องเปลี่ยนสรรพนามทันทีเมื่อเห็นสายตาพ่อ“ไม่ได้มาแต่เช้า แต่มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว” เขายิ้มกวนๆ“คุณพ่อดูมันทำ!” เฉินลี่หมิงหันไปฟ้องทันที“ลี่หมิงนั่งลงดีๆ” เฉินลี่หยางเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น“พ่อคงไม่ได้ดีใจจนเนื้อเต้นหรอกนะ ที่ได้มันมาเป็นลูกเขย” เฉินลี่หมิงประชดสีหน้าไม่พอใจชัดเจน“ลี่หมิง!” เฉินลี่หยางเสียงเข้มขึ้น“ถ้ามันไม่มีอำนาจ พ่อคงไม่สนใจมันหรอกใช่ไหม ชิ” ชายหนุ่มพูดทิ้งท้าย ก่อนจะลุกพรวดเดินออกจากห้องอาหารไปเหมือนเด็กที่งอแงไม่สมใจบรรยากาศบนโต๊ะเงียบลงทันที เฟิ่งหวงเหลือบมองตามแผ่นหลังนั้นก่อนจะถอนหายใจเบาๆ นิสัยที่แท้จริงของอีกฝ่ายก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดไว้“ขอโทษคุณหลงด้วยนะครับ ผมตามใจเขาตั้งแต่เด็ก”“ผมอยากจะคุยเรื่องหนูจ๋า คุณพ่อทราบดีนะครับว่าผมกับหนูจ๋าเราจดทะเบียนสมรสกันแล้ว วันนี้ผมจะขอหนูจ๋าจากคุณพ
เฟิ่งหวงนอนเอกเขนกอยู่บนเตียงคนไข้ สีหน้าบูดบึ้งราวกับเด็กถูกขัดใจ ตั้งแต่เช้าเขาก็ประท้วงไม่ยอมให้แม่เข้ามาดูแล แถมยังไม่ยอมแตะอาหารแม้แต่นิดเดียว“กินข้าวก่อนเถอะลูก” จีน่าพูดเสียงอ่อน“ไม่กิน ถ้าหนูจ๋าไม่มาผมก็ไม่กิน” เขาหันหน้าหนีทันที“ดื้อจริงๆ โตขนาดนี้แล้วยังเอาแต่ใจ” จีน่าถอนหายใจยาว มองลูกชายอย่างรู้ทัน “มามี้กลับไปได้แล้วครับ” “มีเมียแล้วลืมมามี้เลยนะ รู้แบบนี้ไม่หาเมียให้ก็ดี” “ถ้าไม่หาให้จะได้ลูกสะใภ้ที่ถูกใจแบบนี้เหรอครับ” “มามี้กลับก็ได้” จีน่าเก็บของกลับบ้านทันที ปล่อยให้ลูกชายทำคะแนนต่อไปสุดท้ายคนที่แพ้ทางก็ไม่ใช่ใครอื่นพรพระจันทร์ถูกตามตัวมาอย่างเลี่ยงไม่ได้“เรียกหนูจ๋ามาทำไมคะ” เธอถามเสียงเรียบ แต่ก็ยังเดินเข้ามาใกล้เตียง“ก็อยากให้เธอมาดูแลไง” เขาหันมายิ้มทันที สีหน้าป่วยๆ เมื่อครู่หายไปเกือบหมด“คุณก็รู้ว่าหนูจ๋าต้องดูแลคุณพ่อ”“ไอ้เฉินลี่หมิงมันไม่คิดจะมาดูแลหรือไง” เขาถามยอกย้อนขัดใจที่ตอนนี้เขากลายเป็นคนไม่สำคัญไปแล้ว“คุณนี่…กินยาก่อน” เธอส่ายหน้า ก่อนจะหยิบแก้วยาและเม็ดยาขึ้นมา“ไม่กินเจ็บมือ” เขาตอบไวพร้อมยกแขนที่พันผ้าพันแผ
พรพระจันทร์อยู่เฝ้าดูแลเฉินลี่หยางไม่ห่าง ส่วนเฉินลี่หมิงก็เริ่มเข้าไปเรียนรู้งานอย่างจริงจัง ชีวิตค่อยๆ ดำเนินไปอย่างเงียบสงบ เฟิ่งหวงก็หายเงียบไปอย่างไร้ร่องรอยก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความเงียบในห้องพักผู้ป่วย พรพระจันทร์วางหนังสือลง“หนูไปดูเองค่ะ” เธอลุกจากเก้าอี้เดินไปเปิดประตูทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร รอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าของเธอก็หุบลงในพริบตาเฟิ่งหวงยืนอยู่ตรงหน้ามือหนึ่งถือกระเช้าผลไม้ ก่อนจะก้าวผ่านเธอเข้าไปในห้องราวกับเป็นเจ้าของสถานที่“สวัสดีครับคุณพ่อผมมาเยี่ยม”“สวัสดีครับคุณหลง เอ่อ เรียกผมแบบนี้ผมยังไม่ค่อยชินเลย” เฉินลี่หยางสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรีบยกมือรับไหว้ด้วยท่าทางเกรงใจ“คุณพ่อมีลูกชายแค่คนเดียวนะคะ” หญิงสาวเพียงคนเดียวในห้องเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ แต่แฝงความหมายชัดเจน“ผมเป็นลูกเขยครับ” เขาหันมายิ้มให้เธอเล็กน้อย ก่อนจะตอบหน้าตาเฉยชายหนุ่มนั่งลงข้างเตียงอย่างถือวิสาสะวางกระเช้าผลไม้ไว้ข้างตัว แล้วส่งยิ้มสุภาพให้คนป่วย“ผมว่า…” เฉินลี่หยางกำลังจะพูด แต่ถูกอีกฝ่ายแทรกขึ้นมาก่อน“ผมรักลูกสาวคุณพ่อครับ”คำพูดนั้นดังชัดถ้อยชัดคำพรพระจันทร์นิ่งค้าง หัวใจเต
เฟิ่งหวงเดินมาถึงมุมพักผ่อนชั้นล่างของโรงพยาบาล ตามที่เสิ่นเว่ยเจี้ยนบอกไว้ แต่เท้ากลับหยุดชะงักทันทีเมื่อเห็นร่างบางที่คุ้นตานั่งอยู่ตรงนั้นหัวใจเขากระตุกวูบมือที่กำแน่นคลายแล้วกำใหม่ เขาไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้ ความดื้อรั้นกับศักดิ์ศรีฉุดรั้งขาเอาไว้“เข้ามาสิ ไปยืนตรงนั้นทำไม” เสิ่นเว่ยเจี้ยนโบกมือเรียกน้ำเสียงเรียบแต่จริงจัง“มึงไม่บอกว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย” เขาเน้นคำว่าคนอื่น อย่างจงใจ ให้หญิงสาวได้ยินชัดเต็มสองหู“มึงตั้งสติก่อนแล้วนั่งลง” เสิ่นเว่ยเจี้ยนขมวดคิ้ว ดึงเก้าอี้ข้างตัวออกมาชายหนุ่มนั่งลงอย่างไม่เต็มใจ สายตาไม่มองพรพระจันทร์ แต่ความตึงเครียดแผ่ออกมาจนแทบหายใจไม่ออก“หนูจ๋ามีธุระค่ะ เชิญพวกคุณตามสบาย” หญิงสาวลุกขึ้นยกยิ้มสุภาพราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น“จะรีบไปหาชู้หรือไง” เขาพูดขึ้นทันทีเสียงเย็นชา ตั้งใจให้เจ็บ“ค่ะ” เธอตอบรับอย่างว่าง่าย แต่แฝงประชดชัดเจน“นี่ เดี๋ยวสิ!” คำตอบนั้นเหมือนค้อนหนักฟาดลงกลางอก เฟิ่งหวงผุดลุกขึ้นทันที“พอแล้วนั่งลง”เขาจะก้าวตามไป แต่เสิ่นเว่ยเจี้ยนยื่นมือรั้งแขนไว้แน่น ทำให้ได้แต่มองตามพรพระจันทร์เฟิ่งหวงถอนหายใจเสียงดังเฟิ่งหวงนั่งกอดอกหน้าบู






![สยบรักวิศวะตัวแรง[ ENGINEER'S SECRET ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
