INICIAR SESIÓN
“ประกาศจับเสือขาล !!”
เสียงผู้ใหญ่ทองกลางลานตลาดของหมู่บ้านทุ่งใหญ่ ชาวบ้าน เด็กน้อยตาใสยันเฒ่าชราตาพร่ามัว กรูเข้าใกล้พลางส่งเสียงกระซิบกระซาบ
“เร่เข้ามา ฟังประกาศ !! เสือขาล โจรใจอำมหิต ได้กระทำการอุกอาจปล้นสะดม ลักพาตัวหม่อมราชวงศ์วนิดา ปรียานนทวงศ์ แอบอ้างเอาเป็นเมียตน ใครพบเห็นให้... ให้...”
เสือสักชะงักเท้าขณะเดินออกจากซ่องนางเอียดเพื่อมาเอาของที่ฝากไว้หลายเดือนก่อน เอี้ยวหน้าไปยังหัวมุมถนนดินแดงที่ซึ่งผู้ใหญ่ทอง ชายวัยสี่สิบต้น ๆ หุ่นผอมเกร็งกำลังถือกระดาษสีน้ำตาลอ่อนในมือที่สั่นเบา ๆ
ผู้ใหญ่ทองกระแอมสองสามครั้ง หางตาเห็นเสือสักยืดตัวเม้มปากนิ่ง สายตาดุจนักฆ่าพร้อมขึ้นไกนก
“เกิดอะไรขึ้น” บุญส่ง ลูกน้องคนสนิทเดินตามมาทันพูดพลางดึงเข็มขัดใส่เข้าที่ แต่งกายไม่ทันเสร็จอารามรีบร้อนตามลูกพี่ใหญ่ออกมา เขาหยุดยืนข้างกัน
“กองสืบสวนนครบาล ตั้งค่าหัว จับเป็นได้เงินรางวัลหนึ่งพันบาท”
เฮ้ย ! ตั้งพันเชียวรึ
จริงหรือเนี่ย เสือขาลของเรานั่นนะ
แต่แม่สาวคนนั้น...
เกิดเสียงดังเซ็งแซ่หวาดหวั่น ต่างมองหน้ากันสีหน้าสงสัยงวยงง
“จับตาย...” ผู้ใหญ่ทองหยุด ขาสั่นแต่ไม่เท่าน้ำเสียงที่เปล่งออก “เงินรางวัลห้าพันบาท”
“ไอ้ห่า ตายแน่” บุญส่งเผลอปล่อยมือจากเข็มขัดที่ยังไม่ทันได้สอดเรียบร้อย
“ใช่ตายห่าแน่ ๆ คราวนี้”
เสือสักเอ่ยสมทบปนสบถ นิ่วหน้าเดินผ่ากลางวงคนหลายสิบชีวิต คว้ากระดาษมาจากมือผู้ใหญ่ทองพับยัดใส่กระเป๋ากางเกงผ้าฝ้ายสีเข้ม
“เสือสัก...” ผู้ใหญ่ทองร้องทัก เมื่อเห็นร่างสูงของโจรหมุนตัวกลับทิศ “คราวนี้ของจริง”
โจรหนุ่มไม่ได้หันกลับไปมอง ทว่าทุกสายตาของชาวบ้านทำแผ่นหลังของเขาร้อนผ่าว แต่ไม่เท่ากับไฟร้อนรนข้างใน
ความสงสัยอัดแน่นเต็มทรวงอกเสือสักขณะโหนตัวขึ้นหลังม้า ตะบึงจากไปพร้อมเสียงเล่าลืออึงมี่ของคนในหมู่บ้าน
หรือว่า... เสือขาลจะสิ้นชื่อลงแล้วในครานี้
หากขาดเขา หมู่บ้านแห่งนี้คงขาดคนดีคนหนึ่ง
เงินทองที่เคยถูกแบ่งปันจากการปล้นสะดม คุมเส้นทางของเถื่อนคงหดหาย และพวกเขาอาจกลับไปเป็นชาวนายากจนอีกครั้ง
“ไอ้ขาล มึงถูกหักหลังแล้ว”
เสียงฝีเท้าม้าสะท้อนกึกก้องพงพนาเมืองสิงห์บุรีถิ่นเลื่องชื่อชุมทางโจรแต่ไม่ดังเท่าหัวใจรัวแรงของเสือสักและบุญส่ง
หล่อนคนนั้นถูกส่งมาเป็นเมีย
ทว่า... การกลับตาลปัตร กลายเป็นหอกทิ่มกลางแผ่นหลังของเสือขาล ผู้ซึ่งรับหญิงงามนั้นไว้เพื่อดันอำนาจยันแรงทางการ
เวลานี้เสือสักทั้งสบถก่นด่า สวดมนต์ระลึกคุณครูบาอาจารย์ สิ่งศักดิ์ สิทธิ์ช่วยปกปักษ์เสือขาล และบ้านวังน้ำใสแห่งนี้
ขอรอดพ้นจากเงื้อมมือของผู้ที่คิดเอาหัวของหัวหน้าโจรหนุ่ม
หนทางเลือกมีเพียงสอง…
ส่งหญิงสูงศักดิ์กลับไปทั้งที่ราคีอาบเคลือบตัว
หรือฮึดสู้ รั้งตัวหม่อมราชวงศ์ให้อยู่คู่เสือขาลไปอีกตราบนาน
แต่ไม่ว่าเลือกทางใด… เสือขาลย่อมไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
“ผิดแล้วโจรขาล” เธอกัดกรอบเคี้ยว “กลับมาจากปีนังก็ดั่งกรงขัง”เสือขาลเกือบตบปากตัวเอง เขาไม่ควรเอ่ยขึ้นมาในเมื่อรู้ทั้งรู้ แต่ประโยคถัดมาเรียกความสนใจจากเขาไม่น้อย“แต่อย่างฉันหรือจะยอมง่าย ๆ” เธอหยุดนิ่งมองไปทางโรงงิ้ว “ไปดูได้หรือไม่” เธอเขย่ามือเขาแรง ๆ ก่อนจะเป็นฝ่ายลากคนร่างสูงใหญ่ไปข้างหน้า เธอก้มลงมองหาที่นั่ง“ไอ้จ้อย” เสือขาลตะโกนเรียก “มึงถอดเสื้อออกมาปูให้เมียกู”“ลูกพี่...” จ้อยเสียงอ่อนแต่ยอมถอดแต่โดยดีปูรองบนพื้นดิน ก่อนพาตัวเองไปนั่งเยื้องข้าง ๆ อมยิ้มที่เห็นลูกพี่มีความสุข“ดูมึงเป็นเอามาก” สักพูดลอย ๆ หย่อนตัวลงนั่งแล้วดึงลดาวัลย์นั่งตักตัวเองแทน โก่งคิ้วให้เพื่อน“ใครกันแน่” เสือขาลส่ายหน้าดึงมือวนิดาให้นั่งลงจึงถามต่อ “ยังเล่าไม่จบเลย หล่อนไม่ยอมง่าย ๆ ทำอะไร”เธอเอี้ยวคอกลับไปมอง ยิ้มกว้าง “แอบไปเล่นละครเวทีเสียเลย ฉันไม่ได้แกล้งพ่อดอกนะ อยากแสดงโดยใจจริง”“แล้วชอบไหมแสดงล
ยามเย็นของพระนคร ดวงโคมจากแสงถนนสมัยใหม่นำความเจริญมาสู่เมืองกรุง ถนนดินเริ่มลาดยางในบางเขตอัดแน่นจนไร้ฝุ่นชนกานต์เลี้ยวรถคันดำเข้าสู่ภายในรั้ว ผ่านทิวไม้สวนสวยของวังปรียาวงศ์พลางขบคิดถึงเรื่องน้องสาว จนมองเห็นมารดายืนนิ่งอยู่ใต้ต้นคูณจึงหยุดล้อ เขาลงจากรถก้าวไปทางมารดาที่หันมองเพียงแวบเดียวก่อนยกมือปาดน้ำตา“วันนี้กลับเร็ว” เสียงหม่อมอภิรดีเบาแผ่ว“ครับ อยากกลับมาเจอคุณแม่ให้เร็วสักหน่อย” ชนกานต์เข้าประเด็น สองมือล้วงกระเป๋ากางเกง แหงนหน้ามองต้นคูณดอกอร่าม “เจ้านิดเขาชอบดอกคูณ สมัยเด็กก่อนไปคอนแวนต์เป็นต้องร้อยมงกุฎสวมหัว”หม่อมอภิรดียิ้มบางก้มลงหยิบช่อเหลืองนำมาคล้องต่อกันเป็นวงกลม “ทุกอย่างล้วนเป็นความผิดแม่ ถ้าแม่ไม่ถูกโจร...”ชนกานต์รีบจับมือมารดาบีบแน่น อภิรดีแหงนศีรษะมองหน้าลูกชายเริ่มน้ำตาคลอ เขาดึงช่อมงกุฎดอกคูณในมือเหี่ยวชราขึ้นสวมศีรษะของมารดา“ไม่ใช่ความผิดคุณแม่หรือใครหรอกครับ ทุกอย่างเกิดจากฟ้าลิขิต”“ฟ้าลิขิต” เธอทอดเสียงในลำคอ“ครับ ท
บ่ายคล้อยจนแดดรอนเคลื่อนตัวต่ำ ขณะสายลมหนึ่งพัดเอาเส้นผมนุ่มของหญิงพระนครระกรอบหน้าดอกคูณปลิดร่วงโปรยลงกลางตักหญิงสาว… เสือขาลนอนหนุนตัก เหมือนหาใบบังแดดให้ใจตนเอง เขาเหยียดขาหนึ่งข้างสบายอุราแต่คงเป็นวนิดาดอกที่เมื่อยขบทั้งเหน็บชาจากร่างหนักที่หนุนนอน“พี่ขาลเมื่อยหรือไม่” เธอแสร้งเอ่ยถาม“อืม... ไม่เลยกำลังพอดี”โจรขาลหันหน้าไปทางท้องน้อย ลอบดมกลิ่นหอมรวยริน จมูกซุกผ้านุ่ม วงแขนโอบเอวเล็กไว้แน่น“แต่ฉันเมื่อยจะแย่แล้ว ท่อนขาเป็นเหน็บชา” เสียงหวานกระเง้าเล็กน้อย เขาขยับเปลือกตาขึ้น ชันแขนลุกจนใบหน้าเท่ากัน เธอหน้าแดงซ่านหลบสายตากรุ้มกริ่ม“นอกจากเป็นโจรเถื่อน คงบริหารเสน่ห์มาไม่น้อย” เธอเบือนหน้าไปอีกด้าน เปิดโอกาสให้ขอบปากอุ่นจดลงแก้มนุ่ม “พี่ขาล อายเขา”มือคล้ำเข้มจับเธอให้หันกลับมาแตะขอบปากกันเบา ๆ พึมพำทั้งมองตาเยิ้ม “อายกระไร ผัวเมียหยอกกัน ใครลองกล้าแอบมอง ฉันจะยิงลูกตา”“ฮึ ! อย่างน้อยก็อายฟ้าดิน... อุ๊ย !”ว
ณ ซ่องนางเอียดเอ้ก อี้ เอ้ก เอ้กกกก...เสียงไก่ในยามเช้าของหมู่บ้านแต่ละที่ไม่เหมือนกัน ที่ซ่องนางเอียดเช่นกัน นั่นคือสิ่งที่เสือแก่นเรียนรู้มาแต่เด็ก กำพร้าไร้พ่อแม่โจรแก่นลุกนั่งเสยผม เหลียวไปด้านหลัง อีสร้อยโสเภณีขาประจำ นอนระทวยหมดแรงจากศึกที่เขากรำทั้งคืนแซะ... กลัดไม้ขีดถูกจุดตามด้วยเสียงสูดควัน กลิ่นไหม้เป็นไอขาวลอยอวล กวัดไกวคล้ายใจของแก่นที่แกว่งแต่แรกเห็นเมียเสือขาล“พี่แก่น” สร้อยผงกหัวมือบางลูบแผ่นหลังโจรหนุ่ม“กูกลับแล้ว” เขาก้มลงหยิบกางเกงสอดขา “ซ่องสร้างเสร็จเร็วดีนี่”“อาทิตย์ก่อนลูกน้องพี่ขาลกำเงินมาให้อักโข” สร้อยพยุงตัวลุกนั่งหยิบผ้านุ่งสวมใส่“มันมาบ่อยไหม ไอ้ขาล ข่าวมันมีเมียแล้ว” แก่นแสร้งถามข่าว ปากคาบบุหรี่ลุกยืนติดกระดุมกางเกง“ปกติพี่ขาลเขาไม่ค่อยมาอยู่แล้ว ยิ่งมีเมียคงข้าวใหม่ปลามัน” สร้อยชะงักมือเงยหน้า “จริงสิ ฉันเกือบลืม วันก่อนผู้ใหญ่สำราญมาค้าง เมาแล้วพูดมาก ไม่รู้จริงเท็จแต่หลุดว่ามีหมายตายพ
เอ้ก อี้ เอ้ก เอ้ก...ตะวันเริ่มทอแสง สิบทิศขันแต่เช้าตรู่ปนเสียงคุ้ยดินใต้ถุนเรือน ลมพัดเรี่ยผิวคลองเป็นระลอกยามเช้าพาไอหมอกเย็นลอยขึ้นเหนือน้ำ วนิดาลืมตา หัวใจเต้นโครมคราม“ขาล...”เสียงหวานเบา เอี้ยวคอไปมองคนข้าง ๆ เขาพาดท่อนแขนบนหน้าอกอย่างเป็นเจ้าของ แว่วเสียงสิบทิศขันปลุกคนทั้งบาง ไอร้อนพุ่งขึ้นใบหน้ายามคิดว่าคนทั้งหมู่บ้านคงรับรู้ทั่วกัน“ตื่นแล้วหรือ” เขาพึมพำดึงร่างเล็กเข้ามากอด มือคลึงทรวงอกเล่น เขาลืมตาเมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับ จ้องดวงหน้าสาดสีระเรื่อหลุบตาหนี“เจ็บหรือ” เขาถามเสียงอ่อนโยน เธอสั่นหน้าช้า ๆ เอียงหน้าหนี อุ้งมือกร้านจับหน้าเธอให้หันกลับมาสบตา “ฉันจะให้ไอ้จ้อยเอาถังไม้ขึ้นมา ต้มน้ำให้อาบ”เธอดึงมือเขาออก เขม่นสายตา “ถ้าทำแบบนั้น คนในหมู่บ้าน...”“ช่างประไร ฉันนอนกับเมีย” เขาหยุด “อายหรือ” ยิ่งเห็นริมฝีปากขบเบา พวงแก้มแดงก่ำ ใจเสือขาลเต้นรัว อยากฝากรักอีกสักครา ทว่าจำใจยอมอดด้วยรู้ว่าคุณหญิงคงยังเจ็บระบม โน้มหน้าจูบเบา ๆ
บนเรือนเสือขาล“ขาล...” เธอหวีดเสียงแหงนลำคอ เสือขาลกระแทกหนัก ๆ เข้าปลอกรัดฉ่ำน้ำ เยื่อบางพรหมจรรย์ขาดสะบั้น“วนิดา...” เขากระเส่าเป็นชื่อเธอ ครางในทรวงอก คำที่อัดแน่นแต่ไม่กล้าล้วงมองว่าจริงหรือไม่วนิดา... หญิงอันเป็นที่รักร่างแกร่งเหยียดสูงร่วมรักเธอดั่งโจรเถื่อนพรากพรหมจารี จับขาเธอบีบแน่นดันชิดอกอวบ ส่งแรงโผนเข้าสู่ร่างของสาวพระนครต่อเนื่องดังตับ ๆ แผ่นไม้กระเทือนใต้ร่าง ทางรักแคบตอดกระชับรัดแน่นเธอทำเขาเจียนบ้า ทุกคราวที่สอดแทรกดั่งเธอล้วงเอาเส้นชีพจรตรงอกซ้ายไปด้วยการบีบกระชับ“อืม...” เขาตาพร่าจมตัวเองลงบดคลึงแนบ ขนอุยร้อยรัดกัน สัมผัสเกิดเสียงกระแทกเนื้อผสานน้ำแฉะ ๆ เขาบีบเคล้นหน้าอกแรง ๆ“ขาล...” เสียงหวานสั่นพร่าเขาเลื่อนมือบีบปากเธอ สอดนิ้วในโพรงปาก โหย่งตัวโจนจ้วง ปล่อยเหงื่อเม็ดโป้งไล่ย้อยลงทรวงอกอวบอิ่ม“ชอบหรือไม่... วนิดา” เสียงเขาเค้นลึก ร่างเล็กผวาจิกเล็บต้นแขนเขาเลือดซิบ เธอส่ายหน้าอย่างดื้อดึงเสือขาลซอยถี่มือดัน
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






