เมียเฮียซัน

เมียเฮียซัน

last updateHuling Na-update : 2025-09-28
By:  Sun SuKumpleto
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
46Mga Kabanata
2.2Kviews
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

ความสัมพันธ์แบบไหนกัน? เป็นแค่ที่ระบาย เป็นตัวสำรอง เป็นคนรับใช้ให้เพื่อนสนิทตัวเอง เป็นเพื่อนไม่ว่าจะทุกข์จะสุข เป็นทุกอย่างยกเว้น 'คนรัก' นี่มันความสัมพันธ์แบบไหนกัน? แต่ที่เเน่ๆ คือเธอไม่อยากเป็นแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว ไม่อยากถูกด้อยค่า และเป็นตัวตลกในสายตาใครต่อใครอีกต่อไป แต่พอถึงตอนจะตัดใจ เพื่อนสนิทกลับอยากเปลี่ยนสถานะตัวเองขึ้นมาเป็น 'ผัว' ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอที่เเสนยุ่งเหยิงนี้ ควรจะไปจบที่ตรงไหนดี?

view more

Kabanata 1

แนะนำเรื่อง/บทนำ

"Ms. Manuela Iriz Ibañez, do you take Mr. Uno Juaquin Urquio to be your lawfully wedded husband, for better or for worse, in sickness and in health, until death do you part?" The priest's words hung heavy, a prelude to a life irrevocably altered. Manuela, her heart a captive bird, knew this wasn't a choice, but a desperate gamble for her brother's freedom. A chilling bargain struck with the enigmatic Uno Juaquin Urquio, a mafia boss whose icy gaze held both danger and a strange, intoxicating allure.

whisper, a breath against her ear, was a stark contrast to the solemnity of the occasion – "The priest is asking you, Manuela." Her eyes darted to the witnesses: Uno's grandfather, a stoic figure, and her seven-year-old brother, a silent plea in his wide eyes.

The priest's patient query, "Ms. Manuela?", broke the tense silence. Her response, a barely audible "I do," was a surrender, a desperate plea whispered against the roaring tide of her fear.

The ceremony, a stark contrast between sacred vows and a clandestine contract, unfolded with a chilling grace. The priest's pronouncements echoed in the cavernous space, the words "husband and wife" a stark reality that felt both alien and inescapable. Then, the kiss – a fleeting touch, a brand of possession, a silent acknowledgment of their precarious arrangement.

Uno's words, a low murmur against her lips, were a cruel twist of fate: "Let's keep this 365-day marriage our secret. And don't worry, kissing you is the least I'll do." The veiled threat, the raw power in his voice, sent a shiver down her spine.

The congratulations were hollow, the celebratory air thick with unspoken tensions. The jarring ring of Uno's phone shattered the fragile illusion of marital bliss. A call from "Mozart," a cryptic reference to a pressing business matter, ripped Uno away from the newly-minted wife he barely knew.

His grandfather's disappointment was palpable, his words laced with concern: "You're leaving, Juaquin? You just got married!" But Uno's response was cold, calculated. "This shipment is crucial, lolo. My wife understands," he said, his gaze locking with Manuela's. Her forced smile, a mask of compliance, hid the turmoil within.

"Of course, i met Uno with this kind of his business and i understand it."

"Are you sure, Manuela?" Don Victorino asked.

"Don't worry about me, lolo, i'm sure my husband will come back to me immidiately, right?" Manuela said as she smiled at Uno who is looking at her with serious look.

The ensuing conversation was a carefully orchestrated performance, a dance of polite deception. Manuela's feigned understanding, her carefully chosen words, were a testament to her desperate situation. Yet, beneath the surface, a silent rebellion simmered.

As the guests departed, Manuela stood alone, the weight of her new identity pressing down on her. Mrs. Manuela Iriz Urquio. The name was a cage, a contract, a year-long sentence to a life she never chose, yet a life that held the promise – however faint – of a love born from the ashes of a desperate bargain.

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
46 Kabanata
แนะนำเรื่อง/บทนำ
ความสัมพันธ์แบบไหนกัน?เป็นแค่ที่ระบาย เป็นตัวสำรอง เป็นคนรับใช้ให้เพื่อนสนิทตัวเองเป็นเพื่อนไม่ว่าจะทุกข์จะสุข เป็นทุกอย่างยกเว้น'คนรัก'นี่มันความสัมพันธ์แบบไหนกัน?แต่ที่เเน่ๆ คือเธอไม่อยากเป็นแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว ไม่อยากถูกด้อยค่าและเป็นตัวตลกในสายตาใครต่อใครอีกต่อไปแต่พอถึงตอนจะตัดใจ เพื่อนสนิทกลับอยากเปลี่ยนสถานะตัวเองขึ้นมาเป็น'ผัว'ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอที่เเสนยุ่งเหยิงนี้ ควรจะไปจบที่ตรงไหนดี?ซันหล่อ ขี้เล่น เจ้าเสน่ห์ หล่อแต่โง่มีอยู่จริง โง่ที่วิ่งตามความรัก จนเผลอเหยียบย่ำคนที่รักตัวเอง "ป๊ากูยังเอาเพื่อนมาทำแม่ให้กูได้เลย ทำไมกูจะเอามึงทำเมียบ้างไม่ได้วะ ? มึงก็ดูอยากเป็นนี่"หมิวขยัน สวย แกร่ง สู้ชีวิต แอบรักเพื่อนสนิทตัวเอง พยายามทำทุกอย่าง เป็นให้หมดแล้วทั้งเพื่อน ที่ปรึกษา คนใช้ส่วนตัว คนคั่นเวลา "ถ้าเขากลับมา มึงว่ากูควรจะต้องอยู่ตรงไหน บอกกูหน่อยได้ไหม"คำเตือนนิยายเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่ง มีเนื้อหาบรรยายฉากร่วมเพศ และพฤติกรรมที่รุนแรงและอาจไม่เหมาะสมของตัวละคร มีคำหยาบคายในบทสนทนาบางช่วงตอนขอนักอ่านทุกท่านโปรดใช้วิจารณญาณในการ
Magbasa pa
คนเอาแต่ใจ
[มายังอะหมิว?]"กำลังค่า มึงรอเป็นไหมหา? กูขี่มอไซด์นะไม่ได้บินไป"[เร็ว ๆ นะเจนร้อน]"มึงก็พาแฟนมึงเข้าร่มสิไอ้ควาย!"เสียงด่าทอดังแข่งกับเสียงความเร็วลม หญิงสาวในชุดนักศึกษากระโปรงปลิวว่อนแต่เธอหาได้สนใจ ใครจะเห็นก็เห็นไปตอนนี้เธอรีบ คนที่กำลังบิดมอเตอร์ไซด์พร้อมกับตะโกนลั่น หลังจากที่เธอนั้นเพิ่งจะสอบเสร็จแต่กลับต้องมาอยู่ในสถาพนี้ เจ้าของใบหน้าสวยเฉี่ยวนั่นก็คือ 'หมิว' ที่ดูรีบร้อนเป็นอย่างมาก นั่นก็เพราะเธอต้องรีบไปหาเพื่อนสนิทที่รถเสียอยู่ในซอยอีกซอยหนึ่ง เพราะไอ้ตัวเจ้าปัญหาสร้างเรื่องให้เธออีกแล้ว จะพาแฟนไปเดตก็ดันดูแผนที่ผิด เวรกรรมจึงมาตกที่เธอเข้าจนได้[งอนกูไม่ยอมเข้าร่มอะดิ เดินหนีกูไปแล้วอะ เจน~ เจนครับ~~]"กูจะบ้า ฮึ่ม!" เธอทนไม่ไหวกดตัดสายทิ้งและตั้งหน้าตั้งตาขับรถฝ่าแดดที่ร้อนจัดในช่วงเที่ยงวัน โดยไม่สนใจผิวสีน้ำผึ้งที่แม่ให้มาว่ามันจะเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังหรือไม่ นั่นก็เพราะเธอต้องไปตามจัดการกับไอ้คนที่โทรหาเธอเมื่อกี้ ซึ่งก็คือ 'ซัน' เพื่อนสนิทของเธอตั้งแต่ปีหนึ่งถึงปีสี่ คบกันมาตั้งแต่เข้ามหาลัยจนจะเรียนจบกันทั้งคู่ ซันเป็นคนที่เพอร์เฟคทุกอย่างทั้ง
Magbasa pa
กระเป๋าวิเศษของเฮียซัน
"กูว่ามึงต้องหาวิธีให้กูง้อเจนเเล้วว่ะหมิว" ซันเอ่ยอย่างคนหมดหวังมองดูแฟนสาวขึ้นรถเก๋งคันหรูออกไป โดยที่เจ้าหล่อนนั้นไม่สนใจจะพาเขาไปด้วยเลยสักนิด"กูหาจนไม่มีวิธีจะหาแล้ว"เธอยิ่งเหมือนคนสิ้นหวังเข้าทุกวัน แต่ละวันหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยให้กับเขาก็หนักหนาเกินพอแล้ว ยังต้องมาจัดการเรื่องจุกจิกอย่างเช่นการง้อแฟนให้กับไอ้เสาไฟที่ยืนข้างเธอตอนนี้อีกต่างหาก"เจนต้องโกรธกูมากแน่ ๆ เลย"ชายหนุ่มเอาแต่พร่ำเพ้อถึงแฟนที่คบกันยังไม่ทันครึ่งปี ก็คงไม่แปลกที่ซันจะรักจะหลงแฟนคนนี้มาก นั่นก็เพราะเจนเป็นคนที่สวยมาก เป็นดาวของมหาลัยอีกต่างหาก เหมาะสมกับซันเป็นที่สุดเพราะซันเองก็มีตำแหน่งเป็นถึงเดือนมหาลัย หนุ่มหล่อคณะบริหารที่สาว ๆ หมายตากันก็มาก"เฮ้อ~~" คนตัวเล็กไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อดี เธอส่ายหน้าไปมาก่อนจะหลบเข้านั่งพักใต้ร่มไม้ใหญ่ที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ เพราะอากาศที่ร้อนจัดแตะสี่สิบองศาทำเอาเธอหายใจหอบ เหงื่อไหลเต็มกายจนเสื้อนักศึกษาสีขาวเปียกชื้น ทำให้เห็นเสื้อชั้นในสีดำที่เธอใส่อยู่"ทำไมใส่เสื้อบางจังอะ เหงื่อออกก็เห็นเสื้อในแล้ว" ซันที่เดินตามหญิงสาวมานั่งหลบแดดก็เอ่ยปากพลันขมวดค
Magbasa pa
เรื่องด่วนกลางดึก
หลังจากทำงานทุกอย่างเสร็จแล้ว ก็เป็นเวลาที่เธอจะได้ทิ้งตัวลงนอนสักที ภายในห้องพักขนาดกลางที่เธอพักอยู่เพียงคนเดียวนั้น รอบกายมืดสนิททำให้เธอมีเวลาคิดเรื่องราวต่าง ๆ ทั้งในวันนี้และที่ผานมา เธอมักจะนอนคิดเรื่อยเปื่อยแบบนี้ทุกคืนอยู่แล้ว แต่สักพักกลับต้องลุกขึ้นจากที่นอนโดยกะทันหัน นั่นก็เพราะมีสายเรียกเข้าพอดี หน้าจอปรากฏชื่อของเพื่อนสนิทเธออีกคน ซึ่งก็คือ'เจย์เดน' พ่อหนุ่มลูกครึ่งตัวตึงอีกคนของกลุ่ม"ว่าไงมึง?"[หมิวนอนยัง มาเก็บศพไอ้เหี้ยนี่ที ] เสียงปลายสายฟังดูแข็งกระด้างใช่น้อย แต่นั่นก็เป็นคาแรกเตอร์ปกติของเขา"เหี้ยไหนอีกล่ะ? มีหลายตัว" [ไอ้ซัน อยู่หน้าหอ ลงมารับร่างด้วย มันไม่ยอมกลับคอนโด] "จะบ้าเหรอ ตอนนี้มันเที่ยงคืนแล้ว กูจะนอนเอามันไปเก็บเลย" เธออยากจะกรี๊ด นี่มันเวลาไหนแล้วไอ้พวกขี้เมาทั้งหลายนี่กลับไม่ยอมหลับนอน แทนที่จะไปส่งเพื่อนไว้ แต่กลับต้องโทรตามเธอเนี่ยนะ เธอเป็นเพื่อนนะไม่ใช่แม่ของซันซะหน่อย[มันโดนแฟนทิ้ง เมาเป็นหมาเลย ร้องหาแต่มึง พวกกูหมดปัญญาแล้วว่ะ ถ้ามึงไม่ลงมาพวกกูจะนำร่างไปให้มึงฌาปนกิจถึงห้อง] เสียงแทรกมาตามสายนั่นก็คือ 'เสือ' เพื่อน
Magbasa pa
อกหักไม่มีใครตาย
"มึงตายไหม?" หมิวถามย้ำอีกครั้งด้วยแววตาจริงจัง ต่างจากคนที่ถูกจ้องซึ่งเอาแต่หลบตาไม่กล้ามองเธอ "......""กูถาม""มะ ไม่ตาย" พอโดนเธอถามกลับเสียงดังขึ้นเขาก็ต้องจำใจตอบ ทั้งสภาพยับเยินแบบนั้น"นั่นไง มึงก็ไม่ตายนี่ อกหักไม่มีใครตายหรอก แต่มึงจะตายเพราะกูสั่งไอ้พวกนี้รุมตื้บมึง"หมิวพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืนในทันที เธอเวลานี้พูดมีเหตุผลที่สุดแล้ว และเป็นคนเดียวที่สี่หนุ่มต้องฟังเป็นแน่ "เออจริง กูเห็นด้วย" ทัพเอ่ยขึ้นพร้อมกับปรบมือให้แก่ผู้ชนะอย่างหมิว ถือว่าเธอกินขาดทำเอาไอ้ซันปัญญาอ่อนนี่ถึงกับนั่งเงียบ เลิกพร่ำเพ้อได้สักพัก หลังจากนี้เพื่อนจะได้พักเสียที"เขาไม่รักก็ปล่อยไปสิวะ ผู้หญิงมีตั้งเยอะตั้งแยะ" เธอพูดให้เขาคิดตามอีกครั้ง ใครจะอยากให้เพื่อนตัวเองจมปลักโง่เป็นควายให้เขาหลอกกันเล่า เพื่อนใครใครก็รักกันทั้งนั้น"เป็นกูนี่นะ ฟาดเป็นร้อยแล้วป่านนี้" เสือที่ดูจะเหน็บเเนมซันเป็นพิเศษ จนเจย์เดนต้องเอ่ยปากห้ามเองอีกหน"มึงก็ใจเย็น ใครจะไปเหมือนมึงมีเมียเป็นร้อย" "กูว่าเป็นพันละมั้ง แม่ให้มาแท่งเดียวใช้ซะคุ้มเลยสิมึงไอ้เสือ" ทัพเอ่ยขึ้นบ้างในระหว่างที่เพื่อนสามคนกำลั
Magbasa pa
อ้อมกอด
"งั้นมึงก็ไปอาบน้ำไป" เธอบอกเขาอย่างใจเย็น นั่นก็เพราะเธอทนเห็นซันในสภาพแบบนี้ต่อไปไม่ไหว เวลาที่ซันเสียใจเธอเองก็รู้สึกไม่สบายใจด้วยเช่นกัน"หมิว""ว่า"แทนที่เขานั้นจะลุกไปอาบน้ำดี ๆ แต่กลับนั่งจ้องหน้าเธออยู่แบบนั้นไม่ยอมไปไหน ก่อนที่เขานั้นจะยกโต๊ะเล็กที่คั่นอยู่ตรงกลางระหว่างเขาเเละเธอออกไป หมิวมองตามอย่างงงงวย นั่นเขาจะทำอะไรงั้นหรือ?"ทำไรอะ?""กอดหน่อย" เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเอ่ยปากขออย่างไม่อายเลยสักนิด เกิดบ้าอะไรขึ้นมาถึงอยากกอดเธอกัน สนิทกันก็จริงอยู่หรอก แต่ถ้าจะให้ทำแบบนี้ก็ขนลุกอยู่บ้างเหมือนกัน"บ้าเหรอ ไม่เอา" "กูอยากกอด""เอ้าไอ้นี่" เธอปวดหัวกับเขาจริง ๆ เลย งอเเงเป็นเด็กสามขวบไปได้ ตัวโตเท่าควายสมองยังเท่าเมล็ดถั่วเขียวอยู่เลย"กูขอกำลังใจจากมึงหน่อยสิเพื่อน กูมีแค่มึง" ซันพูดทั้งน้ำตาคลอ แววตาที่สื่อออกมาล้วนฉายชัดถึงความปวดร้าวภายในใจ นี่ซันรักผู้หญิงคนนั้นมากขนาดนี้เลยหรือ มากจนยอมเสียน้ำตาให้เขาโดยไม่เสียดายเลยสักนิด ทำไมเธอที่รู้อยู่เเล้วกลับแน่นหน้าอกแบบนี้กันนะ ความรู้สึกที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกมันเป็นแบบนี้นี่เอง"อื้อ มา"ท้ายสุดแล้วเธอก
Magbasa pa
ผู้มีพระคุณท่านหนึ่ง
"ซันอ้าปาก""อ่าม~""เคี้ยว"ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำเอาทุกคนเหนื่อยใจแทนเธอ นั่นก็เพราะซันอาการหนักเข้าขั้น กินข้าวด้วยตัวเองยังทำไม่ได้ คนเดียวที่คอยดูแลซันราวกับเด็กสามขวบก็คือหมิวที่รับบททั้งป้อนทั้งบอกให้เคี้ยวข้าว หากมันไม่เคี้ยวหมิวคงต้องบดข้าวป้อนแล้วล่ะมั้งนั่น"หดหู่บอกไม่ถูกเลยว่ะ"ทัพที่นั่งฝั่งตรงข้ามได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างคนอับจนหนทาง ส่วนเสือนั้นเหรอไม่ต้องพูดถึง เขายิ่งถือจานข้าวนั่งหันหลังไปแอบกินคนเดียวเพราะไม่ต้องการเห็นซันในสภาพนี้ เนื่องจากกลัวทนไม่ไหวเผลอพูดอะไรที่รุนแรงและเป็นการซ้ำเติมเพื่อน"อีกคำ" คนตัวเล็กเอ่ยเสียงเรียบพลางยื่นข้าวในช้อนจ่อที่ปากซันอีกครั้ง"อิ่มแล้ว""มึงกินเท่าแมวดมไอ้ซัน เดียวก็หิวอีก กิน"เธอขี้เกียจพูดจาดีกับเขาแล้ว กะอีแค่อกหักนี่ถึงขั้นกินข้าวกินน้ำไม่ลงใช้ชีวิตไม่ได้เลยหรือไงกัน เธออยากให้ซันเข้มแข็งได้แล้ว ในเมื่อเขาไม่แยแสตัวเองขนาดนั้นซันควรตื่นได้แล้ว คนที่เป็นห่วงเขามากที่สุดมันนั่งอยู่ตรงหน้าเขานี่"กินเสร็จมึงอย่าลืมไหว้ผู้มีพระคุณของมึงด้วยนะไอ้ซัน" ทัพเอ่ยขึ้นอีกครั้งเพราะหากไม่มีหมิวใครจะมาเหลียวแลซันขนาดนั้นกัน ใ
Magbasa pa
เจ็บตัวเพราะใคร
เวลานี้เกือบจะสองทุ่มแล้ว หมิวที่ยังคงสวมชุดนักศึกษาตัวจิ๋วเดินออกมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ต เธอเดินซื้อพวกของใช้จำเป็น และเดินเพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปนั่งคิดเรื่องอื่นอยู่คนเดียว ตั้งแต่ออกจากคอนโดซันมาเธอก็เฝ้ารอหน้าจอมือถืออยู่บ่อยครั้ง นั่นก็เพราะรอดูว่าซันจะขอความช่วยเหลืออะไรไหม แต่แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น บางทีซันอาจจะหลับหรือเล่นเกมอยู่ก็ได้ "ไปดูที่คอนโดดีไหมนะ" คนตัวเล็กกำลังชั่งใจ นั่นก็เพราะเธอแอบไม่สบายใจอยู่หลายส่วน เธอยังไม่วางใจนักนั่นก็เพราะซันมีนิสัยดื้อรั้นจนน่าหมั่นไส้ในบางครั้ง เธอกลัวซันจะไปหาเจนอีก ไม่ใช่กลัวเขากลับไปรักกัน เพียงแค่กลัวความงี่เง่าของซันจะทำให้เกิดเรื่อง พอนึกได้ดังนั้นเธอจึงกดโทรออกไปยังเบอร์ของคนที่เธอกำลังเป็นห่วงอยู่ พร้อมกับเดินเท้าออกมาหมายจะไปแวะร้านอาหารที่ซันชอบ และซื้อของกินไปฝากเสียหน่อย"ทำไมไม่รับโทรศัพท์นะ"แต่แล้วคิ้วเรียวสวยก็ต้องขมวดเป็นปม เมื่อปลายสายไม่มีการตอบรับใด ๆ ปกติแล้วซันจะอยู่กับโทรศัพท์ตลอด ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่เขาจะรับสายเธอเสมอ แม้กระทั่งนั่งอึยังวิดิโอคอลกับเธอเลย ครั้งนี้แปลกไปจริง ๆ สัญชาตญาณของเธอนั้
Magbasa pa
สุดท้ายเหลือใครกัน
สุดท้ายแล้วก็มาจบที่โรงพัก เคลียร์เรื่องอะไรเสร็จต่างก็แยกย้ายกัน เจนนั้นไม่เอาความเพราะรีบพาแฟนหนุ่มไปหาหมอต่อ โชคดีที่สองคนนั้นไม่กล้ามีเรื่องอีกหน จึงจบกันและต่างคนต่างไป เธอเดินออกมานั่งอยู่หน้าโรงพักเป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มแล้ว กว่าจะปล่อยตัวเสร็จอะไรเสร็จและหาอุปกรณ์ทำแผลมาทำให้ซันเพราะเธอกลัวเขาจะเจ็บมาก และอาจจะติดเชื้อเอาได้"นั่งรอแท็กซี่แป๊บนะ มานี่กูทำแผลให้"เธอเรียกซันให้มานั่งข้างทั้งที่ตัวเองขากะเผลกเล็กน้อย นั่นเพราะเธอถูกโยนลงกับพื้นจนหัวเข่าและแขนถลอกมีเลือดซึมเล็กน้อย แต่แผลแค่นี้ไกลหัวใจมาก เธอไม่ได้รู้สึกเจ็บเลยสักนิด"หมิว ขอโทษนะ ทำมึงลำบากเลย"จู่ ๆ ซันก็เกิดซึ้งในบุญคุณเธอขึ้นมา เขาพูดเสียงเบาคล้ายกับคนรู้สึกผิดมาก นั่นก็เพราะเขารู้ตัวว่าความงี่เง่าไม่เข้าเรื่องของเขาทำเอาเธอต้องมาเดือดร้อน หนำซ้ำยังเจ็บตัวอีกด้วย ทำให้เขาไม่สบายใจเป็นอย่างมาก ทุกคนในกลุ่มเพื่อนต่างดูแลหมิวมาเป็นอย่างดี ไม่เคยมีใครได้แตะเนื้อต้องตัวทำให้เกิดรอยช้ำบนตัวเธอแม้เพียงจุดเล็ก ๆ มาครั้งนี้หมิวกลับโดนทำขนาดนี้ เขาไม่อยากยกโทษให้ตัวเองเลยด้วยซ้ำ"ไม่เป็นไรน่า คราวหน้า
Magbasa pa
ฮีลใจ
"หมิว  มึงจะพากูมานั่งสมาธิจริงดิ?""อื้อ  มึงจะได้เลิกฟุ้งซ่านไง" "มึงแน่ใจนะ?"  ซันถามย้ำ"เอาอะมาไม่แน่  มึงเลิกเบียดกูแล้วขยับไปนั่งดี ๆ ดิ" เธอเอ่ยอย่างคนนึกรำคาญซันที่เบียดตัวเกาะเธอราวกับเด็กขี้กลัว  แค่เธอพามานั่งสมาธิสงบจิตสงบใจสักหน่อยก็ทำตัวอยู่ไม่สุข  สงสัยบาปหนาล่ะสิท่า"ขยับไปไหนเล่า  ขะ  ข้างหลังกูเป็นหลุมศพ!"ซันอยากจะร้องไห้  ให้ตายเถอะ! ยัยบ้านี่พาเขามาเข้าร่วมการฝึกสมาธิที่วัด  บอกว่าจะพาเขามาฮีลใจเเละเลิกคิดมาก  ใช่  เขาเลิกฟุ้งซ่านก็จริง  นั่นเพราะตอนนี้ความกลัวเข้ามาแทนที่  กลัวจนฉี่จะราดอยู่แล้ว!  เพราะยัยเพื่อนบ้านี่พาเขามานั่งสมาธิในป่าช้า!  ไม่รู้ว่าไปสรรหากิจกรรมนี้มาจากไหนกัน"ซันอย่าเสียงดัง  รบกวนคนอื่น" เธอเตือนเขาเพราะเกรงใจคนอื่นที่นั่งอยู่เกือบสิบกว่าคนได้  ถามว่าเธอกลัวไหมก็คงไม่เท่าไร  เธอเคยมานั่งทำสมาธิที่นี่พร้อมกับเหล่าแม่ ๆ ที่เธอรู้จัก  เป็นการฝึกสมาธิได้ดีเลยทีเดียว &nb
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status