แชร์

บทที่ 13 ลงโทษ [50%]

ผู้เขียน: มัทฉะโมจิ
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-17 23:04:00

“ยัยแอร์แกทำอะไรของแกเนี่ย” มิกกิหันไปถาม เพราะไม่คิดว่าเพื่อนจะด่วนตัดสินใจเร็วขนาดนี้

“ก็เปย์เด็กไง ถามได้” ถึงจะรู้สึกมึนๆ หัว แต่การตัดสินใจเป็นไปอย่างมีสติครบถ้วน

“แต่นั่นมันนเรศแฟนเก่าแกนะเว้ย” ปิ่นพูดเตือน ยังรู้สึกอึ้งกับเหตุการณ์เมื่อครู่

“อืม...วันนี้ฉันอยากได้คนมาดื่มเป็นเพื่อน อีกอย่างฉันกับนเรศเราเป็นเพื่อนกัน เพื่อนช่วยเพื่อนก็คงไม่แปลกอะไรหรอก จริงไหม” แอรินไม่ได้มองว่าการเปย์ดื่มให้นเรศเสียหายตรงไหน เธอกับเขาเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกัน หนำซ้ำเธอก็เต็มใจที่จะอุดหนุนเพื่อนด้วย

“แต่แกเล่นเปย์ทีเดียวห้าร้อยดื่มเนี่ยนะ ใครจะสู้ไหว” แอรินไม่ตอบ เพียงแค่ยกแก้วสีชาจิบเบาๆ

เป็นไปตามความคาดหมาย เมื่อพิธีกรนับหนึ่งถึงห้า ไม่มีใครสู้แอรินไหว หนำซ้ำคนสวยสายเปย์เป็นจุดเด่นที่ใครๆ ก็ต่างให้ความสนใจ

“ไม่คิดว่าแอร์จะเปย์เราหนักขนาดนี้” นเรศหัวเราะพร้อมกับหย่อนก้นลงนั่ง โฮสต์คนใหม่มีท่าทางเก้ๆ กังๆ ราวกับยังไม่รู้งาน

“เราต่างหาก ที่ต้องถามว่าทำไมคุณหมออย่างนเรศ ถึงมาเป็นโฮสต์ได้” แอรินจี้ถาม เธอไม่ได้โกรธหรือรังเกียจที่นเรศมาทำงานแบบนี้ แต่เธออยากรู้ว่าทำไม เขาต้องเอาเวลาพักผ่อนอันแสนน้อยนิดมาทำงานอย่างอื่นด้วย

“ก็เราอยากหางานพิเศษทำ” นเรศบ่ายเบี่ยงพร้อมกับยิ้มบาง แอรินถึงกับนิ่วหน้า

“ที่ทำตัวไม่ว่าง เพราะไม่อยากว่างนึกถึงใครบางคนหรือเปล่านเรศ” ปิ่นพูดจี้ใจดำ ทำเอาคนทั้งสามต่างพากันเงียบ ยกเว้นแต่ธีร์ยังงุนงงว่าทั้งสี่คนรู้จักกันด้วยอย่างนั้นหรือ

“แกพูดมากเกินไปแล้วยัยปิ่น” มิกกิสะกิดที่ต้นแขนบาง พร้อมกับกระซิบตรงข้างหู ปิ่นเพิ่งรู้ว่าตัวเองถามคำถามที่ไม่ควรไป ก็หันหลังไปตีปากตัวเองแรงๆ เพื่อเป็นการลงโทษ

หากแอรินยังครองโสด มิกกิจะไม่ลังเลเชียร์ให้ทั้งคู่กลับไปคบกันอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้...แอรินมีครอบครัวไปแล้ว เธอก็หวังว่านเรศจะตัดใจจากเพื่อนเธอได้สักวัน

ทั้งห้าต่างพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ไม่มีใครสังเกตว่ามีใครคนหนึ่งจับจ้องพวกเขาอยู่หลายนาที

ธันวาหัวเสีย เมื่อเห็นเจ้าของดวงหวานฉีกยิ้มกว้างให้กับโฮสต์คนใหม่ ไม่เหมือนตอนอยู่กลับเขา กลับทำหน้าบึ้งตึงอยู่ตลอดเวลา

หนำซ้ำยังแหกกฎที่เคยให้สัญญากันไว้ ว่าอย่างไรเธอห้ามมาเปย์โฮสต์ในร้านตัวเองเป็นอันขาด มันเหมือนกับว่าเธอกำลังฉีกหน้าเขาอยู่ แล้วแบบนี้ลูกน้องจะให้ความเชื่อถือได้อย่างไร

พยายามสะกดอารมณ์ไว้ภายใต้ความเงียบ แต่ว่าภาพที่ร่างบางกำลังซบลงบนไหล่กว้างของโฮสต์หนุ่ม ทำให้ฟางความอดทนเส้นสุดท้ายเป็นอันสิ้นสุดลง

ไม่รีรอที่จะเข้าไปกระชากตัวดีออกมาจากวงสนทนา จนสร้างความงุนงงให้กับสี่คนที่เหลือ ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างแตกตื่นกันเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่แล้วที่เข้ามาล้อมกันเพราะอยากใส่ใจเรื่องของชาวบ้านเสียมากกว่า

“ปล่อย เจ็บนะ” แอรินพยายามสะบัดข้อมือขืนตัวสู้ แต่ก็ไร้ผลใดๆ เพียงแค่คนตัวสูงใหญ่ใช้แรงดึงเธอเข้าหาตัว เธอก็ตัวปลิวเข้าสู่อ้อมอกของเขาทันที

“กลับ” ร่างสูงใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

“ฉันเสียเงินตั้งสองแสนซื้อดื่มร้านคุณนะ จะไม่ให้ฉันมีความสุขบ้างหรือไงคะ” น้ำเสียงและแววตาแสดงความตัดพ้ออย่างเห็นได้ชัดเจน

“เธอเมาแล้วแอร์ กลับบ้านเดี๋ยวนี้” ธันวาพูดย้ำ

“เธอไม่อยากกลับ ก็ปล่อยเธอไปสิ” นเรศพูดขัด เขาพยายามจะเดินมาขวางทางเดินไว้

“อย่าเสือกเรื่องของผัวเมีย” คราวนี้ชายหนุ่มประกาศสถานะชัดเจน พร้อมกับชี้หน้าสั่งไม่ให้ใครเข้ามายุ่ง “ทำงานของมึงไป ถ้าไม่อยากตกงานโฮสต์กับหมอที่โรงพยาบาลของมึง”

ธันวาให้คนสืบตามเรื่องของนเรศมาจนละเอียด เขารู้ว่าคนตรงหน้าคือใคร ตั้งแต่อีกฝ่ายกรอกใบสมัครเข้ามาแล้ว เขาเลือกจะมองดูอย่างเงียบๆ เหมือนเสือที่หลบซ่อนอยู่ใต้พุ่มไม้ คอยดักเหยื่อที่เดินหลงทางเข้ามา

ภายในรถยนต์คันหรู มีเพียงเสียงลมแอร์ที่เล็ดลอดออกมา ขณะที่คนขับกำลังหัวเสีย กับความเงียบที่ภรรยาได้มอบให้กับเขา มันยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด จนทุบพวงมาลัยไปหนึ่งที

“จะเงียบกับฉันไปถึงเมื่อไหร่แอริน” เขาถาม

“…”

“ฉันพูดกับเธออยู่นะ หูหนวกหรือไง”

“…”

“ทีกับมันทำระริกระรี้จนตัวสั่น ทีกับฉันล่ะ...เห็นฉันเป็นหัวหลักหัวตอหรือไง” ชายหนุ่มเอ่ยถามไม่แคร์ว่าคนตัวเล็กจะรู้สึกอย่างไร

“ทีคุณยังเห็นฉันเป็นหัวหลักหัวตอเลย ทำไมฉันถึงทำบ้างไม่ได้” มือที่เคยกอดอกคลายลง หญิงสาวแสร้งมองไปยังด้านข้างกระจกรถ

“เธอหึงฉันกับปลายฟ้า อย่างนั้นหรือ?”

“เปล่าสักหน่อย” เป็นคำตอบสั้นๆ ที่ตอกย้ำความคิดของธันวาได้อย่างชัดเจน

ชายหนุ่มตัดสินใจที่จะหักพวงมาลัย เลี้ยวเข้าซอยเปลี่ยว ซึ่งตรงนี้ผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่านนัก

“คะ คุณจอดรถทำไมคะ” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เมื่อเห็นว่าธันวาดับไฟในรถมืดจนมองไม่เห็น แต่ยังสตาร์ทเครื่องยนต์ไว้อยู่

แสงจากดวงจันทร์ที่สาดเข้ามา ทำให้เธอเห็นเสี้ยวหน้าของเขาได้อย่างชัดเจน ก่อนที่ชายหนุ่มจะขยับเข้าหาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

“เธอดื่มจนเมา ก็เพื่อประชดฉันใช่ไหม” ธันวาถามอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มือหนากดปรับเบาะฝั่งคนนั่งข้างให้เอนลงนอนราบ

“ฉันเปล่าสักหน่อย” หัวใจของหญิงสาวเต้นระส่ำระสายไม่เป็นจังหวะ

“โกหก”

“คะ คุณจะทำอะไร”

“ตอบฉันมาว่าที่เธอดื่มจนเมา และก็ให้ไอ้นั่นมานั่งเป็นเพื่อนเธอ ก็เพื่อประชดฉันใช่ไหม”

“ไม่ อื้ม”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทส่งท้าย

    เช้าวันถัดมา ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาตื่นเห็นเพดานสีขาวที่ไม่คุ้นเคย ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปมองคนที่กำลังฟุบหลับอยู่ข้างๆ เตียงนี่เขายังไม่ตายเหรอ?เป็นการตั้งคำถามกับตัวเองครั้งแรก อยู่ๆ ภาพความฝันทำให้เขานึกย้อนกลับไป เขาจำได้ว่าเดินอยู่ในความมืด ปลายทางสีขาวทำให้เขาเดินตรงไป แต่ทว่ากลับมีคนคนหนึ่งกลับรั้งเขาไว้ผู้หญิงที่มีใบหน้าอ่อนโยนคล้ายภรรยา แต่ดูมีอายุกว่า เธอแนะนำตัวว่าเป็นแม่ของหญิงสาว ฝากฝั่งให้ช่วยดูแลลูกน้อยของเธอ และบอกให้เขาเดินไปอีกทาง ซึ่งปลายทางนั้นมีแอรินกับลูกๆ รออยู่“คุณธัน คุณตื่นแล้ว” เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อย หญิงสาวก็เด้งตัวตื่นขึ้นมาทันที“ทำไมเราไม่ไปนอนที่โซฟาดีๆ ล่ะคะ” เขาถาม กลัวว่าภรรยาจะปวดหลัง แต่ทว่าแอรินกลับส่ายหน้า“แอร์รอให้คุณตื่น” เธอตอบ ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยน้ำตา“เลิกร้องไห้ได้แล้ว พี่ไม่ชอบที่เราร้องไห้เลยรู้ไหม” เขาเอ่ยพลางเกลี่ยน้ำสีใสออกจากหางตาของเธอ“อืม...แต่คุณธัน”“เรียกพี่สิคะ เรียกคุณมันห่างเหินไปไหม” เขาพูดขัด พยายามจะดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง จนแอรินต้องรีบเข้าไปช่วยประคองอีกแรง“แผลพี่มันจะปริเอาได้นะ ค่อยๆ ลุกสิคะ” หญิงสาวพูดดุ แต่ธันวากล

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 20 เดิมพัน [100%]

    “โลกนี้มันไม่ยุติธรรมเลยว่าไหม? ถ้าไม่ใช่มึง คุณธันคงไม่เป็นแบบนี้” และแล้วใบตองก็พูดความรู้สึกออกมาตั้งแต่เด็กหัวใจของเธอมีเพียงธันวาเพียงหนึ่งเดียว หากแต่ชายหนุ่มกลับไม่เหลียวแลเธอ แม้กระทั่งสถานะคู่นอนเหมือนกับปลายฟ้า ธันวายังให้เธอไม่ได้หัวใจที่แสนด้านชาของเขาเปลี่ยนไป ก็ตั้งแต่มีสองแม่ลูกนั้นเข้ามาในบ้าน ใบตองรับรู้ได้ถึงความรัก ความเอาใจใส่ที่ชายหนุ่มทำให้แอริน จนความอิจฉาพวยพุ่ง และคิดทำลายแม้กระทั่งตัวธันวาเองในเมื่อเธอไม่ได้ ก็ไม่ควรมีใครได้เขาไปเช่นกัน“พี่ชอบคุณธันเหรอคะ” แอรินถามเสียงเบา ดูไม่ออกจริงๆ ว่าใบตองรู้สึกอย่างไร“กูรักเขา มึงเข้าใจไหมว่ากูรักเขา” ใบตองตะโกนลั่นราวกับคนเสียสติ ก่อนที่หญิงสาวจะควักของสีเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกงมีดปลายแหลมถูกจ่ออยู่ที่คอของแอริน ความคมของเหล็กสีเงิน หากใช้แรงกดเพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งเธอให้ไปอยู่อีกภพหนึ่งได้เลย“หยุด!! นี่คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ”เสียงเปิดประตูเหล็กพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบนาย กรูเข้ามาพร้อมกับชี้ปลายกระบอกปืนไปทางใบตอง“วางมีดเถอะตอง” เจ้าของร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาตามหลัง พร้อมกับโน้มน้าวให้สาวใช้ของเขาวางอาวุ

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 20 เดิมพัน [50%]

    แสงไฟสาดเข้ามาทำให้เปลือกตาบางค่อยๆ ลืมขึ้น ก่อนจะหรี่ตามองเพราะดวงตายังปรับโฟกัสได้ไม่ทัน ภาพแรกเธอมองเห็นหญิงสาวแสนคุ้นหน้ายืนอยู่ตรงหน้า กับชายหนุ่มมาดเนี้ยบที่เธอจำไม่เคยลืมว่าคืออดีตแฟนเพื่อนรักอย่างภวินทร์ในโกดังร้างซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองชลบุรี แทบจะไม่มีรถสัญจร ในนั้นมีหญิงสาวถูกจับตัวมาขังไว้ ลำตัวถูกเชือกมัดไว้กับเก้าอี้ไว้อย่างแน่นหนา ทำให้เธอไม่สามารถกระดิกตัวไปไหนไม่ได้แอรินจำได้ว่ากำลังทำอาหารอยู่ในครัว พอไฟดับก็มีชายฉกรรจ์เข้ามาจากทางหลังบ้าน จากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยแต่ว่าตอนนี้ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่เธอไม่คาดคิดกลับมาอยู่ที่นี่ได้ หนำซ้ำรอยเขียวช้ำบริเวณใบหน้าและเนื้อตัวเด่นชัด“พี่ตองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” แอรินเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง เพราะคิดว่าใบตองนั้นคงตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกับเธอ แต่ทว่าหญิงสาวกลับมองด้วยสายตาเย็นชา ราวกับคนไม่รู้จักกัน“เลิกตอแหล แล้วเอาหน้าจริงมาคุยกันดีกว่า” ใบตองเอ่ย“พี่ตองพูดแบบนี้หมายความว่าไงคะ” แอรินสงสัยว่าเธอไปทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ถึงขั้นร่วมมือกับไอ้โรคจิตอย่างภวินท์“นี่เหรอแผนการของเธอ” ร่างสูงเอ่ยถามเสียงเรียบ“ค่

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 19 ขอโอกาส [100%]

    เช้าวันถัดมา แอรินตื่นตั้งแต่ตีห้าลุกขึ้นมาทำกับข้าว จัดของแบ่งใส่ถุงเอาไว้เตรียมไปทำบุญที่วัด เนื่องด้วยเป็นวัดพระใหญ่ ชาวบ้านจึงแห่กันไปฟังเทศน์กันเพื่อเป็นสิริมงคล และเธอเองก็ตั้งใจจะทำบุญอยู่แล้วเช่นกันขณะที่กำลังเตรียมของอยู่นั้น ร่างสูงของธันวาก็เข้ามาร่วมช่วยสองสาว แม้จะไม่เคยหยิบจับตะหลิว หรือแม้กระทั่งปอกหัวหอมก็ยังทำไม่เป็น แต่แม่บ้านสาวอย่างเพียรก็ใจเย็นช่วยสอน ด้วยความเห็นใจชายหนุ่มอยู่“คุณอยู่ที่นี่แหละ” เห็นใบหน้าของเขาดูอิดโรย แอรินจึงพูดบอก หลังจากนำอาหารใส่ท้ายรถเก๋งคันเล็กเป็นที่เรียบร้อย“ให้พี่ไปทำบุญด้วยสิ”“แต่...”“ขัดคนทำบุญมันบาปนะคะหนูแอร์” ธันวาพูดสวน เพราะรู้อยู่แล้วว่าภรรยาจะปฏิเสธ ทว่าข้ออ้างของเขากลับทำให้แอรินไม่สามารถขัดได้ทั้งคู่ตอนนี้อยู่ในรถ ธันวาอาสาขับรถ ส่วนสองสาวพากันนั่งอยู่เบาะท้าย ส่วนเจ้าหนูพีพีนั่งคาร์ซีทข้างคนขับก็หัวเราะเสียงดังเอิ๊กอ๊าก เพราะรู้ว่าจะได้ไปเที่ยว“ไอ้รถคันนี้มันเล็กเกินไปไหมเนี่ย” ธันวาพูดบ่น หลังจากที่เข้ามานั่งในรถคันเล็ก เขารู้สึกอึดอัด ด้วยความที่ช่วงขายาว กับเบาะที่ปรับไปด้านหลังไม่ได้มาก“ให้ฉันขับไหมคะ” แอรินเสนอ

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 19 ขอโอกาส [50%]

    “คุณทำจะทำอะไรน่ะ”คนตัวเล็กรีบลุกจากที่นอนในทันที ก่อนจะเดินไปเปิดไฟ ความสว่างทำให้เห็นหน้าคนที่ไม่ได้เจอเกือบสองอาทิตย์ พลันรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เมื่อสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่าย จากใบหน้าที่เคยหล่อเหลา บัดนี้แก้มของเขาตอบอย่างเห็นได้ชัด ส่วนขอบตาดำเพราะอดหลับอดนอนมาหลายคืนติดช่างไม่ดูแลตัวเองเอาเสียเลย..“พี่แค่อยากกอดเมียให้หายคิดถึง” เขาตอบน้ำเสียงเบา ไม่อยากรบกวนการนอนของเจ้าพีพี ที่กำลังหลับสบายอยู่ที่เปลไฟฟ้าตัวโปรด“เราสองคนหย่ากันแล้วค่ะ ไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันแล้ว” เธอย้ำสถานะต่อชายหนุ่ม“ได้ไง พี่ยังไม่เซ็น จะถือว่าสมบูรณ์ได้ยังไง” เขาตอบ“ถ้าอย่างนั้น คุณก็ช่วยเซ็นให้มันจบๆ สักทีเถอะ ปล่อยเราสองคนแม่ลูกไปซะ” แอรินขอร้อง เธอเบื่อที่จะหนีเต็มทน ลำพังเธออยากจะกลับไปดูร้านทำเล็บที่กรุงเทพจะแย่อยู่แล้ว“พี่ไม่หย่า เรากลับบ้านกันเถอะนะแอร์” ชายหนุ่มพูดขอร้อง พยายามจะขยับเข้ามาใกล้ แต่แอรินกลับก้าวถอยหลังหนี“แอร์ไม่กลับ คุณกลับไปเถอะ เราไม่มีความจำเป็นที่จะอยู่ด้วยกันแล้วค่ะ” เธอพยายามพูดเกลี้ยกล่อมทว่าขณะที่กำลังพูดคุย สายตาของร่างสูงดันเหลือบไปเห็นแผงยาเป็นจำนวนมาก ที่ว

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 18 คนหลงทาง [100%]

    การใช้ชีวิตอยู่ในเมืองชนบท ห่างไกลจากผู้คนก็ไม่ได้แย่สักเท่าไร เพียงแต่ตอนนี้หญิงสาวกลับคิดถึงร้านทำเล็บเล็กๆ ของเธอเป็นอย่างมาก โชคดีที่ระหว่างนี้แอรินขอให้แม่บุญธรรมของเธอเข้ามาดูแลกิจการชั่วคราว ทำให้หายห่วงไปเปลาะหนึ่งส่วนอาการแพ้ท้องตอนนี้ทุเลาลงไปมาก อาจเพราะเด็กในท้องคงชอบที่จะอยู่กับอากาศบริสุทธิ์มากกว่าในเมือง ทำให้ช่วงนี้แอรินเริ่มทานอาหารได้เยอะ จนท้องยื่นออกมาเห็นเด่นชัด“มีอะไรให้เพียรช่วยอีกไหมคะ” แม่บ้านสาวเข้ามาเอ่ยถาม หลังจากที่ช่วยทำงานบ้านจนเสร็จหมดแล้ว“งั้นเพียรช่วยไปเก็บดอกมะลิได้ไหมจ๊ะ แอร์จะเอามาร้อยพวงมาลัยไปไหว้พระวันพรุ่งนี้” แอรินอยากหาอะไรทำฆ่าเวลา สบโอกาสที่ดอกมะลิกับกุหลาบในสวนบานสะพรั่ง เธอจึงอยากเอามาร้อยไปถวายพระ“ได้ค่ะ เดี๋ยวเพียรไปช่วยเก็บให้นะคะ” พูดจบแม่บ้านสาวก้มหน้าเดินออกไป ส่วนแอรินก็เดินไปตัดดอกกุหลาบสีแดงสดที่อยู่ในกระถางหน้าบ้านหวลนึกถึงความหลังตอนที่เธอยังเด็ก ตอนนั้นเธอมาอยู่กับแม่บุญธรรมไม่นานนัก ลดาสอนเธอร้อยพวงมาลัยขาย ได้ค่าขนมไปกินที่โรงเรียนอยู่เป็นประจำเพราะความจนมันทำให้แอรินแข็งแกร่ง ไม่ว่าเจอปัญหาในรูปแบบไหนเธอก็ไม่หวั่น เพร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status