Share

ลักพาตัว

Author: tartarussword
last update Last Updated: 2026-01-20 17:22:57

เรื่องของเรื่องก็คือผมออกไปซื้อของตามปกติ และแยกจากริชาร์ดไปซื้อของเพียงครู่เดียว เพื่อดูของ จู่ๆ ผมก็โดนดึงเข้าไปในตรอกทึบและสลบไป

เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งผมคิดว่าผมอยู่ข้างหลังรถม้าและโดนผูกตาไว้

ด้านหลังโดนใส่กุญแจมือ นิ้วของผมยังคงใส่แหวนอยู่ ไม่มีใครรู้ว่าแหวนนั่นเป็น อาร์ติแฟกซ์

เพราะมีช่วงหนึ่งที่ว่างเกินไปผมเลยเอาเงินเล็กๆ น้อยๆ ไปประมูลอาร์ติแฟกซ์ราคาถูกและใส่อันนี้ไว้เผื่อเกิดเรื่องฉุกเฉินขึ้น

ถ้ารู้ว่าจะเจอเรื่องแบบนี้ผมน่าจะตัดสินใจซื้ออันแพงกว่านี้มา

ผมกดกลไกของแหวน แหวนมีลวดเล็กๆ ออกมา ที่จริงไม่ได้มีแค่ลวดหรอกที่อยู่ในแหวนแต่มีอาวุธป้องกันตัวขนาดเล็กหลากหลายชนิด ตอนเห็นลวดผมยังนึกว่ามีลวดทำไม แต่ตอนนี้มันกลับมีประโยชน์มาก ผมใช้ลวดแหลมนั่นสะเดาะกุญแจมือช้าๆ เพราะในตอนที่เป็นไอศูรย์ผมต้องทำงานสารพัดรูปแบบจึงมีเพื่อนหลากหลายเช่นกัน และหนึ่งในนั้นสอนวิธีสะเดาะกุญแจมือให้ผม ผมค่อยๆ ทำอย่างใจเย็น ไม่นานกุญแจมือก็หลุดผมจึงปลดผ้าปิดตาออก

“เห้ย มันจะหนีแล้ว” เวรล่ะ มีคนเฝ้าอยู่ด้วย

ผมอยู่ในเกวียนที่ใช้ขนของขนาดคน 20 คนนั่งเบียดกันได้ มีกล่องลังไม้ใส่ของวางซ้อนกันระเกะระกะ แต่กลับไม่มีของในกล่องเหมือนวางไว้เพียงเพื่อปกปิดสายตาคน มีชายฉกรรจ์ 9-10 คนและอีกคนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าเข้ามาล้อมผมไว้

ส่วนคนหนึ่งเอามือกำรอบคอผมและบีบ

“เพราะแก ไอ้เรย์คาลัส ธุรกิจข้าถึงเจ๊ง”

“ค..ใครนะ” ผมเอ่ยด้วยความไม่เข้าใจ และเจ็บคอจนหายใจไม่ออก

“เพราะยาอัลฟิเดสของแก ทำให้ร้านขายยาของข้าขายไม่ได้” ผมหันไปมองคนคนนั้นชัดๆ เขาเป็นชายหน้าขาวที่มีหนวดบางๆ และนั่นทำให้ผมพึ่งนึกออก เขาเป็นคนที่ทำยาบำรุงกำลังขายเช่นเดียวกัน แต่อัลฟิเดสของผมมีประสิทธิภาพสูงกว่าและราคาถูกกว่า ยาของเขาจึงขายไม่ได้

“ขอโทษนะ แต่นั่นมันเพราะยาของของแกมันห่วยเองต่างหาก” อุก พูดจบผมก็โดนคนของหมอนั่นต่อยเข้าอีกที “ถึงยาของข้าจะห่วยแต่ก็มีคนซื้อ เพราะเจ้าเลยทำให้มันเจ๊ง”

เอ๊า ตรรกะอะไรนี่

ผมคิดจะเถียงแต่หมัดนั่นหนักมากอยู่ จึงเลือกที่จะหยุดพูด

“ยังไงวันนี้ก็เป็นวันตายแกแล้ว เรย์คาลัส ท่านผู้นั้นมีใบสั่งเก็บแก ยังไงแกก็ไม่มีทางรอด”

“ท่านผู้นั้น?” ผมคิดว่าตัวเองไปเหยียบเท้าหรือทำอะไรไม่ดีกับผู้มีอำนาจหรือเปล่า แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก

“อั่ก” ลูกน้องของมันคนหนึ่งเอาเท้าถีบผมลงไปนอน เจ็บแทบแย่

“ต่อให้คนอย่างแกมีดยุกเฮลดันไฮม์หนุนหลังแต่ยังไงแกก็มาได้แค่นี้แหละ”

มาได้แค่นี้งั้นเหรอ

ผมคิดระหว่างที่โดนกระทืบจนมึน และพยายามขดตัวเพื่อลดอาการบาดเจ็บให้มากที่สุด

มาได้แค่นี้เองเหรอ ผมนึกสมเพชตัวเองในใจ

ไม่ตายเพราะตกคูน้ำ ไม่ตายเพราะร่างกายอ่อนแอ แต่ตายเพราะโดนกระทืบเนี่ยนะ

“นายน้อยอยู่นั่น!” ทันใดนั้นพวกที่รุมกระทืบผมก็ผละออกไป

ผมค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วมอง

ที่รถม้าอีกคันหนึ่งไล่หลังมา มีริชาร์ดขับมามีม้าวิ่งเต็มเหยียดพร้อมร่างสองร่างพุ่งตรงเข้ามาในเกวียนที่ผมอยู่

พวกเขาดูเหมือนอัศวินชุดดำฝาแฝด แต่ขณะเดียวกันวิถีการต่อสู้กลับดุดันกว่าดูจากการซัดพวกที่รุมกระทืบผมไม่เลี้ยงจนเลือดพุ่งกระฉูด สองคนนั้นน่าจะเป็น สโครว์ สเตมป์ฟา ที่เป็นเอ่อ.. ลูกน้องมั้ง ของเซอร์เบอรอส แม้รถม้าจะโยกเยกแต่พวกเขาเหมือนไม่มีปัญหากับการทรงตัวเลยราวกับต้านแรงโน้มถ่วงได้ ระหว่างที่พวกเขาจัดการกับชายฉกรรจ์เหล่านั้น ผมฝืนร่างที่เจ็บจากการโดนกระทืบออกไปด้านหน้ารถม้าที่เปิดโล่งเห็นคนขับ ผมกดที่แหวนอีกครั้งคราวนี้มีมีดคมกริบออกมา

“หยุดรถม้าเดี๋ยวนี้” ผมเอามีดจ่อคอคนขับ ม้าที่เทียมอยู่ 5 ตัวกำลังวิ่งเต็มเหยียด

“เจ้าจะหยุดไม่หยุด” ผมกลั้นใจเอามีดจิ้มคอคนขับทั้งที่เจ็บไปหมดทั้งตัว

“ห..หยุดแล้ว” คนขับที่ตกใจเสียงสั่น

“ปึก!” เสียงธนูแหวกอากาศยิงทะลุขั้วหัวใจคนขับ

เขาร่วงลงไปด้านข้างรถทิ้งผมไว้กับม้าที่ยังวิ่งตะบึง

“ปึก!” เสียงธนูดอกที่สองมา

ต้องหลบ! ผมคิดแบบนั้นแต่ลูกธนูมาเร็วเกินไป แต่มีมือหนึ่งที่ออกมาจากเกวียน เป็นมือริชาร์ดดึงผมหลบลูกธนูทำให้โดนแค่ที่แขนถากๆ เท่านั้น แล้วคว้าผมกลับเข้ามาในเกวียน

“นายน้อย ท่านเป็นอะไรหรือเปล่า” เขาถามด้วยความเป็นห่วง “บาดเจ็บขนาดนี้ทำไมท่านไม่อยู่เฉยๆ”

“ก็ข้าไม่อยากเป็นภาระพวกเจ้าไง แต่ดูเหมือนจะทำให้เป็นภาระกว่าเดิมซะแล้วสิ” ผมรู้สึกตาลายและมองทุกคนหน้าเป็นสีเขียว

“ธนูนั่นอาบพิษ” อัศวินฝาแฝดคนใดคนหนึ่งเป็นคนพูดและรีบไล่ตามมืดธนูไป ในขณะที่ริชาร์ดออกไปคุมรถม้าเพื่อพาผมกลับ พวกในเกวียนแม้ยังมีชีวิตแต่ก็ร่อแร่เต็มทีดูจากปริมาณเลือดที่ไหลนองเต็มพื้นเกวียน

ผมที่ยังโดนฤทธิ์ยาพิษจนมึนถูกหิ้วปีก และพากลับไปยังคฤหาสน์ ที่นั่นเหล่าอัศวินและโมเบียส มารีน และท่านพ่อพากันออกมารับผม เสียงโวยวายวุ่นวายดังลั่น

ภาพทุกอย่างเบลอไปหมดจนผมลืมตาขึ้นมาอีกทีเพราะได้ยินเสียงที่คุ้นเคย

“เขาเป็นยังไงบ้าง” เสียงเซอร์เบอรอสถามขึ้น มือเขาร้อนและเต็มไปด้วยเหงื่อเหมือนวิ่งมา มือนั้นกุมมือผมไว้

“มันเป็นยาพิษที่ทำลายประสาท แต่ข้าแก้พิษแล้ว ดีว่ามาเร็ว ไม่งั้นเขาอาจจะพูดไม่ได้ไปเป็นปีเลยก็ได้” ผมได้ยินเสียงโมเบียสตอบ

“ปัง!” ผมได้ยินเสียงทุบโต๊ะ “ไอ้พวกขยะ” เซอร์เบอรอสพูด “สโครว์ สเตมป์ฟา พวกเจ้าไปเฝ้าคุกใต้ดินไว้ ข้าจะทำให้พวกมันทรมานยิ่งกว่าตาย ส่วนไอ้เวรมือธนูนั่น ข้าจะทำให้มันเสียใจที่เกิดมาเลย”

ผมคว้ามือเซอร์เบอรอสเพื่อจะห้ามเขา เขาหันมามอง ก่อนสติจะดับวูบไป

ระหว่างที่ผมอยู่ในสภาวะมึนงง ริชาร์ดมาขอโทษผม ขอให้ผมลงโทษเขาแล้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ไม่ใช่ความผิดของเขาเลย เป็นผมที่ทำอะไรเกินตัวเอง แต่ใครจะไปคิดว่าจะมีไอ้บ้าที่ไหนส่งมือธนูมาฆ่ากันกลางวันแสกๆ

นี่ล่ะนะที่เขาว่าความประมาทเป็นหนทางของความตาย

ส่วนเซอร์เบอรอส มารีน โมเบียส ผลัดกันมาเฝ้าไข้ผม และตีกันเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น

“ทำไมพวกเจ้าไม่ปิดม่านให้ท่านพี่เรย์” เซอร์เบอรอสถาม

“แสงเช้ามันดีต่อร่างกาย ใครจะไปอยู่มืดๆ อย่างท่านดยุกได้ทั้งวี่ทั้งวัน” มารีนตอบ

“ยัยหัวสายไหมนี่ เจ้าคิดว่าเป็นผู้หญิงแล้วข้าไม่กล้าทำอะไรเจ้าเหรอ”

“ท่านดยุกหมาบ้า ยังไงข้าก็เป็นน้องสาวท่านพี่เรย์ ถ้าทำอะไรข้าท่านพี่จะเกลียดท่าน แบร่”

“นี่พวกท่าน คนป่วยต้องการความสงบนะ” โมเบียสเข้ามาช่วยชีวิตผมไว้ก่อนไมเกรนจะกำเริบเพราะเสียงทะเลาะของสองคนนี้

“เรย์ เจ้าต้องกินข้าวด้วยนะ กินนิดหน่อยก็ได้ถ้าอยากอ้วก” ผมรู้สึกพะอืดพะอมมากจนกินอะไรไม่ลงเพราะพิษ

สาวเมดเข็นชามข้าวต้มเข้ามา

“เจ้าออกไปก่อนเถอะ ถ้าคุณชายเอาอะไรเดี๋ยวข้าเรียก” โมเบียสหันไปพูดกับสาวเมดที่พยักหน้าหงึก ผมหน้าซีดทำใจก่อนจะค่อยๆ เอามือไปหยิบ แต่เซอร์เบอรอสที่ไวกว่าหยิบไปแล้วตักข้าวให้

“อ้าปากสิ” เขาตักคำใหญ่ให้ผม

“มันน่าอายนะ ข้ากินเองได้หน่า” ให้ตายเถอะแก่ป่านนี้ ผมแค่โดนยาพิษไม่ได้พิการสักหน่อย จะป้อนทำไมเล่า

“ท่านพี่เรย์ถ้าไม่กินอาหารงั้นข้าจะป้อนอย่างอื่นให้กินเอาไหม” เซอร์เบอรอสมองผม ดวงตาสีแดงเจ้าเล่ห์และยิ้มแปลกๆ นั่น ทำให้ผมรีบงับข้าวเข้าปากอย่างรวดเร็ว

โมเบียสทำท่าปวดหัว ส่วนมารีนหน้าแดงแล้วออกจากห้องไป

อาการผมเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ทุกคนเห็นด้วยกับการขัดขวางไม่ให้ผมออกจากบ้านแม้แต่ก้าว ผมจึงไปไหนไม่ได้นอกจากหน้าระเบียงบ้านตัวเอง

น่าเบื่อมาก

ผมเดินไปที่ระเบียงแล้วมองออกไปที่สวน ยามกลางคืนที่เงียบสงบกับสวนสวยทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายไปได้บ้าง ก่อนจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่างเหมือนมีเงาตะคุ่มอยู่บนต้นไม้

ผมตกใจมอง มีคนอยู่บนต้นไม้เหรอ

จะโดนลอบฆ่าอีกแล้วเหรอ

แต่ก่อนที่ผมจะวิ่งหนี คนบนต้นไม้นั่นก็กระโดดพรวดเดียวมาอยู่ข้างๆ ผมแล้ว ผมตกใจแทบช็อคตายแต่เมื่อมองดีๆ ก็เห็นว่านั่นคือเซอร์เบอรอส

“ท่านพี่เรย์ ท่านดีขึ้นแล้วเหรอ” เขาอยู่ในชุดดำอีกแล้วแต่เป็นชุดที่ดูเคลื่อนไหวสะดวก

“เห้ย เจ้ากระโดดมาจากตรงนั้นได้ไงน่ะ” ผมตกใจเรื่องนั้นมากกว่า “คนอื่นทำได้แบบเจ้าหรือเปล่า ข้าต้องตัดต้นไม้ตรงนั้นไหม”

เซอร์เบอรอสหัวเราะ ตั้งแต่เขากลับมาผมเพิ่งเห็นเขาหัวเราะ เป็นเสียงหัวเราะที่สดใสไม่เข้ากับเขาเลยสักนิด “คนอื่นทำไม่ได้นอกจากข้า ท่านวางใจเถอะ” เซอร์เบอรอสเล่าผลการสืบสวนให้ผมฟัง และเล่าให้ฟังว่า สโครว์และสเตมป์ฟา เป็นอัศวินสังหารที่เซอร์เบอรอสให้มาคอยตามผมไว้ เพราะสงสัยว่าผมจะโดนลอบทำร้าย

ส่วนตำแหน่ง ‘อัศวินสังหาร’ นี่น่าจะเป็นตำแหน่งที่มีเฉพาะตระกูลของเซอร์เบอรอส ชื่อเหมือนเป็นอัศวินแต่จริงๆ ทำหน้าที่เป็นนักฆ่า เพราะตระกูลเฮลดันไฮม์ขึ้นชื่อเรื่องทำงานสกปรกเบื้องหลังให้ราชวงศ์ แต่เซอร์เบอรอสบอกว่าเขายังไม่ค่อยได้ใช้งานสองคนนี้มากนักเพราะเขาชอบทำงานเองมากกว่า

หมายถึงชอบฆ่าเองมากกว่าน่ะเหรอ

ผมรู้ว่าทุกคนมีมุมมืดแต่ไม่ต้องมืดขนาดนี้ก็ได้

“ข้าสอบสวนแล้ว ยาพิษที่ใช้กับท่านพี่เรย์ อาจจะมาจากรัชทายาท” ผมงง “เดี๋ยวนะ ทำไมถึงเป็นแบบนั้น อีกอย่างเจ้าต้องรับใช้เขาแล้วเจ้ามาออกหน้าช่วยข้าแบบนี้จะไม่เป็นไรเหรอ”

“เพราะยาอัลฟิเดสขายดีมาก รวมถึงอะควาเซียก็เป็นกิลด์ข้อมูลที่ถึงแม้ราชวงศ์จะปล่อยข่าวเพื่อทำลาย ก็ยังไม่อาจลดทอนอำนาจได้” เขาพูด “แต่ถ้าไม่มีท่าน ก็จะไม่มีทายาทสืบทอดทั้งสองอย่าง ช่วงนี้ยาอัลฟิเดสถูกเรียกว่าสมบัติแห่งอาณาจักร พวกเขาเล็งฮุบกิจการของท่าน”

“ข้าจะสังหารรัชทายาทดีหรือไม่” เซอร์เบอรอสเอ่ยถาม ผมมองหน้าเขาแบบ นี่ซีเรียสมั้ยเนี่ย เขาจะมาโดนข้อหากบฎเพราะผมเนี่ยนะ

“เจ้าเป็น เอ่อ คนสนิทเขาไม่ใช่เหรอ เอ่อ ข้าหมายถึงคนของเขา” ที่จริงตามต้นฉบับเรียกว่าลูกน้องคนสนิทที่เอาไว้ทำเรื่องสกปรกด้วยซ้ำ แต่จากที่เซอร์เบอรอสบอกว่าจะฆ่าเขาบางทีตอนนี้อาจไม่สนิทขนาดนั้น

“เหอะ ชีวิตข้าไม่ได้เป็นคนของใครหน้าไหน” เซอร์เบอรอสพูดแล้วโอบเอวผม “แต่ถ้าจะให้พูดว่าเป็นล่ะก็ ก็คงเป็นของท่านพี่เรย์”

หา เป็นของผม?

“อย่าพูดเล่นอะไรแบบนั้นสิ ท่านดยุกแห่งเฮลดันไฮม์” ผมพูดเรียกชื่อตำแหน่งเตือนเขาในขณะที่รู้สึกว่าตัวเองหน้าแดง

“ใช่ ข้าเป็นดยุกแห่งเฮลดันไฮม์ แล้วถ้าข้าจะเป็นของท่านพี่แล้วใครจะทำไมข้า”

“ต..แต่” มันได้เหรอ! แล้วไหนจะเรื่องสืบทอดตระกูลอีก

“ตั้งแต่วันนั้นที่ท่านช่วยชีวิตข้า ชีวิตข้าก็เป็นของท่านพี่เรย์แล้ว ถ้าท่านบอกว่าอยากให้เขาตาย ข้าจะฆ่าเขาให้” เซอร์เบอรอสจับมือของผมและพูดไปด้วย ดวงตาสีแดงเข้มนั่นและใบหน้าที่ขึ้นริ้วสีแดงจางๆ ดูเหมือนไม่ล้อเล่นสักนิด

เขาบ้าไปแล้วสินะ

“ถ้าท่านพี่ไม่ชอบ ท่านพี่เรย์ก็ผลักข้าให้ตกระเบียงไปตอนนี้เลยสิ” เซอร์เบอรอสมองตาผมแล้วเอามือผมวางบนแผ่นอกของเขา “เพราะท่านพี่เรย์ไม่ผลัก แปลว่าท่านไม่ปฏิเสธข้า และข้าจะไม่ยอมให้ท่านไปจากข้าอีก” เซอร์เบอรอสมองผมด้วยยิ้มที่ดูแปลกๆ

เขารู้ว่าผมไม่ผลักเขาแน่นอน ไอ้บ้านี่

“ใจเย็นๆ นะ” ผมตั้งสติก่อนบอกเขา รู้สึกว่าตัวเองหน้าร้อนผ่าว “ข้าไม่อยากให้เจ้าไปจบลงที่คุก ข้าไม่อยากให้เจ้าฆ่าคนโดยไม่จำเป็น…แล้วก็ ข้าไม่อยากให้เจ้าหล่นจากชั้นสามด้วย ถึง.. รู้ว่าหล่นไปเจ้าจะไม่เป็นไรก็เถอะ” ผมพูดยังไม่ทันขาดคำเซอร์เบอรอสก็รั้งตัวผมเข้ามาใกล้จนหน้าเราสองคนชิดกัน

“ข้ารู้ว่าท่านพี่ไม่ผลักข้าหรอก เพราะเสียงหัวใจท่านเต้นแรงจนข้าได้ยินชัดเลย”

“…”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงแดดที่ตกกระทบ (ตอนจบ)

    “ท่านพี่เรย์ ดูนี่สิคะ” มารีนเรียกผมที่กำลังจะออกนอกบ้านให้มาดูเธอเสกเวทย์น้ำ น้ำในแก้วกลายเป็นน้ำพุเล็กๆ พุ่งออกและไหลมาในแก้วเดิมโดยไม่หก“มารีนเจ้ามีพรสวรรค์นะเนี่ย” ผมชมด้วยสีหน้าประหลาดใจ ในนิยายนางเอกไม่ได้มีฉากใช้เวทมนตร์เสียหน่อย แล้วอันนี้มายังไงล่ะเนี่ย แต่ช่างมันเถอะ หากน้องสาวของผมปกป้องตัวเองได้ย่อมเป็นเรื่องดี“จ..จริงขอรับ ข้าสัมผัสได้ว่ามารีนมีพลังเวทย์ที่หากฝึกแล้วสามารถกลายเป็นนักเวทย์ได้เลย ข…ข้าก็เลยลองชวนไปที่หอคอยเวทมนตร์ดู” บาอัลพูดขึ้นอย่าประหม่า เขาเป็นเพื่อนของมารีนที่มารีนบอกว่าเจอที่งานเต้นรำ ดูขี้อายและมีผมสีน้ำเงินปรกหน้าจนมองแทบไม่เห็นตา ผมจินตนาการไม่ออกว่าพวกเขาไปคุยกันได้ยังไงเพราะดูเคมีเป็นตัวแม่กับทรงติ๋มเกิน“เจ้าก็ชมข้าเกินไปแล้ว บาอัล เทียบกับเจ้าแล้วข้ายังห่างชั้นอยู่เยอะ” มารีนพยายามเพ่งสมาธิแล้วเก็บน้ำกลับไปนิ่งในแก้วดังเดิม “ที่จริงตอนที่บาอัลชวนข้าก็ไม่ได้สนใจเลยเจ้าค่ะ แต่ว่าตอนที่ท่านพี่ตกอยู่ในอันตราย ข้ารู้สึกแย่มากที่ทำอะไรไม่ได้ ข้าเลยเปลี่ยนใจและบอกบาอัลว่าข้าจะลองดู”บาอัล? ชื่อนี้คุ้นอยู่นะว่าแต่เขาอยู่ตรงไหนของเรื่องหอคอยเวทมนตร์

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เรย์คาลัส

    ผมยืนที่สะพาน ด้านหน้ามองออกไปเห็นคูน้ำลึก ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลัง ผมมองเห็นว่าเขาคือใครผ่านเงาที่สะท้อนบนผืนน้ำ เขาคือเซอร์เบอรอส แต่ไม่ใช่เซอร์เบอรอสที่ผมจำได้ แม้หน้าตาเหมือนกันแต่บรรยากาศราวกับคนละคน คนคนนี้แม้มีใบหน้าที่หล่อเหลา แต่ดวงตาสีแดงของเขาไร้ความรู้สึกราวกับคนตาย รอยแผลทั่วตัวและมีรอยแผลเป็นที่แขนซ้ายเป็นรอยใหญ่เห็นได้ชัด แผลเหล่านั้นมากมายเกินจะนับได้เราสองคนยืนอยู่ที่คูน้ำ เมื่อผมมองลงไปในน้ำ แทนที่จะสะท้อนใบหน้าปกติ กลับสะท้อนใบหน้าของชายหนุ่มผมสีเขียวที่ดูป่วยผอมโซ หน้าตอบจนเห็นกระดูก ขอบตาดำคล้ำและริมฝีปากเป็นสีม่วง บ่งบอกถึงการใช้ชีวิตเสเพลอย่างหนักหน่วงนี่คือเรย์คาลัสในนิยาย ผมรู้โดยอัตโนมัติว่าเป็นเช่นนั้นและนั่นก็คือเซอร์เบอรอสในนิยาย ที่เป็นคนฆ่าเขา“คุณชายเรย์คาลัส” เสียงเซอร์เบอรอสเรียกอย่างห่างเหินจนในอกของผมเจ็บแปลบ “ถ้าเจ้าใช้ชีวิตให้มันดีกว่านี้สักนิด ก็คงไม่จบลงเช่นนี้”“ใครจะไปใช้ชีวิตได้ดีเท่าเจ้าล่ะ ท่านดยุกหมาบ้า” เรย์คาลัสในนิยายตอบทำเอาเซอร์เบอรอสชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “เหอะ ปากดีนัก เจ้าใช้ทั้งชีวิตของเจ้าเกลียดชังตัวเองและคนอื่น ข้าไม่

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   คำวิงวอน

    “ท่านเรย์คาลัส ท่านเป็นยังไงบ้าง” ผมไม่ตอบได้แต่เหม่อมองท้องฟ้าก้อนเมฆลอยเอื่อยๆ และแสงแดดไม่รับรู้ถึงความเศร้าของผมดยุกอิลเครนถาม เขาเองยังดูเป็นห่วงผม ไม่ต้องพูดถึงมารีนที่ถามผมทุกวันในหัวผมมีแต่คำถามว่าทำไมทำไมล่ะทำไมคำวิงวอนของผมถึงไม่เคยส่งไปถึงฟากฟ้าเลย ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อน หรือชาตินี้ผมแค่อยากปกป้องเขาเท่านั้นเองอีกนิดเดียวเองแท้ๆเพราะสถานการณ์ของพวกเรายังไม่แน่ไม่นอน พวกเราเลยอยู่ที่บ้านพักตากอากาศของตระกูลอะควาเซียที่ใกล้ทะเลแถบนั้นที่สุด มันเป็นบ้านขนาดใหญ่ทาสีครีม ที่เต็มไปด้วยสวนดอกไม้ กุหลาบแดงบานสะพรั่งส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วผมไม่ได้ทำอะไรนอกจากออกมานั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่แบบนี้มารีนพยายามทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น ด้วยการชวนผมทำเรื่องต่างๆ แต่ไม่ว่าทำอย่างไร ผมก็ไม่รู้สึกดีขึ้นเลย“ถ้าข้ารู้ว่าพี่ชอบเขาขนาดนี้ ข้าคงไม่ขัดขวางท่านพี่เลยค่ะ” มารีนร้องไห้ปลอบผม “ข้าขอโทษนะคะท่านพี่”ผมจับมือเธอ แต่ผมไม่รู้สึกถึงสัมผัสของเธอไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนวิญญาณหลุดลอยไปเหลือเพียงเปลือกที่กลวงเปล่า“อย่าว่าแต่เจ้าไม่รู้เลย ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” ผมตอบมารีนไป ไม่รู้ตัวเลยว่าทำสีหน้าแ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เข็มทิศ

    พวกเราเดินทางรอนแรมตามเข็มทิศประมาณสามวันสามคืน ผมพอรู้ว่าจุดหมายที่ต้องไปคือที่ไหนเพราะอ่านนิยายต้นฉบับ มันห่างออกจากเมืองหลวงมาไม่มากนัก และเป็นหาดรกร้างแห่งหนึ่ง และเมื่อมาถึงสถานที่ที่เข็มทิศชี้บอกก็เป็นเวลาค่ำแล้วหาดทรายสีดำกลืนไปกับทะเล โขดหินอยู่ไกลออกไป มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวริบหรี่ที่คอยส่องทางให้ ความนิ่งสงัดที่เหมือนถูกบีบล้อมด้วยสิ่งที่ไม่รู้จัก อากาศหนาวจนแม้ใส่เสื้อกันหนาวยังหนาวลึกเข้าไปในกระดูก ตรงตามคำบรรยายตามนิยายต้นฉบับพวกเราลงจากรถม้าและเริ่มเดินไปตามเข็มทิศอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ ผ่านสิ่งที่รูปร่างเหมือนปะการังแต่กลับอยู่บนบก เสียงแกรกกรากแปลกๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างขยับตามพวกเรามา แต่เพราะความมืดที่เวิ้งว้างทำให้ผมคิดว่าตัวเองอาจคิดไปเอง“วืดดด” เสียงบางอย่างแหวกอากาศมาที่ที่พวกเราอยู่“เลดี้อะควาเซีย! หลบ!” ดยุกหนุ่มผู้มีประสาทไวกว่าพวกเราตะโกนบอกมารีน“กรี๊ด!!!” อะไรบางอย่างผ่านหัวมารีนไปจนเธอร้องกรี๊ดออกมาสิ่งนั้นคือก้ามของมอนสเตอร์ที่ดูคล้ายกับปูขนาดใหญ่แต่มีหาง ตัวสูงราว 5 เมตร พวกมันปกป้องอะไรบางอย่างที่มืดๆ เมื่อเพ่งมองดีๆ ท่ามกลางความมืดปรากฏถ้ำด้านหน้าพ

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   แสงสว่างกับความมืด

    “ปล่อยเขา” ดยุกอิลเครนเอาดาบแห่งแสงฟันมือเงาดำนั่นออกจนผมหลุดออกมาได้“เหอะ ท่านดยุกแดนเหนือมีงานอดิเรกในการยุ่งเรื่องในปราสาทคนอื่นเหรอขอรับ?”ถึงสติกซ์จะถามในแบบสุภาพแต่แปลตรงตัวก็คืออย่าเสือก นั่นเองมือเงาดำหนาแน่นยันดยุกอิลเครนที่ยังไม่ทันตั้งตัวกระเด็นไปให้ห่างจากผม“อย่าเข้ามา ไม่งั้นข้าจะฐานะอัศวินพิทักษ์ปราสาทจะไม่ไว้หน้าท่าน” สติกซ์ปรายตามอง แล้วมือหนึ่งสีดำมือหนึ่งก็มาบีบคอผมต่อ“แล้วปราสาทมืดเฮลดันไฮม์ มีสิทธิ์อะไรมากักขังหน่วงเหนี่ยวประชาชนผู้บริสุทธิ์ล่ะ” ดยุกอิลเครนโมโหที่ถูกพลังยันจนกรระเด็น เอาดาบฟันมือเงาดำขาดไปจำนวนหนึ่ง“บริสุทธิ์อย่างนั้นเหรอ” สติกซ์พูดอย่างเหลืออดแล้วใช้พลังยันดยุกกลับไปอีก แล้วหันมาตวาดใส่ผม “เจ้าทำร้ายจิตใจท่านดยุกของข้า เจ้าก็รู้ว่าเขาเหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่แล้ว เจ้ากลัวตายงั้นเหรอถึงจะคิดจะหนี พวกเราคอยดูแลเจ้าอยู่ เจ้าไม่มีทางตายหรอก แต่นายท่านน่ะใกล้ตายแล้ว” เขาพูดเหมือนคนสติหลุดแล้วเอามือทึ้งหัวตัวเอง “ไสหัวกลับไปอยู่กับนายท่านเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ข้าจะฆ่าเจ้ากับมือตัวเองซะ”“สติกซ์ ไม่ใช่แบบที่เจ้าคิดนะ” ผมตะโกนขัดก่อนจะโดนเขาด่าจนหน้าชาไปมาก

  • เมื่อตัวร้ายหมาบ้าตกหลุมรักผม   เบาะแส

    แม้บาดแผลของเซอร์เบอรอสยังคงดูไม่ปกติแม้ว่าเขาจะแช่ศิลามังกรอยู่ทุกวัน โชคดีว่าเมื่อเขาอยู่ที่ปราสาทไม่จำเป็นต้องใช้พลัง ตอนนี้ยิ่งใช้มันมากเท่าไหร่ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ส่วนใหญ่เขาจึงต้องพักผ่อนและหากมีแววว่าจะบ้าคลั่ง เขาจะลงไประบายอารมณ์กับสิ่งของในปราสาทแทน ซึ่งเมื่อเขาสงบลง ผมก็จะไปดูว่าของพวกนั้นยังซ่อมได้หรือเปล่า และหากอาการเขาไม่หนักมาก ผมจะปลอบโยนเขาด้วยร่างกายเฮ้อ ผมอยากช่วยเขาได้มากกว่านั้นระหว่างนั้นผมก็เหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์ที่สติกซ์เอามาวางให้ผม ผมหยิบมาดู ในหนังสือพิมพ์เขียนว่าสิ่งของของทางเซอร์เค็ตที่ยังไม่ถูกทำลายจะถูกนำออกมาประมูลในสัปดาห์หน้าพูดถึงเซอร์เค็ต ดยุกเซอร์เค็ตโกรธมากที่ลูกชายทำร้ายพันธมิตรไปโดยพละการ แต่ก็โกรธที่เฮลดันไฮม์ขโมยทั้งศิลามังกรและสมบัติบางส่วน รวมถึงทำให้สุสาน 400 ปี เสียหายและเขียนจดหมายที่เต็มไปด้วยความโมโหมา 30 หน้ากระดาษ (เซอร์เบอรอสโยนทิ้งไปแล้ว)สิ่งที่นำออกมาประมูลคงเป็นสิ่งของที่ยังคงอยู่ในสุสานนั้น ผมไล่รายการของที่ถูกนำมาประมูล มีสิ่งของจากที่อื่นๆ ที่น่าสนใจถูกนำออกมาประมูลด้วยและแล้วสายตาของผมก็ไปหยุดอยู่ที่รายละเอียดขอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status