بيت / รักโบราณ / เมื่อมิอาจรั้งรัก / ไม่ต่างจากคนไร้ค่า

مشاركة

ไม่ต่างจากคนไร้ค่า

last update تاريخ النشر: 2026-05-02 19:25:26

          "เจ้ามาหาข้ามีเรื่องอะไรงั้นหรือ"

          "ท่านยังคงเย็นชากับข้าเหมือนเมื่อก่อนเลยนะเจ้าคะ"

          "ข้าไม่ใช่คนพูดมากเหมือนพี่ชายเจ้า ผู้คนถึงได้คิดว่าข้าเป็นคนเช่นนี้"

          "ข้านำชามาให้เจ้าค่ะ" ว่าพลางเทน้ำชาให้เขาด้วยความชำนาญ

          "ขอบใจ"

          "..." 

          ครั้นดื่มชาจนหมดจอกเฉียนหลงเว่ยที่เห็นสตรีตรงหน้าเอาแต่อมยิ้มให้แต่กลับไม่พูดไม่จา เขาจึงขมวดคิ้วยุ่งด้วยความไม่พอใจ

          "เจ้ามีเรื่องอยากพูดกับข้าอีกหรือไม่ หากไม่..." ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้พูดจนจบประโยค นางได้แทรกขึ้นเสียก่อน ราวกับกลัวว่าจะถูกไล่ให้กลับเรือนเสียอย่างนั้น

          "ข้าไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดท่านถึงเลือกข้ามาเป็นฮูหยิน แต่ข้าจะไม่ถามเหตุผลอันใดทั้งสิ้น ข้าขอเพียงได้ทำหน้าที่ภรรยา คอยใส่ใจดูแลท่านแค่นี้ก็เป็นพอ"

          "ไม่จำเป็น ขอเพียงเจ้าทำหน้าที่นายหญิงของตระกูลเฉียนไม่ให้ขาดตกบกพร่องก็พอ ที่ข้าเลือกแต่งเจ้ามาเป็นฮูหยินมิใช่เพราะชอบพอหรือเพราะมีใจให้"

          "ชะ...เช่นนั้นเป็นเพราะอะไรงั้นหรือเจ้าคะ" น้ำเสียงที่นางเอื้อนเอ่ยออกมาสั่นคลอนอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับฝืนกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา"

          "เรื่องนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้" หลงเว่ยหันหน้าหนีไปอีกทาง ยามเห็นนัยน์ตาของนางเริ่มแดงก่ำ

          "ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ" 

          เมื่อไม่อาจบังคับหยดน้ำตาไม่ให้ร่วงหล่นลงมาได้อีก      นางจึงได้ขอตัวออกจากห้องไปพร้อมกับรอยน้ำตาที่เปื้อนใบหน้า     หยุนซือที่เห็นฮูหยินวิ่งออกไปได้แต่มองตามด้วยความสงสัย 

          นางปิดประตูเรือนนอนพร้อมกับลงกลอนเพื่อไม่ให้ใครเข้ามา แล้วทรุดตัวนั่งลงร่ำไห้สะอึกสะอื้น นับว่าเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สูญเสียบิดาและพี่ชายในคราวเดียวกันที่นางร้องไห้เสียใจเช่นนี้

          "เฉียนหลงเว่ย ท่านช่างใจร้ายกับข้ายิ่งนัก หากข้าบังคับความรู้สึกของตัวเองได้ ข้าคงไม่รักท่านตั้งแต่แรก" 

          อวี้จวินหรงใช้เวลาเรียนรู้งานในจวนไม่นานนัก เพราะเรื่องในจวนส่วนใหญ่นางคุ้นชินดีอยู่แล้ว

          "ตั้งแต่ฮูหยินแต่งเข้าจวนมาทุกอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยมากทีเดียว ถึงขนาดที่นายท่านยังเอ่ยปากชม"

          "หึ ข้าไม่เห็นว่านางจะดีเลิศเลอเหมือนที่เจ้าพูด แม้จะจัดการเรื่องในจวนได้ดี แต่นางเป็นเพียงสตรีธรรมดาที่ไม่สามารถสนับสนุนสามีได้ ก็ไม่ต่างจากคนไร้ค่ามิใช่หรือ" 

          "ข้าไร้ค่าหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่สาวใช้อย่างเจ้าจะมาตัดสินได้"

          "ฮะ...ฮูหยิน"

          "ดูท่าแล้วข้าคงต้องจัดระเบียบคนในจวนใหม่เสียแล้ว        มิเช่นนั้นคงทำให้ทั้งข้าและท่านพี่อับอายแน่"

          "ฮูหยิน ได้โปรดให้อภัยข้าสักครั้งเถิดเจ้าค่ะ"

          "ในเมื่อเป็นความผิดครั้งแรกของเจ้า ข้าจะไม่ถือสาเอาความ แต่ถ้ามีครั้งต่อไปข้าไม่ละเว้นเจ้าแน่"

          "ขอบคุณฮูหยินที่เมตตา"

          เมื่อมีเวลาว่างนางมักเข้าครัวทำขนมเป็นของว่างให้เขาเสมอ แม้เขาเคยบอกว่าไม่ได้คิดอะไรกับนางก็ตามที แต่นางยังคงหวังในใจลึก ๆ ว่าเวลาจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น ไม่ต้องรักนางเฉกเช่นคู่สามีภรรยาก็ได้ นางขอเพียงอ้อมกอดจากเขาสักเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว

          "คุณชาย ฮูหยินให้คนนำขนมมาให้ขอรับ"

          "นางว่างนักหรือ ถึงได้ทำขนมมาให้ข้าบ่อยเช่นนี้" หลงเว่ยพูดขึ้น ขณะที่ตายังไม่ละจากตัวหนังสือตรงหน้า

          "ใครว่าล่ะขอรับ ฮูหยินยุ่งมาก แต่นางก็ยังหาเวลามาทำขนมที่ท่านชอบกินอีก ท่านไม่ใจอ่อนชอบพอนางสักนิดเลยหรือ"

          "หยุนซือ เจ้าหยุดพูดจาไร้สาระได้แล้ว เจ้าไปบอกนางด้วยว่าข้ามีงานสำคัญต้องทำ จะไม่อยู่จวนสักระยะ"

          "เหตุใดท่านถึงไม่ไปบอกนางเองล่ะขอรับ ฟังจากปากท่านย่อมดีกว่า"

          "พูดมากเสียจริง"

          "บ่าวยังมีอีกเรื่องที่ต้องรายงานขอรับ"

          "เรื่องอะไร"

          "ดูเหมือนว่าฮูหยินจะถูกสาวใช้ดูแคลนนะขอรับ นางบอกว่าฮูหยินเป็นเพียงสตรีไร้ค่าที่ไม่อาจสนับสนุนสามีได้"

          เมื่อได้ยินคำกล่าวของบ่าวรับใช้คนสนิทเขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนด้วยความโมโห

          "เป็นแค่สาวใช้ แต่กล้าบังอาจมาว่าเจ้านาย คนเช่นนี้จะเก็บไว้ในจวนไม่ได้ ไปจัดการเสีย"

          "ขอรับ"

          หยุนซือสั่งโบยสาวใช้คนนั้นสามสิบที ก่อนไล่ให้นางไปอยู่เรือนเกษตรที่อยู่ห่างจากจวนนับร้อยลี้ เพื่อไม่ให้ผู้อื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง

          "ถึงกับต้องไล่นางออกไปจากจวนเลยหรือ"

          "บ่าวที่ไม่เคารพเจ้านาย แค่ถูกโบยกับไล่ออกจากจวนยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำขอรับ หากเป็นเมื่อก่อน..." จวินหรงที่รอฟังชายหนุ่มตรงหน้าพูดจนจบประโยคได้แต่จ้องหน้าค้าง เพราะเขาไม่ได้พูดอันใดต่อ

          "หากเป็นเมื่อก่อนอะไรงั้นหรือ รีบพูดมาเร็วเข้า"

          หยุนซือมีท่าทีอึกอักอย่างเห็นได้ชัด ยามมองไปยังข้างหลังของนางที่มีเจ้านายของตัวเองยืนจ้องเขม็ง

          "อะ...เอ่อ ไม่มีอะไรขอรับ บ่าวยังมีเรื่องต้องทำอีกมาก ขอตัวก่อนนะขอรับ!"

          "ดะ...เดี๋ยวสิ" ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะเอ่ยขัด เขาก็ได้วิ่งหายไปแล้วด้วยความรวดเร็วราวกับว่าเห็นผีเสียอย่างนั้น

          "ฮูหยิน" เหวินเยว่สะกิดชายเสื้อเบา ๆ ให้นางหันหลังมา

          "มีอะไรหรือ ทะ...ท่านพี่"

          "เจ้าออกไปก่อน" เขาหันไปบอกสาวใช้ของนาง

          "มาหาข้ามีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ"

          "ขนมของเจ้า ข้ากินจนเอียนแล้ว ทีหลังไม่ต้องทำมาให้ข้าอีก"

          "ฝีมือข้าไม่ถูกปากท่านหรือเจ้าคะ"

          "แม้เจ้าจะทำขนมได้รสชาติดีเลิศมากเท่าใด แต่หากต้องกินทุกวัน หากเป็นเจ้าเจ้าจะยังอยากกินอีกรึไม่"

          "หากเป็นข้าคงคิดเหมือนท่านเช่นกัน" นางส่งยิ้มแหย ๆ เมื่อคิดว่าต้องกินขนมหวานพวกนั้นทุกวัน คงรู้สึกเบื่อหน่ายจนไม่อยากกินอีก

          "ข้ามีงานสำคัญต้องทำ คงไม่ได้กลับจวนสักระยะ "

          "งานสำคัญงั้นหรือ"

          "ใช่ ระหว่างที่ข้าไม่อยู่อำนาจทุกอย่างข้ายกให้เจ้าเป็นคนตัดสินใจแทน"

          "ไปนานเท่าใดหรือเจ้าคะ"

          "อาจจะสักหนึ่งหรือสองเดือน"

          "นานขนาดนั้นเชียวหรือ"

          "ไม่ต้องกังวลไป ข้าไม่ได้ไปออกรบเสียหน่อย"

              ราวกับว่ารู้ใจนางว่ารู้สึกเช่นไร ถึงได้เอ่ยออกมาเช่นนี้ บนโลกใบนี้นางเหลือเพียงเขาผู้เดียว ย่อมหวั่นวิตกเป็นธรรมดาที่สามีจะไม่อยู่ที่เมืองหลวง

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   ปรับความเข้าใจ(จบ)

    โชคร้ายที่อาการคลุ้มคลั่งของฮูหยินผู้เฒ่าไม่อาจรักษาให้หายขาดได้ เพราะได้รับพิษในปริมาณมากเขาจึงส่งถานไฉให้กลับไปดูแลมารดาตามเดิม โดยให้สาวใช้คนอื่นคอยสอดส่องดูพฤติกรรมของนางควบคู่ไปด้วย แม้สาวใช้ผู้นี้คิดจะฆ่ามารดาของเขา แต่ถึงอย่างไรพวกนางสองคนก็ใช้ชีวิตด้วยกันมานาน เขาจึงให้นางได้ไถ่โทษด้วยการดูแลฮูหยินผู้เฒ่าจนกว่าคนใดคนหนึ่งจะเป็นคนจากไปก่อนซินเหยียนกับอวี่ซูอยู่ที่จวนสกุลซ่งนานกว่าที่คิด เพราะต้องรักษาบาดแผลของสาวใช้คนสนิท แม้ตอนนี้บาดแผลของนางจะหายดี แต่ตอนนี้ซินเหยียนเกิดอาการเท้าบวมเพราะการตั้งครรภ์ทำให้เดินเหินไม่ค่อยสะดวกนัก“นายหญิง บ่าวว่ารอให้คลอดก่อนแล้วพวกเราค่อยกลับไปที่จวนสกุลเซียวดีหรือไม่”“ไม่ได้หรอก กว่าข้าจะคลอดก็อีกตั้งหลายเดือน ที่นั่นขาดคนดูแลมานาน อีกอย่างข้าอยากกลับจวนแล้ว”“ช่วยตริตรองดูอีกรอบเถิดเจ้าค่ะ”“ข้าคิดดีแล้ว”“เจ้าจะรีบกลับบ้านเดิมไปทำไมเล่า หรือว่าเจ้าอึดอัดที่ต้องทนเห็นหน้าข้า” ซ่งอันหยางถามขึ้นมา เดิมทีเขาเพียงแค่อยากมาดูนางเสียหน่อย แต่กลับได้ยินทั้งคู่พูดคุยเรื่องกลับจวนเสียนี่“พวกเราไม่ได้เป็นสามีภรรยากันแล้ว ตอนนี้ข้ากับท่านเป็นเพียงคน

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   คำสารภาพจากสามีคนนี้

    ฝ่ามือแกร่งลูบศีรษะของภรรยาด้วยความทนุถนอม ความอบอุ่นจากมือของเขาทำให้ซินเหยียนหลับตาพริ้มประหนึ่งถูกขับกล่อมด้วยบทกลอนอันไพเราะ“ท่านโหวจะทำเช่นไรต่อไปหรือขอรับ ดูท่าว่าฮูหยินจะโกรธท่านไม่น้อย”“ข้ารู้นิสัยของนางดี ถ้านางเพียงแค่โกรธเคืองข้า ข้าคงไม่ต้องรู้สึกเป็นกังวลเหมือนในตอนนี้” เขาไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยคำว่าเกลียดออกมาเสียด้วยซ้ำ จึงพูดออกมาแต่เพียงเท่านี้“ตอนนี้ข้าหวังเพียงให้นางกับลูกอยู่อย่างสุขสบาย ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับนางคงทำได้เพียงค่อย ๆ บอกเล่าที่มาที่ไปให้นางฟัง”“แล้วถ้าฮูหยินไม่ให้อภัย”“ข้าก็จะไม่ย่อท้อ เมื่อครั้งแรกเริ่มข้าคิดจะหลอกใช้นางก็จริง แต่พอนานวันเข้าข้ากลับหลงลืมความตั้งใจนี้ ช่างน่าขันที่ข้าดันหลงรักคนที่คิดจะหลอกใช้โดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป” เขาตอบบ่าวรับใช้ แต่ไม่ได้หันไปมองหน้ากู่เจ๋อสักนิดซ่งอันหยางมอบจุมพิตที่หน้าผากนวลแผ่วเบา ก่อนปลีกตัวออกจากห้องนอนของตัวเองไป ตั้งแต่ที่นางเป็นลมเขาไม่อาจวางใจว่านางกับลูกจะปลอดภัยจึงได้พาตัวนางกับสาวใช้กลับมาที่จวนสกุลซ่งเมื่อท่านโหวออกไปแล้วหยาดน้ำตาได้ไหลเป็นทางยาวอาบแก้มทั้งสองข้าง นางทั้งรู้สึกสับสนแ

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   ปะหน้ากัน

    ตั้งแต่ที่รู้ว่าตัวเองตั้งท้องจวบจนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนที่นางตั้งครรภ์ได้สี่เดือนแล้ว คราแรกซินเหยียนหวั่นวิตกเพราะท้องของนางดูเหมือนจะใหญ่กว่าปกติ หากเทียบกับระยะเวลาตั้งครรภ์ แต่พอท่านหมอบอกว่านางได้ลูกแฝดนางถึงเบาใจลง โชคดีที่นางไม่ได้แพ้ท้องหนักเหมือนสตรีอื่น นางแค่รู้สึกวิงเวียนเวลาตื่นนอน และยังชอบกินผลไม้รสเปรี้ยวมากเป็นพิเศษ“ท้องของท่านใหญ่ขึ้นมากเลยนะเจ้าคะ” อวี่ซูพูดด้วยน้ำเสียงปลื้มปิติ“เป็นเพราะข้าท้องแฝด ท้องของข้าถึงได้มีขนาดใหญ่กว่าปกติ”“บ่าวว่าท่านต้องได้ลูกชายแน่ ๆ เลยเจ้าค่ะ”“เจ้ารู้ได้ยังไงกัน”“อันที่จริงระหว่างไปจ่ายตลาดบ่าวได้ยินชาวบ้านพูดกัน ว่าถ้าหากสตรีมีครรภ์ชอบกินอาหารรสเปรี้ยวจะได้ลูกชาย ส่วนถ้าชอบกินเผ็ดจะได้ลูกสาว”“งั้นหรือ”“เจ้าค่ะ”ร่างบางลูบท้องตัวเองด้วยความรักใคร่ นางใช้ชีวิตอยู่ที่นี่หลายเดือนจนเริ่มจะชินกับเรือนหลังนี้ แม้จะไม่ได้ใหญ่โตหรือโอ่อ่าเหมือนเรือนที่นางเคยอยู่ ทว่าหากเทียบกับเมื่อก่อนนางมีความสุขมากกว่าที่ไม่ต้องทนเห็นสามีข้องเกี่ยวกับสตรีอื่นช่วงแรกนางยังแอบร้องไห้อยู่บ่อยครั้ง ด้วยยังทำใจไม่ได้ที่ถูกสามีหลอกใช้ ทว่าตอนนี้นางเริ่มท

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   ซ้อนแผน

    เวลาผ่านไปเพียงไม่นานนัก กู่เจ๋อได้เดินทางมาถึงเมืองหลวงพร้อมกับบ่าวรับใช้คนอื่น เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วซ่งอันหยางจึงถวายกีฎาพร้อมหลักฐานการกระทำความผิดของขุนนางในราชสำนักรวมทั้งเซียวเต๋อด้วยเช่นกัน ตั้งแต่คนผู้นี้เข้ารับตำแหน่งขุนนางก็ได้ทำการทุจจริตโดยได้รับการหนุนหลังจากใต้เท้าหลุนผู้ซึ่งเป็นบิดาของพระสนมอวี้กุ้ยเฟยทำให้ตอนนี้ราชสำนักกับวังหลังเกิดความวุ่นวายไม่น้อย เพื่อความอยู่รอดของตัวเองและองค์ชายหกแล้ว อวี้กุ้ยเฟยไม่ลังเลที่จะรีบบอกให้บิดายอมรับโทษแต่โดยดีและขออภัยโทษกับองค์ฮ่องเต้ด้วยการตัดสินใจเช่นนี้ทำให้ฮ่องเต้เห็นแก่องค์ชายหกที่ไม่อาจมีท่านตาเป็นนักโทษจึงทำเพียงปลดใต้เท้าหลุนออกจากตำแหน่งแล้วให้เกษียณอยู่ที่จวน และเพื่อไม่ให้ตระกูลหลุนเรืองอำนาจฮ่องเต้ทรงมิให้ตระกูลหลุนทั้งตระกูลเข้ารับตำแหน่งขุนนางเป็นระยะเวลาสิบปีส่วนเซียวเต๋อที่เป็นท่านอาของเซียวซินเหยียนถูกริบทรัพย์ทั้งหมดพร้อมกับเนรเทศให้ไปอยู่ชายแดนพร้อมฮูหยินทำให้ตอนนี้ที่จวนสกุลเซียวไร้ซึ่งเจ้านายเป็นคนดูแลเดิมทีแล้วเขาเพียงต้องการกำจัดเซียวเต๋อให้พ้นทางเพราะหากปล่อยให้คนผู้นี้มีอำนาจในราชสำนักเกรงว่าไม่ช

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   อย่าหาว่าไม่ปรานี

    “ต่อให้ข้าต้องกลายเป็นคนใจดำ แต่เพื่อสกุลซ่งแล้วข้าทำได้ทุกอย่าง”“ท่านอย่าคิดว่าข้าไม่รู้ ว่าแต่เดิมแล้วท่านชิงชังตระกูลเซียวก็เพราะว่าท่านเคยถูกบิดาของซินเหยียนถอนหมั้นตอนที่ท่านยังสาว”“อันหยาง!” นางตวาดเรียกชื่อลูกชายเสียงดัง ตอนที่โดนจี้จุดอ่อนเข้า“ในเมื่อท่านแม่ไม่ไว้หน้าข้าก่อน ก็อย่าหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกันนะขอรับ”“เจ้าคิดจะทำอะไร”“ท่านทำให้ฮูหยินของข้าไม่อาจกลับมาสู้หน้าคนอื่นได้ ข้าก็จะทำให้ท่านได้ลิ้มรสความรู้สึกนี้เช่นกัน”“แต่ข้าเป็นแม่ของเจ้านะ!”“ข้าก็เป็นลูกชายของท่านเช่นกัน” เขาตอบกลับมารดาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งประดุจสายน้ำไหล“เจ้ากับนางพอหย่าขาดกันแล้วก็กลายเป็นเพียงคนแปลกหน้า แต่สายเลือดไม่มีทางตัดกันขาดได้”“ท่านแม่ ท่านหมายความว่ายังไง”“หึ ดูเอาเองเถิด” ว่าพลางยื่นใบหย่าที่เซียวซินเหยียนลงนามแล้วให้บุตรชายดู“นี่มัน”“ดูเอาเถิด พอแม่ยื่นใบหย่าขาดภรรยาที่เจ้าเคยให้ไว้เมื่อหลายปีก่อนแก่นาง นางไม่ได้ฉุกคิดสักนิด แต่ลงนามในใบหย่านี้ทันที”ซ่งอันหยางได้ยินคำพูดของมารดาถึงกับพูดไม่ออก เขาไม่คิดว่านางจะยอมลงนามง่ายดายถึงเพียงนี้ หากมิใช่เพราะมารดาบอกเรื่องบางอย่างแก่น

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   จัดการทุกอย่าง

    ด้วยความกระวนกระวายใจที่ไม่ได้รับจดหมายตอบกลับจากเมืองหลวง ทำให้ซ่งอันหยางอยู่ไม่สุข เขากลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับซินเหยียน“เป็นอะไรไปหรือขอรับ” กู่เจ๋อถามเจ้านาย“จดหมายที่ข้าส่งไปเมืองหลวงเหตุใดถึงไม่ได้รับการตอบกลับมาเสียที”“บางทีจดหมายที่ท่านโหวส่งไปอาจยังไม่ถึงมือของฮูหยินก็ได้นะขอรับ”“ด้วยระยะเวลานับตั้งแต่ข้าให้คนส่งจดหมายไป ข้าว่าต้องเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นแน่นอน” ซ่งอันหยางคาดเดา“บ่าวว่าท่านคิดมากไปแล้วล่ะขอรับ”“ส่งคนของเราไปสืบข่าวที่จวน ข้าต้องมั่นใจว่าไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้นกกับนาง”เวลาผ่านราวครึ่งเดือนเขาก็ได้รับจดหมายตอบกลับมา แต่ไม่ใช่จดหมายจากคนที่เขารอทันทีที่ร่างสูงเปิดอ่านจดหมาย พอเห็นเนื้อหาในจดหมายยิ่งทำให้เขาโกรธจนไม่สามารถเก็บความรู้สึกเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยได้อีก“ให้คนไปเรียกข้ามา มีเรื่องสำคัญจะสั่งการหรือขอรับ” กู่เจ๋อถามผู้เป็นเจ้านาย“ไม่มีเวลาแล้ว พวกเราต้องรีบจัดการทุกอย่างให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว”“ทำไมต้องรีบเร่งถึงเพียงนี้ หรือว่าเกิดเรื่องขึ้นที่เมืองหลวง”“ข้าไม่อยู่ที่จวนเพียงสองเดือน แต่ในจวนกลับเกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้น แม้จะเป็นฝีมือของท่านแม่ ข้า

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   ลูกของข้าต้องเกิดจากความรัก

    “ข้าลืมคำนึงถึงเรื่องนี้ไป เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” หม่าโจวฉือบอกเสียงเรียบ ทว่านัยน์ตากลับเศร้าสร้อยยิ่งนักยามนึกถึงความจริงข้อนี้ “ใต้เท้าเฉียนไม่อยู่ที่เมืองหลวงเพียงเดือนเดียว แต่ฮูหยิน ของเขากลับรู้จักสนิทชิดเชื้อกับบุรุษอื่นเสียแล้ว หวังว่าท่านคงไม่ได้สวมหมวกเขียวให้เขาหรอกนะ

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   โอ้อวดและดูแคลน

    จวนสกุลหลินจัดงานหมั้นให้บุตรชายคนรองยิ่งใหญ่ทีเดียว จวินหรงได้รับเทียบเชิญให้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน แม้ข้างกายไร้ซึ่งผู้เป็นสามี หนึ่งเดือนผ่านไปนางยังไม่เห็นแม้แต่วี่แววว่าเขาจะกลับมา แม้แต่จดหมายยังไม่อาจส่งไปหาได้เหตุเพราะเขาไม่ได้มีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง “ฮูหยิน

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   เจ้าสาวผู้ถูกทอดทิ้ง

    ร่างบางในชุดแต่งงานสีมงคลนั่งสงบเสงี่ยมอยู่ในเรือนหอ รอคอยให้บุรุษผู้เป็นสามีมาถอดผ้าคลุมหน้าออก ทว่าเวลาผ่านไปหลายชั่วยามกลับไร้ร่องรอยของชายหนุ่ม “ฮูหยิน เข้านอนเถิดเจ้าค่ะ” สาวใช้คนสนิทเอ่ยขึ้นหน้าห้อง เมื่อเวลาล่วงเลยเกินครึ่งค่อนคืนไปแล้ว ทว่าเจ้าบ่าวยังไม่ได้มาปรากฏตัวทั้งที่งานเลี้ย

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   คนที่ไม่อยากพบ

    เฉินซือเฉียนให้ทหารกับคนรับใช้บางส่วนเดินทางล่วงหน้าไปก่อน ในขณะที่ตัวเองพร้อมบ่าวคนสนิทเดินทางไปเมืองลั่วหยาง“ท่านแม่ทัพ” อี้ฉีเรียกเจ้านายของตน“มีอะไร”“พวกเรามาที่ลั่วหยางทำไมหรือขอรับ” เขาแสร้งถาม“เจ้าไม่ต้องทำเป็นหว่านหินถามทาง ก็แค่ทางผ่านเท่านั้น” ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็น คิดว่าอ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status