เข้าสู่ระบบสวี่หานมองดูนางที่ดวงตาแดงกร่ำเริ่มมีน้ำตาคลอ
" เหมยเหมย "
" ข้าไม่ต้องการให้ท่านมาสงสารข้า "
" สงสาร"
" ไม่ใช่รึไง ท่านขอสมรสพระราชทานจากฟ่าบาทเพราะต้องการกอบกู้ศักดิ์ศรีคืนให้ข้า ในเมืองหลวงใครไม่รู้บ้าง ว่าข้าถอนหมั้นกับเสิ่นหว่านอี้เพราะไม่ยอมรับที่เขามีภรรยาอีกคน ผู้คนต่างบอกว่าข้าใจคอคับแคบ ข้าประกาศว่าจะไม่ขอใช้สามีร่วมกับผู้ใด ทุกคนก็ยิ่งรอดูว่าชีวิตนี้ข้าจะมีผู้ใดมาสู่ขอหรือไม่ แล้วท่าน "
" เหมยเหมย เรื่องนั้นมันก็เรื่องหนึ่งมันเป็นผลพลอยได้ แต่ข้าตั้งใจจะแต่งงานกับเจ้าตั้งแต่วันนั้นที่เราเจอกันครั้งแรกแล้ว แม้ข้าจะอยู่ไกลถึงแดนใต้แต่ทุกปีข้าจะให้คนวาดภาพเจ้าส่งไปให้ข้าที่แดนใต้ในทุกๆปีข้าจะเห็นเจ้าเติบโต เพียงแต่หลายปีมานี้ข้าต้องทำศึกเลยไม่รู้ว่าเจ้าหมั้นหมายกับไอ้รองแม่ทัพขาเป๋นั่น ทำไมหล่ะ ทำไมถึงไม่รอข้า เพียงแค่มันช่วยชีวิตพ่อของเจ้าเจ้าถึงกับต้องยอมหมั้นหมายกับมัน แล้วข้าหล่ะเจ้าไม่เคยคิดถึงบ้างเลยเหรอ จี้หยกที่ข้าให้เจ้า คงทิ้งมันไปแล้วสินะ "
เห็นสี่หานทำหน้าเศร้านางก็รีบพูดขึ้นมา
" ไม่ใช่ ข้ายังเก็บเอาไว้อยู่ อยู่ในหีบนั่น ข้าเอามาด้วย"
สวี่หานยิ้มไม่ออก ของที่เขาให้นางแม้นางจะเก็บไว้แต่ก็เก็บรวมกับเครื่องประดับอื่นๆหาได้สำคัญขนาดพกติดตัวไม่ นี่เขาหวังอะไรอยู่ มีเพียงเขาคนเดียวที่คิดไปไกล ทุกปีเฝ้าดูนางเติบโตผ่านภาพวาด มองดูนางที่งดงามราวเทพธิดา เขาหลงใหลคลั่งไคล้กอดจูบภาพวาดนางก่อนนอนทุกคืนไม่สนสตรีใด เขาตั้งใจว่าหลังนางปักปิ่นจะกลับเมืองหลวงมาสู่ขอนาง แต่เกิดศึกเสียก่อน หากไม่ติดศึกเอ้อเจี๋ยที่ยืดเยื้อนานถึงสามปี เขาก็คงจะได้ครอบครองนางนานแล้ว
" ท่าน อื้อ"
จุ๊บจ้วบ อืมมม
สวี่หานดึงผ้าม่านลง ปากหนาบดจูบปากเล็กๆแดงระเรื่อของนาง อาภรณ์ถูกโยนกระจัดกระจาย มือหนาลูบไล้ไปทั้งเรือนร่างขาวผ่อง เสียงครวญครางดังเล็ดลอดออกมาทั้งคืน
อันชิงเหมยแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำ หวนนึกถึงเรื่องเมื่อคืนทีไรก็หน้าร้อนผ่าวขึ้นมา อ๋องบ้ากามนั่นเคี่ยวกรำนางทั้งคืน ปากบอกว่าจะถนอมนางแต่กลับ หึย นางใช้มือลูบกลีบกุหลาบยังบวมอยู่เลย
จ๋อม จ๋อม เสียงน้ำกระเพื่อม ทำให้อันชิงเหมยรีบหันไปดู ไม่รู้ว่าสวี่หานมาตอนไหน แต่ตอนนี้เขาเปลื้องผ้าลงน้ำมาแล้ว อ่างน้ำก็ดูแคบไปถนัดตา เขาใช้มือเดียวรวบเอวนางเข้าหา สองกายเปลือยเปล่าบดเบียดกันแทบรวมร่าง นางไม่ทันได้เปล่งเสียงก็ถูกประกบจูบลงมา น้ำกระฉอกออกมาจากอ่างน้ำจนรอบๆเปียกไปหมด
อันเฟยเทียนจิบชาจนหมดไปหลายจอกแล้วก็ยังไม่มีวี่แววจะได้พบน้องสาว เขามีท่าทีหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขามาหาอันชิงเหมยแต่เช้าห่วงว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับนาง กลัวว่านางจะถูกชินอ๋องอัปลักษณ์ทำร้าย พอมาถึงตำหนักกุ้ยฮวาบ่าวรับใช้ให้เขารอที่ห้องรับรอง สักพักเข้ามาบอกว่าทั้งสองยังไม่ตื่น รออีกสักพักและสักพักมาสามสี่พักแล้วบ่าวรับใช้บอกว่ายังไม่มีวี่แววว่าประตูห้องหอจะเปิด หรือว่าสวี่หานรู้ว่าเขาจะมาที่นี่เลยถ่วงเวลา กลัวว่าเขาจะรู้ว่าสวี่หานทำร้ายน้องสาวเขา ยิ่งคิดก็ยิ่งร้อนรุ่มในใจ
" พี่ใหญ่ ท่านพ่อ พวกท่านมาหาข้าแต่เช้าเลย"
" เช้าอะไรเหมยเอ๋อนี่มันยามซื่อแล้ว(9.00-10.59) "
อันเฟยเทียนพูดขึ้นมา สายขนาดนี้เชียวเหรอ นางหันไปมองค้อนสวี่หาน อันเฟยเทียนดึงนางไปใกล้ๆพรางสำรวจทั่วทั้งตัวแล้วก็อ้าปากค้าง เมื่อเห็นที่คอของนางมีรอยแดงอยู่หลายจุด นั่นปะไรอ๋องอัปลักษณ์ทำร้ายนาง เมื่อคืนคงบังคับนางจะข่มเหงรังแกนางแล้วนางไม่ยอมเลยบีบคอนาง โธ่น้องสาวของเขา
" เหมยเอ๋อ เขาทำร้ายเจ้าคงเจ็บมากใช่ไหม"
พูดถึงเรื่องเจ็บอันชิงเหมยก็หน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ ก็เจ็บจริงๆนั่นแหละ แต่ในความเจ็บก็มีความรู้สึกอื่นปนอยู่ด้วย หลายๆครั้งไปความรู้สึกเจ็บก็จางหายมีแต่ความเสียวซ่านแทน อันเฟยเทียนเห็นนางเงียบไปหน้าก็แดงจึงคิดว่าเจ็บไข้ เขาโมโหต่อว่าสวี่หาน
" เจ้าทำร้ายนางทำไม ถึงยังไงนางก็ขึ้นชื่อว่าเป็นชายาเจ้า เจ้าฆ่านางไม่ได้เลยทรมานนางใช่ไหม"
สวี่หานขมวดคิ้ว จ้องมองอันเฟยเทียน
" ข้าทำร้ายนาง ทรมานนาง เจ้าคงใช้ตาตุ่มมองกระมัง"
" เจ้า ใครไม่รู้บ้างว่าเจ้ามันวิปริตชอบฆ่าคนเป็นว่าเล่น"
" เฟยเทียน "
อันซูหลุนร้องปราม ทีแรกเขาไม่คิดจะมาที่นี่ แต่อันเฟยเทียนกลัวว่าสวี่หานจะทำอะไรอันชิงเหมย แม้ปากเขาบอกว่าจะไม่มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นกับนาง แต่ใจเขาก็ยังเป็นกังวลจึงตามมาดูนางสักหน่อย อีกอย่างเขากลัวว่าอันเฟยเทียนจะใจร้อนวู่วามทำอะไรไม่ยั้งคิด อันเฟยเทียนหวงน้องสาวยังกะอะไรดี แม้ตอนที่นางหมั้นหมายกับเสิ่นหว่านอี้ก็ยังไม่ยินยอม แต่เมื่ออันชิงเหมยยืนยันจะรับหมั้นจึงได้แต่จำใจยอมรับ
" ท่านพ่อเหมยเอ๋อของเราถูกทำร้าย ท่านดูที่คอของนางสิมีแต่รอยจ้ำแดงไปหมด "
อันซูหลุนมองดูเห็นจริงอย่างที่อันเฟยเทียนว่าก็เบือนสายตาหนี ลูกคนนี้ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย อันชิงเหมยเอาผมมาปิดบังคอไว้ด้วยความเขินอาย บ่าวรับใช้พากันก้มหน้า ภายใต้หน้ากากสวี่หานกระตุกยิ้มมุมปาก
" พี่ใหญ่ข้าไม่ได้"
" เหมยเอ๋อเจ้าไม่ต้องกลัวพี่จะปกป้องเจ้าเอง"
อันเฟยเทียนจับแขนนางดึงเข้าหาตัว สวี่หานจับแขนนางอีกข้างดึงตัวนางไว้ แล้วคว้าโอบเอวนางมาอยู่ข้างๆ
" อันเฟยเทียน เจ้าคงอยู่ในสนามรบมากไปกระมัง อายุของเจ้าก็ไม่น้อยแล้วเหตุใดไม่คิดตบแต่งภรรยาจะได้เลิกฟุ้งซ่านเรื่องไม่เป็นเรื่อง"
" เจ้าอย่ามาเปลี่ยนเรื่อง เจ้าทำร้ายเหมยเอ๋อของข้า ไม่รักนางแล้วเหตุใดต้องสู่ขอนางมาด้วย เจ้ามัน ดูสิเหมยเอ๋อของข้าน่าสงสารนัก คอมีแต่รอยแดงเจ้าบีบคอนางทำไมต้องการฆ่านางให้ตายใช่ไหม"
" _ "
" พอแล้วเฟยเทียน ต้องขออภัยชินอ๋อง เขาเพียงเป็นห่วงน้องสาวมากไปหน่อย ขอตัวก่อน พ่อไปก่อนนะเหมยเอ๋อ "
" ท่านพ่อตา ปีนี้บุตรชายคนโตของท่านอายุเท่าไหร่แล้ว"
อันซูหลุนที่ดึงอันเฟยเทียนออกไปหยุดชะงักหันกลับมาตอบคำถาม
" 23ปี"
" อายุขนาดนี้ควรมีภรรยาได้แล้วกระมัง "
ท่านพี่ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวจะได้มากินข้าวกัน"" ได้ งั้นข้าไปอาบน้ำก่อน"มองดูอวิ๋นชางเดินกลับไปหยิบไก่และตะกร้าใส่ผักหายเข้าไปในบ้าน อันชิงเหมยยิ้มบางๆ นางไม่คิดว่านางกับเขาจะมีวันนี้ วันที่ได้ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันภาพเหตุการณ์ในอดีตผุดขึ้นมา ตอนนั้นนางคิดว่านางตายไปแล้ว แต่พอลืมตาขึ้นมาก็เห็นบิดากับพี่ชายของนางจ้องมองอยู่ข้างๆ หรือว่าพวกเขากลัวว่านางจะเหงาเลยตายเป็นเพื่อนนาง" ท่านพ่อ พี่ใหญ่ นี่พวกท่านก็ตายเหมือนกันรึ"" หือตายอะไรกัน พวกข้ายังไม่ตาย เจ้าก็ด้วย"อันซูหลุนประคองนางลุกขึ้น" ท่านพ่อใช้เกล็ดปลาชุบชีวิตเจ้า"" เกล็ดปลาอะไรเจ้าคะ"" ไม่รู้เหมือนกัน แต่เป็นของแม่เจ้า ตอนนั้นข้ากำลังจะพาเจ้ากลับไปที่แคว้นเยี่ยน ตอนกลางคืนข้าฝันเห็นแม่ของเจ้ามาหา นำเกล็ดปลามาให้"อันซูหลุนนึกถึงความฝันเมื่อคืนก่อน ภรรยาของเขาที่จากไป นางเดินขึ้นมาจากในน้ำ ส่งยิ้มบางๆให้เขา แล้วเข้าไปนั่งลงข้างๆอันชิงเหมย ลูบหัวของนางอย่างอ่อนโยน ก่อนจะแบมือออกมา มีแสงสีทองสว่างวาบ พอแสงนั้นหายไปก็มีเกล็ดปลาอยู่บนมือของนาง นางยื่นเกล็ดปลาให้เขา " สิ่งนี้จะช่วยลูกของเราได้ "แล้วเขาก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา ก็พบว่ามีเ
อันซูหลุนเดินเข้าไปคว้าแขนอันเฟยเทียน" นี่มันอะไรกัน เหตุใดน้องสาวเจ้ากับองค์ชายเหลียวนั่น"มู่เฉิงฮ่องเต้มองดูเหตุการณ์แล้วพยักหน้า นั่นมันนางทาสคนนั้นนี่ คนที่ทำให้อวิ๋นชางหลงใหล นางเป็นทั้งบุตรสาวและน้องสาวของแม่ทัพแคว้นเยี่ยน ยังเคยเป็นชายาของสวี่หานอีก หึหึ เขารู้เรื่องนี้ตั้งแต่ตอนที่นางหนีไปจากวังหลวงครั้งนั้นแล้ว เข่อเล่อเล่าให้เขาฟัง ในเมื่อนางเป็นคนสำคัญของแม่ทัพทั้งสาม ถ้าอย่างงั้นก็มู่เฉิงคว้าดาบจากทหารคนหนึ่งวิ่งเข้าไปเขวี้ยงดาบพุ่งตรงไปที่กลางหลังของอันชิงเหมย สวี่หานเห็นดาบที่ลอยมาก็รีบลุกขึ้นด้วยความยากลำบาก จะวิ่งไปปัดดาบออก อันเฟยเทียนกับอันซูหลุนก็วิ่งเข้าไปจะปัดดาบออกเช่นกันแต่ช้าไป" ไม่ " " ไม่" "ไม่"ฉึก ดาบแทงทะลุกลางหลังอันชิงเหมย นางล้มลงซบอวิ๋นชาง" เหมยเอ๋อ เหมยเอ๋อ "อันเฟยเทียนแย่งอันชิงเหมยมาจากอวิ๋นชาง อวิ๋นชางที่ประคองตัวเองไม่อยู่ก็ล้มลง แต่ยังตะเกียกตะกายไปจับมืออันชิงเหมย" อะ องค์ชาย"เห็นทั้งสองเอื้อมมือหากัน อันเฟยเทียนรำคาญทนดูไม่ได้ จึงจับมืออันชิงเหมยไปใส่มืออวิ๋นชาง" เหมยเอ๋อ "สวี่หานที่ล้มลุกคลุกคลาน ก็นอนคว่ำเอื้อมมือไขว่คว้านางเช่นกัน
" คุณหนูมีข่าวการศึกขอรับ"เหอซานกับฮ่าวหยูเดินเข้ามารายงาน" ในเวลานี้ทัพเยี่ยนสามารถตีเอาเมืองทั้ง6คืนได้แล้ว พวกทัพเหลียวถูกขับไล่ออกจากแคว้นเยี่ยนแล้วขอรับ"" งั้นก็หมายความว่าสงครามจะจบแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะคุณหนู แบบนี้คุณหนูก็จะได้พบบิดากับพี่ชายของคุณหนูแล้ว"" เจ้าก็จะได้เจอกุนซือหม่าด้วยใช่ไหมหล่ะ"" เหอซานอย่ามาทำเป็นรู้ดี "" เหอะ ข้าพูดถูกหล่ะสิ"" แต่ข้าคิดว่าศึกครั้งนี้ไม่น่าจะจบลงง่ายๆ"" อืม ข้าก็คิดแบบเดียวกับฮ่าวหยู"และสิ่งที่นางคิดก็เป็นจริง ฮ่องเต้มีคำสั่งให้ตีเเคว้นเหลียวยึดเป็นเมืองขึ้น ทัพเยี่ยนที่นำโดยแม่ทัพทั้ง6 เข้าล้อมแคว้นเหลียวตีเมืองต่างๆของแคว้นเหลียวมาได้หลายเมืองสงครามกินเวลายืดเยื้อมาครึ่งปี แม้ทัพเยี่ยนจะยึดเมืองต่างๆของแคว้นเหลียวมาได้มากกว่าครึ่ง แต่ก็ยังไม่สามารถตีเมืองที่เหลือได้ สวี่หานนำทัพล้อมเมืองหลวงเอาไว้อยู่หลายเดือนก็ยังไม่สามารถตีฝ่าเข้าไปถึงตัวเมืองได้ ในเวลากลางคืนป่าเขาเต็มไปด้วยฝูงหมาป่า มีทหารหลายคนถูกพวกมันรุมกัด เป็นอุปสรรคสำหรับการรบในเวลากลางคืน สวี่หานจึงเรียกแม่ทัพทั้ง6รวมตัวหารือวางแผน และเตรียมบุกโจมตีพร้อมกันจากทุกด้าน ด้วย
ฝูกุ้ยอิงคุกเข่าโขกหัวยอมรับผิดต่อหน้าสวี่หาน ฝูหวั่นเห็นฮูหยินของตนทำแบบนั้นก็ไม่อาจทนเห็นนางต้องรับโทษคนเดียวได้จึงคุกเข่าลงข้างๆโขกหัวรับผิดด้วย" ท่านอ๋องโปรดอภัย เป็นความผิดของข้าที่ไม่ดูแลพวกเขาให้ดีทำให้ท่านต้องเดือดร้อน โปรดลงโทษข้าแทนเถอะ"ฝูชิงเย่วก็คุกเข่าอีกคน" ข้าเป็นคุณชายใหญ่ของจวนนี้ ความผิดครั้งนี้ข้าขอรับโทษแทนทุกคนเอง"เห็นทุกคนออกมารับผิดแทน ฝูซือฟานก็น้ำตาไหล ส่วนตงฟางได้แต่มองดูเฉยๆเอ้อเจินกระซิบถามฝูอวี้หนิว" เจ้าไม่ไปคุกเข่ากับพวกเขาเรอะ"" ไม่หล่ะ ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดจะไปรับโทษแทนคนอื่นทำไม ใครทำก็รับไปเองสิ "" โอ้ "เอ้อหวังมองหน้าฝูอวี้หนิว ช่างมีความคิดแตกต่างจากคนอื่นในครอบครัวจริงๆ" พอแล้ว ท่านอ๋องยังไม่ได้พูดอะไรพวกท่านก็พากันขอรับโทษ"เฉาซื่อพูดขึ้นมาก่อนจะหันไปมองสวี่หาน ที่นั่งจิบชาสบายๆ ดูจากสายตาไม่ได้มีอารมณ์โกรธแต่อย่างใด" พวกเจ้าอยากรู้ไหมว่าทำไมยาปลุกกำหนัดถึงไม่ได้ผล"ทุกคนหันไปมองหน้าเฉาซื่อด้วยความอยากรู้" เพราะมันใช้กับท่านอ๋องไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นยาปลุกกำหนัดที่มีฤทธิ์แรงขนาดไหน หรือมนต์เสน่ห์เล่ห์กลก็ทำอะไรท่านอ๋องไม่ได้"" ทำไม"ตงฟางถ
" เฉาซื่อเจ้ามาก็ดีแล้ว ถึงท่านอ๋องจะเป็นนายของเจ้า แต่ฟางเอ๋อก็เป็นน้องสาวของเจ้า เจ้าต้องอยู่ข้างนางถึงจะถูก"" ฝูฮูหยินท่านพูดอะไร ข้าไม่เข้าใจ"" เมื่อคืนพอท่านอ๋องกลับมา ฟางเอ๋อก็ลงมือต้มน้ำซุปแก้เมาค้างด้วยตัวเองแล้วนำไปให้ท่านอ๋อง ข้าก็คิดว่านางนำไปให้แล้วกลับเรือน ใครจะรู้ว่าตอนเช้าข้าไปหานางกลับพบแต่สาวใช้ของนางสองคน พวกนางบอกว่าฟางเอ๋อยังไม่กลับมาจากเรือนตะวันออกตั้งแต่เมื่อคืน พวกนางก็ไปด้วยแต่ถูกท่านอ๋องไล่กลับมา ข้าก็เลยมาตามนางที่นี่และขอให้ทุกคนมาเป็นพยาน ว่าท่านอ๋องล่อลวงนาง"" ใครล่อลวงใครรึ"ทุกคนหันควับไปมอง เห็นสวี่หานเดินมาพร้อมเอ้อเจินก็พากันงง ฝูกุ้ยอิงตกใจละล่ำละลักถาม" ท่าน ท่านอ๋อง เหตุใดท่านมาอยู่ที่นี่"" เมื่อคืนท่านอ๋องไปนอนที่ห้องของข้า ข้ากับเฉาซื่อนอนอยู่ด้วยกันกับท่านอ๋องทั้งคืน"เอ้อเจินตอบ " เป็นไปไม่ได้ ท่านอ๋องอยู่นี่ แล้วใครอยู่ในนั้น"ฝูกุ้ยอิงส่ายหน้าไม่อยากเชื่อ ฝูซือฟานบอกว่ายาปลุกกำหนัดชนิดนี้แรงมาก เป็นไปไม่ได้ที่ใครจะต้านทานอยู่ ตงฟางก็ทรวดทรงยั่วยวนขนาดนั้น ถ้าเปลื้องผ้าออกต่อให้ไม่ต้องใช้ยาปลุกกำหนัดก็ต้องเกิดอารมณ์อยู่แล้ว เว้นแต่คนคน
" เหมยเอ๋อ"สวี่หานเอ่ยชื่อนางด้วยเสียงแผ่วเบา ไม่ใช่แค่หลายวันที่ผ่านมา แต่ตั้งที่นางจากเขาไป เขาพยายามคิดว่าเขาทำอะไรผิด นางถึงต้องทำกับเขาเช่นนี้" เจ้ายังโกรธข้าเรื่องหว่านลู่ซืออยู่เหรอ ข้าสาบานได้ว่าข้าไม่เคยเกินเลยกับนาง เพียงเห็นนางเป็นสหายคนหนึ่งเท่านั้น หรือว่า"ภาพในอดีตแว่บเข้ามา ตอนที่เขากำลังเป่ายาให้หายร้อนป้อนหว่านลู่ซือด้วยตัวเอง" เหมยเอ๋อ เจ้าโกรธที่ตอนนั้นข้าป้อนยาให้นางใช่ไหม ตอนนั้นข้าไม่ได้คิดอะไร เห็นว่านางอ่อนแรง หมอหญิงคนอื่นก็ไม่ว่าง ข้าก็เลย""เรื่องผ่านมาตั้งนานแล้วข้าลืมไปหมดแล้วและข้าก็ไม่ได้โกรธ มือของท่านปากของท่านจะเป่ายาหรือจะป้อนใครมันก็สิทธิ์ของท่าน"" ไม่ เหมยเอ๋อ เจ้ามีสิทธิ์โกรธข้า ข้าผิดเองข้ารู้ว่าข้าผิด ข้าไม่ควรดูแลหญิงอื่น ข้าไม่ควรดูแลนาง ไม่ควรป้อนยานาง "อันชิงเหมยลุกเดินหนี ไม่อยากฟังเขาพูดอีกเรื่องผ่านมานานเป็นปีแล้ว นางไม่รู้สึกอะไรแล้ว สวี่หานตามไปคว้าแขนนางแต่นางสะบัดออก" ท่านอ๋อง ข้ากับท่านไม่ได้เกี่ยวข้องกันแล้ว อยู่ให้ห่างๆจากข้าหน่อย"" ไม่ว่าเจ้าจะพูดยังไงสำหรับข้าเจ้ายังภรรยาของข้าอยู่ ในชีวิตนี้ข้าจะมีเจ้าเป็นภรรยาแค่คนเดีย
หวังเหลียนพาหมอกลับมาซีหว่านก็จากไปแล้ว หลังจากหมอทำแผลให้อันชิงเหมยเสร็จก็กลับออกไป นางมองดูร่างไร้ลมหายใจของซีหว่าน ที่นอนอยู่บนเตียงด้วยสายตาที่เจ็บปวด น้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เอ่ยออกมาเสียงแผ่วเบา" หวังเหลียน ไปเลือกชุดสวยๆมาเปลี่ยนให้นาง เราจะช่วยกันแต่งตัวให้นางเป็นครั้งสุดท้าย"" พระช
ตั้งแต่นางสมรสกับเขา เขายังไม่เคยป้อนอาหารให้นางเลย ไม่เคยเช็ดปากให้ด้วย นางยอมรับว่านางใจแคบ นางอิจฉาและหึงหวง แต่ถ้าสวี่หานเต็มใจทำเพื่อผู้หญิงคนอื่น นางก็จะมองดูอยู่ห่างๆ หากพวกเขาอยากมีกันและกัน นางจะช่วยสงเคราะห์ให้พวกเขาเอง เห็นอันชิงเหมยเงียบไปนาน เซี่ยจิ่งเทียนกลัวนางจะคิดมากจึงเอ่ยปากขึ้น
สักพักบ่าวรับใช้ก็พากันวิ่งมา อันชิงเหมยมองดู มีพวกที่พูดว่าจะไม่ยอมเก็บของที่กระโจมของนางด้วย" ข้าให้พวกเจ้ามาที่นี่เพื่ออะไร ไม่ใช่ให้มาคอยรับใช้พระชายาหรอกเรอะ"" คือว่า พวกเรากำลังช่วยแม่นางหว่านเก็บของอยู่เจ้าค่ะ"" ทั้งหมดเลยรึ "พวกนางพากันก้มหน้าเงียบ" พระชายาของข้าต้องเก็บของเองถึงขั้นจะ
" เฮ้อ ข้าคิดว่าจะได้เข้าป่าไปล่าสัตว์ซะอีกกลับต้องมาคอยเฝ้าอารักขาสตรีอยู่หน้ากระโจมนี่"" เจ้าพูดอะไรเช่นนั้น อยากโดนลงโทษเรอะ สตรีที่เจ้าว่านั่นหน่ะเป็นพระชายาของชินอ๋องนะ"" เหอะ พระชายาแล้วยังไง เป็นพระชายาอ่อนแอไร้ประโยชน์ไม่รู้จะมาให้เป็นภาระทำไม สู้แม่นางหว่านก็ไม่ได้ ทั้งงดงามทั้งมากความสามาร







