เข้าสู่ระบบ
เมื่อไม่รัก เราก็หย่ากันเถอะ…
1.
“นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกับฉันกันล่ะเนี่ย ถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้ จะบ้าตาย แล้วฉันจะกลับไปที่บ้านได้ยังไงกันล่ะทีนี้”
ซ่งลี่อิน เอาแต่พูดพึมพำอยู่คนเดียว เอาแต่นั่งคิดไปว่าตัวเองนั้นมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ทั้งที่เธอนั้นจำได้ว่าเธอยังนอนหลับพักผ่อนอยู่ที่คอนโดของเธออยู่เลย แล้วทำไมเมื่อเธอนั้นตื่นลืมตามาถึงได้มาอยู่ที่นี่กัน นี่ถ้าเธอสามารถทะลุกำแพงห้องแล้วกลับบ้านของเธอได้เธอก็คงทำไปแล้ว
“แอ้ๆ แอ้ๆ”
ซ่งลี่อินที่กำลังคิดอะไรอยู่ก็ต้องหันมาให้ความสนใจกับเสียงเล็กๆตรงหน้าของเธอ และเสียงนี้ก็ไม่ใช่ของใคร แต่เป็นเสียงของลูกชายของร่างนี้ที่ถูกทิ้งเอาไว้กับเธอนั่นเอง
ซ่งลี่อินนั้นบังเอิญเข้ามาอยู่ในร่างนี้ โดยที่เจ้าของร่างนั้นไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ ร่างนี้นั้นดันมีทั้งชื่อและแซ่ที่เหมือนกันกับเธอ ซึ่งเธอพยายามหาความเกี่ยวข้องกันแต่ก็คิดไม่ออก จึงได้แต่เพียงคาดเดาว่า ที่นี่อาจจะเป็นโลกคู่ขนานเหมือนกับนิยายที่เธอเคยอ่านมา ดังนั้นการที่จะมีทั้งชื่อและแซ่ที่เหมือนกันกับเธอก็คงไม่แปลก แต่เธอก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดีที่ต้องมาอยู่ในที่ที่เธอไม่คุ้นเคยแบบนี้ เธออยากกลับบ้าน
ส่วนเด็กชายตัวน้อยที่กำลังส่งเสียงอยู่นั้น มีชื่อว่า ลี่ซือ หรือมีชื่อเต็มว่า เฉินลี่ซือ เด็กน้อยคนนี้ตอนนี้อายุได้ 11 เดือนแล้ว แต่ยังเดินไม่ได้ และพึ่งจะเริ่มตั่งไข่เพียงเท่านั้น ส่วนการพูด ก็ยังไม่สามารถพูดได้ ทำได้แต่เพียงส่งเสียงอ้อแอ้เท่านั้น ถึงแม้ว่าซ่งลี่อินจะไม่ใช่แม่แท้ๆ แต่สัญชาติญาณนั้นกลับบอกให้เธอใช้มือทั้งสองข้างนั้นอุ้มเจ้าเด็กตัวอ้วนขึ้นมาอุ้มเอาไว้แนบอก
“ว่ายังไงซือซือของแม่ ตื่นแล้วอย่างนั้นหรือ หิวหรือเปล่า ไหนขอดูพุงหน่อยซิ..”
ซ่งลี่อินหยอกล้อกับเด็กน้อยที่เธออุ้มอยู่ เธอมาอยู่ที่นี่ได้สามวันแล้วเลยค่อนข้างที่จะคุ้นชินกับซือซืออยู่บ้าง
“แอ้ๆ แอ้ๆ” ลี่ซือส่งเสียงออกมา เพราะคิดว่าคนเป็นแม่หยอกล้อด้วย ซึ่งเด็กน้อยนั้นไม่มีทางรู้เลยว่า แม่ที่แท้จริงนั้นไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว
ซ่งลี่อินมองหน้าเด็กน้อย ก็พาลที่จะคิดถึงคนเป็นพ่อ ที่ตอนนี้หายออกจากบ้านไปได้หลายวันแล้ว เขาคนนั้นมีชื่อว่า เฉินหวังเหว่ย ตอนนี้เขานั้นรับราชการทหาร ตำแหน่งของเขาเป็นถึงระดับท่านผู้พันเลยทีเดียว นับว่าเป็นตำแหน่งที่ใหญ่โตและมั่นคงเลยทีเดียว
ทั้งสองแต่งงานกันมาได้สองปีกว่าแล้ว และเฉินหวังเหว่ยก็ไม่ค่อยได้อยู่ที่บ้านเท่าไหร่ เขามักจะบอกกับคนเป็นภรรยาว่าเขานั้นติดงาน และต้องออกไปทำงานนอกพื้นที่ จึงไม่ค่อยได้กลับบ้านเท่าไหร่นัก ลี่อินก็เข้าใจและรับรู้เรื่องนี้มาตลอด
จนมีอยู่ครั้งหนึ่ง ซ่งลี่อินคนก่อนได้ไปหาเขาที่ค่ายทหารเพื่อที่จะนำอาหารกลางวันที่เธอทำไปให้ แต่เธอกลับไปเห็นว่าสามี หรือเฉินหวังเหว่ยนั้นกำลังโอบกอดกับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ ซึ่งมันทำให้เธอนั้นเสียใจมาก จนปิ่นโตอาหารที่เธอถืออยู่นั้นร่วงหล่นจากมือ
แต่ซ่งลี่อินก็ไม่ได้แสดงตัวแต่อย่างใด และเธอเลือกที่กลับบ้านพร้อมกับลูกน้อยทันที โดยที่สามีของเธอนั้นไม่รู้เลยว่าคนที่เป็นภรรยานั้นมาหาและได้พบเจอกับสิ่งที่ไม่ควรเห็นเข้า
หลังจากวันนั้นซ่งลี่อินก็ร้องไห้ทุกวัน แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ จะถามคนเป็นสามีก็กลัวคำตอบ เธอยอมรับว่าเธอนั้นอ่อนแอกลัวที่จะเสียสามีไป เธอจึงเลือกที่จะเก็บความทุกข์นั้นเอาไว้เพียงคนเดียว
พอผ่านไปหลายวัน เธอเองก็เหมือนว่าจะทำใจได้บ้างแล้ว แต่ก็ต้องมาเห็นภาพบาดใจอีกครั้ง
ซ่งลี่อินที่มาเดินหาซื้ออาหารนั้นก็ได้เดินมาเจอคนเป็นสามีเดินมากลับผู้หญิงคนที่เธอเห็นวันนั้นกำลังเดินเข้าไปที่เหลาอาหาร และนั่นยิ่งทำให้เธอนั้นคิดมากเข้าไปกันใหญ่ เธอคิดไปต่างๆนานา ว่าสามีของเธอนั้นคงจะหมดรักเธอแล้วหรือเปล่า ถึงได้ทิ้งเธอกับลูกไปแบบนี้ เพราะเฉินหวังเหว่ยนั้นไม่ได้กลับบ้านมามากกว่าหนึ่งเดือนแล้ว ทั้งที่เขาก็วนเวียนอยู่แถวๆนี้แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะกลับไปหาเธอและลูกเลยสักครั้ง…
“ดีสิ ในตาของพี่มีแต่เธอเท่านั้น” เสวียนเหลียนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน สายตาที่เขานั้นส่งให้เธอนั้นมันแสดงออกมาทุกอย่างว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นมันจริงทุกคำพูด“มีซินซินด้วย”“ซานซานด้วย” สองแฝดที่เห็นว่าพ่อแม่กำลังรักกันก็ขอมีส่วนร่วมด้วยทันที**********“ลูกหลับแล้วหรือคะ” ฮวาเหมยที่เดินออกมาขากห้องน้ำก็เห็นว่าสามีนั้นนอนอยู่บนที่นอนแล้ว เธอจึงเดินไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งเพื่อทาครีมบำรุง“ครับ วันนี้หลับง่ายสงสัยจะเล่นเหนื่อย” ปากก็พูดกับภรรยาแต่สายตานั้นกลับจับจ้องไปที่ชุดนอนบางเบาที่ภรรยาสวมใส่อยู่“อุ้ย!!” ฮวาเหมยร้องขึ้นเมื่อเธอก้มลงไปทาโลชั่นที่ขากลับพบว่าเธอถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง“อืม…หอมจัง” เสวียนเหลียนซุกไซร้ไปที่ซอกคอของภรรยาด้วยความมึนเมา“ก็ฉันพึ่งอาบน้ำมานี่คะ อ๊ะ..อย่าพึ่งค่ะ” “เรามาทำน้องให้เจ้าแฝดกันดีกว่านะ..”“ได้ที่ไหนกันล่ะคะ พี่เหลียนลืมไปหรือเปล่าว่าตอนนี้มีนโยบายลูกคนเดียว”“พี่รวย…”“อื้อ…” ฮวาเหมยครางออกมาเมื่อเธอถูกจับโยนขึ้นเตียงแล้วคนเป็นสามีก็จับเธอถ่างขาออกแล้วมุดหน้าลงไป ตั้งแต่หลังแต่งงานสามีของเธอก็ขอให้เธอใส่แค่ชุดนอนส่วนชั้นในนั้นไม่ต้องใส่ เพราะเขาขี
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7039 บทส่งท้ายการแต่งงานระหว่างเสวียนเหลียนและฮวาเหมยนั้นถูกจัดขึ้นที่ตระกูลเสวียน หรือจะเรียกว่า คฤหาสน์ ก็คงจะถูกต้องมากกว่าเพราะมันช่างกว้างขวางเสียเหลือเกิน ที่เสวียนเหลียนและฮวาเหมยจัดงานแต่งงานที่นี่ ก็เพราะต้องการมีความทรงจำเกี่ยวกับวันแต่งงานที่บ้านหลังนี้ ถึงแม้ตอนแรกคิดว่าจะจัดงานที่โรงแรม แต่เมื่อคนทั้งคู่ไม่ได้ต้องการที่จะจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ การจัดงานที่บ้านนั้นจึงดีที่สุด ถึงแม้ว่าคนตระกูลถัง (ตระกูลของแม่เสวียนเหลียนหรือก็คือครอบครัวท่านนายพลถัง)จะคัดค้านก็ตาม เพราะเขาเองก็มีหน้าที่การงานที่ดีและรู้จักคนมากมาย ในเมื่อหลานชายแต่งงานทั้งทีเขาเองก็อยากที่่จะประกาศให้คนได้รับรู้ แต่เมื่อบ่าวสาวให้เหตุผลทุกคนก็ยอมรับได้ จึงไม่มีใครคัดค้านเรื่องการจัดงานอีกคนที่มาร่วมงานแต่งนั้นก็มีเพียงแค่คนสนิท นับๆดูแล้วก็มีประมาณ 40-50 คนเท่านั้น งานแต่งงานของคนทั้งคู่นั้นผ่านไปด้วยความเรียบง่าย พอถึงฤกษ์ยามที่ดีคนทั้งคู่ก็ลงชื่อในเอกสารรับรองความเป็นสามีภรรยา ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่รู้จักกันก็จัดการเรื่องนี้ให้ ทำให้ตอนนี้คนทั้งคู่ได้เป็นสามีภรรยากันอย่างสมบู
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7038 “ถ้าอย่างนั้นพี่ก็แต่งงานกับฉันสิคะ”หลังจากวันนั้นที่จัดการเรื่องคุณหนูตู้ม่ายม่ายแล้ว ก็ดูเหมือนว่าทุกคนจะกลับมาใช้ชีวิตอย่างคนปกติ หนังสืออนุญาตทำการค้าของเสวียนเหลียนเองก็ได้มาแล้ว ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องจ่ายส่วยให้ใครอีกแล้ว ทำให้พ่อค้าแม่ค้าทุกคนที่เช่าพื้นที่ของเสวียนเหลียนนั้นดีใจมาก เพราะชายหนุ่มนั้นจัดกิจกรรมพิเศษขึ้นมา โดยที่เขาจะเก็บค่่าเช่าเพียงครึ่งเดียวนานสามเดือน เพื่อตอบแทนทุกคนที่อยู่ร่วมกันมา และร้านค้าของฮวาเหมยและครอบครัวก็ได้รับสิทธิ์นี้เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าใครจะมีความสุขมากก็ตามแต่ไม่ใช่กับเสวียนเหลียน ซึ่งเขาอาจจะสุขบ้างแต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นที่สุขมากอย่างนั้น“พี่เหลียน ทำไมพี่ทำหน้าแบบนั้นล่ะคะ” ฮวาเหมยที่เห็นท่าทางของคนรักมีอาการที่แปลกไปในช่วงหลายวันมานี้ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้“หืม…” เสวียนเหลียนที่มีความรู้สึกว่าคนรักพูดด้วยจึงได้หันกลับมามอง“ก็ฉันถามพี่ว่าทำไมพี่ดูใจลอยแบบนั้นมีเรื่องอะไรที่คิดมากหรือเปล่าคะ” ถ้ามีอะไรที่เธอพอช่วยเขาได้เธอก็ยินดีถ้าว่าเขานั้นยอมแบ่งปันกับเธอ“มันก็มี..” มันก็มีน่ะแหละ เพราะตั้งแต่คืนนั้นเขาก็ม
“จุก..บะ เบาหน่อย” ฮวาเหมยร้องออกมาเมื่อมีความรู้สึกว่าเสวียนเหลียนนั้นตอกตึงเธอแบบเน้นๆ ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนก่อนหน้านั้น เมื่อก้มดูที่หน้าท้องของเธอก็จะเห็นได้ทันทีว่ามีอะไรนูนออกมาอย่างมีมีจังหวะ“อ๊ะ…พี่เหลียนฉันจะเสร็จ” ฮวาเหมยที่มีความรู้สึกเหมือนว่ากำลังจะปวดฉี่เธอก็เข้าใจได้ทันทีว่าเธอใกล้จะเสร็จสมแล้ว เพราะอาการนี้เธอพึ่งจะสัมผัสมาไม่นานนี้“พร้อมกัน” พูดจบชายหนุ่มก็กระแทกเข้าออกแบบไม่ยั้ง“อืม..” สองเสียงครางออกมาพร้อมกัน เสวียนเหลียนกระตุกเกร็งอยู่สองสามทีก็นอนล้มทับไปบนตัวของคนรักแบบไม่ได้ลงน้ำหนักเพราะเขาใช้แขนทั้งสองข้างยันที่นอนเอาไว้“พี่เหลียน พี่ลุกออกไปสิคะ” ฮวาเหมยกลั้นใจบอกคนรัก ตอนนี้เธอรู้สึกอายมาก และไหนที่ช่องรักของเธอรู้สึกอุ่นเป็นอย่างมากเพราะมีน้ำที่เขานั้นพึ่งจะพ่นเข้าไป เธอที่เกิดมาสองชาติก็พึ่งจะเคยเจอแบบนี้เธอก็เลยทำตัวไม่ค่อยจะถูกนัก“อ๊ะ..อ๊ะ” แทนที่เสวียนเหลียนจะออกจากตัวคนเธอ ตอนนี้กลายเป็นว่าเขาเริ่มที่จะตอกตรึงเธออีกครั้ง เสวียนเหลียนจับตัวฮวาเหมยตระแคงข้างทั้งที่เจ้ามังกรยักยังคาอยู่ในช่องคับแคบ และยกขาของเธอขึ้นมาข้างนึงแล้วแล้วขยับเข้าออกด้วยแรง
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7037 nc+++“เสี่ยวเหมย ช่วยพี่หน่อย นะ..” ตอนนี้เสวียนเหลียนคิดว่าเขานั้นไม่สามารถควบคุมตัวเองได้แล้ว จึงได้เอ่ยปากขอคนรัก และเขาเองก็ตั้งใจที่จะรับผิดชอบเธอหากว่าเรื่องคืนนี้นั้นสามารถจัดการได้แล้ว“เอ่อ..” ฮวาเหมยลังเล เมื่อชาติก่อนเธอก็ไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้ด้วย แล้วเธอจะช่วยเขาได้อย่างนั้นหรอ“นะ..กระต่ายน้อยของพี่” เสวียนเหลียนออดอ้อนคนรัก จมูกของเขาก็ซุกไซร้ไปที่ซอกคอขาวไม่หยุด “กะ…ก็ได้ค่ะ” ฮวาเหมยตอบตกลงในที่สุด ถึงแม้เธอจะไม่ช่ำชองในเรื่องแบบนี้แต่ก็เคยมีผ่านตาเธอมาบ้าง เธอคิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องยาก เสวียนเหลียนเมื่อได้รับการยินยอมจากคนรักเขาก็พาเธอไปที่เตียงนอนทันที พร้อมกับมอบจูบอย่างดูดดื่ม ตอนนี้ลิ้นร้อนของเขานั้นพัวพันกับเรียวลิ้นเล็กด้วยความหวานล้ำ“อืม”ฮวาเหมยครางออกมาเมื่อถูกฝ่ามือใหญ่บีบนวดที่เต้าอวบของเธอ ขณะที่อกอีกข้างก็ถูกลิ้นร้อนของเขาเล่นงานอย่างหนัก ซึ่งแรงที่เขาดูดดึงนั้นไม่น้อยเลย นี่ถ้ามันขาดได้ก็คงขาดไปแล้ว จนเต้าอวบของเธอทั้งสองข้างนั้นกลายเป็นสีแดง และตอนนี้เสื้อผ้าที่เธอเคยสวมใส่อยู่ก็ไม่รู้ว่ามันหลุดร่วงไปตั้งแต่ตอนไหนเสวี
เมื่อคืนที่ผ่านมา…“อื้อ!!!” “คุณโจวจัดการคุณหนูตู้เถอะ เดี๋ยวผมจะพานายน้อยไปที่ห้องก่อน” หย่งชานเมื่อโปะยาสลบตู้ม่ายม่ายแล้วก็นำเธอไปวางลงบนเตียง วันนั้นหลังจากที่เขาโทรไปนัดท่านนายพลให้กับนายน้อยเขาก็รีบมาจัดการที่ร้านอาหารแห่งนี้ทันทีร้านอาหารซินเทียนเป็นร้านของนายน้อย ซึ่งคนน้อยนักที่จะรู้ว่าเสวียนเหลียนเป็นเจ้าของ เขาได้มานัดแนะกับพนักงานแล้วว่า ถ้าครอบครัวตู้มาที่นี่แล้วต้องการสิ่งใดสิ่งไหนที่จัดการได้ตามที่ทางนั้นบอกแล้วค่อยกลับมารายงานเขา และก็เป็นดั่งที่นายน้อยของเขาคิด พวกเขาได้ขอเปิดห้องพักหนึ่งห้อง เสวียนเหลียนจึงได้ใช้แผนการตลบหลังนี้ขึ้นมา โดยการติดกล้องขนาดเล็กเอาไว้ที่หน้าห้องและในห้อง เขาที่ไม่เคยเห็นกล้องขนาดเล็กแบบนี้มาก่อนก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ เขาไม่คิดว่ามันจะสามารถบันทึกภาพทุกอย่างเอาไว้ได้ และความดีนี้ก็ต้องยกให้กับน้องสาวโจวที่หากล้องวิเศษนี้มาได้เมื่อนายน้อยถูกวางยาแล้วพามาส่งที่นี่ พวกเขาจึงได้ดักรอโอกาสที่จะมาพานายน้อยออกไป โดยการที่ทำให้ตู้ม่ายม่ายนั้นสลบหลับไป แล้วให้ฮวาเหมยนั้นเข้ามาถอดเสื้อผ้าให้ เพื่อที่เวลาคนเข้ามาเห็นจะได้คิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น “พ







