เข้าสู่ระบบเมื่อไม่รัก เราก็หย่ากันเถอะ…
2.
“แอ้ๆ แอ้ๆ” เจ้าเด็กอ้วนที่เห็นว่าแม่เงียบไปก็ส่งเสียงเรียกความสนใจอีกครั้งแล้วก็ได้ผล
“เอาล่ะ แม่รู้แล้ว เดี๋ยวแม่จะเอานมมาให้กิน” เฉินลี่ซือนั้นตอนนี้ไม่ได้กินนมของซ่งลี่อินแล้ว เพราะน้ำนมของเธอไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงลูกน้อย ดีที่สามีของเธอนั้นมอบเงินให้ใช่จ่ายทุกเดือน เธอจึงไม่ได้เดือดร้อนในเรื่องนี้เท่าไหร่นัก และนี่อาจจะเป็นข้อดีข้อเดียวของสามีของร่างนี้ก็เป็นได้
เฉินหวังเหว่ยนั้น มอบเงินมากมายให้กับคนเป็นภรรยา ซึ่งถ้าเดือนไหนเขานั้นไม่สามารถที่จะกลับมาที่บ้านได้ เขาก็จะใช้ลูกน้องนำมาให้ แต่ถ้าเขานั้นกลับมาบ้าน เขาก็จะมอบมันให้กับเธอเอง
ระหว่างที่เจ้าเด็กอ้วนนั้นกำลังดูดนมอย่างเมามัน ซ่งลี่อินก็จมอยู่ในความคิดอีกครั้ง และคิดว่าที่เธอนั้นมาอยู่ที่นี่นั้นมันคงต้องมีอะไรสักอย่างที่เธอนั้นยังคิดไม่ออก ถึงเธอจะใช้เวลาคิดมากว่าสามวันแล้วก็ตาม
“เฮ้อ หรือเราจะขอหย่าไปเลยดีหรือเปล่านะ” ซ่งลี่อินคิดว่า ถ้าคนที่เป็นสามีนั้นไม่ได้รักกันแล้ว ก็ไม่ควรที่จะอยู่ด้วยกันอีก ถึงแม้ว่าการหย่าสามีนั้นจะเป็นเรื่องน่าอับอายในยุคนี้ แต่เธอคิดว่าไม่ใช่กับเธอ เพราะยุคที่เธอจากมานั้น เรื่องแบบนี้มันเป็นเพียงเรื่องที่มันเล็กน้อยมาก ถ้าหมดรักกันแล้ว การหย่าร้างจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ดีกว่ามานั่งทนทุกข์อยู่ด้วยกันและไม่มีความสุขในชีวิต
แต่ก่อนที่เธอจะหย่า เธอคงต้องหาอาชีพเอาไว้รองรับ เพราะบ้านเดิมของเธอนั้นไม่มีอีกต่อไปแล้ว พ่อแม่ของเธอนั้นเสียไปสามปีแล้ว บ้านที่เคยเป็นของเธอนั้น เธอก็ขายมันไปแล้ว เพราะไม่คิดจะกลับไปอยู่ที่นั่นอีก และนี่ก็เป็นเหตุให้เขาและเธอได้แต่งงานกัน
เมื่อย้อนไปเมื่อสามปีก่อน…
ซ่งลี่อินนั้นอยู่กับพ่อและแม่ที่อีกเมืองหนึ่ง ครอบครัวของเธอนั้นไม่ได้ยากจนมากนัก แต่ก็ไม่ได้ร่ำรวย หรือจะเรียกว่าฐานะปานกลางก็ได้
วันหนึ่งพ่อและแม่ของเธอนั้นออกไปค้าขาย ก็ได้เกิดเรื่องร้ายขึ้น พ่อแม่ของเธอนั้นถูกโจรปล้นระหว่างทางเดินทางกลับมาจากขายของ ทำให้ท่านทั้งสองคนนั้นเสียชีวิตลงในวันนั้น
แต่ก่อนที่ท่านทั้งสองจะสิ้นใจ เฉินหวังเหว่ยที่ออกมาทำภารกิจนอกพื้นที่ก็เจอเข้ากับเหตุการณ์ แต่เขานั้นมาช้าไป ไม่สามารถช่วยพ่อแม่ของซ่งลี่อินได้ทัน เมื่อมาถึงโจรพวกนั้นก็หนีไปซะแล้ว
“คุณลุง คุณลุงได้ยินผมหรือเปล่าครับ” เฉินหวังเหว่ยเรียกคนเจ็บที่นอนไม่ได้สติ เมื่อเขาจับชีพจรดู ก็เห็นว่าคนเป็นภรรยานั้นสิ้นใจไปแล้ว จะเหลือก็แต่คุณลุงคนนี้ที่ยังมีลมหายใจอยู่ เขาเลยลองเรียกดู
“พะ..พ่อหนุ่ม กะ..ก่อน ทะ..ที่ลุงจะตาย ละ..ลุงขอร้อง สะ..สักอย่างได้มั้ย…” เมื่อพ่อของซ่งลี่อินค่อยๆลืมตาขึ้นมา ก็เห็นชายหนุ่มในชุดทหาร และความรู้สึกของเขานั้นก็คิดว่าคนคนนี้ต้องเป็นคนดีอย่างแน่นอน
“คุณลุงอย่าพูดแบบนั้นเลยครับ เดี๋ยวผมจะพาไปส่งที่โรงพยาบาล” เฉินหวังเหว่ยไม่อยากให้คนเจ็บใช้แรงมาก เพราะกลัวจะสิ้นใจไปเสียก่อน ถึงแม้จากอาการที่เห็นนั้นเขาคิดว่าอาการหนักมาก
“มะ..ไม่ต้อง..” คนเจ็บได้แต่ฝืนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงขาดๆหายๆ เพราะเขานั้นรู้ตัวเองดีว่าจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน
“ละ..ลุง มีลูกสาว นะ..หนึ่งคน ชะ..ช่วยดูแล เธอด้วย..” พ่อของซ่งลี่อินพยามพูดในสิ่งที่อยู่ในใจออกมา พร้อมกับจ้องตาชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความหวัง และใช้แรงที่มีอยู่เพียงน้อยนิด ล้วงเข้าไปในกระเป๋า แล้วหยิบกระดาษเก่าๆออกมาหนึ่งใบซึ่งในนั้นเขียนที่อยู่และชื่อของลูกสาวตนเอาไว้
บ้านของเขานั้นมีกันเพียงแค่สามคนพ่อแม่ลูก ถ้าเขาและภรรยาจากไปลูกสาวคนเดียวของพวกเขาคงจะลำบาก ไหนจะพวกญาติพี่น้องที่เห็นแก่ตัวนั่นอีก เขาเกรงว่าลูกสาวจะไม่ปลอดภัย
เฉินหวังหว่ยที่เห็นสายตาของคนเจ็บ เขาก็นึกเวทนา จึงได้พยักหน้ารับ และหยิบกระดาษที่คนเจ็บนั้นส่งมาให้โดยที่ไม่รู้เลยว่า ในวันข้างหน้านั้นเขาจะต้องผูกมัดกับเด็กสาวคนนั้น
เมื่อพ่อของซ่งลี่อิน เห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้าตอบรับก็ยิ้มออก พร้อมกับลมหายใจที่หมดลง…
“ดีสิ ในตาของพี่มีแต่เธอเท่านั้น” เสวียนเหลียนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน สายตาที่เขานั้นส่งให้เธอนั้นมันแสดงออกมาทุกอย่างว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นมันจริงทุกคำพูด“มีซินซินด้วย”“ซานซานด้วย” สองแฝดที่เห็นว่าพ่อแม่กำลังรักกันก็ขอมีส่วนร่วมด้วยทันที**********“ลูกหลับแล้วหรือคะ” ฮวาเหมยที่เดินออกมาขากห้องน้ำก็เห็นว่าสามีนั้นนอนอยู่บนที่นอนแล้ว เธอจึงเดินไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งเพื่อทาครีมบำรุง“ครับ วันนี้หลับง่ายสงสัยจะเล่นเหนื่อย” ปากก็พูดกับภรรยาแต่สายตานั้นกลับจับจ้องไปที่ชุดนอนบางเบาที่ภรรยาสวมใส่อยู่“อุ้ย!!” ฮวาเหมยร้องขึ้นเมื่อเธอก้มลงไปทาโลชั่นที่ขากลับพบว่าเธอถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง“อืม…หอมจัง” เสวียนเหลียนซุกไซร้ไปที่ซอกคอของภรรยาด้วยความมึนเมา“ก็ฉันพึ่งอาบน้ำมานี่คะ อ๊ะ..อย่าพึ่งค่ะ” “เรามาทำน้องให้เจ้าแฝดกันดีกว่านะ..”“ได้ที่ไหนกันล่ะคะ พี่เหลียนลืมไปหรือเปล่าว่าตอนนี้มีนโยบายลูกคนเดียว”“พี่รวย…”“อื้อ…” ฮวาเหมยครางออกมาเมื่อเธอถูกจับโยนขึ้นเตียงแล้วคนเป็นสามีก็จับเธอถ่างขาออกแล้วมุดหน้าลงไป ตั้งแต่หลังแต่งงานสามีของเธอก็ขอให้เธอใส่แค่ชุดนอนส่วนชั้นในนั้นไม่ต้องใส่ เพราะเขาขี
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7039 บทส่งท้ายการแต่งงานระหว่างเสวียนเหลียนและฮวาเหมยนั้นถูกจัดขึ้นที่ตระกูลเสวียน หรือจะเรียกว่า คฤหาสน์ ก็คงจะถูกต้องมากกว่าเพราะมันช่างกว้างขวางเสียเหลือเกิน ที่เสวียนเหลียนและฮวาเหมยจัดงานแต่งงานที่นี่ ก็เพราะต้องการมีความทรงจำเกี่ยวกับวันแต่งงานที่บ้านหลังนี้ ถึงแม้ตอนแรกคิดว่าจะจัดงานที่โรงแรม แต่เมื่อคนทั้งคู่ไม่ได้ต้องการที่จะจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ การจัดงานที่บ้านนั้นจึงดีที่สุด ถึงแม้ว่าคนตระกูลถัง (ตระกูลของแม่เสวียนเหลียนหรือก็คือครอบครัวท่านนายพลถัง)จะคัดค้านก็ตาม เพราะเขาเองก็มีหน้าที่การงานที่ดีและรู้จักคนมากมาย ในเมื่อหลานชายแต่งงานทั้งทีเขาเองก็อยากที่่จะประกาศให้คนได้รับรู้ แต่เมื่อบ่าวสาวให้เหตุผลทุกคนก็ยอมรับได้ จึงไม่มีใครคัดค้านเรื่องการจัดงานอีกคนที่มาร่วมงานแต่งนั้นก็มีเพียงแค่คนสนิท นับๆดูแล้วก็มีประมาณ 40-50 คนเท่านั้น งานแต่งงานของคนทั้งคู่นั้นผ่านไปด้วยความเรียบง่าย พอถึงฤกษ์ยามที่ดีคนทั้งคู่ก็ลงชื่อในเอกสารรับรองความเป็นสามีภรรยา ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่รู้จักกันก็จัดการเรื่องนี้ให้ ทำให้ตอนนี้คนทั้งคู่ได้เป็นสามีภรรยากันอย่างสมบู
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7038 “ถ้าอย่างนั้นพี่ก็แต่งงานกับฉันสิคะ”หลังจากวันนั้นที่จัดการเรื่องคุณหนูตู้ม่ายม่ายแล้ว ก็ดูเหมือนว่าทุกคนจะกลับมาใช้ชีวิตอย่างคนปกติ หนังสืออนุญาตทำการค้าของเสวียนเหลียนเองก็ได้มาแล้ว ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องจ่ายส่วยให้ใครอีกแล้ว ทำให้พ่อค้าแม่ค้าทุกคนที่เช่าพื้นที่ของเสวียนเหลียนนั้นดีใจมาก เพราะชายหนุ่มนั้นจัดกิจกรรมพิเศษขึ้นมา โดยที่เขาจะเก็บค่่าเช่าเพียงครึ่งเดียวนานสามเดือน เพื่อตอบแทนทุกคนที่อยู่ร่วมกันมา และร้านค้าของฮวาเหมยและครอบครัวก็ได้รับสิทธิ์นี้เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าใครจะมีความสุขมากก็ตามแต่ไม่ใช่กับเสวียนเหลียน ซึ่งเขาอาจจะสุขบ้างแต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นที่สุขมากอย่างนั้น“พี่เหลียน ทำไมพี่ทำหน้าแบบนั้นล่ะคะ” ฮวาเหมยที่เห็นท่าทางของคนรักมีอาการที่แปลกไปในช่วงหลายวันมานี้ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้“หืม…” เสวียนเหลียนที่มีความรู้สึกว่าคนรักพูดด้วยจึงได้หันกลับมามอง“ก็ฉันถามพี่ว่าทำไมพี่ดูใจลอยแบบนั้นมีเรื่องอะไรที่คิดมากหรือเปล่าคะ” ถ้ามีอะไรที่เธอพอช่วยเขาได้เธอก็ยินดีถ้าว่าเขานั้นยอมแบ่งปันกับเธอ“มันก็มี..” มันก็มีน่ะแหละ เพราะตั้งแต่คืนนั้นเขาก็ม
“จุก..บะ เบาหน่อย” ฮวาเหมยร้องออกมาเมื่อมีความรู้สึกว่าเสวียนเหลียนนั้นตอกตึงเธอแบบเน้นๆ ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนก่อนหน้านั้น เมื่อก้มดูที่หน้าท้องของเธอก็จะเห็นได้ทันทีว่ามีอะไรนูนออกมาอย่างมีมีจังหวะ“อ๊ะ…พี่เหลียนฉันจะเสร็จ” ฮวาเหมยที่มีความรู้สึกเหมือนว่ากำลังจะปวดฉี่เธอก็เข้าใจได้ทันทีว่าเธอใกล้จะเสร็จสมแล้ว เพราะอาการนี้เธอพึ่งจะสัมผัสมาไม่นานนี้“พร้อมกัน” พูดจบชายหนุ่มก็กระแทกเข้าออกแบบไม่ยั้ง“อืม..” สองเสียงครางออกมาพร้อมกัน เสวียนเหลียนกระตุกเกร็งอยู่สองสามทีก็นอนล้มทับไปบนตัวของคนรักแบบไม่ได้ลงน้ำหนักเพราะเขาใช้แขนทั้งสองข้างยันที่นอนเอาไว้“พี่เหลียน พี่ลุกออกไปสิคะ” ฮวาเหมยกลั้นใจบอกคนรัก ตอนนี้เธอรู้สึกอายมาก และไหนที่ช่องรักของเธอรู้สึกอุ่นเป็นอย่างมากเพราะมีน้ำที่เขานั้นพึ่งจะพ่นเข้าไป เธอที่เกิดมาสองชาติก็พึ่งจะเคยเจอแบบนี้เธอก็เลยทำตัวไม่ค่อยจะถูกนัก“อ๊ะ..อ๊ะ” แทนที่เสวียนเหลียนจะออกจากตัวคนเธอ ตอนนี้กลายเป็นว่าเขาเริ่มที่จะตอกตรึงเธออีกครั้ง เสวียนเหลียนจับตัวฮวาเหมยตระแคงข้างทั้งที่เจ้ามังกรยักยังคาอยู่ในช่องคับแคบ และยกขาของเธอขึ้นมาข้างนึงแล้วแล้วขยับเข้าออกด้วยแรง
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7037 nc+++“เสี่ยวเหมย ช่วยพี่หน่อย นะ..” ตอนนี้เสวียนเหลียนคิดว่าเขานั้นไม่สามารถควบคุมตัวเองได้แล้ว จึงได้เอ่ยปากขอคนรัก และเขาเองก็ตั้งใจที่จะรับผิดชอบเธอหากว่าเรื่องคืนนี้นั้นสามารถจัดการได้แล้ว“เอ่อ..” ฮวาเหมยลังเล เมื่อชาติก่อนเธอก็ไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้ด้วย แล้วเธอจะช่วยเขาได้อย่างนั้นหรอ“นะ..กระต่ายน้อยของพี่” เสวียนเหลียนออดอ้อนคนรัก จมูกของเขาก็ซุกไซร้ไปที่ซอกคอขาวไม่หยุด “กะ…ก็ได้ค่ะ” ฮวาเหมยตอบตกลงในที่สุด ถึงแม้เธอจะไม่ช่ำชองในเรื่องแบบนี้แต่ก็เคยมีผ่านตาเธอมาบ้าง เธอคิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องยาก เสวียนเหลียนเมื่อได้รับการยินยอมจากคนรักเขาก็พาเธอไปที่เตียงนอนทันที พร้อมกับมอบจูบอย่างดูดดื่ม ตอนนี้ลิ้นร้อนของเขานั้นพัวพันกับเรียวลิ้นเล็กด้วยความหวานล้ำ“อืม”ฮวาเหมยครางออกมาเมื่อถูกฝ่ามือใหญ่บีบนวดที่เต้าอวบของเธอ ขณะที่อกอีกข้างก็ถูกลิ้นร้อนของเขาเล่นงานอย่างหนัก ซึ่งแรงที่เขาดูดดึงนั้นไม่น้อยเลย นี่ถ้ามันขาดได้ก็คงขาดไปแล้ว จนเต้าอวบของเธอทั้งสองข้างนั้นกลายเป็นสีแดง และตอนนี้เสื้อผ้าที่เธอเคยสวมใส่อยู่ก็ไม่รู้ว่ามันหลุดร่วงไปตั้งแต่ตอนไหนเสวี
เมื่อคืนที่ผ่านมา…“อื้อ!!!” “คุณโจวจัดการคุณหนูตู้เถอะ เดี๋ยวผมจะพานายน้อยไปที่ห้องก่อน” หย่งชานเมื่อโปะยาสลบตู้ม่ายม่ายแล้วก็นำเธอไปวางลงบนเตียง วันนั้นหลังจากที่เขาโทรไปนัดท่านนายพลให้กับนายน้อยเขาก็รีบมาจัดการที่ร้านอาหารแห่งนี้ทันทีร้านอาหารซินเทียนเป็นร้านของนายน้อย ซึ่งคนน้อยนักที่จะรู้ว่าเสวียนเหลียนเป็นเจ้าของ เขาได้มานัดแนะกับพนักงานแล้วว่า ถ้าครอบครัวตู้มาที่นี่แล้วต้องการสิ่งใดสิ่งไหนที่จัดการได้ตามที่ทางนั้นบอกแล้วค่อยกลับมารายงานเขา และก็เป็นดั่งที่นายน้อยของเขาคิด พวกเขาได้ขอเปิดห้องพักหนึ่งห้อง เสวียนเหลียนจึงได้ใช้แผนการตลบหลังนี้ขึ้นมา โดยการติดกล้องขนาดเล็กเอาไว้ที่หน้าห้องและในห้อง เขาที่ไม่เคยเห็นกล้องขนาดเล็กแบบนี้มาก่อนก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ เขาไม่คิดว่ามันจะสามารถบันทึกภาพทุกอย่างเอาไว้ได้ และความดีนี้ก็ต้องยกให้กับน้องสาวโจวที่หากล้องวิเศษนี้มาได้เมื่อนายน้อยถูกวางยาแล้วพามาส่งที่นี่ พวกเขาจึงได้ดักรอโอกาสที่จะมาพานายน้อยออกไป โดยการที่ทำให้ตู้ม่ายม่ายนั้นสลบหลับไป แล้วให้ฮวาเหมยนั้นเข้ามาถอดเสื้อผ้าให้ เพื่อที่เวลาคนเข้ามาเห็นจะได้คิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น “พ







