LOGINสายตาหยาบโล้นจ้องมองแท่งหยกที่เข้าออกกลีบบุปผางาม จนน้ำรักหวานล้ำไหลออกมาด้วย เรียวขาของนางช่างขาวกระจ่างราวกับหิมะแรกฤดูเหมันต์
นางจะไปถึงสวรรค์แล้ว ไคเฟิงโยกกายอย่างแรงเพื่อจะได้พาเทพธิดาไปส่งที่สวรรค์อย่างเร่งด่วน ใบหน้างามบัดนี้มีสีหน้าผ่อนคลายเป็นอย่างมาก น้ำรักหวานล้ำทะลักออกมาจากหัวแท่งหยกปลายทางคือเข้าไปในกลีบบุปผางาม ในที่สุดน้ำหวานล้ำก็ถึงจุดหมายเสียที
ไคเฟิงอิ่มเอมใจยิ่งนัก ใบหน้าเขาซุกเข้าไปที่ทรวงอกงามที่มีน้ำนมทะลักออกจากเต้าไม่หยุด นางคงจะเพิ่งคลอดบุตรมาเป็นแน่แท้
เรียวลิ้นหนาเลียที่หัวนมซาลาเปาอย่างแรง น้ำนมไหลเข้าปากไคเฟิงไม่หยุด จากนั้นก็เริ่มกระบวนท่าใหม่กับนาง โดยให้นางขึ้นคร่อมเขา หญิงสาวขย่มไคเฟิงอย่างแรง ยิ่งแท่งหยกกระแทกแรง นางยิ่งมีความสุข…
แสงอรุณสาดส่องเข้ามาในเรือนนอนของวันเฉิน ตอนที่นางปรือตาขึ้นมาพบว่า คนข้างเตียงได้หายไปแล้ว หญิงสาวกวาดสายตามองไปโดยรอบ นางยังสวมเอี๊ยมกับกางเกงขายาวสีขาว เมื่อคืนนางฝันไปอย่างนั้นรึ ความฝันช่างคล้ายจากความจริงยิ่งนัก โชคดีแค่ฝันไป
ร่างหนาสูงใหญ่ยกอาหารเข้ามาในห้อง “ตื่นแล้วรึ” พ่อสามีนั่นเอง เขาถือถาดอาหารแล้ววางไว้ที่โต๊ะกลม
“ท่านพ่อ”
“ไปล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกินข้าวกัน”
หลังจากเปลี่ยนอาภรณ์เรียบร้อยแล้ว นางนั่งกินอาหารกับพ่อสามี ด้านพ่อสามีกินอาหารอิ่มเขาบอกว่าจะออกสำรวจรอบๆ วัดกับลูกน้องเสียหน่อยช่วงเย็นถึงจะกลับมา ซูหนี่ว์ดีใจยิ่งนักนางจะได้มีเวลาเข้าไปพบเจ้าอาวาสเพื่อสอบถามหนทางกลับโลกเดิมของนาง
เรือนร่างอรชรในชุดผ้าต่วนสีขาวถักทอลายผีเสื้ออย่างประณีต ทำให้ผู้สวมใส่นั้นดูงามล้ำมีชาติตระกูลราวกับคุณหนูผู้สูงส่ง
นางเดินอยู่หน้าเรือนนอนที่มีต้นอวี้หลันร่วงหล่นลงมา หญิงสาวกวาดสายตามองที่แห่งนี้ ช่างร่มเย็นยิ่งนัก สมกับเป็นที่ธรรมชาติจริงๆ
ถ้าในโลกปัจจุบันไม่มีทางได้เห็นบรรยากาศที่งดงามเต็มไปด้วยกลิ่นอายธรรมชาติเยี่ยงนี้ดอกหนา เพราะในโลกของนางเต็มไปด้วยมลพิษ แต่นางก็ต้องหาหนทางกลับไป การอยู่ในโลกนิยายมีแต่ความซาบซ่านและเรื่องราคะ ไม่ใช่ที่ของนาง
ในอารามที่เต็มไปด้วยกลิ่นควันธูปลอยคละคลุ้ง พระพุทธรูปองค์ใหญ่สีเหลืองทองตั้งอยู่ ซูหนี่ว์นั่งลงกราบพระพุทธองค์ นางหวังว่าจะได้กลับบ้านโดยเร็ววัน
“ประสกขอพรสิ่งใดรึ” หญิงสาวกวาดสายตาหาต้นเสียง พบว่ามีหลวงจีนท่านหนึ่งนั่งในมุมมืด หลวงจีนท่านนั้นคงจะเป็นท่านเจ้าอาวาสวัดเฉินเป็นแน่แท้
“ท่านเจ้าอาวาส”
เจ้าอาวาสทอดดวงตาทองสตรีตรงหน้าช่างงามวิลาสนัก “ประสกมีเรื่องอันใด”
“ข้าอยากจะรู้ว่า เมื่อไรข้าจะได้กลับไปที่ที่ข้าจากมา” ซูหนี่ว์เอ่ยถามเพราะความอยากรู้
เจ้าอาวาสงงทำไมนางถึงได้ถามเช่นนี้
ซูหนี่ว์มองประเมินเจ้าอาวาสว่าเขาจะให้คำตอบที่นางอยากจู้ได้หรือไม่
“ประสก เล่าเรื่องทั้งหมดให้อาตมาฟังได้หรือไม่”
ในที่สุดนางก็ตัดสินใจ เล่าความจริงให้เจ้าอาวาสฟัง “ข้าเป็นวิญญาณเข้ามาสิงร่างแม่นางผู้นี้ ในตอนที่ข้าเข้าร่างนั้น แม่นางผู้นี้กำลังมีอะไรกับบุรุษ”
ท่านเจ้าอาวาสครุ่นคิด
“ประสกต้องมีอะไรกับบุรุษมากถึงหนึ่งคน”
“อะไรนะเจ้าคะ”
“ประสกได้ยินไม่ผิด ให้ประสกมีเสพสังวาสกับบุรุษ สักสองคนเป็นเวลาหนึ่งเดือนพร้อมกัน ยามเช้าในอารามแห่งนี้ ประสกทำได้หรือไม่ เมื่อครบเวลากำหนดประสกจะได้กลับไปที่ที่จากมา”
“เจ้าค่ะ ว่าแต่ข้าจะหาบุรุษได้ที่ไหน”
พ่อสามีของนางคงไม่ยอมแน่ ที่จะให้นางมีอะไรกับบุรุษอื่น
“อาตมาเอง”
“แต่ท่านเป็นนักบวช”
“นักบวชก็ช่วยประสกได้ อาตมาจะทำให้ประสกกลับไปใช้ชีวิตตามเดิม”
“ตกลงเจ้าค่ะ”
“ตามอาตมามาเร็วเข้า” กล่าวจบเจ้าอาวาสลุกขึ้นมุ่งไปทางหลังพระพุทธรูป ซูหนี่ว์ไม่รอช้าเดินตาเจ้าอาวาสพบว่าเป็นห้องลับ นางเดินลงบันได้ มาประมาณสิบขั้น พบว่าตรงนี้เป็นเรือนนอนที่มีกลิ่นหอมของธูป
มีเตียงขนาดใหญ่ไว้รองรับคนได้ถึงสามคน
“ห้องนี้ ให้ประสกเข้ามาทุกเช้า อาตมาจะรอประสกอยู่ในนี้”
ซูหนี่ว์ท่องเอาไว้ว่า เพื่อจะได้โลกใบเดิม นางจะต้องมีอะไรกับเจ้าอาวาส
“แล้วชายอีกคนล่ะเจ้าคะ”
“ประเดี๋ยวเขาคงจะเข้ามา”
“ประสกถอดผ้าออกเสียเถอะ อาตมาจะรีบช่วยประสกกลับที่ที่จากมาให้ได้ ภายในเวลาหนึ่งเดือนนี้”
ซูหนี่ว์ซึ้งเหลือเกินนางจะได้กลับบ้านแล้ว
“เจ้าค่ะ”
กล่าวจบเรือนร่างงามปลดอาภรณ์ออกจากนั้นหญิงสาวนอนถ่างขารอพวกเขาทั้งสองคน เวลานี้ นางต้องกลับยอมเสียตัว ให้ได้กลับไปโลกแห่งความจริง ดีกว่าให้ตาแก่มู่หรงจิ้นเคี่ยวรำจนตาย สู้หลับหูหลับตานอนกับสองบุรุษนั้นหนึ่งเดือนแล้วได้กลับบ้านดีกว่า ไหนๆ ก็เสียไปแล้วเอาอะไรคืนมาไม่ได้
บุรุษเรือนกายสูงใหญ่ย่างเท้าเข้ามาในห้อง ไคเฟิงถึงกับต้องตกใจเมื่อเห็นเรือนร่างอรชรถ่างขาออกมาอย่างเห็นอะไรได้ชัดเจน
“ท่านเจ้าอาวาส”
“อาเฟิง”
“อาตมามีงานให้เจ้าช่วย”
“แม่นางผู้นั้น” ไคเฟิงหวนคิด ก่อนที่เขาจะออกมาจากเรือนนอนของนาง เขาได้สวมอาภรณ์ให้นางเป็นเรียบร้อย
“ท่าน” ซูหนีว์พลันลุกนั่งเอามือปิดบังเต้านมทั้งสองข้าง ทำไมบุรุษผู้นั้นถึงคล้ายกับคนในฝันของนางยิ่งนัก
“แม่นางเจอกันอีกแล้ว” น้ำเสียงราบเรียบพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เอ่ยขึ้น
เขาพูดเยี่ยงนี้หมายความว่าอย่างไร หรือว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องจริง
ใบหน้างามแดงซ่านเมื่อหวนคิดแท่งหยกลำอวบอั๋นของตาแก่นั้น
“ท่านปล้นสวาทข้า”
“แม่นาง ข้าต้องขอภัยที่ล่วงเกิน เพราะข้าได้ไปเห็นท่านร้องเพลงรักกับบุรุษที่บ่อน้ำพุร้อน”
“พวกท่านรู้จักกันก็ดีแล้ว” เจ้าอาวาสตัดบท
“อาเฟิง เจ้ากับข้าต้องร่วมส่งแม่นางท่านนี้กลับบ้านเดิมของนาง”
ไคเฟิงงงกับคำพูดเจ้าอาวาส
“หมายความว่าอย่างไร” ไคเฟิงขมวดคิ้วอย่างสงสัย
“เพราะนางไม่ใช่คนชาติภพนี้ นางเป็นนางฟ้ามาสิงร่างแม่นางท่านนี้ อย่าถามมากรีบทำดีกว่า”
“ใช่พวกท่านรีบมาเถอะ ข้าอยากกลับบ้านใจแทบขาดแล้ว”
ไคเฟิงกับเจ้าอาวาสมองร่างงามถ่างขาเชื้อเชิญพวกเขากลีบบุปผางามอ้าออก ราวกับกำลังรับแสงสุริยันในฤดูวสันต์ตอนเช้า สีชมพูแดงระเรื่อราวกับดอกอวี้หลันที่กำลังเบ่งบานลงมา
กระนั้นยิ่งทำให้ท่านเจ้าอาวาสกับไคเฟิงอยาก แท่งหยกแข็งตั้งชูชันขึ้นมาเตรียมทั้งท่ากำลังจะออกรบ
เจ้าอาวาสกับไคเฟิงสบตากัน ราวกับว่าศึกครั้งนี้ใครจะเป็นผู้ชนะ
ยามนี้เยียนหรานอยู่ในโรงครัวกับกวนอี้ นางมองหม้อเห็ดของกวนอี้ ใบหน้างามระบายไปด้วยรอยยิ้ม คนของหนานอ๋องนำสำรับไปให้เจ้านายแล้ว กวนอี้มองเยียนหรานเหตุใดนางจึงยิ้มผิดปกตินัก สตรีนางนี้เป็นบ้าไปแล้วกระมัง ทหารกล้าต่างมาตักข้าวในโรงครัว ไม่นานนักพวกเขาก็พลันเดินจากไป เยียนหรานล้างชามในครัว สองถ้วยชาผ่านไป เหล่าทหารล้มลงพื้นนอนตายกันอย่างมาก เยียนหรานถูกนำตัวไปที่กระโจมหนานอ๋อง สิ่งแรกที่เห็นคือเย่หวานมุมปากอาบไปด้วยเลือก"หญิงชั่วเยี่ยงเจ้า กล้าวางยาพิษ" หนานอ๋องยังไม่ทันได้กิน เย่หวานนำไปกินเสียก่อนนางจึงตายแทนเขา เยียนหรานพลันหัวเราะอย่างมีความสุข"ข้าเล่า ข้าแค่เป็นสายลับให้เจาอ๋อง แต่ท่านให้ทหารทั้งค่ายมาย่ำยีข้าเกือบปี จนข้าตั้งครรภ์ ท่านคิดว่า ท่านทำถูกแล้วรึ" สมควรแล้วพวกมันต้องตาย ส่วนนังเย่หวานให้ชายทั้งสี่คนไปรังแกเยียนหราน ในตอนนั้น เยียนหรานคิดว่าเย่หวานสมควรตาย"เจ้ามันหญิงชั่ว ข้าจะสังหารเจ้า" "เอาเลย ข้ายอมตาย" เยียนหรานได้แก้แค้นแล้ว นางคิดว่านางควรตายตาหลับ จู่ ๆ หนานอ๋องกระอักเลือดขึ้นมา "นี่เจ้าใส่อะไร""น้ำชาข้าก็ใส่ยาพิษ" เยียนหรานเทยาพิษใส่บ่อน้ำดื่มที่นำมาต้ม
เยียนหรานพาร่างกายอันบอบช้ำกลับมาที่กระโจมท่ามกลางฝนห่าใหญ่ตกลงมา หญิงสาวมองเห็นหัวเจาอ๋องเสียบประจานหน้าลานประลองยุทธไม่จริง !!!เจาอ๋องตายแล้ว เยียนหรานรับไม่ได้จริง ๆ นางแทบจะเป็นลม นางถามทหารแถวนั้น พบว่าหนานอ๋องเป็นคนสังหารเจาอ๋อง เพราะเจาอ๋องคิดต้องการบัลลังก์ หลายวันต่อมาเยียนหรานใช้ชีวิตในค่ายทหารอย่างไม่มีความสุข นางยิ้มขมให้ตัวเอง ตั้งแต่เจาอ๋องชีวิตนางก็ไร้ทิศทาง หวังรอให้เขามารับนาง แต่สุดท้ายเขาก็ตายไปแล้วพวกต้าข่านยังคงอยู่ในค่ายทรมานนางเหมือนเดิม เยียนหรานแม้จะตั้งครรภ์พวกเขาก็ไม่ละเว้นนางเลยแม้แต่น้อยวันนี้เยียนหรานออกไปหาของป่ากับกวนอี้ กวนอี้นึกสาแก่ใจไม่น้อยที่เจาอ๋องตายด้วยน้ำมือของหนานอ๋อง เยียนหรานสะพายตะกร้าที่ไม่ใหญ่มาก เดินตามกวนอี้เพราะวันพรุ่งนี้ ต้องทำอาหารเช้าให้นายทหารทุกคน เนื่องจากเสบียงหมดแล้ว รอหนานอ๋องเบิกจากคลังหลวง"เยียนหราน ข้าว่าบรรยากาศบ่อน้ำพุร้อน ก็ไม่เลวเลย" ตาแก่กวนอี้จะพานางไปไหนกัน หรือจะให้นางมีอันใดกับเขาในบ่อน้ำพุร้อนเป็นดังคาดเดาเอาไว้ กวนอี้พาเยียนหรานมาที่บ่อน้ำพุร้อน กวนอี้ให้เยียนหรานถอดผ้าแช่ในน้ำพุร้อน เยียนหรานนั่งลงแช่น้
เยียนหรานคุกเข่าหันสะโพกไปทางต้าข่าน ต้าข่านเลียผ่านร่องสวาททั้งหน้าและหลัง จุมพิตอย่างเร่าร้อน แจะ แจะ แจะแจะ แจะ แจะลิ้นหนาทั้งดูดและเลีย ยิ่งเขาเล่นลิ้น นางยิ่งเสียวจนฉี่จะราดอยู่แล้วอ๊อก อ๊อก อ๊อกอ๊อก อ๊อก อ๊อกดุ้นใหญ่พลันกระแทกปากคนงาม เยียนหรานรับรู้ได้ถึงน้ำรักซึมทีละเล็กน้อย ช่างหวานยิ่งนัก"อ้า อ้า แม่นางเยียน" ปี๊ด !!!เพียงไม่นานอาจิงก็ปล่อยน้ำรักเข้าปากเยียนหรานจนหมด ชายหนุ่มทำหน้าอย่างผ่อนคลายอย่างมากน้ำรักไหลเยิ้มออกจากปากเยียนหรานอย่างมาก กระบวนท่าต่อไป เยียนหรานขอพักเหนื่อยต้าข่านชอบเยียนหรานยิ่งนัก นางตั้งครรภ์ นางอาจจะตั้งครรภ์ลูกของเขาหรืออาจิง หากเขาต้องกลับไปชนเผ่า เขาจะขอท่านอ๋อง นำตัวนางกลับไปด้วยเยียนหรานนอนหายใจยังไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา ชายทั้งสองคนก็เริ่มบทสวาทกับนางเสียแล้ว...ยามอรุณรุ่ง เยียนหรานต้องหอบผ้าไปซัก ได้ยินเหล่าทหารสนทนา กันว่าหนานอ๋องแต่งชายาเอกบุตรสาวขุนนาง เขาช่างมีความสุขนักอีกทั้งเจาอ๋องหลบหนีการจับกุมอย่างหัวซุกหัวซุน เยียนหรานซักผ้าเสร็จกลับไปที่กระโจม"เจ้าสินะ นังแพศยาที่หนานอ๋องส่งให้มาบำเรอพวกทหาร" เยียนหรานนั่งพักในกระโจม จู่ ๆ
กวนอี้ลากนางมาที่ห้องเก็บฟืน ที่เต็มไปด้วยกองฟาง เยียนหรานท้องได้สี่เดือนแล้ว เหตุใดในค่ายทหารถึงได้มีแต่คนระยำเช่นนั้น แม้แต่หญิงตั้งครรภ์พวกมันยังทำได้ลงคอกวนอี้จุมพิตที่เรียวปากงามของเยียนหราน สองมือหนาใหญ่ค่อย ๆ ปลดอาภรณ์ของนางออกมาเยียนหรานนอนถ่างขาบนกองฟางที่รองด้วยเศษผ้า นางจะให้พวกมันกระทำนางไปก่อน แต่ก่อนที่จะไป นางจะให้พวกมันตายไปกับนางด้วยกวนอี้มองร่างอวบที่ท้องนูนขึ้น เด็กในท้องอาจจะเป็นลูกของต้าข่านก็ได้ กลีบงามของนางอวบอิ่มขึ้นจริง ๆ เท่าฝ่ามือหนาใหญ่ของเขากวนอี้เลียริมฝีปากอย่างหื่นกาม สามนิ้วขยี้ตรงกลีบงาม เยียนหรานพลันร้องออกมาเสียงหลงน้ำลายหยดลงกลีบงามสีแดง เยียนหรานหายใจอย่างเหนื่อยหอบแจะ แจะ แจะแจะ แจะ แจะแม้นางจะตั้งครรภ์อยู่ นางก็ยังคงเป็นหญิงร่านสำหรับเขา มือหนาใหญ่แหย่ร่องสวาทอย่างสนุก เยียนหรานร้องออกมาไม่หยุด เพียงไม่นานนัก กวนอี้พลันดึงนิ้วมือออกมา เลียน้ำหวานที่นิ้วมือของเขาเขารีบให้เยียนหรานเลียที่ดุ้นอับอวบใหญ่นางมองเจ้าแท่งหยก อวบใหญ่ มืองามชักดุ้นขึ้นลงไปมา มีหยดน้ำซึมออกมาไม่น้อยเมื่อนางเลียที่หัวดุ้นกวนอี้ถึงกับร้องครางออกมาอย่างเสียวสุด
เยียนหรานเหนื่อยล้ายิ่งนักหลายเดือนผ่านไปร่างกายเยียนหรานพลันอวบอิ่มขึ้นมาก นางก็ไม่รู้ว่านางเป็นอันใด ข่าวของเจาอ๋องก็พลันเงียบหายไปเยียนหรานต้องล้างเท้าให้กับทหารของชนเผ่าทุ่งหญ้าอย่าง ต้าข่านมาเจริญสัมพันธไมตรี จึงนอนอยู่ค่ายทหารนอกเมือง หนานอ๋องจึงให้เยียนอ๋องมาปรนนิบัติต้าข่านเยียนหรานรินสุราให้ต้าข่าน ทันทีที่เขากินเข้าไป พบว่าสุรานี้มียาพิษ"นี่เจ้า คิดสังหารข้ารึ" เยียนหรานมองเขา แน่นอนว่านางอยากจะให้เขาตาย แล้วโยนความผิดให้หนานอ๋อง"หนานอ๋องเป็นคนสั่งให้ข้าทำ" เยียนหรานแกล้งบีบน้ำตา "เจ้ามันหญิงชั่วอย่างหนานอ๋องบอกเสียจริง โชคดีที่ข้ากินยาถอนพิษไว้แล้ว" ต้าข่านใช้มีดสั้นภายในชั่วพริบตาเดียว อาภรณ์ของเยียนหรานขาดกระจุยกระจายเลยทีเดียว"นี่ท่าน" ร่างงามกระจ่างตรงหน้า ต้าข่านทันที นับว่าเขารอบคอบที่เชื่อหนานอ๋อง"เยียนหราน เจ้าโดนพิษหนอนวสันต์เข้าไป เจ้ายังไม่เข็ดหลาบสินะ ข้าจะทำให้เจ้ารู้เองว่า ความตายมันเป็นเช่นไร"ทันใดนั้นเยียนหราน ต้องตกตะลึงแท่งหยกขนาดใหญ่ยาวของต้าข่าน ต้าข่านถึงกับยิ้มเยาะ แน่นอนว่า ของลับของชนเผ่าทุ่งหญ้า ของบุรุษชาวทุ่งหญ้า ย่อมใหญ่ยาวทุกคน ถึงชนิดท
กวนอี้เป็นพ่อครัวในกองทัพทหาร สังกัดหนานอ๋อง เขามองเยียนหรานด้วยสายตาที่หื่นราคะ "เจ้ามองอะไร ในตอนนั้นเยียนหรานกำลังล้างชามอยู่ ยามนี้ พวกทหารต่างฝึกวิทยายุทธ์ที่ลานประลองยุทธ์"เยียนหราน เจ้าคงมิรู้ว่า ท่านอ๋องอนุญาตให้ข้านอนกับเจ้าได้" สารเลว !!!อย่าให้นางออกไปได้แล้วกันกวนอี้โอบกอดนางอย่างเร่าร้อนในโรงครัว ลิ้นหนาขบติ่งหูของนาง เยียนหรานจำใจต้องอดทนเพราะนางไม่มีทางเลือก ขางเกงขาวบางถูกปลดออก จึงเหลือเพียงสะโพกที่งอนงามมือหนาใหญ่จับสะโพกที่งอนงามไว้ ค่อย ๆ แหย่เข้าไปในรู้สวาทของคนงาม เยียนหรานยืนถ่างขาออกกว้าง ๆรับรู้ได้ถึงมือหนาใหญ่ที่แหย่เข้าไป อย่างช้า ๆ กลีบงามที่ชุ่มไปด้วยน้ำสีชมพู ผลิออกมา แจะ แจะ แจะแจะ แจะ แจะน้ำสีขาวขุ่นพลันไหลออกมาจากร่องสวาทอย่างมาก เยียนหรานทำปากอย่างซี๊ดซ๊าดด้วยความเสียว กวนอี้มองร่องสวาทมีน้ำไหลเยิ้มออกมา กลิ่นบุปผาหอมหวานลอยเข้าจมูกเขา ทำให้เขาอดใจไม่ไหวเสียจริง มือหนาใหญ่ผลิกลีบงามออกแล้ว ใช้ลิ้นเลียตรงนั้น จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบจ๊วบ จ๊วบ จ๊วบรสชาติหวานยิ่งนัก รูสวาทของนางช่างงดงามเหลือเกิน"อ้า อ้า อ้า ข้า อ้า" เยียนหรานเสียวไปกับการที่ตาเฒ่







