LOGINเรือนร่างอรชรนอนหงาย หลังขาวเนียนกระจ่างดุจหิมะแรกฤดูวสันต์แนบกับโขดหินขนาดใหญ่ ดวงหน้างามปรายตามองท้องฟ้า เพลานี้ใกล้จะพลบค่ำแล้ว
พ่อสามีจอมราคะไม่รอช้าสาวเท้าเข้ามาใกล้ร่างงามที่นอนบนโขดหิน ขาคู่งามถูกแยกออกพาดที่ไหล่อันแข็งแกร่งของเขา มือหนาใหญ่ผลิกลีบบุปผางามออกมา กลีบบุปผางาซ้อนกันหลายๆกลีบ สีชมพูแดงระเรื่อ ราวกับกลีบดอกอวี้หลันที่ร่วงหล่นลงมา มือหนาใหญ่แหย่เข้าไปในกลีบบุปผา
“อ่า อ่า” ซูหนี่ว์รู้สึกดีเหลือเกิน
เสียงนิ้วแหย่เข้าไปในกลีบบุปผางาม น้ำหวานล้ำไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย “น้ำหวานเจ้าออกมาแล้ว”
นิ้วใหญ่สามนิ้ว แทงเข้าๆ ออกๆ ที่รูบุปผางามอยู่อย่างนั้นเป็นเวลาครึ่งช่วยยาม ซูหนี่ว์พลันบิดกายไปมา นางทนความเสียวสะท้านทรวงนี้ไม่ไหวแล้ว
ปากบางครวญครางไม่เป็นภาษา มู่หรงจิ้นหยุดใช้มือ แต่ใช้ลิ้นหนาควานหาความสุขในกลีบบุปผางามแทน ช่างหวานล้ำเหลือเกิน
“อ้า ท่านพ่อ ข้าเสียว อ้า”
ในที่สุดนางก็ทนไม่ไหว
ชายหนุ่มดูดกลืนน้ำบุปผางามลงคออย่างอร่อย
ไป๋ชิงของข้า ในที่สุดข้าก็ได้ลิ้มลองบุตรสาวของเจ้า ดูเหมือนว่า นางจะมีความสุขมากที่ข้ามอบรสราคะให้นางอย่างอิ่มเอม
เมื่อตักตวงความหวานจนอิ่มเขาอุ้มนางขึ้นมา แล้วเสียบแท่งหยกลงที่รูบุปผาอย่างแรง นางรับรู้ได้ถึงแท่งหยกเสียบบุปผาอย่างมิดด้าม นางโอบคอพ่อสามีไว้ เขาโยกร่างงามขึ้นลงเป็นเวลานนานเกือบครึ่งชั่วยาม
ซูหนี่ว์หายใจอย่างถี่กระชันชิด กลีบบุปผาของนางอัดแน่นไปด้วยแท่งหยกสีดำของพ่อสามี ที่นางรังเกียจเป็นที่สุด
เสียงเนื้อกระทบเสียดกันดังลั่น ทั้งคู่ครวญครางออกมาด้วยกัน
นางยอมรับเลยว่าการไปสวรรค์ครั้งนี้หวาดเสียวยิ่งนัก ถ้าเกิดหล่นลงไปก็ต้องตกลงบ่อน้ำพุร้อนเป็นแน่แท้
มู่หรงจิ้นยังคงโยกกายนางท่ามกลางไอร้อนระอุที่ลอยขึ้นมาเป็นระยะๆ แท่งหยกอัดเข้าไปในรูบุปผางามอย่างรัดแน่น
เขารู้สึกได้ถึงกลีบบุปผารัดแท่งหยกเขา ช่องของนางช่างแคบนักแทงกี่ครั้งไม่เคยที่จะหลวมเลยด้วยซ้ำ
ข้ากลายเป็นหญิงร่านราคะไปเสียแล้ว
เรียวปากหนาจุมพิตวาบหวามริมฝีปากงามส่งมอบความหวานล้ำให้นางอีกครั้ง ดวงตาหงส์สบตากับดวงตาดอกท้อ ประกายตาของเขาไม่มีความชิงชังเหลืออยู่ มีเพียงแต่ความกระหายหื่น ราคะ ที่เต็มเปี่ยมที่ซ่อนในดวงตาคู่นั้น
ซูหนี่ว์รู้สึกอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก มันซาบซ่านรัดแน่นเป็นอย่างมาก เขาขยับกายกระแทกรูบุปผางามแต่ละครั้ง ทำให้นางถึงกับน้ำหวานล้ำไหลออกมาไม่ขาดสาย
ดูท่าครั้งนี้ เขาจะพานางขึ้นไปสวรรค์ด้วยแล้ว ในที่สุดแท่งหยกสีดำก็ปล่อยน้ำหวานล้ำเข้าไป จากนั้นเขาค่อยๆ ปล่อยนางเป็นอิสระ น้ำหวานล้ำไหลออกจากกลีบบุปผาลงมาที่โคนขางามอย่างเป็นสาย
“ท่านพ่อ ข้าเหนื่อย”
ชายหนุ่มใบหน้าอิ่มเอมยิ่งนัก “แช่น้ำพุก่อน ข้าจะพาเจ้าไปนอน” เรือนร่างอรชรถึงกับเข่าอ่อนลงดีนะที่เขารับนางไว้ทัน จากนั้นทั้งคู่นอนแช่น้ำใบบ่อน้ำพุอย่างสบายอกสบายใจ
อีกด้านหนึ่งบุรุษผู้สูงโปร่ง เขาเป็นคนที่อาศัยอยู่วัดเฉินแห่งนี้เป็นคนกวาดลานวัด ตะกี้เขาไม่คิดเลยว่าจะได้ดูอะไรที่บัดสีเยี่ยงนี้
ในคราที่สองคนนั้นเริงรักในที่บ่อน้ำพุร้อน เขาได้แอบดูอยู่ข้างกำแพงเรือนอย่างเงียบๆ แต่ละท่วงท่าทำให้เขา อยากยิ่งนัก เมื่อหวนคิดภาพนั้นที่ไร แท่งหยกของเขามันก็ผงาดขึ้นมาทันที เห็นทีคืนนี้ต้องไปเยือนในเรือนคนพวกนั้นสักคราเสียแล้ว
หลังจากที่กินอาหารค่ำกับพ่อสามีเสร็จแล้ว เรือนร่างอรชรยืนมองที่หน้าต่าง ทอดสายตามองพระจันทร์กลมโต นางคิดถึงโลกของนางเหลือเกิน เมื่อไรนางจะได้กลับไปนะ
หรือว่าวันพรุ่งนี้จะเข้าไปในอารามถามท่านเจ้าอาวาสวัดเฉินดี เผื่อจะได้กลับไปที่โลกปัจจุบันได้ คิดได้กระนั้นหญิงสาวรีบพาเรือนร่างอันบอบช้ำขึ้นเตียงหมายจะนอนให้สบาย แต่ทว่าพ่อสามีจอมราคะเดินเข้ามาหานางที่เตียง
“ท่านพ่อ”
“น้องหญิง อย่าเรียกท่านพ่อเลย”
ดวงหน้างามปรายตาคนหื่นราคะแล้วเบ้ปากเล็กน้อย อายุจะห้าสิบแล้วไม่ให้นางเรียกพ่อได้อย่างไร
นางรีบเปลี่ยนคำเรียกเขาใหม่อีกครั้ง “ท่านพี่” เรือนร่างหนานั่งลงบนขอบเตียง แล้วหันมองใบหน้างาม “จะนอนแล้วรึ”
“เจ้าค่ะ”
“ข้าอยาก”
“ข้าไม่ไหวแล้ว ข้าเหนื่อยมากเจ้าค่ะขอตัวนอนก่อน”
กล่าวจบหญิงสาวล้มตัวลงนอนแล้วหันหลังให้เขา โชคดีที่เตียงกว้างพอนางจึงชิดขอบเตียงอีกฝั่ง ด้านพ่อสามีเมื่อเห็นลูกสะใภ้ ล้มตัวลงนอนแล้ว เขารีบเดินไปดับตะเกียงจากนั้น ล้มตัวลงนอน
ราตรีมืดมิดของคืนนั้นเสียงนกร้องเป็นระยะๆ ดวงจันทราส่องแสงลงมาอย่างกระจ่าง เงาร่างหนาได้กระโดดเข้ามาเรือนนอนทางหน้าต่าง ฝีเท้าค่อยๆ ย่องเบา แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องทำให้เห็นดวงหน้างามของสตรีนางนั้นอย่างชัดเจน กับบุรุษวัยกลางคนกำลังโอบกอดสตรีนางนั้นราวกับว่านางจะหนีไปไหนอย่างนั้นล่ะ
บุรุษร่างหนาใหญ่หยิบเข็มจิ้มไปที่บุรุษร่างหนาที่นอนกอดสตรี แค่นี้ก็ถือว่าหลับยาวแล้ว จากนั้นเขามองดูสตรีนางนั้นสวมชุดเอี๊ยมสีฟ้าลายดอกไห่ถาง เนินนมอันขาวอวบเท่าลูกซาลาเปาทำให้ตาแก่อย่างเขาถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคอ
เขาผู้เฝ้าวัดเฉินมานับยี่สิบปีจวบจนอายุสี่สิบปีแล้วที่ไม่เคยได้เห็นอะไรเยี่ยงนี้ เขามีแซ่ว่า ไคเฟิงผู้ดูแลวัดเฉินแห่งนี้ เขาจะต้องสั่งสอนคนจังไรพวกนี้ที่ทำอัปยศในบ่อน้ำพุร้อน ไคเฟิงไม่รอช้าผลักร่างหนาของมู่หรงจิ้น ลงข้างเตียง จากนั้นตัวไคเฟิงเองปีนขึ้นเตียงหนาใหญ่ เรือนร่างสตรีนางนี้ช่างน่ากินเหลือเกินทรวงอกอวบอิ่ม เอวคอดเล็ก
สายตาอันหยาบโล้นมองลงมาที่หว่างขาเรียวงาม ไคเฟิงได้เห็นทุกอย่างของนางในน้ำพุร้อนแล้ว ทำให้เขาหลังจากที่กลับไปที่เรือนนอน แท่งหยกของไคเฟิงนั้นตั้งขึ้นไม่ยอมที่จะล้มลงแม้แต่น้อย กระนั้นทำให้เขาต้องกลับมาจัดการนาง
มือหนาใหญ่พลันถอดเอี๊ยมกับกางเกงสีขาวบางออก เขาโยนมันลงไปกระทบกับใบหน้ามู่หรงจิ้น แล้วยักยิ้มอย่างสาแก่ใจ
เรือนร่างงามอันขาวดุจปุยเมฆประจักษ์แก่สายตาไคเฟิง นางเป็นนางสวรรค์หรือไง ดูสิทรวงอกอวบใหญ่ราวกับลูกซาลาก้อนใหญ่ทั้งสองข้าง
มือหนาใหญ่ไม่รอช้าบีบคลึงเต้านมอย่างสาแก่ใจ ซูหนี่ซ์รู้สึกเย็นวาบทั่วร่างกาย หญิงสาวพลันลืมตาขึ้นมาพบว่าเป็นบุรุษแปลกหน้าวัยเกือบๆ กลางคนนั้นกำลังจะข่มเหงนาง สองมือเขาขยำที่ราวนมอย่างแรง
หญิงสาวพลันกำลังจะอ้าปากร้อง ไคเฟิงซึ่งไวกว่าเขาสกัดจุดนางไว้จากนั้น เอายาลูกกลอนยัดเข้าปากนาง
“ยานี้ คือยาปลุกกำหนัด เจ้าจะอยากอย่างไม่รู้ตัว” ยาเม็ดนี้คนในยุทธภพได้มอบให้ไคเฟิงก่อนออกจากวัดเฉินไป ไคเฟิงไม่คิดว่าจะได้ใช้ยาวันนี้
นางร้อนยิ่งนัก สายตามองพ่อสามีนอนอยู่ข้างล้างทำไมเขาถึงไม่ตื่นเสียที เรือนร่างอรชรบิดกายไปมา นางปวดยิ่งนัก ทั้งร้อนแผ่ว ซูหนี่ว์อยากออกไปจากโลกนิยายแห่งนี้เหลือเกิน
“ข้าจะปรนเปรอความสุข หวานล้ำ ให้เจ้าเองแม่นางน้อย” กล่าวจบไคเฟิงจับขาคู่งามถางออก ดวงตาหยาบโล้นประเมินกลีบบุปผางามสีชมพูที่ชุ่มช่ำไปด้วยน้ำหวานล้ำ ภายใต้แสงจันทร์กระจ่างความงามของบุปผานั้นประจักษ์แก่สายตาของเขา ราวกับบุปผาอ้ากลีบรับแสงสุริยันยามเช้า
เรียวลิ้นเลียริมฝีปากหนาอย่างราคะ
ซูหนี่ว์ปวดแสบปวดร้อนไปทั้งตัวแล้ว เรือนร่างอรชรบิดกายไปมา ดวงตาพร่ามัวยิ่งนัก ทำไมนางถึงได้อยากเยี่ยงนี้ หยาดน้ำพิรุณโปรยปรายลงมาใส่บุปผางามของนางน่าจะดียิ่งนัก
ไม่ได้ๆ นางคิดบ้าอันใด
“เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าจะค่อยๆ ทำเบา แต่รับรองถึงใจเจ้าแน่นอน” ไคเฟิงเอ่ยอย่างหยาบโล้น สองนิ้วล้วงเข้าไปด้านในกลีบบุปผางาม
เขารู้สึกว่ามันตอดรัดแน่นดียิ่งนักเสียงนิ้วกระทบกับก้อนเนื้องามดังลั่นเรือน แต่ทว่ากับไม่ทำให้คนข้างเตียงตื่นเสียที
ไคเฟิงมีความสุขยิ่งนัก น้ำบุปผางามทะลักไหลออกมาเต็มมือของเขา ด้านซูหนี่ว์ครางไม่เป็นภาษาเลยแม้แต่น้อย นางแค่ว่าต้องการแท่งหยกของบุรุษสอดแทรกเข้ามาในเรือนกายงาม นางไม่สนใจแล้วว่าแท่งหยกจะมาจากของบุรุษผู้ใดอีกแล้ว ขอแค่แทงนางให้หายอยากก็เป็นพอ
“ช่วยข้าด้วย” นางมองเขา
“จุ จุ จุ รออีกประเดี๋ยว” ในระหว่างที่ไคเฟิงเอ่ยกับนาง แต่ทว่านิ้วมือก็ยังคงแหย่เล่นในกลีบบุปผางามไม่มีท่าทีว่าจะหยุด
“อ่า อิ อ้า อ้า อ่า” ใบหน้างามเสียวซ่าน นิ้วช่างใหญ่ยิ่งนัก แค่นิ้วสอดแทรกเข้าไปน้ำบุปผางามก็ไหลออกมาเสียแล้ว
ไคเฟิงดึงมือออกมา คราบน้ำยังคงติดมือเขา กลิ่นความหอมหวานล้ำ ชวนเขาอยากจะกลืนกินยิ่งนัก เรียวลิ้นหนาเลียไปที่มือหนาใหญ่ รสชาติหวานปานน้ำผึ้งพระจันทร์
ไคเฟิงไม่รอช้าใบหน้านั้นซุกเข้าไปในกลีบบุปผางาม
“อ้า อ้า” ซูหนี่ว์เสี่ยวไม่คิดว่าเข้าจะใช้ลิ้นและเรียวปากดูดอย่างแรง
ไคเฟิงรับรสชาติหวานล้ำเข้าปากไปแล้ว ซูหนี่ว์เสี่ยวจนต้องจิกมือตัวเองไว้ ลมหายใจนางนั้นถี่กระชันชิดเป็นอย่างมาก
การเข้ามาอยู่ในนิยายเรื่อง เรือนราคะ ทำให้นางเสพพสังวาสเกือบทุกวันทุกคืน ทั้งพ่อสามีกับบุรุษแปลกหน้า ครั้งต่อไปจะเป็นผู้ใดอีก
“อ่า อ่า ข้าเสียว”
เรียวปากหนาดูดน้ำหวานล้ำอย่างไม่รังเกียจ ราวกับว่าไคเฟิงไม่เคยได้ลิ้มลองของอร่อยมานานนับพันปี
กลีบบุปผางามแทบจะช้ำ ดูเหมือนว่าไคเฟิงจะกัดบุปผางามแทบจะเป็นรอยเคี้ยวฟัน
เรียวลิ้นสอกแทรกเข้าไป รูร่องบุปผางามช่างตอดรัดดีโดยแท้
ซูหนี่ว์เหงื่อแตกพรากร่างนางเร่าร้อนดั่งเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำ
ไคเฟิงรับรู้ได้ถึงกลิ่นน้ำผึ้งเดือนห้า ขนหญ้าเล็กแทบแทงจมูกโด่งของเขา ของนางช่างรกรุงรังเหลือเกิน
เรียวลิ้นหนาเคลื่อนมาเลียที่ขนหญ้าที่แซมขึ้นเล็กน้อย ยิ่งดูดยิ่งหวานล้ำ หญิงสาวยังคงครางไม่หยุดนางรู้สึกว่าจะชอบยิ่งนัก
แท่งหยกของไคเฟิงพร้อมใช้งามแล้วกระนั้นเขาไม่รอช้ารีบรีบปลดเปลื้องอาภรณ์ออก ซูหนี่ว์เบิกตากว้างเพราะแท่งหยกสีดำนั้นใหญ่พอๆ กันกับของตาแก่มู่หรงจิ้น
“ถึงกับตาค้างเชียวรึ” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถามบุปผางามที่นอนอ้าขาพร้อมจะโดนแทง
“ใหญ่มาก รีบแทงข้าเร็วเข้า” นางไม่สนอะไรแล้ว นางรู้แค่ว่านางทรมานยิ่งนัก
ข้าไม่ไหวแล้ว เสียบเลย
“ได้ๆ” แท่งหยกสีดำของไคเฟิงถูเล่นที่กลีบบุปผางาม ไปมา รูบุปผางามนั้นแทบจะทนมิไหวแล้ว นางพร้อมให้ชายแปลกหน้าผู้นี้เสียบ
จากนั้นไคเฟิงดันแท่งหยกดำจนมิดด้าม
“อ้า เสียว” ซูหนี่ว์รับรู้ได้ถึงลำท่อนใหญ่ยาวเท่าบ้องไม่ไผ่ ที่แหย่เข้ามาในร่างกายของนาง ดวงตางามเบิกกว้างขึ้น เรียวปากงามอ้ากว้าง
“สุดยอดยิ่งนักรูรักของเจ้า ตอดรัดแท่งหยกข้าดีโดยแท้ ตอนพลบค่ำข้ารู้สึกอิจฉาตาแก่นั่นที่แทงเจ้าไม่ยั้ง” กล่าวคำพูดอันหยาบโล้นจบ
ไคเฟิงแทงกระหน่ำซูหนี่ว์ไม่ยั้ง
เสียงเนื้อกระทบกันลั่นเรือนนอน
นางกำลังจะไปสววรรค์กับบุรุษแปลกหน้า ที่ลำท่อนแท่งหยกทั้งใหญ่และยาว สุดยอดเหลือเกินการได้ลิ้มลองบุรุษหลายคนช่างสาแก่ใจยิ่งนัก
คราแรกไม่ชอบเรื่องผิดศีลธรรม แต่ทว่าได้ลองแล้วรู้สึกติดใจยิ่งนัก ถอนตัวออกอยากเหลือเกิน
พั่บ พั่บ พั่บ พั่บ
ไคเฟิงโยกกายอย่างแรง
ยามนี้เยียนหรานอยู่ในโรงครัวกับกวนอี้ นางมองหม้อเห็ดของกวนอี้ ใบหน้างามระบายไปด้วยรอยยิ้ม คนของหนานอ๋องนำสำรับไปให้เจ้านายแล้ว กวนอี้มองเยียนหรานเหตุใดนางจึงยิ้มผิดปกตินัก สตรีนางนี้เป็นบ้าไปแล้วกระมัง ทหารกล้าต่างมาตักข้าวในโรงครัว ไม่นานนักพวกเขาก็พลันเดินจากไป เยียนหรานล้างชามในครัว สองถ้วยชาผ่านไป เหล่าทหารล้มลงพื้นนอนตายกันอย่างมาก เยียนหรานถูกนำตัวไปที่กระโจมหนานอ๋อง สิ่งแรกที่เห็นคือเย่หวานมุมปากอาบไปด้วยเลือก"หญิงชั่วเยี่ยงเจ้า กล้าวางยาพิษ" หนานอ๋องยังไม่ทันได้กิน เย่หวานนำไปกินเสียก่อนนางจึงตายแทนเขา เยียนหรานพลันหัวเราะอย่างมีความสุข"ข้าเล่า ข้าแค่เป็นสายลับให้เจาอ๋อง แต่ท่านให้ทหารทั้งค่ายมาย่ำยีข้าเกือบปี จนข้าตั้งครรภ์ ท่านคิดว่า ท่านทำถูกแล้วรึ" สมควรแล้วพวกมันต้องตาย ส่วนนังเย่หวานให้ชายทั้งสี่คนไปรังแกเยียนหราน ในตอนนั้น เยียนหรานคิดว่าเย่หวานสมควรตาย"เจ้ามันหญิงชั่ว ข้าจะสังหารเจ้า" "เอาเลย ข้ายอมตาย" เยียนหรานได้แก้แค้นแล้ว นางคิดว่านางควรตายตาหลับ จู่ ๆ หนานอ๋องกระอักเลือดขึ้นมา "นี่เจ้าใส่อะไร""น้ำชาข้าก็ใส่ยาพิษ" เยียนหรานเทยาพิษใส่บ่อน้ำดื่มที่นำมาต้ม
เยียนหรานพาร่างกายอันบอบช้ำกลับมาที่กระโจมท่ามกลางฝนห่าใหญ่ตกลงมา หญิงสาวมองเห็นหัวเจาอ๋องเสียบประจานหน้าลานประลองยุทธไม่จริง !!!เจาอ๋องตายแล้ว เยียนหรานรับไม่ได้จริง ๆ นางแทบจะเป็นลม นางถามทหารแถวนั้น พบว่าหนานอ๋องเป็นคนสังหารเจาอ๋อง เพราะเจาอ๋องคิดต้องการบัลลังก์ หลายวันต่อมาเยียนหรานใช้ชีวิตในค่ายทหารอย่างไม่มีความสุข นางยิ้มขมให้ตัวเอง ตั้งแต่เจาอ๋องชีวิตนางก็ไร้ทิศทาง หวังรอให้เขามารับนาง แต่สุดท้ายเขาก็ตายไปแล้วพวกต้าข่านยังคงอยู่ในค่ายทรมานนางเหมือนเดิม เยียนหรานแม้จะตั้งครรภ์พวกเขาก็ไม่ละเว้นนางเลยแม้แต่น้อยวันนี้เยียนหรานออกไปหาของป่ากับกวนอี้ กวนอี้นึกสาแก่ใจไม่น้อยที่เจาอ๋องตายด้วยน้ำมือของหนานอ๋อง เยียนหรานสะพายตะกร้าที่ไม่ใหญ่มาก เดินตามกวนอี้เพราะวันพรุ่งนี้ ต้องทำอาหารเช้าให้นายทหารทุกคน เนื่องจากเสบียงหมดแล้ว รอหนานอ๋องเบิกจากคลังหลวง"เยียนหราน ข้าว่าบรรยากาศบ่อน้ำพุร้อน ก็ไม่เลวเลย" ตาแก่กวนอี้จะพานางไปไหนกัน หรือจะให้นางมีอันใดกับเขาในบ่อน้ำพุร้อนเป็นดังคาดเดาเอาไว้ กวนอี้พาเยียนหรานมาที่บ่อน้ำพุร้อน กวนอี้ให้เยียนหรานถอดผ้าแช่ในน้ำพุร้อน เยียนหรานนั่งลงแช่น้
เยียนหรานคุกเข่าหันสะโพกไปทางต้าข่าน ต้าข่านเลียผ่านร่องสวาททั้งหน้าและหลัง จุมพิตอย่างเร่าร้อน แจะ แจะ แจะแจะ แจะ แจะลิ้นหนาทั้งดูดและเลีย ยิ่งเขาเล่นลิ้น นางยิ่งเสียวจนฉี่จะราดอยู่แล้วอ๊อก อ๊อก อ๊อกอ๊อก อ๊อก อ๊อกดุ้นใหญ่พลันกระแทกปากคนงาม เยียนหรานรับรู้ได้ถึงน้ำรักซึมทีละเล็กน้อย ช่างหวานยิ่งนัก"อ้า อ้า แม่นางเยียน" ปี๊ด !!!เพียงไม่นานอาจิงก็ปล่อยน้ำรักเข้าปากเยียนหรานจนหมด ชายหนุ่มทำหน้าอย่างผ่อนคลายอย่างมากน้ำรักไหลเยิ้มออกจากปากเยียนหรานอย่างมาก กระบวนท่าต่อไป เยียนหรานขอพักเหนื่อยต้าข่านชอบเยียนหรานยิ่งนัก นางตั้งครรภ์ นางอาจจะตั้งครรภ์ลูกของเขาหรืออาจิง หากเขาต้องกลับไปชนเผ่า เขาจะขอท่านอ๋อง นำตัวนางกลับไปด้วยเยียนหรานนอนหายใจยังไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา ชายทั้งสองคนก็เริ่มบทสวาทกับนางเสียแล้ว...ยามอรุณรุ่ง เยียนหรานต้องหอบผ้าไปซัก ได้ยินเหล่าทหารสนทนา กันว่าหนานอ๋องแต่งชายาเอกบุตรสาวขุนนาง เขาช่างมีความสุขนักอีกทั้งเจาอ๋องหลบหนีการจับกุมอย่างหัวซุกหัวซุน เยียนหรานซักผ้าเสร็จกลับไปที่กระโจม"เจ้าสินะ นังแพศยาที่หนานอ๋องส่งให้มาบำเรอพวกทหาร" เยียนหรานนั่งพักในกระโจม จู่ ๆ
กวนอี้ลากนางมาที่ห้องเก็บฟืน ที่เต็มไปด้วยกองฟาง เยียนหรานท้องได้สี่เดือนแล้ว เหตุใดในค่ายทหารถึงได้มีแต่คนระยำเช่นนั้น แม้แต่หญิงตั้งครรภ์พวกมันยังทำได้ลงคอกวนอี้จุมพิตที่เรียวปากงามของเยียนหราน สองมือหนาใหญ่ค่อย ๆ ปลดอาภรณ์ของนางออกมาเยียนหรานนอนถ่างขาบนกองฟางที่รองด้วยเศษผ้า นางจะให้พวกมันกระทำนางไปก่อน แต่ก่อนที่จะไป นางจะให้พวกมันตายไปกับนางด้วยกวนอี้มองร่างอวบที่ท้องนูนขึ้น เด็กในท้องอาจจะเป็นลูกของต้าข่านก็ได้ กลีบงามของนางอวบอิ่มขึ้นจริง ๆ เท่าฝ่ามือหนาใหญ่ของเขากวนอี้เลียริมฝีปากอย่างหื่นกาม สามนิ้วขยี้ตรงกลีบงาม เยียนหรานพลันร้องออกมาเสียงหลงน้ำลายหยดลงกลีบงามสีแดง เยียนหรานหายใจอย่างเหนื่อยหอบแจะ แจะ แจะแจะ แจะ แจะแม้นางจะตั้งครรภ์อยู่ นางก็ยังคงเป็นหญิงร่านสำหรับเขา มือหนาใหญ่แหย่ร่องสวาทอย่างสนุก เยียนหรานร้องออกมาไม่หยุด เพียงไม่นานนัก กวนอี้พลันดึงนิ้วมือออกมา เลียน้ำหวานที่นิ้วมือของเขาเขารีบให้เยียนหรานเลียที่ดุ้นอับอวบใหญ่นางมองเจ้าแท่งหยก อวบใหญ่ มืองามชักดุ้นขึ้นลงไปมา มีหยดน้ำซึมออกมาไม่น้อยเมื่อนางเลียที่หัวดุ้นกวนอี้ถึงกับร้องครางออกมาอย่างเสียวสุด
เยียนหรานเหนื่อยล้ายิ่งนักหลายเดือนผ่านไปร่างกายเยียนหรานพลันอวบอิ่มขึ้นมาก นางก็ไม่รู้ว่านางเป็นอันใด ข่าวของเจาอ๋องก็พลันเงียบหายไปเยียนหรานต้องล้างเท้าให้กับทหารของชนเผ่าทุ่งหญ้าอย่าง ต้าข่านมาเจริญสัมพันธไมตรี จึงนอนอยู่ค่ายทหารนอกเมือง หนานอ๋องจึงให้เยียนอ๋องมาปรนนิบัติต้าข่านเยียนหรานรินสุราให้ต้าข่าน ทันทีที่เขากินเข้าไป พบว่าสุรานี้มียาพิษ"นี่เจ้า คิดสังหารข้ารึ" เยียนหรานมองเขา แน่นอนว่านางอยากจะให้เขาตาย แล้วโยนความผิดให้หนานอ๋อง"หนานอ๋องเป็นคนสั่งให้ข้าทำ" เยียนหรานแกล้งบีบน้ำตา "เจ้ามันหญิงชั่วอย่างหนานอ๋องบอกเสียจริง โชคดีที่ข้ากินยาถอนพิษไว้แล้ว" ต้าข่านใช้มีดสั้นภายในชั่วพริบตาเดียว อาภรณ์ของเยียนหรานขาดกระจุยกระจายเลยทีเดียว"นี่ท่าน" ร่างงามกระจ่างตรงหน้า ต้าข่านทันที นับว่าเขารอบคอบที่เชื่อหนานอ๋อง"เยียนหราน เจ้าโดนพิษหนอนวสันต์เข้าไป เจ้ายังไม่เข็ดหลาบสินะ ข้าจะทำให้เจ้ารู้เองว่า ความตายมันเป็นเช่นไร"ทันใดนั้นเยียนหราน ต้องตกตะลึงแท่งหยกขนาดใหญ่ยาวของต้าข่าน ต้าข่านถึงกับยิ้มเยาะ แน่นอนว่า ของลับของชนเผ่าทุ่งหญ้า ของบุรุษชาวทุ่งหญ้า ย่อมใหญ่ยาวทุกคน ถึงชนิดท
กวนอี้เป็นพ่อครัวในกองทัพทหาร สังกัดหนานอ๋อง เขามองเยียนหรานด้วยสายตาที่หื่นราคะ "เจ้ามองอะไร ในตอนนั้นเยียนหรานกำลังล้างชามอยู่ ยามนี้ พวกทหารต่างฝึกวิทยายุทธ์ที่ลานประลองยุทธ์"เยียนหราน เจ้าคงมิรู้ว่า ท่านอ๋องอนุญาตให้ข้านอนกับเจ้าได้" สารเลว !!!อย่าให้นางออกไปได้แล้วกันกวนอี้โอบกอดนางอย่างเร่าร้อนในโรงครัว ลิ้นหนาขบติ่งหูของนาง เยียนหรานจำใจต้องอดทนเพราะนางไม่มีทางเลือก ขางเกงขาวบางถูกปลดออก จึงเหลือเพียงสะโพกที่งอนงามมือหนาใหญ่จับสะโพกที่งอนงามไว้ ค่อย ๆ แหย่เข้าไปในรู้สวาทของคนงาม เยียนหรานยืนถ่างขาออกกว้าง ๆรับรู้ได้ถึงมือหนาใหญ่ที่แหย่เข้าไป อย่างช้า ๆ กลีบงามที่ชุ่มไปด้วยน้ำสีชมพู ผลิออกมา แจะ แจะ แจะแจะ แจะ แจะน้ำสีขาวขุ่นพลันไหลออกมาจากร่องสวาทอย่างมาก เยียนหรานทำปากอย่างซี๊ดซ๊าดด้วยความเสียว กวนอี้มองร่องสวาทมีน้ำไหลเยิ้มออกมา กลิ่นบุปผาหอมหวานลอยเข้าจมูกเขา ทำให้เขาอดใจไม่ไหวเสียจริง มือหนาใหญ่ผลิกลีบงามออกแล้ว ใช้ลิ้นเลียตรงนั้น จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบจ๊วบ จ๊วบ จ๊วบรสชาติหวานยิ่งนัก รูสวาทของนางช่างงดงามเหลือเกิน"อ้า อ้า อ้า ข้า อ้า" เยียนหรานเสียวไปกับการที่ตาเฒ่







