Share

6

last update publish date: 2026-08-13 13:38:02

​เสน่ห์จันทร์นั่งรวบรวมตัวเลขของรายได้ ใบหน้ายังมีความกังวล เธอต้องหาตลาดเพิ่ม ไม่ก็ต้องหาร้านที่ส่งขนมประจำ มันถึงจะได้พอกับรายจ่าย

​ตอนนี้เริ่มจะตัวแดงแล้ว ต้องดึงเอาเงินเก่ามาใช้บ้าง ตลาดที่ลงขายอยู่ตอนนี้แม้จะมีกำไร แต่ก็พอแค่กินใช้ในรายสัปดาห์ รายจ่ายหนักที่เจ้าตัวเล็ก ค่าใช้จ่ายสำหรับเด็กแพงมาก ดาราทองไปสอนพิเศษเอาเงินมาให้พี่สาวทุกครั้งบอกว่าเก็บไว้ให้เจ้าจิ๋วเป็นค่านม ค่าแพมเพิส สองหนุ่มน้อยอย่างทองเอกและทองทัตเงินที่หาได้ ก็เอามาให้พี่สาวแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีใครเก็บไว้ส่วนตัว ให้เสน่ห์จันทร์จัดการเรื่องค่าใช้จ่าย

​เมื่อวันก่อนกำนันแก้วเรียกเธอไปคุยเรื่องจ่ายชำระดอกเบี้ย บอกว่าไม่ได้จะซ้ำเติมอะไร แต่อยากได้ดอกบ้าง กำนันก็ลำบากเหมือนกัน หูตาของเขาที่มองมายังเธอ แถมด้วยคำพูดกำกวมว่าอยากหมดหนี้ก็ลองโทรมาคุยกับกำนันได้ ทำให้    เสน่ห์จันทร์อยากกระโดดต่อยปากสักที ถึงจะอายุแค่สิบแปดก็ใช่ว่าจะไร้เดียงสาไม่ทันคน ยิ่งอยู่ในสังคมแบบนี้ เสน่ห์จันทร์ผู้มีรูปเป็นภัย ก็ต้องระแวดระวังตัวขั้นสุด มีเขี้ยวเล็บพอตัว

​มีรูปเป็นภัย...

​ไม่ผิดหรอก มันเป็นแบบนั้นจริงๆ  ภัยจะมาหาตัวเธอเพราะหน้าตาของเธอนี่แหละ

​วันนี้น้องๆ ไปโรงเรียนหมดแล้ว เสน่ห์จันทร์อุ้มเจ้าจิ๋วไปเดินจ่ายตลาด เตรียมทำอาหารเย็น เธอทำอาหารเอง เพราะทุ่นค่าใช้จ่าย บางมื้อท่านเจ้าอาวาสเรียกไปเอาข้าววัดมารับประทานกัน ทองเอกก็เข้าไปเอามาแบ่งพี่น้อง ยามว่างพักมือก็ไปช่วยกวาดลานวัดช่วยงานซ่อมแซมเล็กน้อยให้กับทางวัดเป็นการตอบแทนความกรุณาของท่านที่ช่วยเหลือดูแลมาตั้งแต่รุ่นยายลำเภา

​“ยัยจ้อย! ยัยจ้อยใช่ไหม”

เสียงทักจากด้านหลังทำให้เธอหันขวับไปในทันที พบว่าเป็นเพื่อนสมัยเรียนมอสาม เพื่อนซี้ที่ตอนเรียนจบก็ต่างแยกย้าย ไม่ได้ติดต่อกันหลายปีเพราะนิสาย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่น

​“อ้าว เจี๊ยบ กลับมาอยู่ที่นี่แล้วเหรอ”

​“มาทำงานแถวนี้น่ะ เลยแวะมาเดินเล่นถิ่นเก่า คิดถึงขนมยายของแก”

นิสามองเจ้าจิ๋วในอ้อมแขนเพื่อน เด็กน้อยหัวเราะให้ ท่าทางอารมณ์ดี

​“ลูกแกเหรอ? ยัยจ้อย”

​“ไม่ใช่ลูก...น้องน่ะ ฉันไม่มีเวลามีผัวหรอกแก ทำงานเลี้ยงน้องตั้งเจ็ดคน”

เสน่ห์จันทร์แก้ความเข้าใจผิดให้เพื่อนเสีย นิสาขออุ้มเจ้าจิ๋ว เธอส่งน้องให้เพื่อนช่วยอุ้ม มองการแต่งตัวของนิสาที่อยู่ในชุดแบบเซ็กซี่ในสายตาของเธอ เสน่ห์จันทร์เลิกคิ้วเล็กน้อย กับภาพลักษณ์ของเพื่อนที่เป็นสาวเปรี้ยว ในเสื้อสายสปาเกตตีลายดอกไม้ เอวลอย และกางเกงยีนขาสั้นจู๋ ผมมัดเป็นมวยแบบโดนัท แต่งหน้าเต็มสไตล์อาซ้อแม่ค้าออนไลน์ นิสามีบางอย่างที่เปลี่ยนไป คือหน้าอกใหญ่ไซซ์ 36 ตัวของนิสาเล็ก ทำให้หน้าอกดูอลังการเตะตา เพื่อนใส่ทองมาด้วยเส้นเกือบนิ้วก้อย แสดงถึงความเป็นอยู่ที่น่าจะดีมาก

​“ยายเสียแล้วเหรอ”

เดินเล่นกันสักพัก เสน่ห์จันทร์ก็ขอตัวกลับเพราะน้องเล็กเริ่มงอแงคงจะหิวและง่วงเพราะได้เวลาของแกแล้ว แต่นิสาไม่ปล่อยให้เพื่อนที่เพิ่งได้เจอะเจอจากไปโดยง่าย อาสามาส่งเสน่ห์จันทร์ถึงบ้านด้วยรถปิคอัพออนิวยกสูง เสน่ห์จันทร์ตัวเล็กขาสั้น ทุลักทุเลพอสมควรในการขึ้นลงรถของเพื่อน ตอนนี้สองสาวนั่งคุยเล่นกันที่ห้องครัวของบ้าน เจ้าตัวเล็กหลับปุ๋ยไปแล้วเมื่อได้นอนในเปล กินนมและมีพัดลมเย็นๆ เป่า

​“อื้อ เพิ่งเสียไป”

​“โห...แกเลยเลี้ยงน้องตั้งเจ็ดคน ยัยจ้อย แกเก่งมากเพื่อน”

​“ไม่ได้เก่งอะไรเลย”

เสน่ห์จันทร์ว่า พลางถอนใจเฮือก เธอมองไปรอบๆ บ้าน ตอนนี้ภาระมันหนักจนบ่าเธอจะหัก แม้ทุกคนจะพยายามดิ้นรนช่วยเธอก็เถอะ แต่พวกเธอยังอายุน้อยไม่มีผู้ใหญ่ดูแล...วัยที่ควรจะเรียน ได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นวัยเด็ก ไม่มีเลยสำหรับพวกเธอ

​คิดถึงตรงนี้ก็น้ำตาปริ่ม แต่กลั้นไว้ นิสามองเห็นหน้าเศร้าๆ ของเพื่อนก็เม้มปาก เธออยากช่วยเสน่ห์จันทร์ จึงยื่นทางเพิ่มรายได้ให้เพื่อน เผื่อเพื่อนสนใจ

​“เงินแกพอใช้ไหมอะจ้อย ภาระเยอะขนาดนี้ ไหนจะเจ้าจิ๋วเด็กอ่อนอีก”

​“ก็...ต้องหาให้พอแหละเจี๊ยบ ฉันไม่อยากให้ใครต้องไปอยู่สถานสงเคราะห์”

​“ไปทำงานกับฉันไหมล่ะ สนใจไหม”

นิสาตกลงใจในที่สุด เสน่ห์จันทร์ขมวดคิ้ว มองเพื่อนที่อวดแหวนทองและสร้อยแขนเส้นเป้งในมือ

​“งานสบายเงินดี สนมะ แกจะได้มีเงินเลี้ยงน้อง”

​“งานอะไร? เอ่อ ว่าจะถามอยู่ว่าแกเป็นอยู่ยังไง ไม่ได้เจอกันนาน แต่ก็มัวแต่เล่าเรื่องตัวเอง”

​“ก็...”

นิสาเม้มปากนิดๆ ใจมันวูบนิดหน่อยเมื่อเอ่ยถึงงาน และอดีตของตัวเอง จนมาถึงปัจจุบันนี้ ที่มีเงินทองมากมาย

​“ฉัน...เล่าไปมันอาจจะรันทดหน่อยๆ ในตอนต้นอะนะ ว่าไปทำอะไรมาแต่ตอนนี้สบายดีมีเงินใช้ มีทองใส่ มีรถขับ แกไม่ต้องสงสารฉันหรือด่าฉันนะจ้อย สัญญาก่อน”

​“ฉันจะไปด่าแกทำไมล่ะ”

ถามเพื่อนอย่างงงๆ นิสานั้นหัวเราะเบาๆ พลางยักไหล่

​“แหม...ก็ชีวิตมันบัดซบไง กลัวแกจะด่าที่ฉันยอม...ยอมขายตัว”

​“หะ?”

เสน่ห์จันทร์เผลออุทาน เพื่อนหัวเราะหึๆ นัยน์ตาของ    นิสานั้นดูแข็งแกร่ง เด็ดเดี่ยว ไม่แคร์สิ่งใด

​“ฉันเรียนจบแล้ว พ่อก็เอาฉันไปฝากกับพี่ณา”

นิสาเริ่มเล่า เสน่ห์จันทร์นั้นเม้มปาก ฟังเพื่อนอย่างตั้งใจ

​“พี่ณาเอาฉันไปอยู่กับเจ๊เปรี้ยว ตอนแรกก็ให้เป็นเด็กเสิร์ฟ แล้วพี่ณาก็มาถามว่าฉันจะลองลงลูกค้าไหม ฉันมีแฟนแล้วไงแกตอนนั้น แถมมันยังขี้ยา มีแต่ไถไม่มีให้ ฉันก็เลยลองลงลูกค้าดู ปรากฏว่ามันไม่ได้เลวร้ายอะไร ก็คนมันเคยเสียไปแล้วอะคิดว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เสียแล้วได้เงิน แถมเจ๊เปรี้ยวก็คัดลูกค้าดีๆ ให้ ตอนนี้เฮียเขาก็อาสาเลี้ยง ฉันก็เลยไปเป็นเด็กเลี้ยงเฮีย”

​“อา...”

อ้าปากค้างไม่คิดว่าเพื่อนจะไปไกลขนาดนั้น นิสาหัวเราะพลางชูนิ้วอวดแหวนเพชร มองหน้าเพื่อนที่มองจ้องเธอ ไม่มีวี่แววดูแคลนอะไรในนั้น

​“นี่เฮียก็ให้มาตอนครบรอบปีหนึ่ง ตอนนี้แค่ไปแวะเที่ยว ไปเมาท์ แล้วก็ไปช่วยเสิร์ฟที่ร้านเจ๊เปรี้ยวขำๆ เจ๊ให้วันละห้าร้อยทิปต่างหาก เฮียไม่ว่า แต่ฉันต้องพร้อมเวลาเฮียจะมาหา แล้วก็ห้ามรับงานเท่านั้นแหละ”

​“เฮียที่ว่านี่เขามีเมียหรือเปล่า?”

อดถามไม่ได้ เพราะเธอไม่อยากสนับสนุนเพื่อให้ผิดศีล เสน่ห์จันทร์โดนยายลำเภาปลูกฝังเหลือเกินเรื่องศีลห้า โดยเฉพาะศีลข้อสาม

​“ไม่มีหรอกเฮียเขาโสด แต่มีเด็กเลี้ยงแบบฉันอยู่สี่คนอะ เรียกว่าเมียมะ แต่เฮียบอกว่าเลี้ยงทุกคน ไม่ได้แต่งกับใคร ไม่มีลูกกับใคร”

​“โห...”

ความรู้ใหม่สำหรับเสน่ห์จันทร์เลยละ เรื่องแบบนี้ นิสามองสภาพความเป็นอยู่ของเพื่อน พลางถอนใจน้อยๆ

​“แกอยากไปทำไหมล่ะ จ้อย”

​“ทะ ทำอะไร?”

​“ไปทำงานพิเศษ คือ...ไม่ต้องทำแบบฉันหรอก แต่ไปช่วยเขาเสิร์ฟคุยลูกค้า กินเหล้าเป็นเพื่อนลูกค้าบ้าง แกจะว่าไงอยากทำไหม ฉันอยากช่วยแก ถ้าแกทำได้จะไปขอเจ๊เปรี้ยวให้ เขาให้วันละห้าร้อยทิปต่างหาก ทิปดีมากนะจ้อย...อาทิตย์หนึ่งร้านปิดวันหนึ่ง เดือนหนึ่งก็ได้เป็นหมื่นนะ เอาไว้เป็นทางเลือก ฉันอยากช่วยแกอะ”

​“เอ่อ...”

เสน่ห์จันทร์อ้ำอึ้ง ทำไงดี ห้าร้อยบาทต่อวันทิปด้วย...น่าสนใจ แต่ก็น่าอันตรายนะ เงินก็อยากได้กลัวก็กลัว

​“แกกินเหล้าเป็นมะ”

​เสน่ห์จันทร์สั่นหน้าดิก

​“โอเค เคยมีแฟนปะ”

​“ไม่เคย...”

​“ยังไม่เคยมีอะไรลอดผ่านแกว่างั้น”

หน้าแดงเถือกเลยหนนี้ รีบสั่นหน้าดิก นิสาหัวเราะชอบใจกับความไร้เดียงสาของเพื่อน

​“อื้อไม่เคย”

​“แกอยากทำงานกับเจ๊เปรี้ยวไหมละ ฉันอาจจะมีวิธีให้แกได้เงินเยอะๆ จ้อย”

นิสาขยิบตาให้เพื่อน เสน่ห์จันทร์หน้าเซียวทีเดียวเมื่อนึกไปถึงเรื่องที่เพื่อนชวน แต่นิสาอมยิ้ม

​“อยากทำ แต่ไม่อยากขาย ไม่อยากกินเหล้า แบบเงินก็อยากได้นะเจี๊ยบ แต่แบบไม่พร้อมอะ”

​“ฉันมีวิธี”

นิสาเน้นย้ำ จะว่าไปเธอก็ใช้วิธีนี้แหละ ตอนแรกๆ มีพี่เลี้ยงอย่างปวีณาบอกสอน และช่วยเหลือ

​“วิธีอะไร?”

​“วิธีที่ทำให้แกได้เงินมาแบบก้อน...แล้วก็รอดปลอดภัยไม่มีอะไรมาลอดรูแก”

​อะ แบบนี้ชักจะน่าสนใจ

​เสน่ห์จันทร์ตัดสินใจไม่ถึงวินาที ก่อนจะตอบเพื่อนออกไป

​“เอาสิ”

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   บทส่งท้าย

    ​เสน่ห์จันทร์เรียนไม่จบจนได้เพราะเธอท้องตอนเรียนปี 2 เลยต้องดร็อปเรียนไว้ก่อ สามีของเธอบางทีก็ขี้หึงเกินไป ไม่ชอบหนุ่มๆ ที่มาวนเวียนใกล้จ้อยของเขา ไม่ต้องเรียนจบก็ได้เพราะประสบการณ์ชีวิตน้องเยอะแล้ว เขานี่แหละจะเป็นครูในชีวิตจริงให้เธอ​คุณปณิตาไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะอยากให้สะใภ้เรียนต่อยอด ปภพบอกว่างั้นเขาจะเรียนด้วยพร้อมกับเธอ เอากับพ่อสิ หวงเมียเบอร์หนึ่งเลยพ่อคนนี้ และพอเสน่ห์จันทร์คลอดงานแต่งก็ถูกจัดขึ้นตามที่ได้สัญญากับเธอไว้ ว่าจะจัดงานให้เขาก็ทำให้เธอจริงๆ ในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้ง การเปิดตัวของเจ้าสาวของปภพ ลูกสะใภ้คนแรกของคุณปณิตากับสังคม ไม่มีใครดูแคลน มีแต่คนชื่นชมเมื่อรู้ประวัติความเป็นมาของเธอและครอบครัว ส่วนมากทึ่งในความเป็นคนเก่ง มีความรับผิดชอบ และความรักในครอบครัวของเสน่ห์จันทร์​เสน่ห์จันทร์ได้ลูกสาวน่ารักน่าฟัด คือ เด็กหญิงจรัสจันทร์ หรือ ณจันทร์ อีกสี่ปีต่อมาก็คลอดเด็กหญิงจรัสดารินทร์ หรือ ณดาว เธอกับปภพแยกบ้านไปอยู่อีกหลังหนึ่งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกับบ้านใหญ่ ส่วนปพลนั้นก็กลับไปคืนดีกับทยิดาที่มีลูกสาวคือ นะนาย ที่ซ่อนแอบไว้ ความจริงปรากฏว่าเธอไม่ได้ทำลายเ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   37

    ​บ้านเจนธรรมดีถูกสร้างใหม่จนเรียบร้อย ครอบครัวของเสน่ห์จันทร์ทั้งแปดคนและนิสา กลับไปยังบ้านหลังเดิมอีกครั้ง และอย่างที่ปภพสัญญาทุกคนจะได้ห้องส่วนตัว...​ต้องเรียกว่าตึกมากกว่าบ้าน เพราะมีความสูงถึงห้าชั้นและมีชั้นดาดฟ้า ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เด็กๆ ดีใจมากๆ กับบ้านหลังใหม่ นิสาเองตอนนี้มาอยู่กับเพื่อนเกือบจะถาวรแล้วเพราะไม่ได้กลับบ้านของตัวเองเลย ก็มีห้องของตัวเองด้วยที่บ้านหลังนี้​ห้องของเสน่ห์จันทร์ มีข้าวของของปภพไปอยู่ในนั้นด้วย อย่างเป็นเจ้าของห้องอีกคน เหมือนกับที่คอนโดของเขา และ...ห้องของเขาที่บ้านด้วย​เขาพาเสน่ห์จันทร์ไปนอนค้างที่บ้านมารดาทุกศุกร์-เสาร์ก่อน รอให้น้องเรียนมหาวิทยาลัยค่อยขยับเป็นมานอนทุกวันให้กลับบ้านเสาร์-อาทิตย์ และมารดาให้พื้นที่ว่างที่ตอนนี้ใช้เป็นพื้นที่สวน ให้เขาปลูกบ้านเพื่อจะเป็นเรือนหอในอนาคต คุณ ปณิตาตอนแรกก็วางท่ากับว่าที่สะใภ้สาวน้อย หลังๆ มาท่านก็แพ้กับความน่ารักของเสน่ห์จันทร์ แพ้เสน่ห์ปลายจวักของเธอด้วย ถ้าวันไหนอยู่นอนค้างที่บ้านวัชระโชติ วันนั้นเธอก็จะรับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารขึ้นโต๊ะเอง ปพลเองก็ชอบฝีมือของเสน่ห์จันทร์มากเช่นกัน และนึ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   36

    ​“ตาปริ้นซ์กับเด็กนั่น แกคบกับเขามากี่เดือนแล้ว” มารดาถามขึ้น ท่านสั่งให้เขามานั่งคุยในห้องนอน เพื่อจะได้เป็นส่วนตัว ปพลขยิบตาให้กับพี่ชายเมื่อเขาเดินตามท่านขึ้นมายังชั้นสอง พร้อมกับชูนิ้วสองนิ้วบอกใบ้ว่าสู้ตายนะครับพี่​“ห้าหกเดือนแล้วครับ”​“แม่คงไม่ต้องถามล่ะมั้งว่า...เรากับเขาถึงขั้นไหนกันแล้ว”ท่านทำสีหน้ารู้ทัน ขณะที่ชายหนุ่มกระแอม ท่านถอนใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเอ่ยลอยๆ​“ดีนะไม่สิบเจ็ด ถ้าสิบเจ็ดนี่แกติดคุกแน่ตาปริ้นซ์ เจอกันที่ตลาดของแม่หรือยังไงกัน”​“ก็อะไรแบบนั้นครับ”​เล่าไม่ได้หรอกว่าเจอน้องที่ไหน ขืนเล่าคงเรื่องใหญ่ เขานี่แหละจะโดนบ่นว่า ส่วนน้อง...ท่านคงจะมองว่าเด็กคนนี้มันแสบและเอาตัวรอดเก่งมาก ถ้าเขาไม่กลับไปซ้อนแผนก็คงจะไม่ได้น้องแน่นอนละ เขาพึ่งรู้จากนิสาว่า การที่เสน่ห์จันทร์กลับไปรับงานตกหลุมเขาได้ เพราะน้องชายประสบอุบัติเหตุเลยต้องใช้เงินด่วน​เขาจะต้องขอบคุณทั้งทองเอกและทองนพคุณมากๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง จนเสน่ห์จันทร์ยอมรับงานอีกหน​“เป็นคนที่เก่งนะ เก่งมากด้วย” ท่านพึมพำ จะว่าเกลียดก็ไม่พูดไม่ได้หรอก เพราะเด็กมันไม่น่ารังเกียจอะไร น่าทึ่งด้วยซ้ำไป ตัวแค่นั้นดูแลน้อ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   35

    คุณปณิตาเข้าสู่ความรู้สึกอยากเป็นลม เมื่อเห็นว่าบุตรชายพาใครมาที่บ้าน เขาบอกกับท่านว่าวันนี้จะมีเซอร์ไพรส์ แล้วก็เซอร์ไพรส์มากจริงๆ ​นอกจากจะพา คนรัก มาพบกับท่านแล้ว แม่หนูนั่นยังพาน้องมาอีกโขยงหนึ่ง! โอย...ต้องเรียกยาดมกันเลยทีเดียว​ปพลที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย มองพี่ชายด้วยสายตาแบบว่าทึ่งมาก คุณปณิตาตอนนี้นั่งข้างกับเขา เอาเขาเป็นกำลังใจแหละ มือของท่านเย็นเจี๊ยบเมื่อท่านจับมือกับเขา​ไม่ต้องถามว่าลูกเต้าเหล่าใคร แต่อยากถามว่าตาปริ้นซ์ไปเจอมาได้ยังไงก่อน...​รายการสัมภาษณ์ว่าที่ลูกสะใภ้จึงเริ่มขึ้น...เด็กๆ ถูกกันให้ไปอยู่กันในห้องนั่งเล่น มีหัวหน้าแม่บ้านคอยอยู่ดูแล พวกเขานั่งคุยกันในห้องโถงพักผ่อน มีกระจกกั้นเป็นสัดส่วน คุณปณิตามักจะใช้ที่นี่เวลาจะคุยกับลูกๆ เรื่องสำคัญเรื่องงาน​“อายุเท่าไหร่? เราน่ะ”​“สิบเก้าค่ะ”โก่งอายุให้ตัวเองนิดหน่อย เธอรู้ว่าถ้าบอกอายุจริงๆ ไป ท่านคงจะยิ่งหน้าเสียกว่านี้ อ้อ...เธอไม่ได้โกหก เดือนหน้าเธอก็อายุสิบเก้าแล้วจริงๆ​“ตาปริ้นซ์” ท่านหันไปทำตาดุใส่ลูกชาย ที่ยิ้มแหยเล็กน้อย พลางยักไหล่​“น้องอายุพ้นวัยที่ผมจะติดคุกแล้วนะครับ”​“แต่เด็กสิบเก้า...ตาปริ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   34

    ปภพโผล่ไปที่ห้องของครอบครัวเจนธรรมดีในเวลาเกือบสามทุ่มของอีกวันต่อมา เขามีตุ๊กตากระต่ายสีขาวสองตัวขนาดใหญ่ผูกโบเป็นของขวัญผูกโบให้น้องแฝด ดาวล้อมเดือนกับดาราทองดีใจมาก กับของขวัญของ พี่ปริ้นซ์ เด็กๆ ไหว้ขอบคุณเขา ดีใจกับวันเกิดครบอายุ 11 ปีมาก เพราะปีนี้ได้ทั้งจัดวันเกิด ไปเที่ยวสวนสนุก และเป็นวันที่ได้ของขวัญมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา ​ชีวิตของพวกเธอดีขึ้นตั้งแต่ที่มีปภพก้าวเข้ามาในบ้าน ทุกคนไม่ต้องเครียด กินอิ่มนอนหลับ มีเวลาคิดเรื่องเรียน ไม่ต้องเห็นพี่จ้อยแอบซึม ถ้าพี่จ้อยคือเสาหลัก เปรียบเป็นบ้านหลังหนึ่ง พวกเธอน้องๆ ก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง บางคนเป็นประตู บางคนเป็นหน้าต่าง พื้นบ้าน เสริมให้บ้านหลังนี้แข็งแรงไม่ล้มครืน วันนี้เป็นวันที่เห็นพี่น้องหัวเราะเสียงดัง มีความสุขกับเครื่องเล่น ไปกันครบหน้าทั้งแปดคน เจ้าจิ๋วที่กำลังซนเริ่มหัดเดินก็ไปกับเขาด้วย เสร็จแล้วพากันไปดูบ้านหลังเดิมแวะซื้อของฝากให้ ยายสมพร เพราะพวกเธอไม่ได้อยู่บ้านเดิมกันพักนี้ พี่จ้อยบอกว่าจะสร้างใหม่ เห็นเขากำลังก่อสร้างเริ่มขึ้นโครงร่างแล้ว ครอบครัวจับมือกันและมองบ้านที่เริ่มก่อสร้างอีกหนด้วยสายตาปลาบปลื้

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   33

    ​“พักนี้อยู่บ้านได้แหะ”ปภพเอ่ยหยอกน้องชาย ปพลยิ้มน้อยๆ ส่งให้ ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารตรงหน้า ถ้าเขาไม่มีเรื่องในใจ คงจะสังเกตว่าพักนี้น้องชายดูซึมๆ แปลกไปไม่เหมือนเดิม อาหารเย็นวันนี้เขารับประทานมาแล้วกับวรวงศ์แวะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศมาก่อนเข้าบ้าน​“น้องอยู่บ้านได้ แต่แกออกบ้านบ่อยนะตาปริ้นซ์” มารดาเอ่ยมาเสียงนิ่ง มองจ้องลูกคนโตเขม็ง คนเล็กก็อย่าง คนโตก็อย่างไม่ได้ดั่งใจสักคน ​คนเล็กมีเรื่องให้นางต้องเคลียร์ไปสิบล้าน แถมนึกโมโห อีกอย่างแอบรู้สึกบาป ถ้าเกิดว่าเด็กนั่นมีหลานนางจริงๆ แล้วต้องไปทำแท้ง ต่อให้เรื่องไม่จริงก็รู้สึกไม่ดี คุณปณิตาหนีไปบวชมาเจ็ดวันถึงจิตใจสงบลง นางไม่คุยกับปพลเลย ลูกชายนั้นกลับบ้านทุกวัน พยายามคุยกับท่าน และไม่ไปค้างที่คอนโดอีก ส่วนแม่ทยิดานั่นก็ออกไปแบบทิ้งงาน ก็วุ่นวายกันอยู่บ้าง เพราะงานเอกสารต้องกลับมาต่อ มาเคลียร์กัน ต้องหาคนมาช่วย ตอนนี้ก็มีความวุ่นวายนิดหน่อยในออฟฟิศ เลขาของท่านเลยต้องไปช่วยเคลียร์งานฝั่งของปพลด้วย ให้ยืมไปใช้นั่นแหละ ตอนนี้ลูกชายยังไม่มีเลขา ให้หาคนให้อยู่แน่นอนว่าหนนี้ท่านจะคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ไว้ใจปพลอีกแล้ว​“ก็งานมันยุ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status