LOGIN“ลิลิน… ดูแลตัวเองนะลูก”
น้ำเสียงสั่นเครือของแม่ แทรกขึ้นมาจากลำคอ..ยังคงดังก้องอยู่.ในอกของฉัน ไม่จาง แม้เวลาจะผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม
เช้าวันนี้คือวันแรกในฐานะ ช่างภาพและนักข่าวฟรีแลนซ์ของ StrideXฉันในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีอ่อน สอดชายไว้ในกระโปรงยาวผ้าลินินสีเทาเข้ม ปลายกระโปรงพลิ้วเบาเมื่อสายลมพัด รองเท้าผ้าใบสี
น้ำตาลเข้ม ฉันยืดหลังตรง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ปลายนิ้วเลื่อนไปสัมผัสกล้องราวกับย้ำเตือนตัวเองให้มั่นใจ เพื่อจะก้าวเท้าเข้าสู่โลกอีกใบ โลกที่เต็มไปด้วยความหรูหรา อำนาจ และความคาดหวังที่สูงลิ่วเบื้องหน้า ตึกกระจกสูงเสียดฟ้า เหนือถนนสะท้อนแสงแดดจ้า ราวกับประกาศความรุ่งโรจน์และอำนาจที่ไม่มีใครเทียบ ชายหญิงในชุดสูทเรียบเคลื่อนไหวเป็นระบบ “คนในที่นี่หน้าไม่รับแขกเลย…” ฉันพึมพำกับตัวเอง ขณะกวาดตามองผู้คนที่เดินสวนไปมา สูทเรียบหรู ผมเกล้าตึง และท่าทีเย็นชาราวกับทุกคนถูกฝึกให้ปิดอารมณ์ไว้หลังใบหน้าเรียบเฉยแสงไฟจากโถงใหญ่ส่องกระทบพื้นหินอ่อนจนมันวาว เงาของผู้คนซ้อนทับกันเป็นริ้วๆ ดูราวกับกระจกเงาที่สะท้อนโลกอีกใบ
โต๊ะประชุมยาวเรียงรายด้วยเอกสารและแก้วคริสตัล ทุกอย่างสมบูรณ์แบบจนน่าเกร็ง ด้านหนึ่งของห้องเป็นกระจกบานสูง ฉันมองมองลงไปยังถนนเบื้องล่าง รถยนต์เคลื่อนผ่านเป็นแถวเป็นระเบียบ
พนักงานเสิร์ฟรินชาและกาแฟอย่างประณีต มือยกถ้วยอย่างมั่นคง ส่งรอยยิ้มสุภาพให้ชายในสูทเรียบหรู แต่ละก้าวของพนักงานในชุดยูนิฟอร์มเป็นไปอย่างเป็นจังหวะ ชายในสูทจับแก้วคริสตัลแน่น วางเอกสารอย่างเรียบร้อย ทุกการเคลื่อนไหวสะท้อนความเป็นระเบียบสูงสุด เป็นระยะห่างที่บอกชัดเจนถึงอำนาจและความต่างของสถานะ***ฉันยกกล้องขึ้น สูดลมหายใจเข้าลึก และมองรายละเอียดของรองเท้ารุ่นใหม่ที่ตั้งอยู่บนแท่นกระจกใส ความเงียบของโถงใหญ่และระเบียบเรียบร้อยรอบตัว ทำให้ทุกการกดชัตเตอร์ยิ่งมีน้ำหนัก แชะ แชะ แชะ เสียงชัตเตอร์ดังเป็นจังหวะภายในห้องสตูดิโอเงียบกริบรองเท้า Quantum Prime ตั้งอยู่บนแท่นกระจกใส แสงไฟ LED สาดลงมากระทบพื้นผิวอย่างพอดี บางส่วนเป็น ไฮบริดคาร์บอน™ สีเทาเข้มด้าน เรียบแต่สะท้อนประกาย เส้นสายเฉียบคมพร้อมตะเข็บเงินบาง สะท้อนแสงราวกับเส้นโลหะมีชีวิต ด้านข้างเป็น นาโนเวฟเมช โปร่งแสง สีฟ้าอมม่วง มองเห็นโครงสร้างภายใน ราวกับรองเท้ากำลังหายใจ ส่วนรุ่นลิมิเต็ด Metallic BioSkin ไล่เฉดสีเหมือนแสงเหนือ เส้นสายคมชัดและเงาวาว ราวกับงานศิลปะที่มีชีวิตทุกมุมของรองเท้าดูสมบูรณ์แบบ ทั้งรูปทรง เส้นสาย และประกายสะท้อน แท่นถูกจัดวางสูงพอดี ทำให้ Quantum Prime ดูเหมือนชิ้นงานล้ำค่า ที่รวมเทคโนโลยีและความหรูหราไว้ในคู่เดียว
ฉันเลื่อนกล้อง หมุนมุม แล้วกดชัตเตอร์อีกครั้ง เสียงคลิกเบา ๆ ประสานกับแสงและเงาที่ไล้ผ่านพื้นผิว ทุกภาพคือความพยายามจับช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบที่สุดไว้
ปรับโฟกัสอีกนิด ล็อกมุมให้เห็นทุกเส้นสายและลวดลายที่ออกแบบมาอย่างประณีต บนป้ายราคาที่วางอยู่ข้างแท่น ตัวเลขที่ไม่ได้บอกเพียงราคา แต่บ่งบอกถึง “สถานะ” ของผู้ที่มีสิทธิ์ครอบครอง
ทุกครั้งที่ชัตเตอร์กดลง มันไม่ใช่แค่การถ่ายภาพสินค้า แต่เป็นการบันทึกโลกของความหรูหรา… และแรงกดดันที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
ฉันล็อกสายตาลงบนกรอบเลนส์อยู่ครู่หนึ่ง พยายามเก็บรายละเอียดทุกแสงและเงาอย่างตั้งใจ
และทันใดนั้น… เผลอเงยสายตาขึ้น
สายตาฉันสบเข้ากับ เขา อย่างจัง ‘คุณอารัญ’ในสูทเข้มหรู สองมือล้วงกระเป๋า เขาเอนร่างพิงมุมหนึ่งของสตูดิโอ มาดเข้มลึก ดวงตาของเขาสบกับฉันนิ่ง ๆ ราวกับอ่านทุกความคิดที่แวบเข้ามา เส้นกรอบหน้าคม ใบหน้าเรียบนิ่ง สายตาคมกริบจับจ้องมาที่ฉันอย่างไม่กระพริบตา
มือฉันเกร็งแน่นรอบกล้อง หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมา แรงกดดันจากการทำงานผสมกับแรงดึงดูดบางเบาที่ฉันไม่เข้าใจ ทำให้ฉันเผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
แต่ก่อนที่ฉันจะทันตั้งรับ เขาก็หมุนตัวกลับหลัง แผ่นหลังกว้างและท่าทีมั่นคงค่อย ๆ ลับหายไปในแสงไฟของสตูดิโอ
เหลือเพียงเสียงหัวใจฉันที่ยังเต้นแรงเกินควบคุม…
***
“คุณอารัญครับ” เสียงเรียบของ วรากร ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดในห้องส่วนตัวชั้นบนสุดของตึกอารัญยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าชั้นวางของ เขามองภาพถ่ายในกรอบไม้สีเข้ม ชายในสูทกำลังยิ้มอย่างอ่อนโยน ดวงตาในภาพนั้นเหมือนจะมองทะลุผ่านกาลเวลา แสงจากกระจก ลงมาทาบบนใบหน้าของอารัญครึ่งหนึ่ง เงาและแสงตัดกันจนเห็นเส้นกรามคม
เขาหันศีรษะเพียงน้อย เพียงพอให้นรากร รู้ว่า เขากำลังตั้งใจฟัง“คุณลิลิน โฮชิคาวะครับ… อดีตลูกสาวของมิสเตอร์คิริน โฮชิคาวะ ตอนนี้อาศัยอยู่ในคอนโดเก่ากลางตรอกแคบในใจเมือง ครับ”
อารัญนิ่งไปอีกครู่ ปลายนิ้วแตะกรอบรูปเบา ๆ แล้วลูบตามขอบไม้ราวกับกลัวว่าภาพนั้นจะจางหายไปพร้อมกับสัมผัสนั้น เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย เสียงหายใจกลั้นอยู่เพียงวินาที ค่อยๆหันกลับมามอง วรากร“พรุ่งนี้เช้า… ให้เธอเข้ามาหาผม”
วรากร โค้งศีรษะรับคำ “รับทราบครับ”
ฉันเคยเชื่อว่าภาพถ่ายไม่เคยโกหก แสงและเงาอาจทำให้ภาพบิดเบือนได้ แต่ไม่เคยสร้างตัวตนที่ไม่มีอยู่จริง..ความเชื่อนั้นอยู่กับฉันมาตลอด จนถึงวันที่ฉันเริ่มหันกลับมามองตัวเอง และตั้งคำถามว่า บางสิ่งอาจไม่เป็นอย่างที่ฉันเคยเข้าใจในแฟ้มประวัติของฉัน ทุกเรื่องราวถูกบันทึกไว้อย่างเป็นระเบียบ ดูสมบูรณ์แบบราวกับชีวิตที่ถูกจัดเตรียมไว้แล้วแต่ยิ่งค้นหา ฉันกลับยิ่งรู้สึกห่างไกล ราวกับกำลังมองชีวิตของใครบางคนที่หน้าตาคล้ายฉันทว่า…
ราตรีถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟหลากสีที่ส่องประกายระยิบ หน้าอาคารคาสิโนสุดหรู“EVORA CLUB & CASINO MEMBERS ONLY”(อีโวรา คลับ แอนด์ คาสิโน สำหรับสมาชิกเท่านั้น)คริส ฟอร์ดในสูทเข้มก้าวลงจากรถท่วงท่าเข้มนิ่งคล้ายเจ้าพ่อใต้ดิน มีลูกน้องคอยอารักขาอยู่รอบตัว ข้างกายเขา อเล็กซี่เดินเคียงคู่ในเดรสเกาะอกสั้นสีดำ เผยเรียวขาท่อนบน ดุจชุดไม้ตายที่เธอตั้งใจเตรียมมาเพื่อคืนนี้โดยเฉพาะขณะเดียวกัน นักสืบมืออาชีพของอารัญแฝงตัวติดตามอยู่ไม่ไกล ทั้งคู่สวมสูทเนี้ยบ และโชว์บัตรสมาชิกปลอมอย่างแนบเนียน ก่อนก้าวเข้าสู่ด้านใน ดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังแว่นเลนส์ชาจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวด้วยความแยบยลคริสและอเล็กซี่ตรงไปยังโต๊ะใหญ่ในมุมลึกของคลับ
มือใหญ่และอบอุ่นของอารัญกอบกุมมือฉันไว้แน่น ราวกับไม่คิดจะปล่อยไปตลอดชีวิตเราเดินเคียงกันบนฟุตบาทกลางเมืองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสี เสียงรถที่แล่นผ่านเพิ่มความวุ่นวายให้บรรยากาศ แต่สำหรับฉัน… โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน เหลือเพียงเขากับฉันเท่านั้นฉันแอบหันไปมองใบหน้าเย็นชาที่ใคร ๆ ว่าเข้าถึงยาก ทว่าในแววตาและทุกการปกป้องของเขากลับซ่อนความอ่อนโยนไว้เบื้องหลังฉันรู้ดีว่าเขาดูแลฉันมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่บางมุมของเขาก็ยังไม่เข้าใจ เหมือนมีอะไรซ่อนอยู่หลังสายตาเรียบนิ่งนั้นทว่า ณ ตอนนี้… ฉันไม่อยากค้นหาสิ่งใดเพียงปล่อยให้ความอบอุ่นของเขาห่อหุ้มฉันไว้ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่เย็นเฉียบระหว่างที่ความคิดยังวนเวียน อารัญหยุดเดินกะทันหัน
เช้าวันใหม่เหมือนพาให้ฉันได้หายใจอีกครั้ง อากาศสดชื่นจนแทบลืมไปว่าในใจยังมีเรื่องค้างคา ปริศนาของโฮชิคาวะ… ตระกูลฟอร์ด พ่อของฉันอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง.. ฉันต้องหาคำตอบให้ได้ ไม่ว่าจะต้องเสี่ยงแค่ไหนทว่าวันนี้กลับแปลก… ปกติอารัญจะเข้ามาทักตั้งแต่เช้า แต่ทำไมถึงยังไม่มา?ฉันเดินออกไปที่ระเบียง ปล่อยสายตามองเมืองที่ทอดยาวไกลสุดสายตา ลมพัดแตะผิวเบา ๆ คล้ายอ้อมแขนของใครสักคนที่เฝ้าดูอยู่บนท้องฟ้าแต่พอฉันหันกลับมา เขายืนอยู่ตรงนั้นแล้ว
“ผมตามคุณลิลินไปครับ… แล้วเจอเธอนอนหมดสติอยู่ที่คอนโดของพ่อเธอ ‘โฮชิคาวะ’ ครับ ”วรากรรายงานอารัญด้วยเสียงเรียบ แต่สัมผัสได้ถึงความกังวลที่ซ่อนอยู่ลึก ๆเขายื่นซองสีน้ำตาลให้ อักษรบนหน้าซองเขียนไว้ว่า H.F. Project“แล้วนี่ครับ… สิ่งที่ผมเจอ”อารัญมองวรากรด้วยสายตาคมราวกับพยายามค้นความหมายจากใบหน้าเรียบนิ่ง ก่อนรับซองมาไว้ในมือและค่อย ๆ แกะออก ความเงียบรอบตัวหนาแน่นจนเหมือนอากาศหยุดไหล.ภายในซองคือ แผ่นฟิล์มเก่าบนขอบฟิล์มมีตัวเลขเขียนด้วยลายมือ… ปี
นิ้วเรียวดันบานประตูให้เปิดออกภายในห้องเงียบสงบ ทุกอย่างยังคงวางอยู่อย่างเรียบง่ายในตำแหน่งเดิม ทว่ากลับให้ความรู้สึกว่างเปล่า ราวกับเวลาได้ถูกตรึงไว้ตั้งแต่วันที่ใครบางคนจากไปฉันก้าวไปอย่างช้า ๆ พลางกวาดสายตามองไปรอบห้อง แสงนีออนจากป้ายริมทางด่วนลอดผ่านผ้าม่านเป็นเส้นเรื่อบาง สะท้อนบนกรอบรูปที่ยังแขวนเด่นอยู่บนผนังฉันยื่นมือไปแตะสวิตช์ไฟในรูปนั้น… หญิงชราผู้มีใบหน้าอ่อนโยนกำลังยิ้มให้หญิงสาวคนหนึ่ง ‘ตัวฉันเอง’ เพียงสบตากับภาพนั้น ความอบอุ่นก็ซัดเข้ามาจนหัวใจสั่นวูบ..ฉันเคลื่อนกายไปยังอีกห้อง







