Accueil / เมือง / เลนส์รักในเงาไฟนีออน / บทที่ 6.แสงแฟลชแห่งการเริ่มต้น

Partager

บทที่ 6.แสงแฟลชแห่งการเริ่มต้น

last update Date de publication: 2025-11-09 05:46:11

“ลิลิน… ดูแลตัวเองนะลูก”

น้ำเสียงสั่นเครือของแม่ แทรกขึ้นมาจากลำคอ..ยังคงดังก้องอยู่.ในอกของฉัน ไม่จาง แม้เวลาจะผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม

เช้าวันนี้คือวันแรกในฐานะ ช่างภาพและนักข่าวฟรีแลนซ์ของ StrideX

ฉันในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีอ่อน สอดชายไว้ในกระโปรงยาวผ้าลินินสีเทาเข้ม ปลายกระโปรงพลิ้วเบาเมื่อสายลมพัด รองเท้าผ้าใบสี

น้ำตาลเข้ม

ฉันยืดหลังตรง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ปลายนิ้วเลื่อนไปสัมผัสกล้องราวกับย้ำเตือนตัวเองให้มั่นใจ เพื่อจะก้าวเท้าเข้าสู่โลกอีกใบ  โลกที่เต็มไปด้วยความหรูหรา อำนาจ และความคาดหวังที่สูงลิ่ว

เบื้องหน้า ตึกกระจกสูงเสียดฟ้า เหนือถนนสะท้อนแสงแดดจ้า ราวกับประกาศความรุ่งโรจน์และอำนาจที่ไม่มีใครเทียบ

ชายหญิงในชุดสูทเรียบเคลื่อนไหวเป็นระบบ

“คนในที่นี่หน้าไม่รับแขกเลย…” ฉันพึมพำกับตัวเอง ขณะกวาดตามองผู้คนที่เดินสวนไปมา สูทเรียบหรู ผมเกล้าตึง และท่าทีเย็นชาราวกับทุกคนถูกฝึกให้ปิดอารมณ์ไว้หลังใบหน้าเรียบเฉย

แสงไฟจากโถงใหญ่ส่องกระทบพื้นหินอ่อนจนมันวาว เงาของผู้คนซ้อนทับกันเป็นริ้วๆ ดูราวกับกระจกเงาที่สะท้อนโลกอีกใบ

โต๊ะประชุมยาวเรียงรายด้วยเอกสารและแก้วคริสตัล ทุกอย่างสมบูรณ์แบบจนน่าเกร็ง  ด้านหนึ่งของห้องเป็นกระจกบานสูง ฉันมองมองลงไปยังถนนเบื้องล่าง รถยนต์เคลื่อนผ่านเป็นแถวเป็นระเบียบ

พนักงานเสิร์ฟรินชาและกาแฟอย่างประณีต มือยกถ้วยอย่างมั่นคง ส่งรอยยิ้มสุภาพให้ชายในสูทเรียบหรู  แต่ละก้าวของพนักงานในชุดยูนิฟอร์มเป็นไปอย่างเป็นจังหวะ ชายในสูทจับแก้วคริสตัลแน่น วางเอกสารอย่างเรียบร้อย ทุกการเคลื่อนไหวสะท้อนความเป็นระเบียบสูงสุด เป็นระยะห่างที่บอกชัดเจนถึงอำนาจและความต่างของสถานะ

***

ฉันยกกล้องขึ้น สูดลมหายใจเข้าลึก และมองรายละเอียดของรองเท้ารุ่นใหม่ที่ตั้งอยู่บนแท่นกระจกใส ความเงียบของโถงใหญ่และระเบียบเรียบร้อยรอบตัว ทำให้ทุกการกดชัตเตอร์ยิ่งมีน้ำหนัก

แชะ แชะ แชะ เสียงชัตเตอร์ดังเป็นจังหวะภายในห้องสตูดิโอเงียบกริบ

รองเท้า Quantum Prime ตั้งอยู่บนแท่นกระจกใส แสงไฟ LED สาดลงมากระทบพื้นผิวอย่างพอดี บางส่วนเป็น ไฮบริดคาร์บอน™ สีเทาเข้มด้าน เรียบแต่สะท้อนประกาย เส้นสายเฉียบคมพร้อมตะเข็บเงินบาง สะท้อนแสงราวกับเส้นโลหะมีชีวิต ด้านข้างเป็น นาโนเวฟเมช โปร่งแสง สีฟ้าอมม่วง มองเห็นโครงสร้างภายใน ราวกับรองเท้ากำลังหายใจ ส่วนรุ่นลิมิเต็ด Metallic BioSkin ไล่เฉดสีเหมือนแสงเหนือ เส้นสายคมชัดและเงาวาว ราวกับงานศิลปะที่มีชีวิต

ทุกมุมของรองเท้าดูสมบูรณ์แบบ ทั้งรูปทรง เส้นสาย และประกายสะท้อน แท่นถูกจัดวางสูงพอดี ทำให้ Quantum Prime ดูเหมือนชิ้นงานล้ำค่า ที่รวมเทคโนโลยีและความหรูหราไว้ในคู่เดียว

ฉันเลื่อนกล้อง หมุนมุม แล้วกดชัตเตอร์อีกครั้ง เสียงคลิกเบา ๆ ประสานกับแสงและเงาที่ไล้ผ่านพื้นผิว ทุกภาพคือความพยายามจับช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบที่สุดไว้

ปรับโฟกัสอีกนิด ล็อกมุมให้เห็นทุกเส้นสายและลวดลายที่ออกแบบมาอย่างประณีต บนป้ายราคาที่วางอยู่ข้างแท่น  ตัวเลขที่ไม่ได้บอกเพียงราคา แต่บ่งบอกถึง “สถานะ” ของผู้ที่มีสิทธิ์ครอบครอง

ทุกครั้งที่ชัตเตอร์กดลง มันไม่ใช่แค่การถ่ายภาพสินค้า แต่เป็นการบันทึกโลกของความหรูหรา… และแรงกดดันที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง

ฉันล็อกสายตาลงบนกรอบเลนส์อยู่ครู่หนึ่ง พยายามเก็บรายละเอียดทุกแสงและเงาอย่างตั้งใจ

และทันใดนั้น… เผลอเงยสายตาขึ้น

สายตาฉันสบเข้ากับ เขา อย่างจัง ‘คุณอารัญ’

ในสูทเข้มหรู สองมือล้วงกระเป๋า เขาเอนร่างพิงมุมหนึ่งของสตูดิโอ มาดเข้มลึก ดวงตาของเขาสบกับฉันนิ่ง ๆ ราวกับอ่านทุกความคิดที่แวบเข้ามา เส้นกรอบหน้าคม ใบหน้าเรียบนิ่ง สายตาคมกริบจับจ้องมาที่ฉันอย่างไม่กระพริบตา

มือฉันเกร็งแน่นรอบกล้อง หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมา แรงกดดันจากการทำงานผสมกับแรงดึงดูดบางเบาที่ฉันไม่เข้าใจ ทำให้ฉันเผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว

แต่ก่อนที่ฉันจะทันตั้งรับ เขาก็หมุนตัวกลับหลัง แผ่นหลังกว้างและท่าทีมั่นคงค่อย ๆ ลับหายไปในแสงไฟของสตูดิโอ

เหลือเพียงเสียงหัวใจฉันที่ยังเต้นแรงเกินควบคุม…

***

“คุณอารัญครับ”  เสียงเรียบของ วรากร ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดในห้องส่วนตัวชั้นบนสุดของตึก

อารัญยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าชั้นวางของ เขามองภาพถ่ายในกรอบไม้สีเข้ม  ชายในสูทกำลังยิ้มอย่างอ่อนโยน ดวงตาในภาพนั้นเหมือนจะมองทะลุผ่านกาลเวลา แสงจากกระจก ลงมาทาบบนใบหน้าของอารัญครึ่งหนึ่ง เงาและแสงตัดกันจนเห็นเส้นกรามคม

เขาหันศีรษะเพียงน้อย  เพียงพอให้นรากร รู้ว่า เขากำลังตั้งใจฟัง

“คุณลิลิน โฮชิคาวะครับ… อดีตลูกสาวของมิสเตอร์คิริน โฮชิคาวะ ตอนนี้อาศัยอยู่ในคอนโดเก่ากลางตรอกแคบในใจเมือง ครับ”

อารัญนิ่งไปอีกครู่  ปลายนิ้วแตะกรอบรูปเบา ๆ แล้วลูบตามขอบไม้ราวกับกลัวว่าภาพนั้นจะจางหายไปพร้อมกับสัมผัสนั้น เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย เสียงหายใจกลั้นอยู่เพียงวินาที ค่อยๆหันกลับมามอง วรากร 

“พรุ่งนี้เช้า… ให้เธอเข้ามาหาผม”

วรากร โค้งศีรษะรับคำ “รับทราบครับ”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่34.ในเฟรมเดียวกัน

    ในเช้าวันใหม่ที่สดใส หลังจากผ่านไปหลายเดือน ฉันได้กลับมาอยู่ตรงนี้อีกครั้ง บนดาดฟ้ากลางเมือง… เมืองยังคงงดงามอยู่รอบตัว พระอาทิตย์ยังคงเปล่งแสงจากตำแหน่งเดิม แทรกกลางระหว่างตึก เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ฉันหมุนเลนส์ซูม เพื่อบันทึกสิ่งที่ฉันรัก ภาพถ่ายคือการยืนยันว่าบางสิ่งเคยมีอยู่จริง เมื่อทุกอย่างเงียบลง ฉันยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วหลับตาอธิษฐานถึงใครบางคนบนฟ้า ปล่อยให้พลังใจโอบล้อมชั่วขณะ ก่อนค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น และเมื่อหันกลับมา… เขา…ก็ยืนอยู่ตรงนั้น แสงเช้ากระทบชายหนุ่มในสูทสีครีม ใบหน้าเรียวคมโดดเด่นท่ามกลางแสงอ่อน ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของภาพนั้นเอง “คุณ…ตามหาฉันเจออีกแล้วนะ” ฉันเอ่ยเสียงเบา “รู้ได้อย่างไรว่าฉันอยู่ตรงนี้” ฉันถามต่อ ทั้งที่ในใจเหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว ริมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด “รู้สิ” คำสั้น ๆ เพียงคำเดียว แต่กลับทำให้หัวใจของฉันสั่นไหว เพราะเขารู้จักฉัน รู้ว่าฉันจะมาอยู่ตรงไหน และรู้ดีว่าที่นี่คือที่ที่ฉันมักจะกลับมาเสมอ ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ แล้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที33.คำตอบของหัวใจ

    เสียงปืนก้องสนั่นกรีดอากาศ ก่อนที่ทุกสิ่งจะหยุดนิ่งราวกับโลกทั้งใบหยุดหายใจ ร่างสูงใหญ่ที่บังฉันไว้ค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น ราวกับแรงทั้งหมดถูกดึงหายไปในพริบตา “อารัญ!” เสียงของฉันสั่นพร่าไปด้วยความหวาดหวั่นก่อนทิ้งตัวลงข้างเขา มือสั่นเทารีบประคองศีรษะไว้บนตัก เลือดซึมออกจากแผ่นอก เปื้อนปลายนิ้วฉันจนเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรงจนเสียงนั้นกลบทุกสิ่งรอบตัว ก่อนเสียงส้นรองเท้าจะกระทบพื้นดังถอยห่าง น้ำเสียงเย็นชาไร้ปรานี เปล่งออกมา “ฉันจะปล่อยแกไป ไอ้เด็กเนรคุณ วันนี้แค่สั่งสอนให้แกได้รู้ว่า ความเจ็บปวดและการเฉียดตายมันเป็นอย่างไร” คำพูดนั้นคือคำประกาศชัดเจนว่า เขายังคงอยู่ใต้เงาของเธอ ชื่อหนึ่งหลุดจากปากการ์ดทั้งสองที่กำลังจะขยับตามก่อนหญิงในสูทเข้ม ใต้หมวกปีกกว้าง จะหันหลังเดินจากไป “มาดามโซเฟีย” ฉันปรายตามองเธอเพียงเล็กน้อย แม้จะได้ยินชื่อนั้นเป็นครั้งที่สอง ทว่าหัวใจยังคงจดจ่ออยู่กับชายในอ้อมตัก อารัญส่ายหน้าช้า ๆ ลมหายใจจะเริ่มขาดเป็นห้วง เขาหันไปมองลูกน้อง ก่อนส่งสัญญาณสั้น ๆ แต่ชัดเจน “ปล่อยเธอไป” เขาเลือกจบเรื่องนี้ “

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่32 จุดอ่อนของอารัญ

    หลังจากลิลินออกจากห้องไปหลายชั่วโมง ความเงียบค่อย ๆ กดทับ ความกังวลค่อยๆก่อตัวขึ้นในอกของอารัญ ชายหนุ่มที่มีเพียงผ้าขนหนูคลุมกาย ฝืนลุกจากโซฟา เดินวนไปมาอย่างกระสับกระส่าย แต่ไม่ว่าขยับตัวเพียงใด ความร้อนรุ่มภายในกลับยิ่งทวีขึ้น สายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนผนัง การเคลื่อนไหวของเขาสะดุด หัวใจเต้นแรงเมื่อรับรู้ว่าเวลาที่ผ่านไปยาวนานเกินกว่าจะเป็นแค่การออกไปเก็บเสื้อผ้า ลางสังหรณ์บางอย่างผุดขึ้นมา ดึงให้เขาเดินเข้าใกล้หน้าต่าง ก่อนแทรกสายตามองผ่านม่านที่แง้มอยู่ และในวินาทีนั้น ความผิดปกติก็ปรากฏตรงหน้า ชายชุดดำคนหนึ่งท่าทางมีพิรุธ สายตาคมกริบจับจ้องมายัง…ตรงตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ยังไม่ทันที่อารัญจะผละออกจากจุดนั้น เสียงของโทรศัพท์มือถือก็สะกิดความเงียบงันของห้อง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ก่อนจะก้าวไปหยิบโทรศัพท์ หน้าจอสว่างวาบ ข้อความสั้น ๆ ปรากฏขึ้นอย่างเย็นชา “ฉันรู้ว่าจุดอ่อนของแกคืออะไร และมันจะเจ็บ… มาหาฉัน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” เพียงอ่านจบ มือของเขาก็กำแน่นจนสั่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล ทว่าในอึดใจถัดมา เขาฝืนคว

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่31.เพียงลำพังกับหัวใจ

    เสียงตะโกนของเขายังคงก้องอยู่ในหัวฉัน ไม่ยอมจางหายลากยาวผ่านครึ่งคืน ราวกับตั้งใจย้ำเตือนว่าฉันไม่มีทางหนีความรู้สึกนี้ได้ด้านนอกฝนเทกระหน่ำ ฟ้าร้องคำรามก้อง ฉันนอน พลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่าย ไม่อาจข่มตาหลับ เสียงหยาดฝนที่กระทบพื้นดึงความทรงจำให้ย้อนกลับไปยังวันหนึ่ง วันที่ฉันเคยถูกไล่ล่าท่ามกลางม่านฝนสีเทาและเขาเข้ามาช่วย โดยไม่ห่วงชีวิตของตัวเองฉันสูดลมหายใจลึก ราวกับพยายามขับไล่ความอึดอัดในอก ก่อนดันตัวลุกจากเตียง เดินไปยังหน้าต่าง แหวกม่านออกเพียงเล็กน้อย แล้วมองลงไปจากชั้นสอง ดวงตากลมต้องหยุดนิ่ง ลมหายใจติดขัดเมื่อเห็นภาพตรงหน้าเขายังคงอยู่ตรงนั้น คุกเข่าท่ามกลางม่านฝนที่ซัดกระหน่ำ ราวกับกำลังวิงวอน และไถ่บาปไปพร้อมกัน ภาพนั้นทำให้หัวใจฉันสั่นไหว ทั้งที่ไม่ควรเลย แสงไฟจากหน้าต่างสาดผ่าน เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เผยริมฝีปากที่คลี่ยิ้ม ราวกับบอกว่า ทุกอย่างไม่เป็นไร แต่รอยยิ้มนั้นอยู่ได้เพียงครู่เดียว ร่างสูงก็โอนเอนไปด้านข้าง ก่อนจะทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรงหัวใจฉันหล่นวูบ เสียงเรียกแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปาก “อารัญ…”วินาทีนั้นเอง ฉันก็รู้ว่าตัวเองยังมีหัวใจมากพอ ที่

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่30.ระยะห่าง

    หนึ่งเดือนผ่านไป…ฉันหลบมาอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ กลางเมือง ห้องแคบในตึกเก่า 4 ชั้น ใช้แต่ละวันฟื้นฟูหัวใจ และใช้ความเงียบงันค่อย ๆ ประคองตัวเองให้ยืนอยู่ได้ ท่ามกลางความวุ่นวายรอบข้างเขียนบทความเล็ก ๆ ในนามแฝงที่ไม่มีใครจับสังเกต รับงานถ่ายภาพเป็นครั้งคราว ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ เพื่อเลี้ยงดูตัวเองแต่ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลกชื่อของบริษัท Stride X กลับดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับไม่เคยมีช่วงเวลาที่มันเงียบหายไปจากความสนใจของผู้คนรองเท้ารุ่นใหม่ที่สานต่อความสำเร็จจาก Quantum Prime ถูกเปิดตัวภายใต้ชื่อQuantum Prime Fluxกระแสตอบรับถาโถม ยอดสั่งจองพุ่งสูง สื่อทุกสำนักพร้อมใจกันกล่าวถึงมันในฐานะ“ก้าวถัดไปของเทคโนโลยีการเคลื่อนไหว”งานประกาศความสำเร็จถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชื่อของอารัญถูกกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่มีเพียง Stride X เท่านั้นที่ครอบครองลิขสิทธิ์เขาทำสำเร็จ อย่างถูกต้อง และไม่ผิดศีลธรรมอารัญไม่เคยแตะต้อง Quantum X อ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่29.ปิดเกม

    บนระเบียงสูงเหนือมหานครอารัญยืนต้านแรงลม ดวงตาเย็นชามองแสงไฟที่เคลื่อนไหวใต้ท้องฟ้าซึ่งกำลังเปลี่ยนสี เขาสูดลมหายใจลึก กำมือแน่นก่อนหมุนตัวออกและเอ่ยคำสั่งเข้ม“ถึงเวลาแล้ว ”ปลายทาง คือ…วิลล่าหรูริมหาดส่วนตัวของคริส ฟอร์ดแสงไฟระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำในสระ เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กระหน่ำไม่หยุด สาวหุ่นนางแบบในบิกินี่ สวมหน้ากากผีเสื้อ เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมรอยยิ้มหวาน ปลายนิ้วลูบไล้ แขกชายเพียงไม่กี่คน ซึ่งล้วนสวม หน้ากากซาตานหลากรูปแบบ ที่แต่ละคนเลือกปิดบังตัวตนไว้นี่ไม่ใช่งานธุรกิจ ไม่ใช่การพบหุ้นส่วน หากคือปาร์ตี้ที่มีไว้ตอบสนองกิเลสของเขาเท่านั้น ทุกอย่างกำลังอยู่ในโหมดลุ่มหลงทันใดนั้น เสียงเรือสปีดโบ๊ทคำรามใกล้เข้ามา ก่อนจะหยุดนิ่งหน้าวิลล่าอารัญในสูทสีเข้มก้าวนำลงจากเรือ พร้อมบอดี้การ์ดและนักสืบ มุ่งตรงไปยังสระว่ายน้ำที่ปาร์ตี้กำลังคลุ้มคลั่งแสงไฟสีฉูดฉาดติดเตียงนอนขาวนวล ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่ง ร่างเปลือยเปล่ากึ่งเมามายเคลื่อนไหวไร้การยั้งคิด นักสืบคนหนึ่งพึมพำเสียงต่ำ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า “แม่ง… นี่มันงานบ้าอะไร ปาร์ตี้เซ็กหมู่รึไง”สายตาทุกคู่หันขวับมาทางอารัญ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่28.รอยร้าวระหว่างเรา

    ฉันเงยหน้าขึ้น สบตาคู่นั้นตรง ๆ แววตาฉันว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเชื่อใจ มีเพียงคำถามที่ค้างคา“คุณเป็นใครกันแน่…

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่27.แผ่นฟีล์มที่หายไป

    ฉันเคยเชื่อว่าภาพถ่ายไม่เคยโกหก แสงและเงาอาจทำให้ภาพบิดเบือนได้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่26.ราคาของอเล็กซี่

    ราตรีถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟหลากสีที่ส่องประกายระยิบ หน้าอาคารคาสิโนสุดหรู“EVORA CLUB & CASINO MEMBERS ONLY”

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่25.ซองสีน้ำตาล

    มือใหญ่และอบอุ่นของอารัญกอบกุมมือฉันไว้แน่น ราวกับไม่คิดจะปล่อยไปตลอดชีวิตเราเดินเคียงกันบนฟุตบาทกลางเมืองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสี เสียงรถที่แล่นผ่านเพิ่มความวุ่นวายให้บรรยากาศ แต่สำหรับฉัน… โลกทั้งใบเหมือนหยุด

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status