Mag-log inหลังจากที่เดินออกมานั่งข้างสักพัก ทอฝันก็เดินกลับไปในห้องอีกครั้งเพราะคิดว่าภูวินทร์น่าจะกลับไปแล้วเพราะเขาบอกว่ามีธุระต่อ แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าภูวินทร์ยังนั่งอยู่ยังไม่ได้ออกไปไหน
“เอ่ออ คุณลุงคุณป้าค่ะ ฝันขอตัวกลับก่อนนะค่ะ แล้วพรุ่งนี้เช้าฝันจะรีบมาค่ะ” ทอฝันหันไปเอ่ยขออนุญาตเพื่อที่จะขอตัวกลับก่อนเพราะนี่มันก็เย็นมาแล้ว ช่วงนี้เธอไม่มีรถใช้เพราะกำลังซ่อมอยู่เวลาไปไหนมาไหนเลยต้องนั่งแท็กซี่แทน แต่ความจริงแม่เธอก็ให้ใช้รถแม่เธอไปก่อนแต่ทอฝันก็ปฏิเสธเพราะยังรู้สึกกลัวการขับรถอยู่
“แล้วหนูฝันจะกลับยังไงเหรอ” พระพายถามกลับไปทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าช่วงนี้ทอฝันไม่มีรถจึงใช้บริการแท็กซี่สาธารณไปก่อน
“เดี๋ยวฝันนั่งแท็กซี่กลับค่ะ”
“งั้นเอาอย่างนี้ไหม ภูลูกรีบไปธุระไหม แวะไปส่งหนูฝันที่บ้านก่อนได้ไหม” พระพายหันหน้าไปถามลูกชายที่นั่งหน้าตึงอยู่ เมื่อได้ยินแบบนั้นทอฝันก็รีบปฏิเสธทันทีเพราะไม่อยากนั่งรถไปกับภูวินทร์สองต่อสอง ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอจะรีบรับข้อเสนอทันทีเพื่อจะได้อยู่ใกล้ ๆ ภูวินทร์แต่ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้วเป็นไปได้เธอไม่อยากเข้าใกล้เข้าสักนิด
“ไม่เป็นไรค่ะ ฝันกลับเองได้ค่ะ” เมื่อได้ยินทอฝันปฏิเสธภูวินทร์ก็เงยหน้าไปมองทอฝันด้วยสายตาไม่พอใจ
“ได้ครับ เดี๋ยวผมไปส่งทอฝันเอง”
“ขอบใจมากนะ แม่ค่อยสบายใจหน่อย เป็นผู้หญิงนั่งแท็กซี่คนเดียวมันอันตราย แม่เป็นห่วง” พระพายพูดออกไปอย่างสบายใจร่วมถึงอยากให้สองคนนี้ปรับความเข้าใจกันด้วย
“เอ่อออ” ทอฝันเตรียมจะปฏิเสธอีกรอบแต่ภูวินทร์กลับขัดขึ้นมาสะก่อน
“ไปสิ ฉันต้องไปธุระต่ออีก” พูดจบภูวินทร์ก็เดินนำออกไปก่อน โดยที่ทอฝันหันไปไหว้ลาภารันกับพระพายอีกครั้ง
ระหว่างทางเดินไปลิฟต์ทั้งภูวินทร์และทอฝันต่างก็เงียบอยู่ในภวังค์ของตัวเอง เมื่อเดินมาถึงลานจอดรถเป็นทอฝันที่เอ่ยขึ้นมา
“เอ่ออ ภูไม่ต้องไปส่งฝันก็ได้นะ ฝันกลับเองได้”
“ขึ้นรถ” พูดจบภูวินทร์ก็เปิดประตูขึ้นรถทันทีทำให้ทอฝันต้องเปิดประตูรถขึ้นไปอย่างทำอะไรไม่ได้
หลังจากที่ขับออกมาได้พักทอฝันก็หันมองเส้นทางที่ไม่ใช่ทางกลับบ้านเธอ
“นี่มันไม่ใช่ทางกลับบ้านฝันนี่ ภูจะพาฝันไปไหน” ทอฝันหันไปถามภูวินทร์เมื่อแน่ใจแล้วว่าภูวินทร์ไม่ได้จะไปส่งเธอที่บ้าน
“ฉันจะไปทำธุระของฉันก่อน แล้วค่อยไปส่งเธอที่บ้าน”
“ถ้างั้นภูจอดให้ฝันลงข้างหน้าก็ได้ เดี๋ยวฝันหาทางกลับบ้านเอง”
“อย่าเรื่องมาก” เมื่อได้ยินแบบนั้นภูวินทร์ก็หันมาตวาดเสียงดังทำให้ทอฝันถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจ
“ฝันไม่ได้เรื่องมาก” ทอฝันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงแผ่วแทบจะไม่ได้ยิน
“เงียบ แล้วนั่งเฉย ๆ อย่าพูดมามันน่ารำคาญ” เมื่อได้ยินแบบนั้นทอฝันถึงกับปิดปากเงียบ
หลังจากนั้นไม่นานภูวินทร์ก็ขับรถมาจอดที่ร้านอาหารกึ่งคลับหรูย่านกลางเมืองที่เป็นแหล่งกินเที่ยวและหาความสุขของเหยี่ยวราตรีทั้งหลาย
“ลงมา” หลังจากได้ยินเสียงเข้มสั่งทอฝันก็ลงมาจากรถหรูพร้อมกับมองไปรอบ ๆ ของสถานที่แห่งนี้ ภูวินทร์เดินนำเข้าไปด้านในโดยมีทอฝันเดินตามเข้าไปอย่างไม่เต็มใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ภูวินทร์เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องหนึ่ง แล้วหันกลับมาพูดกับทอฝันด้วยน้ำเสียงที่ไม่น่าไว้ใจในความรู้สึกของทองฝัน
“ถ้าฉันพูดอะไรหรือให้ทำอะไรก็ทำไป อย่าขัดเข้าใจไหม” พูดจบภูวินทร์ก็เปิดประตูเข้าไปด้านในทันที ทอฝันเดินตามเข้าไปอย่างเงียบ ๆ บรรยากาศภายในห้องเปิดแอร์เย็นฉ่ำจนรู้สึกหนาว ด้านในมีผู้ชายวัยกลางคนนั่งอยู่ก่อนแล้วข้างกายมีผู้หญิงนั่งบริการอยู่ข้าง ๆ ถึงสองคน
“สวัสดีครับคุณเฉิน” ภูวินทร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นมือไปข้างหน้าเพื่อทักทาย
“สวัสดีครับคุณภู” คุณเฉินยื่นมือทักทายกลับภูวินทร์เช่นกัน แต่สายตากลับมองทอฝันไม่วางตา เมื่อภูวินทร์เห็นสายตาของเฉินมองทอฝันก็รู้สึกไม่ชอบใจขึ้นมา แต่จำต้องเก็บอาการไว้ภายในไม่แสดงออกมา
“เชิญนั่งก่อนครับ”
“ขอบคุณครับ” ภูวินทร์นั่งตามคำเชิญของคุณเฉินแล้วดึงให้ทอฝันนั่งลงข้าง ๆ ตัวเอง
“จะไม่แนะนำสาวสวยที่มาด้วยกันหน่อยเหรอครับ” คุณเฉินพูดออกไปพร้อมกับมองทอฝันด้วยรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้วางใจ เมื่อเห็นสายตาของเฉินก็ทำให้ทอฝันต้องเขยิบตัวเข้าไปนั่งใกล้ ๆ ภูวินทร์มากขึ้น
“อย่าสนใจเลยครับ ก็แค่ผู้หญิงที่หาได้ทั่วไป” เมื่อภูวินทร์พูดจบทอฝันก็หันไปสบตาภูวินทร์ที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว ก่อนที่ทอฝันจะเบือนหน้าหนีแล้วขยับตัวออกห่างจากคนปากคอเราะร้าย เมื่อเห็นท่าทางของทอฝันที่ขยับตัวออกห่างจากตัวเอง ภูวินทร์ก็เอื้อมมือไปคว้าเอวคอดเล็กของทอฝันแล้วดึงให้กลับมานั่งใกล้ตัวเองเหมือนเดิม พร้อมกับขมขู่ทางสายตาว่าอย่าได้ทำแบบเมื่อกี้อีกไม่งั้นอย่าหาว่าเขาไม่เตือน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตรงดีผมชอบ” หลังจากนั้นภูวินทร์กับเฉินก็พูดคุยเรื่องละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจที่จะทำร่วมกัน
“ผมชอบข้อเสนอคุณนะครับ วินวินทั้งคู่ ยังไงเดี๋ยวผมให้คนของผมนัดทำสัญญาอีกครั้งนะครับ” เฉินพูดขึ้นเมื่อได้ข้อตกลงที่สมน้ำสมเนื้อ
“ครับ หวังว่าเราจะได้ทำธุรกิจร่วมกันครับ”
“ว่าแต่ ถ้าผมจะขออะไรคุณภูสักอย่างจะได้ไหมครับ” ปากพูดกับภูวินทร์แต่สายตากับมองไปที่ทอฝันอย่างแสดงออกว่าอยากได้ทอฝันมาก
“ว่ามาสิครับ” ภูวินทร์ยกยิ้มที่มุมปากพร้อมกับยกเครื่องดื่มขึ้นมาจิบ
“ถ้าคืนนี้ผมอยากได้สาวข้างกายคุณมาดูแลผมจะได้ไหมครับ” เมื่อได้ยินประโยคที่ออกมาจากปากคุณเฉิน ทอฝันก็รู้สึกชาวาบไปทั้งตัว แต่มันก็ไม่เท่ากับประโยคที่ออกมาจากปากของผู้ชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เธอ
“ได้สิครับ ผมยกให้”
หลังจากที่เดินออกมานั่งข้างสักพัก ทอฝันก็เดินกลับไปในห้องอีกครั้งเพราะคิดว่าภูวินทร์น่าจะกลับไปแล้วเพราะเขาบอกว่ามีธุระต่อ แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าภูวินทร์ยังนั่งอยู่ยังไม่ได้ออกไปไหน“เอ่ออ คุณลุงคุณป้าค่ะ ฝันขอตัวกลับก่อนนะค่ะ แล้วพรุ่งนี้เช้าฝันจะรีบมาค่ะ” ทอฝันหันไปเอ่ยขออนุญาตเพื่อที่จะขอตัวกลับก่อนเพราะนี่มันก็เย็นมาแล้ว ช่วงนี้เธอไม่มีรถใช้เพราะกำลังซ่อมอยู่เวลาไปไหนมาไหนเลยต้องนั่งแท็กซี่แทน แต่ความจริงแม่เธอก็ให้ใช้รถแม่เธอไปก่อนแต่ทอฝันก็ปฏิเสธเพราะยังรู้สึกกลัวการขับรถอยู่“แล้วหนูฝันจะกลับยังไงเหรอ” พระพายถามกลับไปทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าช่วงนี้ทอฝันไม่มีรถจึงใช้บริการแท็กซี่สาธารณไปก่อน“เดี๋ยวฝันนั่งแท็กซี่กลับค่ะ”“งั้นเอาอย่างนี้ไหม ภูลูกรีบไปธุระไหม แวะไปส่งหนูฝันที่บ้านก่อนได้ไหม” พระพายหันหน้าไปถามลูกชายที่นั่งหน้าตึงอยู่ เมื่อได้ยินแบบนั้นทอฝันก็รีบปฏิเสธทันทีเพราะไม่อยากนั่งรถไปกับภูวินทร์สองต่อสอง ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอจะรีบรับข้อเสนอทันทีเพื่อจะได้อยู่ใกล้ ๆ ภูวินทร์แต่ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้วเป็นไปได้เธอไม่อยากเข้าใกล้เข้าสักนิด“ไม่เป็นไรค่ะ ฝันกลับเองไ
หลังจากวันนั้นทอฝันก็มาดูแลมาอยู่เป็นเพื่อนและมาพูดคุยกับภูริตาทุกวันตามที่ทอฝันได้ลั่นวาจาไว้ว่าจะรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น“อ้าวหนูฝันมาแล้วเหรอ” พระพายทักทายทอฝันด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“สวัสดีค่ะคุณป้า ทานอะไรหรือยังค่ะ วันนี้ฝันทำอาหารมาให้คุณป้าด้วยนะค่ะ” ทอฝันทักทายพระพายด้วยน้ำเสียงสดใสพร้อมกับชูอาหารที่ทำมาเองกับมือให้พระพายดู“หนูฝันทำอาหารเป็นด้วยเหรอ ป้าไม่ยักรู้” พระพายมองทอฝันด้วยสายตาเอ็นดู“ฝันทำเป็นหลายอย่างเลยค่ะ” ส่วนใหญ่เป็นของที่ภูชอบทั้งนั้น ประโยคนี้ทอฝันได้แต่คิดในใจแต่ไม่กล้าพูดออกไป“งั้นป้าขอลองชิมหน่อยนะ”“ได้ค่ะ เดี๋ยวฝันไปเทใส่จานให้นะค่ะ”ภายในห้องทำงานของชั้นบนสุดของโรงแรมหรู ภูวินทร์นั่งอ่านเอกสารตรงหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“เอ่ออ เอกสารมีอะไรผิดพลาดหรือป่าวครับ” แทนไทถามออกไปเพราะเห็นภูวินทร์ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด“ไม่มี” ภูวินทร์ตอบกลับไปอย่างห้วน ๆ“วันนี้ตอนเย็นคุณภูมีนัดทานข้าวที่ร้าน....กับลูกค้านะครับ” แทนไทก้มมองตารางงานพร้อมเอ่ยบอกเจ้าหน้าที่ยังคงทำหน้าเคร่งเครียดเหมือนมีเรื่องอะไรในใจแต่บอกใครไม่ได้ยังงั้น“อืม มีอะไรอีกไหม”“ไม่มีแล้วครับ”“ถ้าไ
2 อาทิตย์ต่อมา ภูริตาถูกย้ายจากห้องปลอดเชื้อมายังห้องพักฟื้นของคนไข้ เนื่องจากหมอเห็นว่าน่าจะไม่มีอาการอะไรแทรกซ้อน“ริตาวันนี้เป็นยังไงบ้างลูก ดูสิอากาศข้างนอกดีมากเลยนะ” หลังจากที่ภูริตาย้ายมาอยู่ห้องพักฟื้นคนไข้พระพายก็จะมาหาภูริตาทุกวันเพื่อมาพูดคุย และหวังว่าสักวันภูริตาจะลืมตาตื่นขึ้นมาคุยกับเธอเหมือเมื่อก่อนหน้าห้องพักฟื้นของภูริตา ทอฝันยืนมองเข้าไปก็เห็นพระพายแม่ของภูริตานั่งคุยกับภูริตาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มราวกับว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงโต้ตอบบนสนทนากลับมาอย่างนั้น ทอฝันยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาที่ไหลลงมาอย่างไม่รู้ตัวกับภาพตรงหน้า ก่อนที่จะสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อเรียกกำลังใจของตัวเอง เพราะนี่เป็นวันแรกที่เธอจะได้เจอกับพระพายเพราะหลังจากที่เธอเจอภูวินทร์วันนั้นทอฝันก็ยังไม่มีหน้ามาพบกับครอบครัวนี้อีกเลยก๊อก ๆ ๆ ๆ“เข้ามาได้เลยค่ะ” ทอฝันยกมือขึ้นเคาะประตูเบา ๆ พร้อมกับเปิดเข้าไปด้านในหลังจากที่ได้ยินเสียงคนด้านเอ่ยอนุญาต“สวัสดีค่ะ คุณป้า ฝันมาเยี่ยมริตาค่ะ” ทอฝันยกมือไหว้พระพายพร้อมกับยื่นกระเช้าที่ซื้อมามอบให้กับพระพาย พระพายยื่นมือไปรับกระเช้าพร้อมกับส่งรอยยิ้มอบอุ่นไปให้ทอฝัน เ
ภายในห้องพักฟื้น ทอฝันค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียงแล้วก้าวลงอย่างช้า ๆ เนื่องจากยังรู้สึกเคล็ดขัดยอกอยู่ แต่ถึงกระนั้นทอฝันก็ลากเสาน้ำเกลือค่อย ๆ พยุงตัวเองเดินไปที่เคาน์เตอร์พยาบาล“สวัสดีค่ะ คนไข้ที่ชื่อ ภูริตา พิมุกเดชา พักอยู่ห้องไหนเหรอค่ะ”“สักครู่นะค่ะ คนไข้อยู่ ชั้น 7 ค่ะ”“ชั้น 7 มีห้องพักฟื้นด้วยเหรอค่ะ” ทอฝันขมวดคิ้วพร้อมกับถามออกไปเท่าที่เธอรู้ห้องพักฟื้นของโรงพยาบาลนี้มีตั้งแต่ชั้น 8 ไม่ใช่เหรอ“ชั้น 7 จะเป็นห้องปลอดเชื้อค่ะ” เมื่อได้ยินแบบนั้นหัวคิ้วทั้งสองข้างของทอฝันก็ยิ่งขมวดเข้าหากันมากขึ้น แต่กระนั้นก็ขอบคุณพยาบาลแล้วค่อย ๆ เดินไปที่ลิฟต์เพื่อลงไปที่ชั้น 7เมื่อลงลิฟต์มาถึงชั้น 7 ทอฝันก็เดินไปสอบถามพยาบาลว่าภูริตาพักอยู่ที่ห้องไหน หลังจากที่เดินมาถึงหน้าห้องที่พยาบาลบอก ทอฝันถึงกับตกใจทันทีเมื่อมองเข้าไปแล้วเห็นสภาพของภูริตาที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้“ทำไม” ทอฝันเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับขนนก“ตกใจเหรอที่เห็นสภาพของริตา” เสียงที่ดังมาจากทางด้านหลังทำให้ทอฝันต้องหันกลับไปมองก็พบว่าเป็นภูวินทร์ที่ยืมมองเธอด้วยสายตาที่ทอฝันเห็นรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก“มันเกิดอะไรขึ้น ท
ภายในห้องพักฟื้นแสงแดดอ่อน ๆ ที่สาดส่องเข้ามาในห้อง ทำให้ทอฝันที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ต้องขยับตัวเพื่อหนีแสงแดด“โอ้ยย” แค่เพียงขยับตัวทอฝันก็ต้องร้องออกมาเพราะรู้สึกระบบไปทั้งตัว“ฝันตื่นแล้วเหรอลูกเป็นยังไงบ้าง” คุณอิงดาวรีบเข้ามาดูทันทีที่ได้ยินเสียงของทอฝัน“คุณแม่” ทอฝันเอ่ยเรียกคนเป็นแม่เสียงแผ่ว“ฝันเป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหน ให้แม่เรียกหมอให้ไหม” คุณอิงดาวรีบถามทอฝันอย่างเป็นห่วงกลัวทอฝันจะมีอาการอย่างอื่นแทรกซ้อน“ฝันไม่เป็นอะไรมากค่ะ แค่ระบบตามตัว” หลังจากพูดจบทอฝันก็นึกขึ้นได้ว่าเธอไม่ได้ประสบอุบัติเหตุคนเดียวแต่ยังมีภูริตาอีกคนที่นั่งมาในรถกับเธอ“แม่ค่ะ แล้วริตาล่ะค่ะ ริตาเป็นยังไงบ้าง” เมื่อได้ยินทอฝันถามถึงภูริตาก็ทำให้คุณอิงดาวถึงกับเงียบลงพร้อมกับถอนหายใจออกมาน้อย ๆ เพราะเมื่อเข้าเธอเจอ คุณภารัน คุณพระพาย และภูวินทร์ ทำให้เธอได้รู้ว่าภูริตายังมีอาการโคม่าไม่รู้สึกตัวหลังจากที่ผ่าตัดไปเมื่อคืน เมื่อเห็นท่าทางของคนเป็นแม่ก็ทำให้ทอฝันใจคอไม่ดี“ว่าไงค่ะแม่ ริตาเป็นยังไงบ้างค่ะ” เมื่อได้ยินคนเป็นแม่เล่าอาการของภูริตาจบ น้ำตาของทอฝันก็ค่อย ๆ ไหลลงมาอย่างช้า ๆ เพราะความรู้สึกผิ
ภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชล แพทย์พยาบาลกำลังช่วยเหลือชีวิตคนไข้ที่พึ่งประสบอุบัติเหตุมา“หมอค่ะ เอายังไงดีค่ะ คนไข้รายนี้อาการไม่ดีเลยค่ะ” พยาบาลที่ขึ้นเวรวันนี้เดินมาหาคุณหมอที่ทำการดูแลอาการของคนไข้อีกคนที่ประสบอุบัติเหตุมาด้วยกัน“โอเค เดี๋ยวผมไป คนไข้รายนี้ไม่เป็นอะไรมาก คุณพยาบาลจัดการต่อเลยนะครับ” หลังจากพูดจบคุณหมอก็เดินไปดูคนไข้อีกรายที่อาการสาหัสกว่าคนไข้รายเมื่อกี้อยู่มาก“ได้ค่ะ”“คุณหมอค่ะ คนไข้ความดันต่ำมากค่ะ”“เตรียมห้องผ่าตัด” หลังจากประเมินอาการแล้วหมอหนุ่มมีความเห็นว่าต้องทำการผ่าตัดช่วยชีวิตคนไข้โดยด่วน เนื่องจากก่อนมาคนไข้เสียเลือดมาก ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้อาจจะอันตรายถึงแก่ชีวิตได้“ได้ค่ะ”“แล้วติดต่อญาติคนไข้ได้หรือยัง”“ติดต่อได้แล้วค่ะ ญาติกำลังมาค่ะ” หมอหนุ่มพยักหน้ารับพร้อมกับเดินออกไปเพื่อเตรียมตัวผ่าตัดคนไข้บริเวณหน้าห้องฉุกเฉิน ภารัน พระพาย และภูวินทร์ต่างก็รีบวิ่งมาหลังจากที่ได้รับรู้ว่าลูกสาวและน้องสาวเกิดอุบัติเหตุ“ลูกสาวผมเป็นยังไงบ้างครับ” ภารันรีบถลาเข้าไปถามคุณหมอที่เดินออกมาจากห้องฉุกเฉินทันที“ไม่ทราบว่าลูกสาวคุณชื่ออะไรครับ”“ภูริตาครับ ล







