LOGINหลังจากวันนั้นทอฝันก็มาดูแลมาอยู่เป็นเพื่อนและมาพูดคุยกับภูริตาทุกวันตามที่ทอฝันได้ลั่นวาจาไว้ว่าจะรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น
“อ้าวหนูฝันมาแล้วเหรอ” พระพายทักทายทอฝันด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“สวัสดีค่ะคุณป้า ทานอะไรหรือยังค่ะ วันนี้ฝันทำอาหารมาให้คุณป้าด้วยนะค่ะ” ทอฝันทักทายพระพายด้วยน้ำเสียงสดใสพร้อมกับชูอาหารที่ทำมาเองกับมือให้พระพายดู
“หนูฝันทำอาหารเป็นด้วยเหรอ ป้าไม่ยักรู้” พระพายมองทอฝันด้วยสายตาเอ็นดู
“ฝันทำเป็นหลายอย่างเลยค่ะ” ส่วนใหญ่เป็นของที่ภูชอบทั้งนั้น ประโยคนี้ทอฝันได้แต่คิดในใจแต่ไม่กล้าพูดออกไป
“งั้นป้าขอลองชิมหน่อยนะ”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวฝันไปเทใส่จานให้นะค่ะ”
ภายในห้องทำงานของชั้นบนสุดของโรงแรมหรู ภูวินทร์นั่งอ่านเอกสารตรงหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เอ่ออ เอกสารมีอะไรผิดพลาดหรือป่าวครับ” แทนไทถามออกไปเพราะเห็นภูวินทร์ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด
“ไม่มี” ภูวินทร์ตอบกลับไปอย่างห้วน ๆ
“วันนี้ตอนเย็นคุณภูมีนัดทานข้าวที่ร้าน....กับลูกค้านะครับ” แทนไทก้มมองตารางงานพร้อมเอ่ยบอกเจ้าหน้าที่ยังคงทำหน้าเคร่งเครียดเหมือนมีเรื่องอะไรในใจแต่บอกใครไม่ได้ยังงั้น
“อืม มีอะไรอีกไหม”
“ไม่มีแล้วครับ”
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว นายก็ออกไปได้แล้ว”
“ครับ”
เมื่อแทนไทเดินออกไปแล้วภูวินทร์ก็ทิ้งตัวพึงกับพนักเก้าอี้พลางถอนหายใจออกมาเหมือนมีเรื่องหนักใจอะไรหนักหนา ซึ่งเรื่องที่ทำให้ภูวินทร์มีอาการแบบนี้ก็คงไม่พ้นเรื่องจูบของทอฝันที่เกิดขึ้นวันนั้น
ย้อนไปวันนั้นหลังจากที่ภูวินทร์ถอนจูบออกมาแล้ว ก็สบเข้ากับดวงตาที่สั่นไหวราวกับเด็กกำลังหลงทางของทอฝัน ทอฝันไม่ได้พูดอะไรมีเพียงม่านน้ำตาบาง ๆ ที่มันเอ่อล้นคลออยู่เต็มหน่วยตา แต่สิ่งที่ทำให้ภูวินทร์รู้สึกวูบไหวอยู่ในอกแปลก ๆ ก็คงหนีไม่พ้นสายตาของทอฝันที่มองมาที่เขาด้วยสายตาที่ไม่เหมือนเดิม
“ฝัน”
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฝันขอตัว” พูดจบทอฝันก็เดินออกไปทันทีไม่แม้แต่จะหันกลับมามองภูวินทร์ที่ยืนนิ่งราวกับถูกสาบ
“แล้วทำไมฉันต้องสนใจด้วยว่าเธอจะรู้สึกยังไง ลืมไปแล้วเหรอว่าเธอเป็นคนที่ทำให้ภูริตาต้องนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่อย่างนั้น”
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ภูวินทร์ก็ต้องถอนหายใจอีกรอบอย่างคิดไม่ตก แต่พอคิดถึงสิ่งที่ภูริตาต้องเจอก็ทำให้สายตาที่วูบไหวก่อนหน้านี้แปลเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวเหมือนอย่างเดิมที่เคยเป็น
ทางด้านทอฝันที่วันทั้งวันนั่งอ่านหนังสือให้ภูริตาฟังหรือแม้แต่จะสรรหาเรื่องมาคุยกับภูริตา
“ริตา พี่ขอโทษนะที่ทำให้ริตาเป็นแบบนี้ พี่สัญญาว่าพี่จะดูแลริตาจนกว่าริตาจะหายดี” และทุกวันทอฝันจะพูดประโยคนี้กับริตาเสมอ
หน้าห้องพักฟื้นพระพายยืนมองทอฝันที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ริตาที่นอนไม่รู้อะไรพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“เป็นอะไร ทำไมมายืนตรงนี้” ภารันเดินเข้ามาโอบพระพายทางด้านหลัง
“พายสงสารลูกค่ะ แล้วก็เห็นใจหนูฝันด้วย” ภารันได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าด้วยความเข้าใจ
“เห็นเจ้าภูบอกว่ากำลังมา งั้นเราเข้าไปข้างในกันเถอะ”
“สวัสดีค่ะคุณลุง” เมื่อเห็นภารันเดินเข้ามากับพระพาย ทอฝันก็รีบลุกขึ้นเพื่อสวัสดีภารันด้วยความนอบน้อม
“ไหว้พระเถอะลูก”
เสียงเปิดประตูเข้ามาทำให้ทุกคนในห้องที่นั่งคุยกันอยู่จำต้องหันไปมองกับผู้มาใหม่ที่กำลังเดินเข้ามา เมื่อทอฝันเห็นว่าเป็นภูวินทรก็รีบก้มหน้าไม่กล้าสบตาคมคู่นั้นที่มักจะมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆ ต่างไปจากเดิม
“อ้าวมาแล้วเหรอ ภู” พระพายทักทายลูกชายด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม
“ครับ พอดีว่าตอนเย็นต้องไปทานข้าวกับลูกค้า ภูเลยแวะมาหาน้องก่อนครับ” พูดจบภูวินทร์ก็หันไปมองทางทอฝันที่นั่งก้มหน้านิ่งด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจ
“เอ่ออ ฝันขอตัวไปข้างนอกสักครู่นะค่ะ” เมื่อรู้สึกอึดอัดกับสายตาของภูวินทร์ที่มองมา ทำให้ทอฝันต้องขอตัวออกไปข้างนอกเพื่อหลีกหนีสายตาไม่พอใจคู่นั้น
“ภูทำไมต้องมองหนูฝันด้วยสายตาแบบนั้นด้วย” พระพายเอ่ยตำหนิลูกชายที่ใช้สายตาแบบนั้นมองทอฝัน
“แบบนั้น แบบไหนครับ” ภูวินทร์พูดย้อนพระพายกลับมาอย่างหน้าตาย
“ดูลูกชายคุณย้อนพายสิค่ะ” เมื่อทำอะไรลูกชายไม่ได้พระพายก็หันไปเล่นงานภารันทันที
“อ้าว นั่นก็ลูกชายพายเหมือนกันนะ ไหงมาโยนให้พี่ล่ะ”
“พี่รัน” เมื่อได้ยินแบบนั้นทำให้พระพายตวาดแวดขึ้นมาทันทีด้วยใบหน้าบึ้งตึง
“โอเค ๆ ๆ พี่ผิดเองที่เลี้ยงลูกชายให้โตมาแล้วนิสัยไม่ดี ภูคราวหลังอย่าทำตัวให้แม่เขาไม่พอใจอีกนะ เห็นไหมพี่จัดการให้แล้ว” พูดจบภารันก็หันมายิ้มเอาใจเมียทันที เมื่อเห็นอากาของคนเป็นพ่อก็ทำให้ภูวินทร์ถึงกับส่ายหัวกับความเอาใจเมียยอมเมียทุกอย่างของภารัน อย่างว่าละนะเมื่อก่อนทำกับแม่เขาไว้เยอะตอนนี้เลยต้องรับกรรมไป แต่สำหรับเขาไม่มีทางเป็นแบบภารันแน่นอนเพราะเมียต้องอยู่ในโอวาทผัวสิไม่งั้นก็เสียระบบหมด
ฝากกดติดตาม ฝากกดนิยายเข้าชั้น ฝากกดใจ เพื่อเป้นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะค่ะ
หลังจากที่เดินออกมานั่งข้างสักพัก ทอฝันก็เดินกลับไปในห้องอีกครั้งเพราะคิดว่าภูวินทร์น่าจะกลับไปแล้วเพราะเขาบอกว่ามีธุระต่อ แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าภูวินทร์ยังนั่งอยู่ยังไม่ได้ออกไปไหน“เอ่ออ คุณลุงคุณป้าค่ะ ฝันขอตัวกลับก่อนนะค่ะ แล้วพรุ่งนี้เช้าฝันจะรีบมาค่ะ” ทอฝันหันไปเอ่ยขออนุญาตเพื่อที่จะขอตัวกลับก่อนเพราะนี่มันก็เย็นมาแล้ว ช่วงนี้เธอไม่มีรถใช้เพราะกำลังซ่อมอยู่เวลาไปไหนมาไหนเลยต้องนั่งแท็กซี่แทน แต่ความจริงแม่เธอก็ให้ใช้รถแม่เธอไปก่อนแต่ทอฝันก็ปฏิเสธเพราะยังรู้สึกกลัวการขับรถอยู่“แล้วหนูฝันจะกลับยังไงเหรอ” พระพายถามกลับไปทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าช่วงนี้ทอฝันไม่มีรถจึงใช้บริการแท็กซี่สาธารณไปก่อน“เดี๋ยวฝันนั่งแท็กซี่กลับค่ะ”“งั้นเอาอย่างนี้ไหม ภูลูกรีบไปธุระไหม แวะไปส่งหนูฝันที่บ้านก่อนได้ไหม” พระพายหันหน้าไปถามลูกชายที่นั่งหน้าตึงอยู่ เมื่อได้ยินแบบนั้นทอฝันก็รีบปฏิเสธทันทีเพราะไม่อยากนั่งรถไปกับภูวินทร์สองต่อสอง ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอจะรีบรับข้อเสนอทันทีเพื่อจะได้อยู่ใกล้ ๆ ภูวินทร์แต่ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้วเป็นไปได้เธอไม่อยากเข้าใกล้เข้าสักนิด“ไม่เป็นไรค่ะ ฝันกลับเองไ
หลังจากวันนั้นทอฝันก็มาดูแลมาอยู่เป็นเพื่อนและมาพูดคุยกับภูริตาทุกวันตามที่ทอฝันได้ลั่นวาจาไว้ว่าจะรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น“อ้าวหนูฝันมาแล้วเหรอ” พระพายทักทายทอฝันด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“สวัสดีค่ะคุณป้า ทานอะไรหรือยังค่ะ วันนี้ฝันทำอาหารมาให้คุณป้าด้วยนะค่ะ” ทอฝันทักทายพระพายด้วยน้ำเสียงสดใสพร้อมกับชูอาหารที่ทำมาเองกับมือให้พระพายดู“หนูฝันทำอาหารเป็นด้วยเหรอ ป้าไม่ยักรู้” พระพายมองทอฝันด้วยสายตาเอ็นดู“ฝันทำเป็นหลายอย่างเลยค่ะ” ส่วนใหญ่เป็นของที่ภูชอบทั้งนั้น ประโยคนี้ทอฝันได้แต่คิดในใจแต่ไม่กล้าพูดออกไป“งั้นป้าขอลองชิมหน่อยนะ”“ได้ค่ะ เดี๋ยวฝันไปเทใส่จานให้นะค่ะ”ภายในห้องทำงานของชั้นบนสุดของโรงแรมหรู ภูวินทร์นั่งอ่านเอกสารตรงหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“เอ่ออ เอกสารมีอะไรผิดพลาดหรือป่าวครับ” แทนไทถามออกไปเพราะเห็นภูวินทร์ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด“ไม่มี” ภูวินทร์ตอบกลับไปอย่างห้วน ๆ“วันนี้ตอนเย็นคุณภูมีนัดทานข้าวที่ร้าน....กับลูกค้านะครับ” แทนไทก้มมองตารางงานพร้อมเอ่ยบอกเจ้าหน้าที่ยังคงทำหน้าเคร่งเครียดเหมือนมีเรื่องอะไรในใจแต่บอกใครไม่ได้ยังงั้น“อืม มีอะไรอีกไหม”“ไม่มีแล้วครับ”“ถ้าไ
2 อาทิตย์ต่อมา ภูริตาถูกย้ายจากห้องปลอดเชื้อมายังห้องพักฟื้นของคนไข้ เนื่องจากหมอเห็นว่าน่าจะไม่มีอาการอะไรแทรกซ้อน“ริตาวันนี้เป็นยังไงบ้างลูก ดูสิอากาศข้างนอกดีมากเลยนะ” หลังจากที่ภูริตาย้ายมาอยู่ห้องพักฟื้นคนไข้พระพายก็จะมาหาภูริตาทุกวันเพื่อมาพูดคุย และหวังว่าสักวันภูริตาจะลืมตาตื่นขึ้นมาคุยกับเธอเหมือเมื่อก่อนหน้าห้องพักฟื้นของภูริตา ทอฝันยืนมองเข้าไปก็เห็นพระพายแม่ของภูริตานั่งคุยกับภูริตาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มราวกับว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงโต้ตอบบนสนทนากลับมาอย่างนั้น ทอฝันยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาที่ไหลลงมาอย่างไม่รู้ตัวกับภาพตรงหน้า ก่อนที่จะสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อเรียกกำลังใจของตัวเอง เพราะนี่เป็นวันแรกที่เธอจะได้เจอกับพระพายเพราะหลังจากที่เธอเจอภูวินทร์วันนั้นทอฝันก็ยังไม่มีหน้ามาพบกับครอบครัวนี้อีกเลยก๊อก ๆ ๆ ๆ“เข้ามาได้เลยค่ะ” ทอฝันยกมือขึ้นเคาะประตูเบา ๆ พร้อมกับเปิดเข้าไปด้านในหลังจากที่ได้ยินเสียงคนด้านเอ่ยอนุญาต“สวัสดีค่ะ คุณป้า ฝันมาเยี่ยมริตาค่ะ” ทอฝันยกมือไหว้พระพายพร้อมกับยื่นกระเช้าที่ซื้อมามอบให้กับพระพาย พระพายยื่นมือไปรับกระเช้าพร้อมกับส่งรอยยิ้มอบอุ่นไปให้ทอฝัน เ
ภายในห้องพักฟื้น ทอฝันค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียงแล้วก้าวลงอย่างช้า ๆ เนื่องจากยังรู้สึกเคล็ดขัดยอกอยู่ แต่ถึงกระนั้นทอฝันก็ลากเสาน้ำเกลือค่อย ๆ พยุงตัวเองเดินไปที่เคาน์เตอร์พยาบาล“สวัสดีค่ะ คนไข้ที่ชื่อ ภูริตา พิมุกเดชา พักอยู่ห้องไหนเหรอค่ะ”“สักครู่นะค่ะ คนไข้อยู่ ชั้น 7 ค่ะ”“ชั้น 7 มีห้องพักฟื้นด้วยเหรอค่ะ” ทอฝันขมวดคิ้วพร้อมกับถามออกไปเท่าที่เธอรู้ห้องพักฟื้นของโรงพยาบาลนี้มีตั้งแต่ชั้น 8 ไม่ใช่เหรอ“ชั้น 7 จะเป็นห้องปลอดเชื้อค่ะ” เมื่อได้ยินแบบนั้นหัวคิ้วทั้งสองข้างของทอฝันก็ยิ่งขมวดเข้าหากันมากขึ้น แต่กระนั้นก็ขอบคุณพยาบาลแล้วค่อย ๆ เดินไปที่ลิฟต์เพื่อลงไปที่ชั้น 7เมื่อลงลิฟต์มาถึงชั้น 7 ทอฝันก็เดินไปสอบถามพยาบาลว่าภูริตาพักอยู่ที่ห้องไหน หลังจากที่เดินมาถึงหน้าห้องที่พยาบาลบอก ทอฝันถึงกับตกใจทันทีเมื่อมองเข้าไปแล้วเห็นสภาพของภูริตาที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้“ทำไม” ทอฝันเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับขนนก“ตกใจเหรอที่เห็นสภาพของริตา” เสียงที่ดังมาจากทางด้านหลังทำให้ทอฝันต้องหันกลับไปมองก็พบว่าเป็นภูวินทร์ที่ยืมมองเธอด้วยสายตาที่ทอฝันเห็นรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก“มันเกิดอะไรขึ้น ท
ภายในห้องพักฟื้นแสงแดดอ่อน ๆ ที่สาดส่องเข้ามาในห้อง ทำให้ทอฝันที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ต้องขยับตัวเพื่อหนีแสงแดด“โอ้ยย” แค่เพียงขยับตัวทอฝันก็ต้องร้องออกมาเพราะรู้สึกระบบไปทั้งตัว“ฝันตื่นแล้วเหรอลูกเป็นยังไงบ้าง” คุณอิงดาวรีบเข้ามาดูทันทีที่ได้ยินเสียงของทอฝัน“คุณแม่” ทอฝันเอ่ยเรียกคนเป็นแม่เสียงแผ่ว“ฝันเป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหน ให้แม่เรียกหมอให้ไหม” คุณอิงดาวรีบถามทอฝันอย่างเป็นห่วงกลัวทอฝันจะมีอาการอย่างอื่นแทรกซ้อน“ฝันไม่เป็นอะไรมากค่ะ แค่ระบบตามตัว” หลังจากพูดจบทอฝันก็นึกขึ้นได้ว่าเธอไม่ได้ประสบอุบัติเหตุคนเดียวแต่ยังมีภูริตาอีกคนที่นั่งมาในรถกับเธอ“แม่ค่ะ แล้วริตาล่ะค่ะ ริตาเป็นยังไงบ้าง” เมื่อได้ยินทอฝันถามถึงภูริตาก็ทำให้คุณอิงดาวถึงกับเงียบลงพร้อมกับถอนหายใจออกมาน้อย ๆ เพราะเมื่อเข้าเธอเจอ คุณภารัน คุณพระพาย และภูวินทร์ ทำให้เธอได้รู้ว่าภูริตายังมีอาการโคม่าไม่รู้สึกตัวหลังจากที่ผ่าตัดไปเมื่อคืน เมื่อเห็นท่าทางของคนเป็นแม่ก็ทำให้ทอฝันใจคอไม่ดี“ว่าไงค่ะแม่ ริตาเป็นยังไงบ้างค่ะ” เมื่อได้ยินคนเป็นแม่เล่าอาการของภูริตาจบ น้ำตาของทอฝันก็ค่อย ๆ ไหลลงมาอย่างช้า ๆ เพราะความรู้สึกผิ
ภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชล แพทย์พยาบาลกำลังช่วยเหลือชีวิตคนไข้ที่พึ่งประสบอุบัติเหตุมา“หมอค่ะ เอายังไงดีค่ะ คนไข้รายนี้อาการไม่ดีเลยค่ะ” พยาบาลที่ขึ้นเวรวันนี้เดินมาหาคุณหมอที่ทำการดูแลอาการของคนไข้อีกคนที่ประสบอุบัติเหตุมาด้วยกัน“โอเค เดี๋ยวผมไป คนไข้รายนี้ไม่เป็นอะไรมาก คุณพยาบาลจัดการต่อเลยนะครับ” หลังจากพูดจบคุณหมอก็เดินไปดูคนไข้อีกรายที่อาการสาหัสกว่าคนไข้รายเมื่อกี้อยู่มาก“ได้ค่ะ”“คุณหมอค่ะ คนไข้ความดันต่ำมากค่ะ”“เตรียมห้องผ่าตัด” หลังจากประเมินอาการแล้วหมอหนุ่มมีความเห็นว่าต้องทำการผ่าตัดช่วยชีวิตคนไข้โดยด่วน เนื่องจากก่อนมาคนไข้เสียเลือดมาก ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้อาจจะอันตรายถึงแก่ชีวิตได้“ได้ค่ะ”“แล้วติดต่อญาติคนไข้ได้หรือยัง”“ติดต่อได้แล้วค่ะ ญาติกำลังมาค่ะ” หมอหนุ่มพยักหน้ารับพร้อมกับเดินออกไปเพื่อเตรียมตัวผ่าตัดคนไข้บริเวณหน้าห้องฉุกเฉิน ภารัน พระพาย และภูวินทร์ต่างก็รีบวิ่งมาหลังจากที่ได้รับรู้ว่าลูกสาวและน้องสาวเกิดอุบัติเหตุ“ลูกสาวผมเป็นยังไงบ้างครับ” ภารันรีบถลาเข้าไปถามคุณหมอที่เดินออกมาจากห้องฉุกเฉินทันที“ไม่ทราบว่าลูกสาวคุณชื่ออะไรครับ”“ภูริตาครับ ล







