Masukบทสนทนา ความสมบูรณ์ที่เรียกร้อง
ฉากยามค่ำคืนที่อบอุ่น ณ ห้องนั่งเล่นในบ้านคาร์เตอร์ที่ถูกบูรณะใหม่ อีธาน ลูกชายของพวกเขากำลังหลับอยู่ในห้อง ดีแลนและอีวานั่งอยู่บนโซฟาหน้าเตาผิง มีเพียงแสงสลัว ๆ จากเปลวไฟที่ส่องสว่าง
ดีแลน (จ้องมองเปลวไฟอย่างครุ่นคิด มือโอบไหล่อีวาไว้แน่น) เวลาผ่านไปเร็วจริง ๆ นะ อีวา... ผมจำได้ว่าเพิ่งจะซื้อผ้าอ้อมชุดแรกให้ลูกชายเมื่อวานนี้เอง
อีวา (พิงศีรษะกับไหล่เขาด้วยความรัก) ค่ะ เวลาบินไปเร็วมาก ตอนนี้อีธานก็สามเดือนแล้ว ดูสิคะว่าคุณเห่อเขาขนาดไหน... อดีตปีศาจของฉัน กลายเป็นคุณพ่อที่ร้องเพลงกล่อมลูกทั้งคืน
ดีแลน (ยิ้มอย่างอ่อนโยน) ผมไม่เคยรู้เลยว่าความรักที่บริสุทธิ์แบบนี้มันมีอยู่จริง... มันสอนให้ผมรู้จักความหมายของการ สละและ การให้ อย่างแท้จริง
อีวาคุณเปลี่ยนไปมากแล้ว ดีแลน... คุณได้ไถ่บาปตัวเองอย่างสมบูรณ์แล้วจริงๆ
ดีแลน(เลื่อนมือลงมากุมมือเธอไว้แน่น) ใช่ครับ ผมได้รับการไถ่บาปจากเธอ... และผมได้รับของขวัญที่วิเศษที่สุดในโลกคืออีธาน
(ดีแลนหยุดไปชั่วครู่ ลมหายใจของเขาหนักขึ้นเล็กน้อย)
ดีแลอีวา... ผมรู้ว่าเราเพิ่งเริ่มต้นกับอีธาน และมูลนิธิก็ยังต้องการเวลา... แต่...
อีวา (เงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างรู้ทัน) คุณอยากมีลูกอีกคนใช่ไหมคะ?
ดีแลน(สายตาเต็มไปด้วยความรักและความปรารถนา) ผมอยากให้บ้านของเราเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะมากกว่านี้ครับ ที่รัก ผมอยากเห็นคุณเป็นแม่ของลูกอีกครั้ง ผมอยากเห็นอีธานมีน้อง... และผมอยากสัมผัสถึงความสุขนี้... ความสุขที่ทำให้ชีวิตผม สมบูรณ์ อีกครั้ง
(เขาพูดคำว่า 'สมบูรณ์' ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ)
ดีแลน ผมรู้ว่าในอดีต ผมเคยพูดถึงการขยาย 'อาณาจักร' หรือ 'ความสำเร็จ'... แต่ตอนนี้... ผมรู้แล้วว่า ครอบครัวของเรา คืออาณาจักรเดียวที่ผมอยากจะขยาย ผมไม่ได้ต้องการทายาทเพื่อสืบทอดบริษัทที่ผมละทิ้งไปแล้ว... แต่ผมอยากได้ ความสุข เพิ่มเติมจากความรักที่เรามีร่วมกัน
อีวา(หัวเราะเบา ๆ แต่แฝงความสงสัยเล็กน้อย) อดีตซีอีโอผู้เหี้ยมโหด... ตอนนี้ร้องขอทารกเพิ่มจากภรรยาอย่างอ่อนน้อม... คุณแน่ใจนะคะว่าคุณจะไม่เริ่มทำ โครงการผ้าอ้อมและนมผงระยะที่สองขึ้นมาอีก?
ดีแลน (ยิ้มอย่างยอมจำนน) ผมสัญญาว่าจะไม่ทำคู่มือปฏิบัติการฉบับใหม่ครับ! ผมยอมรับแล้วว่าผมควบคุมทารกไม่ได้ และนั่นก็เป็นเรื่องที่ดีที่สุดในโลกนี้... ครั้งนี้ผมจะขอทำทุกอย่างด้วยหัวใจเท่านั้น
ดีแลน (จับมือเธอขึ้นมาจูบอย่างแผ่วเบา) ผมจะช่วยเธอทุกอย่าง เราจะแบ่งปันหน้าที่กันอย่างเท่าเทียมเหมือนที่เราทำอยู่ตอนนี้ ผมแค่... อยากเห็นคุณมีความสุขกับการเป็นแม่อีกครั้ง นางฟ้าของผม ผมอยากเห็นความรักของเราเบ่งบานในร่างของลูกเราอีกคน
อีวา (มองดวงตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจของเขา) การมีอีธานเปลี่ยนคุณไปอย่างสิ้นเชิงจริงๆ ค่ะ ดีแลน... และมันทำให้ฉันรักคุณมากขึ้นไปอีก
อีวาการตั้งครรภ์มันเหนื่อยนะคะ... แล้วมูลนิธิของเราก็กำลังไปได้สวย... แต่... (เธอลูบแก้มเขาอย่างรักใคร่)
อีวาเมื่อเห็นคุณเป็นพ่อ... เห็นความอ่อนโยนที่คุณมอบให้ลูกของเรา... มันทำให้ฉันรู้ว่าถ้าจะมีลูกอีกคน... ฉันก็อยากให้เป็นลูกของเรา
(เธอพูดด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยคำมั่นสัญญา)
ดีแลน(ดึงเธอเข้ามากอดอย่างดีใจ) ขอบคุณครับ อีวาขอบคุณสำหรับทุกโอกาส... และขอบคุณที่ทำให้ชีวิตผมมีแต่ความรักและไม่มีความเกลียดชังอีกต่อไปแล้ว
ดีแลนและอีวากอดกันแน่น
โนอาห์—การสร้างตัวตน (The Pursuit of Identity) เงาที่ต้องหลีกหนี (The Shadow to Evade)โนอาห์ แบล็กเวลล์ วัย 24 ปี เป็นแฝดคนหนึ่งที่แสดงความสามารถทางธุรกิจและเทคโนโลยีออกมาอย่างโดดเด่นตั้งแต่เด็ก เขามีความเฉียบขาด, มีสัญชาตญาณทางตลาด, และมีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จแบบ ดีแลน แบล็กเวลล์ แต่เป็นดีแลนในเวอร์ชันที่ทันสมัยและเร็วกว่าแต่สิ่งหนึ่งที่ โนอาห์ ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงคือ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ เขามองว่าการทำงานด้านการกุศลเป็นเหมือนการยืนอยู่ใต้ เงา ของความสำเร็จที่พ่อแม่สร้างไว้ โนอาห์ต้องการพิสูจน์ว่าเขาสามารถประสบความสำเร็จด้วย ชื่อของตัวเอง โดยปราศจากมรดกที่ถูกไถ่บาปเขาได้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีสตาร์ทอัพที่เชี่ยวชาญด้าน ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน (AI-Fi)ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โนอาห์สร้างมันขึ้นมาตั้งแต่ศูนย์ โดยปฏิเสธเงินทุนจากครอบครัวความขัดแย้งภายในความมุ่งมั่นที่จะหลีกหนีจากเงาของพ่อแม่ทำให้ โนอาห์ เริ่มแสดงนิสัยที่คล้ายกับ ลูคัส แบล็กเวลล์ ในอดีต: เขาหมกมุ่นอยู่กับการแข่งขัน, มองว่าการเข้าซื้อกิจการเป็น การทำสงคราม และเชื่อว่า ประสิท
กำแพงแก้วแห่งความคาดหวัง (The Glass Wall of Expectation)อีธาน แบล็กเวลล์ ในวัย 25 ปี เป็นบุตรชายคนโตและเป็นภาพสะท้อนที่สมบูรณ์แบบที่สุดของความรักที่ได้รับการไถ่บาปของ ดีแลน และ อีวา เขาสูงสง่า มีความสุภาพอ่อนโยน และมีแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจตามแบบฉบับของมารดา อีวาเขาเป็นผู้บริหารหลักของ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ และเป็นหัวหน้าโครงการยุติธรรมทางสังคม อีธานมีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลที่เฉียบคมเหมือนพ่อ แต่เขามักจะ ลังเล ที่จะตัดสินใจขั้นสุดท้ายด้วยตัวเอง เพราะความกลัวที่จะทำผิดพลาดอย่างรุนแรงความกลัวของอีธานอีธานไม่ได้กลัวความล้มเหลวทางธุรกิจ แต่เขากลัวที่จะ ทำลายมรดก แห่งความซื่อสัตย์ที่พ่อแม่สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก เขารู้ว่าความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยของเขาจะถูกตีความว่าเป็น เงาของตระกูลแบล็กเวลล์ ที่กลับมาหลอกหลอน ด้วยเหตุนี้ ชีวิตส่วนตัวของเขาจึงถูก แช่แข็ง ไว้ เขาไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ไม่เคยไปเที่ยวคลับ ไม่เคยทำอะไรที่เสี่ยงต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์เขามองเห็นความรักที่บริสุทธิ์ของพ่อแม่เป็นเหมือน งานศิลปะชั้นยอด ที่สมบูรณ์แบบเสียจนเขาไม่กล้าแตะต้องมัน จุดเริ่มต
สิบแปดปี ผ่านไปอย่างรวดเร็ว อีธาน, โนอาห์, และลินน์ แบล็กเวลล์ เติบโตขึ้นภายใต้แสงสว่างของ โรงเรียนกุหลาบขาว และหลักการของ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ พวกเขาคือภาพสะท้อนของความรักที่ได้รับการไถ่บาปของ ดีแลน และ อีวาแต่ความสมบูรณ์แบบที่พ่อแม่สร้างขึ้นกลับกลายเป็น กำแพง และ ความคาดหวัง ที่หนักอึ้งสำหรับคนรุ่นใหม่อีธาน (วัย 25 ปี) แบกรับภาระทางจริยธรรมของมูลนิธิ โนอาห์ (วัย 24 ปี) ใช้ความสามารถทางธุรกิจเพื่อสร้างชื่อเสียงของตัวเองให้ห่างจากเงาของพ่อแม่ และ ลินน์ (วัย 24 ปี) ค้นหาตัวตนที่แท้จริงในโลกของศิลปะเมื่อ ความลับจากอดีต ที่ถูกเก็บงำไว้ในยุคลูคัสถูกเปิดเผยอีกครั้ง และมี ตัวละครใหม่ ที่นำพาความเสี่ยงและความรักเข้ามาในชีวิตของพวกเขา ลูก ๆ ของดีแลนและอีวาจะต้องพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถสร้างความรักในแบบของตัวเองได้ โดยไม่ต้องอาศัยการไถ่บาปของคนรุ่นก่อน
โครงการสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่ หลังจากผ่านพ้นความท้าทายทางกฎหมาย จริยธรรม และความท้าทายในครอบครัว ดีแลน แบล็กเวลล์ และ อีวา ก็ตัดสินใจที่จะใช้เงินทุนทั้งหมดจาก กองทุนแอนนา แบล็กเวลล์เพื่อความยั่งยืนและทรัพย์สินส่วนตัวที่เหลือของดีแลนในการสร้างโครงการที่สำคัญที่สุด นั่นคือ "โรงเรียนกุหลาบขาว"โรงเรียนนี้ไม่ได้เป็นเพียงอาคารเรียน แต่เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ไม่แสวงหาผลกำไรสำหรับเด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา โดยเฉพาะเด็กที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการถูกชักจูงให้ทำผิดกฎหมายหรือขาดการชี้นำทางจริยธรรมปรัชญาของโรงเรียนโรงเรียนกุหลาบขาวจะเน้นการศึกษาที่ครอบคลุมสี่ด้านหลัก จริยธรรมและการไถ่บาปสอนความซื่อสัตย์ ความเห็นอกเห็นใจ และการรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ศิลปะและการบำบัด ใช้ดนตรี ศิลปะ และการเขียนเป็นเครื่องมือในการเยียวยาบาดแผลทางอารมณ์ ความยั่งยืน การสอนเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อโลก (จากกองทุนแอนนา) ความรู้ทางธุรกิจที่รับผิดชอบ การสอนพื้นฐานทางเศรษฐกิจและการเงินภายใต้หลักการความยุติธรร การมีส่วนร่วมของลูก ๆ (The Children's Contribution)การสร้างโ
เสียงกระซิบจากโลกภายนอก (Whispers from the Outside World)อีธาน แบล็กเวลล์ในวัยเจ็ดขวบ ไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาอีกต่อไป เขาเป็นเด็กชายที่ช่างสังเกต, มีความรู้สึกอ่อนไหว, และมีความคิดที่ซับซ้อนตามแบบฉบับของ อีวา ผู้เป็นแม่ เขากำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนประถมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเพื่อนร่วมชั้นหลายคนที่มีพื้นเพมาจากครอบครัวชนชั้นสูงที่เคยรู้จักหรือเป็นคู่แข่งทางธุรกิจของตระกูลแบล็กเวลล์ในอดีตแม้ว่า ดีแลนและอีวาจะพยายามปกป้องลูก ๆ จากเงาของอดีต แต่กำแพงของบ้านก็ไม่สามารถกั้นคำพูดของคนภายนอกได้วันหนึ่ง อีธาน กลับมาถึงบ้านจากโรงเรียนด้วยสีหน้าที่เงียบผิดปกติ เขานั่งเล่นอยู่เงียบๆ ในห้องนั่งเล่น โดยมีหนังสือเล่มโปรดอยู่ในมือแต่ไม่ได้เปิดอ่าน ดีแลน สังเกตเห็นความผิดปกตินั้น และรู้ทันทีว่ามีบางอย่างที่รบกวนจิตใจของลูกชายอีธาน รอจนกระทั่ง โนอาห์ และ ลินน์ เข้านอนแล้ว เขาเดินเข้าไปหา ดีแลน ซึ่งกำลังนั่งตรวจเอกสารของมูลนิธิอยู่หน้าเตาผิงอีธาน (พูดด้วยเสียงเบาและสั่นเครือ) "คุณพ่อครับ... วันนี้เพื่อนที่โรงเรียนถาม อีธานว่า... คุณปู่ลูคัส... เป็นคนไม่ดีใช่ไหมครับ?"คำถามนั้นเหมือนเป็นระเบิดเวล
ความท้าทายด้านจริยธรรมในมูลนิธิ (The Ethical Crossroads)หลังจากที่ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ ได้รับความเชื่อถืออย่างสูงจากการเปิดโปงและจัดการกับมรดกที่ถูกซ่อนไว้ของ แอนนา แบล็กเวลล์ องค์กรก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นที่รู้จักในฐานะผู้พิทักษ์ความยุติธรรมแต่ชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้นก็นำมาซึ่งความท้าทายที่ยากจะปฏิเสธ วันหนึ่ง มูลนิธิได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือจาก มาร์คัส เคนอดีตซีอีโอของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนรายหนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวหาว่า ฉ้อโกง และ ปั่นราคาหุ้น ซึ่งทำให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวนมากต้องประสบกับความสูญเสียมาร์คัส เคนไม่ได้มาขอความช่วยเหลือเพื่อต่อสู้คดีในศาล แต่มาพร้อมกับ การสารภาพผิดอย่างสมบูรณ์และข้อเสนอที่ไม่เคยมีมาก่อน: เขาจะ มอบทรัพย์สินส่วนตัวเกือบทั้งหมด (ประมาณ 80% ของทรัพย์สินทั้งหมดของเขา) คืนให้กับเหยื่อและสังคม โดยมีเงื่อนไขว่ามูลนิธิฯ ต้องให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่เขาในการเจรจาโทษกับทางการ ซึ่งรวมถึงการขอโอกาสในการ ไถ่บาป ด้วยการทำงานเพื่อสังคมหลังจากพ้นโทษข้อเสนอของมาร์คัสทำให้บอร์ดบริหารของมูลนิธิและ ดีแลนกับ อีวา ต้องเผชิญกับทางแยกที่ยากลำบากที่สุดนับต







