Se connecter“ซี๊ดดดดดด”ผมซู๊ดปากขึ้นเมื่อมือนุ่มๆอุ่นๆได้สัมผัสกับแผงอกที่เต็มไปด้วยหมัดกล้ามที่เปลือยเปล่าของผมแล้วนิ้วเรียววนยอกเย้าไปกับหัวนมของผมทั้งสองข้างอย่างยั่วยวนตอนนี้ลำกายใหญ่ของผมได้ขยายตัวตื่นขึ้นมาแล้ว
“อ๊าาาาาห์”และผมต้องครวญครางขึ้นมาอีกครั้งเมื่อปลายจมูกของเธอแนบชิดไปกับต้นคอของผมและลากปลายจมูกพร้อมสูดดมต้นคอของผมไปด้วย “อื้อออออ”ผมกัดริมฝีปากล่างอย่างนึกหมั่นเขี้ยวเมื่อมือนุ่มของเธอได้ไตร่ลงมาถึงลำกายใหญ่ของผมแล้วและเธอก็จัดการลูบไล้ลำกายใหญ่ของผมผ่านกางเกงผ้าเนื้อดีของผม “พร้อมแล้วหนิคะลูคัส”เสียงทั้งหวานทั้งกระเส่าของเธอกำลังทำให้ผมตกอยู่ในภวังค์ของยาเสพติดที่ทำให้ผมมีความสุขไปชั่วขณะ ภาพของผู้หญิงคนหนึ่งค่อยๆลอยเข้ามาในความคิดของผม ใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มของเธอทำให้ผมเผลอยิ้มตาม “นิดา”ผมพึมพำชื่อของผู้หญิงเจ้าของใบหน้าในความคิดของผม พรึบ “ใครคะนิดา!!”นาตาชาผลักร่างของผมออกจากเธออย่างแรงทำให้ผมตื่นจากภวังค์ทันที ผมหันขวับกลับไปมองหน้าเธอตาเขี้ยวปัดพร้อมจะระเบิดแล้วอารมณ์ผมในตอนนี้ “คุณกำลังนอกใจชาเหรอคะ? ”เธอมองผมด้วยแววตาสั่นไหวแววตาของเธอมันเต็มไปด้วยความหึงหวงชนิดที่รุนแรงมาก ผมก็มองหน้าเธอและจัดการติดกระดุมเสื้อของผมไปด้วย “ทำไมคุณถึงไม่พูดกับชาละคะ” “ผมว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ”ผมพูดเสียงเรียบใส่เธอ เธอก็มองหน้าผมพลางมองผมด้วยแววตาสั่นไหวเธอกำลังจะบีบนำ้ตาใส่ผมอย่างงั้นเหรอ บังเอิญว่าผมไม่ใช่ผู้ชายที่แพ้นำ้ตาผู้หญิงว่ะ ยิ่งมารยาผู้หญิงนี้ไม่ต้องพูดถึงผมไม่หลงกลเด็ดขาด!! “แต่ชาไม่ยอมนะคะ..ชารักคุณคะชาอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ”เธอว่าพร้อมกับวิ่งเข้ามาสวมกอดเอวผมจากทางด้านหลังในขณะที่ผมกำลังจะเดินออกจากที่ตรงนั้น พรึบ “แต่ผมอยู่ได้......ถ้าไม่มีคุณ”ผมพูดเสร็จก็พยายามแกะมือของเธอออกจากเอวสอบของผมอย่างนึกรำคาญที่เธอตื้อผมจนน่าเบื่อไม่เคยมีใครกล้ายุ่มย่ามกับผมได้ถึงเพียงนี้เลย “ชารักคุณนะคะลูคัส” “รักอะไรในตัวผมเหรอ? ”คำถามของผมทำให้คนด้านหลังเงียบไปเลย และมือของเธอก็ค่อยๆคลายกอดจากผมลง ผมก็กระตุกยิ้มที่มุมปากขึ้น เธอคงจะรักเงินผมหรือไม่ก็รักความเลวของผมสินะ ผมเลวมากและผมก็เคยส่งเธอไปโดนรุมโทรมด้วยนะเธอยังจะรักผมอยู่อีกอย่างงั้นเหรอ “เงินผมเหรอ? ” “เท่าไหร่ดีล่ะถึงจะทำให้คุณหายไปจากชีวิตของผมได้” “ละลูคัส”เสียงสั่นเครือของเธอไม่ได้ทำให้ผมนึกสงสารเธอแต่อย่างใดซึ่งกลับกันทำให้ผมนึกสมเพชเธอมากกว่าที่พร่ำบอกว่ารักผมอย่างนู่นอย่างนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอยอมนอนกับผม คนบ้าอะไรจะรักกันแค่เพียงเจอหน้ากันไม่ถึงสิบนาทีเนี่ยนะ “ผมมีสองทางให้คุณเลือก”ผมบอกเธอและผละออกมาจากเธอเดินตรงไปยังโต๊ะนั่งทำงานของผม เธอก็ค่อยๆเดินมาหาผมมือทั้งสองข้างของเธอกุมกันไว้สายตาจับจ้องมองมาที่ผม พรึบ “ละลูคัส!”เธอเรียกผมเสียงกระตุกเมื่อสายตาของเธอสบเข้ากับวัตถุสีดำที่ผมหยิบออกมาจากลิ้นชักใต้โต๊ะของผมขึ้นมาวางลงตรงหน้าเธอ “ทางเลือกที่หนึ่งคือคุณเดินออกไปจากชีวิตผมพร้อมกับเงินสดตามจำนวนที่คุณต้องการและทางเลือกที่สองคือออกไปจากชีวิตผมโดยถาวรและไม่ได้อะไรกลับไปเลยสักอย่างเดียว”ผมว่าพลางลูบนิ้วลงไปที่ปลายกระบอกปืนพกด้วยสายตาหลงใหลหวานเยิ้มตามฤทธิ์ของยาที่ผมเสพและจัดการหยิบปืนขึ้นมาชักเพื่อเตรียมพร้อมจะลั่นไก ใครจะว่าผมเลวก็เชิญเพราะผมชอบคำนั้น ยิ่งเลวมากเท่าไหร่ยิ่งดี “นับ1” “2” “3” “4”ผมนับเลขอย่างช้าๆ เธอก็ทำสายตาเลิ่กลั่กเพราะเธอเสียดายชีวิตที่สุขสบายสินะ “5” “6”ผมยกปืนสั้นขึ้นเล็งปลายกระบอกปืนไปทางเธอตรงกับหน้าอกของเธอพอดิบพอดี ระยะห่างแค่นี้ผมไม่พลาดแน่ “ชาขอเลือกทางที่หนึ่งค่ะ!!”เธอตอบผมมาพร้อมกับหลับตาปี๋ ผมก็กระตุกรอยยิ้มและหยิบเช็คเงินสดขึ้นมา “กี่บาท? ” “ยะยี่สิบล้านค่ะ” “ผมให้ห้าสิบล้าน”ผมพูดไปพร้อมกับเซ็นเช็คไปด้วย พรึบ “ขะขอบคุณค่ะ"เธอเอื้อมมือมาหยิบเช็คไปพร้อมกับเอ่ยขอบคุณผมด้วยท่าทางกลัวๆ ผมก็ไหวไหลเล็กน้อยให้เธอและทำท่าให้เธอออกไปจากห้องผมได้แล้ว เธอก็ค่อยๆเดินออกไปจากห้องผม ผมก็เลิกมองแผ่นหลังของเธอและเอนหลังพร้อมกับหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า ผมเลวพอรึยัง หรือผมต้องฆ่านาตาชาด้วยรึเปล่าถึงจะเรียกว่าผมเลว….“มองหน้าเจ๊แบบนี้…มีอะไรจะถามรึเปล่าจ๊ะ?”เธอมองฉันอย่างรู้ใจ ฉันก็ยิ้มให้เธอและยื่นมือไปจับมือเธอมากุมไว้และมองเธอด้วยสายตาเศร้าหมองเพราะฉันต้องการใครสักคนชี้ทางออกให้ฉันสักที“เจ๊เคยแอบรักใครไหมคะ?”“แอบรักเหรอคะ?”เธอว่าพลางมองหน้าฉันอย่างสงสัย“อย่าบอกนะคะ..ว่าคนอย่างน้องเจแอบรักผู้ชาย….โอ้มายก๊อด!!”เธอว่าอย่างตกใจพลางยกมืออีกข้างขึ้นมาปิดปากตัวเอง“ทำไมเหรอคะ?”ฉันกระพริบตาถี่รัว“ผู้หญิงสวยๆแบบคุณน้องเนี่ย…ต้องมีแต่ผู้ชายมาต่อแถวให้เลือกสิคะถึงจะถูก”พี่เขาว่าอย่างติดตลกเหมือนเธอจะไม่เชื่อว่าฉันกำลังแอบรักใครสักคนอยู่จริงๆ“นั้นสินะคะ^\^”ฉันยิ้มกว้างออกมาและปล่อยมือเจ๊แกให้เป็นอิสระและหันไปส่องกระจกต่อและยิ้มให้กับตัวเอง ฉันเป็นผู้หญิงแกร่ง ฉันเป็นผู้หญิงเก่ง ฉันเป็นผู้หญิงอึด ฉันจะลงแข่งให้เต็มที่จนสุดแรงถ้ามันไม่ไหวจริงๆฉันจะยอมถอยและเดินออกไปจากสนามเอง......“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้านะคะน้องเจ^_^”“ค่ะ^_^”ฉันเดินตามเจ๊ไปที่ห้องแต่งตัวก็พบกับบิกีนี่สีขาวถูกแขวนไว้อย่างเป็นระเบียบ บิกีนี่ที่ฉันจะใส่ในวันนี้ก็คือ เกาะอกที่ปิดแค่ส่วนหน้าอกและกางเกงก็ปิดแค่จิมิโชว์เนินก้นทั้งสองข้าง ฉันยิ้มห
“อย่างเธอเนี่ยนะ….กินไปสองจานยังไม่อ้วนเลยมั้ง”“อ้วนสิค่ะ….พุงยื่นออกมาหน้าอายตายเลย”ฉันว่าอย่างกลัวและนึกจินตนาการถึงตอนที่ฉันเคยอ้วนและใส่บิกีนี่เล่นน้ำที่สระของสถานที่ท่องเที่ยวผู้คนต่างพากันหัวเราะเยาะฉันและล้อฉันกันใหญ่เลย นั่นยิ่งทำให้ฉันเลิกอ้วนและหันมาออกกำลังกายอย่างหนักไม่กินข้าวกินแต่น้ำและออกกำลังกายอย่างเดียวจนร่างกายไม่ไหวช็อคหมดสติเข้าโรงพยาบาลไม่รู้ตั้งกี่รอบแหนะ^_^ กว่าจะสวยมันไม่ง่ายเลยจริงๆนะ“อ้วนๆสิน่ารักจะตาย^_^”“น่ะน่ารักจริงเหรอคะ?”ฉันถามพี่ลูคัสไปอย่างอึ้งๆที่พี่ลูคัสบอกว่าคนอ้วนน่ารัก^///^“น่ารักเหมือนพะยูนเกยตื้นน่ะสิฮ่าๆๆๆๆๆ”เสียงหัวเราะและหน้าตานั้นน่าเอาอะไรยัดซะจริงๆคนบ้า!15:50น.โรงแรม VV VIP…เจแปน เจติมา…..“คุณเจติมาใช่ไหมคะ?”“ใช่ค่ะ”“เชิญทางด้านนี้ค่ะ…”“ค่ะ”ฉันรับคำพนักงานแล้วก็เดินตามหลังเธอที่นำทางเพื่อจะพาฉันไปยังห้องแต่งตัวสินะ ตอนนี้ฉันอยู่ที่โรงแรมVV VIPโรงแรมหรูหราระดับห้าดาวที่ดูเหมือนเพิ่งจะเปิดตัวได้ไม่นานอยู่ในช่วงโปรโมทด้วยล่ะมั้งที่นี้มีหลายชั้นมาก ซึ่งฉันเองก็รู้จำนวนชั้นไม่แน่นอนเพราะไม่ได้ดูเลย และที่เขาเลือกที่นี้ให้เป็นงานโช
“งั้นพี่ลูคัสรอเจตรงนี้นะคะ….เดี๋ยวเจไปบอกป้าแม่บ้านก่อน”“เพิ่งมา….ทำไมรู้ว่าที่นี้มีแม่บ้าน?”“ก็เห็นชั้นนี้ทั้งชั้นเป็นห้องพักเหมือนพวกโรงแรม….เลยคิดว่าต้องมีคนคอยทำอาหารอยู่แน่ๆเลยค่ะ^_^" “อืม….ก็ฉลาดดีหนิ”นี่เป็นคำชมใช่ไหม?“เจไปก่อนนะคะ”ฉันว่าและเดินออกมาทันทีหลังจากได้รับคำอนุญาตจากพี่ลูคัสแล้ว ฉันก็เดินออกมาจากห้องมุ่งหน้าไปยังลิฟต์แต่ในจังหวะนั้น ห้องแรกข้างลิฟต์ก็ถูกเปิดออกพร้อมกับชายชุดดำสองคนที่หิ้วปีกของผู้หญิงที่สภาพเละเทะผมเผ้ารุงรังเนื้อตัวมีแต่รอยถลอกจากการถูกซ้อมแน่ๆฉันมั่นใจ ที่นี้มันคือที่อะไรกันแน่ ซ่องที่ที่มอบความสุขทางเพศหรือที่ปลดปล่อยอารมณ์ของผู้ชายที่คิดจะทำอะไรกับผู้หญิงก็ได้อย่างงั้นเหรอพรึบชายสองคนนั้นหิ้วร่างของผู้หญิงผ่านหน้าฉันไปลงลิฟต์อีกตัวฉันมองจนพวกนั้นเข้าลิฟต์ไปและฉันถึงกดเรียกลิฟต์และเดินเข้าไปในลิฟต์เพื่อลงไปยังชั้นล่างเพื่อนำอาหารไปให้พี่ลูคัส“ห้องครัวอยู่ทางไหนคะ?”ฉันเอ่ยถามชายชุดดำที่ยืนตรงนิ่งอยู่ที่หน้าลิฟต์ เขาไม่ได้ตอบฉันแต่ชี้นิ้วไปทางทิศซ้ายของไนต์คลับที่นี้ ฉันก็พยักหน้ารับรู้และเดินไปตามทางที่เขาชี้ไปสายตาก็ไล่มองป้ายชื่อห้องไปด้
“พี่ลูคัสคะ!”ฉันร้องเสียงหลงพลางจับแก้มของเขาและตบเบาๆเพื่อเรียกสติเขาแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะเขาหมดสติไปแล้ว สงสัยเขาเพิ่งฟื้นจากอาการน็อคยาสินะเพราะที่มือของเขายังคงมีสายน้ำเกลือที่ตอนนี้มีเลือดสีแดงสดไหลย้อนกลับขึ้นไปกับน้ำเกลือ“แกทำอะไรของแกเจแปน!”ฉันพูดอย่างนึกโมโหตัวเองและลุกขึ้นออกมาจากเตียงนอนของเขาและจัดการทำสายน้ำเกลือให้อยู่ในท่าทีดีกว่านี้และทำให้เลือดมันไหลย้อนกลับมาและไปหยิบผ้าเช็ดตัวและน้ำเย็นหน่อยๆมาเช็ดร่างกายของพี่ลูคัสที่นอนแน่นิ่งไม่ไหวติ่งอะไรทั้งสิ้น ยิ่งมองฉันก็ยิ่งสงสารและในจังหวะนั้นที่ฉันกำลังจะยกแขนข้างขวาของเขาออกก็พบกับรูปถ่ายของเด็กวัยรุ่นผู้ชายกับเด็กวัยรุ่นผู้หญิงสองคนที่นั่งยิ้มให้กล้องอยู่ เด็กวัยรุ่นสองคนนั้นคือพี่ลูคัสกับพี่ดาเมื่อตอนที่เขายังเรียนที่โรงเรียนมัธยมด้วยกันพรึบฉันเอื้อมมือไปหยิบรูปแผ่นนั่นมาก็เห็นเข้ากับข้อความที่ถูกเขียนด้วยลายมือหยิกๆชุ่ยๆว่า ‘เราจะรักกันตลอดไป’ ลูคัส…..รัก…..นิดา“เราจะรักกันตลอดไปอย่างงั้นเหรอ?”ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าพี่ลูคัสและร้องไห้ออกมาและก็มีนำ้ตาไหลรินออกมาจากดวงตาคู่สวยของเขาทั้งสองข้างเหมือนเขา
“ค่ะ…..ขอบคุณนะคะ”ฉันยกมือไหว้ขอบคุณอาเชา“พรุ่งนี้เจอกันที่โรงแรม”อาเชารับไหว้ฉันและเอ่ยเตือนการนัดหมายของเราในวันพรุ่งนี้ ฉันพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจและเดินออกมาจากร้านหรูนั่นอย่างไว โดยมีบอดี้การ์ดเดินคุมหน้าและคุมหลังฉันมา เขาเปิดประตูรถตู้คันสีดำเงาให้ฉันขึ้นไป ฉันก็เดินขึ้นไปและมีคนปิดประตูรถให้เสร็จสรรพและรถก็เคลื่อนตัวออกมาจากที่นั่นมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่พี่ลูคัสอยู่ ซึ่งไนต์คลับของเขาใช่ที่ที่ฉันเจอเขาครั้งแรกรึเปล่าก็ไม่รู้“คุณลูคัสอยู่ที่นี้ครับนายหญิง”เสียงสุภาพเอ่ยขึ้นหลังจากที่รถคันหรูนี้จอดลงที่หน้าตึกสีดำสนิทสามชั้นที่ที่นี้ถูกตกแต่งไว้อย่างหรูหราและมันไม่ใช่ที่เดียวกับที่ฉันไปเจอพี่ลูคัสครั้งแรก“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง”ฉันเอ่ยขอบคุณคนขับรถและค่อยๆเดินลงจากรถลงมาที่มีคนคอยเปิดประตูรถให้อยู่“นายลูคัสนอนอยู่ที่ห้องพักชั้นสามครับนายหญิง”เมื่อฉันเดินเข้ามาในตัวของอาคารก็มีชายชุดดำเอ่ยขึ้น ฉันพยักหน้าเข้าใจและเดินตามแผ่นหลังของเขาขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นสามเมื่อประตูลิฟต์เปิดออกก็พบกับประตูห้องมากมายที่อยู่ที่ชั้นนี้ ที่นี้ไม่ใช่ที่ที่ฉันมาเมื่อครั้งก่อนแต่ที่นี้มันคือไนต์คลับสถาน
“เขาไม่เคยหายไป....ในเวลาที่ฉันมองไปทางไหนก็จะมีแต่เขาอยู่”“เหอะ!ทำใจไว้บ้างก็ดีนะ…เพราะเท่าที่ฉันดู..เขาไม่ได้รักหรือให้ความสนใจในตัวของเธอเลยสักนิด..เจแปน”นี่เป็นการซ้ำเติมให้ฉันคิดได้สักที ฉันอยากจะหันไปขอบคุณพี่ดาที่ชี้ทางสว่างให้กับชีวิตของฉันแต่ฉันก็ทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะงานของฉันยังไม่เสร็จ“ซืดดดด”ฉันเอามือมาเช็ดน้ำตาและคราบน้ำตาให้ออกไปจากใบหน้าของตัวเองพร้อมกับสูดขี้มูกกลับเข้าไปในรูจมูกและพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองและยิ้มให้กำลังใจตัวเอง ฉันเคยผ่านเรื่องเลวร้ายกว่านี้มาตั้งเยอะ เรื่องแค่นี้ชิวๆๆสบายๆๆอยู่แล้ว^_^พรึบ“เหรอคะ?”ฉันทำน้ำเสียงที่คิดว่าสดใสมากที่สุดใส่พี่ดาไป เธอเองก็มีสีหน้าที่ตกใจว่าคำพูดของเธอทำอะไรฉันไม่ได้ “ถ้าเกิดว่าพี่ลูคัสเขายังรักคุณอยู่แล้ว….คุณล่ะคะยังรักเขาอยู่ไหม?”“เธอรู้เรื่องของฉันได้ยังไง?”พี่ดามองหน้าฉันอย่างสงสัยและร้อนรน เธอคงกลัวว่าฉันจะนำเรื่องนี้ไปบอกอาเชาสินะ ซึ่งฉันไม่ใช้วิธีขี้โกงแบบนั้นแน่นอน“เอาเป็นว่าคุณไม่ต้องสงสัยว่าฉันรู้เรื่องของคุณกับพี่ลูคัสได้ยังไง…แต่ฉันไม่บอกเรื่องนี้กับคนอื่นแน่นอน…แค่คุณตอบคำถามของฉันก็พอ….ว่าคุณ”“ยังร
“ก็แค่เดินแบบชุดโป๊ๆ…ให้พวกอีเสี่ยลงพุงหน้าโง่จับจ้องและจับต้องไม่ต่างจากพวกอีตัว”เสียงกระแหนะกระแหนดังขึ้นจากทางด้านหลังของฉัน ฉันที่ยืนล้างมืออยู่ที่อ่างล้างมือก็เงยหน้าขึ้นไปมองในกระจกก็เห็นพี่ดายืนกอดอกมองฉันอยู่ ใบหน้าของเธอบ่งบอกว่าเธอไม่ได้เป็นมิตรกับฉันเลยสักนิด“นั่นคืองานของฉันค่ะ….ซึ่งฉั
ตื๊ดดดดดดด~เจแปน~ผมกดเบอร์โทรหาเจแปนเพื่อจะไปหาเธอให้เธอไล่ความทรงจำและความหวานของนิดาออกไปจากความคิดและใจของผม แต่ก็ไม่มีคนรับสาย ผมพยายามโทรหาเธออีกหลายครั้งมากแต่ก็เหมือนเดิม โทรติดแต่ไม่มีคนรับ ไม่รู้ว่าเธอไปไหนพรึบ ปึกตุ๊บ“โถ่เว้ย!!”ผมเขวี้ยงสมาร์ทโฟนเครื่องหรูทิ้งอย่างหงุดหงิดและเบนพวงม
(ก็บัตรที่ลูกรูดอยู่มันของเป็นป๊าหนิฮ่าๆๆ)“อ้าวหนูลืมเลยถึงว่าเวลาเซ็นชื่อพนักงานมองหน้าหนูแปลกๆเพราะนามสกุลปลอมที่คุณป๊าให้หนูใช้นี่แหละค่ะ”ฉันว่าอย่างติดตลกและเราสองคนพ่อลูกก็คุยกันเรื่อยเปื่อยตามประสาพ่อลูก ที่พ่อเลี้ยงฉันตามใจเหมือนพี่ชายมากกว่าพ่ออีก เพราะพ่อของฉันต้องเป็นทั้งพ่อและแม่ให้ฉันท
วันต่อมากรุงเทพมหานคร…..13:30น.คอนโดเจแปน….เจแปน เจติมา……ตอนนี้ฉันมาถึงกรุงเทพแล้วด้วยเครื่องบินส่วนตัวของพี่ลูคัส ฉันโทรไปหาพี่ลูคัสแต่เขาก็ไม่รับสายฉันไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันแต่ฉันจะโทรรายงานคุณป๊าก็ไม่ได้เพราะที่นี้เป็นคอนโดที่พี่ลูคัสซื้อให้ฉันอยู่ ซึ่งฉันคิดว่าที่นี้ต้องมีเครื่องดักฟังอยู่







