Masukบทที่2
อารมณ์ชั่ววูบ
เอยรีบขับรถกลับถึงวิลล่าในเวลาไม่นานนัก หัวใจของเธอเต้นระรัวเมื่อเห็นรถหรูจอดสนิทอยู่ที่หน้าบ้าน... คุณอรรถมาจริงๆ และเขายังไม่กลับ!
"คุณคราม..." เอยเรียกชื่อบอดี้การ์ดคนสนิทของอรรถกรด้วยเสียงสั่นเครือ สภาพของเธอในตอนนี้ดูไม่จืด ผมเผ้ายุ่งเหยิง ขอบตาเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบมาสคาร่าจากการร้องไห้อย่างหนักเมื่อคืน ครามมองสภาพของเอยแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความหนักใจ
หากคนข้างในเห็นสภาพนี้เข้า... พายุลงแน่ๆ
"เข้าไปเถอะครับ คุณอรรถรออยู่" ครามเอ่ยเสียงเรียบ
"คะ... ค่ะ" เอยรับคำอย่างเกร็งๆ
"แต่คุณเอยแน่ใจนะครับ... ว่าจะเข้าไปพบนายด้วยสภาพนี้?"
"สภาพเอยมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอคะ?" เอยถามกลับอย่างซื่อๆ พอครามพยักหน้ายืนยัน เธอจึงรีบวิ่งไปส่องกระจกรถพรางอุทานในใจด้วยความตกใจ รีบล้วงทิชชูเปียกออกมาเช็ดคราบมาสคาร่าตามขอบตาอย่างลนลาน
"เช็ดพอหรือยัง?"
มือบางชะงักกึกเมื่อเสียงเข้มอันคุ้นเคยดังขึ้นจากเบื้องหลัง...
"คุณอรรถ..." เอยลอบกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก พลันหันไปมองร่างสูงโปร่งเจ้าของส่วนสูง 190 เซนติเมตร เขากำลังยืนกอดอกพิงขอบประตู มองตรงมาที่เธอด้วยสายตาเย็นเยียบ
"เข้ามา!"
มือของเอยตกลงข้างกายอย่างอ่อนแรงสิ้นท่าเมื่อสิ้นเสียงคำสั่งเฉียบขาด เธอเดินก้มหน้าตามหลังเขาเข้าบ้านไปเงียบๆ จนกระทั่งร่างสูงหยุดยืนอยู่กลางห้องโถง เอยก็ชะงักฝีเท้าลงทันที ความเงียบที่ปกคลุมอยู่ทำให้เธอหวาดกลัว รังสีคุกคามที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันรุนแรงจนเธอแทบหายใจไม่ออก
"คุณอรรถ... เอยอธิบายได้นะคะ เอยอยู่กับนะโมจริงๆ"
"..."
"อย่าเงียบแบบนี้ได้ไหมคะ..." เธอพึมพำพลางบีบสายกระเป๋าในมือแน่น เหงื่อเริ่มซึมตามไรผมทั้งที่เครื่องปรับอากาศทำงานจนเย็นฉ่ำ
"ผมคงใจดีกับเอยเกินไปสินะ"
"คะ?" เอยเงยหน้ามองร่างสูงที่หันกลับมาประจันหน้า สายตาของเขาเต็มไปด้วยความคาดโทษ
"ในขณะที่เอยควรสำนึกผิดและอยู่ที่บ้านเงียบๆ แต่เอยกลับไปดื่มเหล้าจนเมามายค้างคืนค้างอ้างแรมข้างนอก!"
"แต่เอยรายงานคุณอรรถแล้ว... และเอยก็ไม่ได้ไปที่อโคจรที่ไหนเลยนะคะ เอยอยู่กับเพื่อน..."
"หึ! ดีนี่... เดี๋ยวนี้กล้าเถียงงั้นเหรอ?"
"เอยเปล่าเถียงนะคะ เอยแค่จะบอก..."
"เหลิง! คิดว่าผมเลี้ยงดูเอยมาสามปี เพราะผมไม่กล้าทิ้งเอยงั้นสิ? คงคิดในใจใช่ไหมว่าตัวเองสำคัญพอที่จะควบคุมผมได้ ถึงได้กล้าทำอะไรตามใจชอบแบบนี้!"
เอยส่ายหน้าพรืด เธอไม่เคยคิดทะเยอทะยานไปถึงขั้นนั้นเลยสักครั้ง
"เอยไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะคะ"
"รู้ไหม... ว่าเอยทำให้ผมเริ่มรู้สึก 'เบื่อ' มากขึ้นทุกวัน!"
เบื่อ ...
คำว่า 'เบื่อ' เพียงคำเดียวเหมือนมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจ เอยอึ้งไปครู่ใหญ่จนหาเสียงตัวเองแทบไม่เจอ
"เอยเริ่มดื้อ เริ่มขัดคำสั่ง จนผมชักไม่แน่ใจแล้วว่าวันหนึ่งเอยจะสร้างปัญหาให้ผมจริง ๆหรือเปล่า!"
ความเจ็บปวดเสียดแทงลึกเข้าไปในทรวงอก เอยฝืนยิ้มทั้งน้ำตา ความน้อยใจที่สะสมมานานบวกกับแอลกอฮอล์ที่ยังคงเหลือ ทำให้อารมณ์ชั่ววูบเข้าครอบงำ เธอหลุดคำพูดที่ไม่ควรพูดออกมา
"ถ้าคุณอรรถเบื่อเอย... ถ้าคิดว่าเอยจะเป็นปัญหา... งั้นคุณอรรถก็ยุติความสัมพันธ์บ้าๆ นี่สักทีสิคะ!"
"อย่ามาท้าทายผมนะเอย!"
อรรถกรพุ่งตัวเข้ามาบีบแขนเรียวเล็กของเธอไว้แน่นด้วยโทสะที่ระเบิดออกมา เอยเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว พยายามแกะมือหนาที่แข็งราวกับคีมเหล็กนั้นออก
"เอยเจ็บนะ! ปล่อยเอย!"
"เจ็บสิดี! จะได้จำว่าควรทำตัวยังไง!"
เอยจ้องมองใบหน้าที่เคยหล่อเหลาบาดใจของคนตรงหน้าด้วยความเจ็บแสบพอกัน ตอนแรกเธอแค่อยากประชดที่เขาใจร้าย แต่ตอนนี้ความอดทนมันสิ้นสุดลงแล้วจริงๆ
"เอยเองก็เบื่อ... เบื่อคุณอรรถแล้วเหมือนกัน!" เธอตะโกนเสียงสั่น พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมดุเพื่อฟาดฟันกับรังสีคุกคามของเขาอย่างไม่เกรงกลัว
"เบื่อ? เหอะ! วันก่อนยังบอกว่ารักผมจะเป็นจะตาย ตอนนี้กลับมาบอกว่าเบื่อ?" อรรถพลแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาที่เขามองมาเต็มไปด้วยความดูถูกและสมเพชจนเอยรู้สึกเหมือนถูกมีดกรีดที่กลางใจ
"..."
"ท้าทาย... ประชด... หึ! อาการงี่เง่าไร้สาระของผู้หญิง!" เขาผละมือออกจากแขนเรียวบางอย่างรุนแรง เอยเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด
"เด็กดีคนนั้นหายไปไหนเสียล่ะ? หรือจริงๆ นี่คือโฉมหน้าที่แท้จริงของเอย เริ่มใฝ่สูงอยากเป็นเมียผมจนตัวสั่น ถึงได้หาเรื่องเรียกร้องความสนใจแบบนี้!"
"อย่าดูถูกเอยนะคะ!"
เธอไม่เคยคิดใฝ่สูงขนาดนั้น เธอแค่อยากได้ความรักจากเขาบ้าง... แต่ตอนนี้เธอรู้แล้วว่ามันเป็นเพียงแค่ฝันลมๆ แล้งๆ
"ก็เอยทำตัวให้ผมดูถูกเองไม่ใช่หรือไง!"
"แล้วคุณอรรถจะเอายังไงคะ! เอยผิดที่ค้างคอนโดเพื่อนแล้วไม่ได้รายงานให้คุณทราบ แต่มันต้องพูดจาทำร้ายจิตใจกันขนาดนี้เลยเหรอ..." น้ำตาหยดใสเริ่มร่วงหล่นด้วยความน้อยใจ "ถ้าเบื่อกันนัก... ก็แค่ทิ้งเอยไปซะ!"
"พูดเองนะเอย" อรรถกรกดเสียงต่ำ เขาเหมือนถูกลูบคมด้วยคำท้าทายจากคนใต้ปกครอง เธอคิดว่าเขาจะไม่กล้าทิ้งเธองั้นเหรอ!
"ค่ะ!"
เป็นไงเป็นกัน ในเมื่อเขาไม่เคยเห็นค่า จะทนอยู่ให้เขาเหยียบย่ำไปเพื่ออะไร สิ่งที่ได้จากเขามาตลอดสามปีมันมากพอจะเลี้ยงชีพเธอได้ทั้งชาติแล้ว...
ให้เขาทิ้งเธอไป! ต่อไปนี้เธอก็แค่กลับมารักตัวเอง
มันไม่ยากหรอกเอย!
การตัดใจจากใครสักคนมันง่ายกว่าปอกกล้วยเข้าปากอีก!
ยัยนะโมพูดถูกเธอควรก้าวออกจากความสัมพันธ์บ้า ๆ นี่ ดีกว่าทนอยู่ต่อไปให้เขาดูถูกสมเพชกันแบบนี้
***************
เป็นไงล่ะ รอบนี้ยัยน้อนคิดตัดใจแล้ว จะมีคนว้าวุ่นใจไหมน้อออ
ฝากกดติดตาม กดใจ กดเข้าชั้น เป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยนะคะ */\*
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
"คุณเอยไม่เหมือนผู้หญิงพวกนั้นครับ ผมเชื่อว่าเธอรู้ความพอที่จะจากไปเงียบ ๆ อย่างที่นายต้องการ" ครามเสริมหลังจากที่เห็นสภาพที่แตกสลายของเธอในวันนั้น เขาจึงรู้สึกมั่นใจว่า เอยไม่ได้มีเจตนาจะเรียกร้องอะไรอย่างที่นายต่อว่าเธอไว้เลย"..."
บทที่5ตัดขาดทุกความทรงจำ"น่ากินจัง" เอยมองชาบูหม่าล่าบนโต๊ะพลางกลืนน้ำลาย จากที่ไม่หิวตอนนี้เริ่มหิวขึ้นมาบ้างแล้ว"ร้านปร
"ก็มึงสั่งไม่ใช่เหรอ?" นะโมหัวเราะร่วนก่อนจะตบบ่าเพื่อนอย่างสนิทสนม"โธ่ ก็ใช้เงินแกไง""เหอะ!" ปอร์เช่แค่นขำในลำคอ ก่อนจะวางลังเบียร์ลงบนโต๊ะอาหาร แล้วดึงข้อมือนะโมไปอีกทางอย่างลับ ๆ ล่
"เฮ้อออ!"ในที่สุด ข้าวของทั้งหมดก็ถูกลำเลียงขึ้นรถจนครบ เอยเอนแผ่นหลังบางพิงกับรถเบนซ์หรูคู่ใจ พลางแหงนมองวิลล่าหลังงามที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอมีในวันนี้ล้วนได้มาจากอรรถพลทั้งสิ้น







