LOGINเช้าวันรุ่งขึ้น...
กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารโชยมาจากในครัว ปอร์เช่สวมบทบาทเป็นเชฟหนุ่ม เขาลงมือทำมื้อเช้าให้สองสาวอย่างตั้งใจ เอยเดินออกมาที่โต๊ะอาหารเป็นคนแรก ในขณะที่นะโมยังคงจัดการตัวเองไม่เสร็จ ทำให้เอยได้มีเวลาอยู่พูดคุยกับปอร์เช่เพียงลำพัง
"ปอร์ทำอะไรทานอ่ะวันนี้?" เอยเอ่ยถามพลางเดินเข้าไปใกล้ปอร์เช่ที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตา
"ข้าวต้มกุ้งกับสลัดกุ้งครับ"
"เอยไม่คิดว่าปอร์จะทำอาหารเป็นด้วย" เอยพูดออกมาอย่างเย้าหยอก พรางทำสีหน้าไม่อยากจะเชื่อไปด้วย
"ต้องเป็นสิ ยิ่งตอนนี้มีเอย ปอร์ยิ่งต้องหัดทำบ่อย ๆ จะได้ทำมื้อเช้ามื้อเย็นให้เอยทานได้ทุกวันไง"
"ใจเย็น ๆ" เอยตอบยิ้ม ๆ ไม่คิดว่าปอร์เช่จะจีบเก่งและรุกหนักขนาดนี้
"ช่วงนี้ต้องรีบทำคะแนนไง เป็นไง... พอจะสอบผ่านเป็นพ่อบ้านของเอยได้ไหม?" ปอร์เช่ถามกลับด้วยสายตาพราวเสน่ห์ แววตาคมกริบยิ้มจนตาหยีส่งมาให้เอย
"อืม..." เอยตอบสั้น ๆ พลางหลบสายตาด้วยความเขินอาย ทำให้ปอร์เช่ยิ้มอย่างพอใจที่ทำให้เอยหน้าแดงได้
"ให้ตายสิ นี่ฉันตาฝาดหรือฝันไปเนี่ย ไอ้ปอร์ทำอาหาร!" นะโมเดินออกจากห้องมา เธอถึงกับตาโตเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า
"ทำไม? ฉันทำอาหารแล้วมันแปลกตรงไหนห๊ะ!" ปอร์เช่เท้าสะเอวข้างหนึ่ง มองเพื่อนสาวด้วยท่าทีกวนประสาท
"ก็เปล่า แค่ไม่คิดว่าคนแถวนี้จะกลายเป็นพ่อบ้านกับเขาไง"
"เหอะ! แล้วพี่รามเขาไม่ทำหรือไง?" นะโมชะงักไปครู่หนึ่ง... ทำสิ แต่เธอไม่บอกมันหรอก!
"ไม่บอกหรอกจ้ะ ว่าแต่ทำอะไรกินน่ะ"
"ข้าวต้มกุ้งกับสลัดกุ้ง" เอยเป็นฝ่ายตอบแทน
"ว้าว สลัดกุ้งของโปรดฉันเลย!" นะโมรีบทิ้งตัวลงนั่งข้างเอยทันที ปอร์เช่จึงค่อย ๆ วางถ้วยข้าวต้มลงตรงหน้าสาว ๆ ทั้งสองคน
"ลองทานดูนะว่าอร่อยไหม?"
"อร่อย!" นะโมโพล่งขึ้นทันทีหลังจากชิมคำแรก เอยพยักหน้ายืนยันตาม ปอร์เช่จึงยิ้มออกมาด้วยความดีใจที่ฝีมือของตัวเองยังไม่ตก
ไม่เสียแรงเปล่าที่เลือกเรียนทำอาหารด้วย
"อร่อยก็โอเคแหละ"
"กะขุนยัยเอยล่ะสิ หึ! เลี้ยงยัยเอยดี ๆ ล่ะ ถ้าแกเลี้ยงเพื่อนฉันไม่ดี ฉันจะเอาเอยคืน" นะโมขู่ทิ้งท้ายก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาจัดการอาหารตรงหน้า ปอร์เช่สบตากับเอยที่นั่งยิ้มหวานอยู่ข้าง ๆ
"ฉันรักของฉันมานาน ไม่ปล่อยให้หลุดมือไปง่าย ๆหรอกครับ เพราะฉันจะดีกับเอยไปทุก ๆ วัน"
เอยได้ฟังคำพูดของปอร์เช่ก็ส่งยิ้มให้เขาด้วยแววตาขอบคุณ ขอบคุณที่เขาดีกับเธอมากขนาดนี้
"จ้าาา... อย่าให้เห็นเชียวนะว่าทำเอยเสียใจน่ะ" นะโมว่าซ้ำ
"ไม่มีทางครับ ฉันไม่มีทางทำเอยเสียใจ ว่าแต่วันนี้จะไปทำสปากันเหรอ?" ปอร์เช่ถามขึ้น เพราะเอยเพิ่งบอกเขาเมื่อคืน ว่าวันนี้จะไปสปา
"อืม ว่าจะพาเอยไปขัดผิวนิดหน่อยน่ะ" นะโมตอบพลางเคี้ยวข้าวต้มไปด้วยจนแก้มป่อง
"งั้นเดี๋ยวฉันไปส่ง ตอนกลับแค่โทรเรียกนะ จะรีบไปรับทันทีเลย" ปอร์เช่เสนอไปรับไปส่งสองสาว
"นี่แกว่างมากนะเอาจริง ๆ" นะโมดักคอ ปอร์เช่ไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ
"จะว่างหรือไม่ว่าง เวลาก็มีให้พวกแกเสมอแหละ อู้งานไม่กี่ชั่วโมงไม่โดนไล่ออกหรอกน่า"
"ก็นั่นสินะ ใครจะกล้าไล่รองประธานบริษัทออกกันล่ะ" นะโมประชด
"ใช่ไหมล่ะ งันแกก็ไม่ต้องห่วงฉันเลย มีฉันขับรถให้ไม่ดีหรือไง"
"มันก็ดี แต่จะบอกว่าพวกฉันไม่ได้เป็นง่อยนะจ๊ะ ขับรถเองได้ค่ะ"
"ก็ฉันอยากไปส่ง..."
"เอยกับโมไปกันเองได้ ปอร์อย่าเสียเวลามารับมาส่งพวกเราเลย ตั้งใจทำงานดีกว่านะ" เอยพูดแทรกขึ้นมา เพราะไม่อยากให้เพื่อนสนิททั้งสองคนต้องลับฝีปากกันไม่เลิก อีกอย่างเธอไม่อยากรบกวนเวลาทำงานของปอร์เช่ด้วย
"ก็ได้ครับ..." ปอร์เช่ตอบรับด้วยเสียงอ่อนลงทันที จนนะโมแอบเบะปากมองบนด้วยความหมั่นไส้
"เสียงอ่อนเชียวนะ!"
"แน่นอนสิ"
"พอเลยทั้งคู่ ทานข้าวกันเถอะ ปอร์จะได้ไปทำงาน ส่วนเราสองคนจะได้ไปเสริมสวยกัน" เอยห้ามทัพ เพราะนะโมชอบกัดกับปอร์เช่ เป็นมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ถ้านะโมไม่ชอบพี่ราม ปอร์เช่ไม่สารภาพรักกับเธอ เธออยากจะจับทั้งคู่มัดเข้าด้วยกันนัก!
"โอเค..." ทั้งปอร์เช่และนะโมรับคำพร้อมกัน ก่อนที่บทสนทนาจะเปลี่ยนเป็นเรื่องอื่น ๆ ท่ามกลางบรรยากาศมื้อเช้าที่สดใส
ร้านสปาคุณหนูดี
บรรยากาศในร้านดูเรียบหรูมาก เอยก้าวเข้าไปในร้านพร้อม ๆกับนะโม เธอมองสำรวจร้านด้วยรอยยิ้ม
"..." ทว่าเพียงไม่กี่วินาทีต่อมา รอยยิ้มของเอยก็ค่อย ๆจางลง ความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความอึดอัดเริ่มเข้ามาแทนที่อย่างเร็วพลัน
ดวงตากลมโตจ้องมองไปยัง 'จีรนา' ว่าที่คู่หมั้นของอรรถพลซึ่งกำลังนั่งคุยกับใครคนหนึ่งอยู่อีกมุมหนึ่งของร้าน
ทำไมถึงได้มาเจอคุณจีนที่นี่ด้วยนะ!
เอยเริ่มรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก กลัวว่าคนที่เธอคิดอยากหลบหน้า เขาก็จะมาที่นี่ด้วยเช่นกัน
**********
ฝากกดติดตาม กดใจ กดเข้าชั้น เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ พรีส~ */\*
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
ปอร์เช่ไม่ตอบอะไร เขาค่อย ๆ เอื้อมมือหนามากุมมือเธอไว้หลวม ๆ ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายหากออกแรงมากเกินไป เขากระชับมือนั้นไว้ในอุ้งมือที่อบอุ่นก่อนจะก้มลงสบตากับเธอ ดวงตาคมที่เคยดูแข็งกร้าวในสายตาคนอื่น บัดนี้กลับฉายแววรักใคร่และอ่อนโยนอย่างปิดไม่มิดภายใต้แสงจันทร์
บทที่10เลื่อนสถานะ"อ๋อ งันพักกันก่อนมีเรื่องอะไรอยากคุยด้วย""เรื่องอะไรอ่ะ อย่าบอกว่าซื้อแหวนเพชรมาขอเอยมันแล้วน่ะ รวยจังนะ"เอยยิ้มขำเมื่อเห็นท่าทางของนะโมที่ทำท่าเหมือนอยากจะหยุมหัว ทั้งจิกกัดปอร์เช่ตั้งแต่เห็นหน้า"แน่นอนสิว่ารวย แต่ฉันยังไม่ขอเอยตอนนี้หรอกนะ ถ้าขอจริงๆต้องเซอร์ไพรส์ครับ" ปอร์
นะโมพยักหน้าเข้าใจ ความรักของปอร์เช่ที่มีต่อเอยนั้นบริสุทธิ์ใจจนเธอเองก็สัมผัสได้ และเธอมั่นใจว่าเพื่อนชายคนนี้จะดูแลเอยได้ดีกว่าผู้ชายคนไหนในโลกใบนี้แน่นอน"เรื่องนั้นฉันเชื่อใจมันนะ... แต่เป็นไงมาไงล่ะเนี่ย ไปตกลงคุยกันตอนไหน?"เอยจึงเริ่มเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่วันที่เธอหนีไปพักใจที่ภูเก็ต แ
"ระดับนี้แล้ว เอยก็รู้ว่าปอร์ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ซัพพอร์ตเก่งที่หนึ่งอีกด้วยนะ""ฮ่า ๆๆ น่ารักที่สุดเลย" เอยหันไปยิ้มตาหยีให้ปอร์เช่อย่างสุขใจหัวใจที่เคยบอบช้ำค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับเพราะผู้ชายคนนี้ และเขาก็ทำให้เธอรู้สึกมั่นใจขึ้นทุกวันว่า...เธอตัดสินใจถูกแล้วที่ยอมเปิดใจให้เขาเดินเข้ามา"ขอบคุณ







