Masuk"เอย ดูนั่นสิ... นั่นมันคุณจีนนี่นา" นะโมสะกิดแขนเอย พรางกระซิบเพื่อนให้ดูจีรนาด้วยความตื่นเต้น "คุณจีนเขาสวยสมคำร่ำลือจริง ๆเลยเนอะ ดูสิ ผิวพรรณดีมากอ่ะ สงสัยเข้าครอสสปาเตรียมตัวเข้าพิธีหมั้นแน่ ๆ เลยแก" เอยพยักหน้าเบา ๆ อย่างรับรู้
"อืม... คุณเขาสวยอยู่แล้ว ว่าแต่โมก็รู้จักเขาด้วยเหรอ?" เอยเอ่ยถามอย่างอยากรู้
"รู้สิ ข่าวออกจะดังคึกโครมขนาดนั้น! อีกอย่างนะคุณจีนน่ะ ถือว่าเป็นนักธุรกิจหญิงอายุน้อยที่เก่งที่สุดเลยนะ ตอนที่เราเคยเป็นผู้ช่วยเลขาพี่รามก็เคยร่วมงานกันด้วยน่ะ" เอยได้ยินในสิ่งที่เพื่อนพูดก็แอบรู้สึกสมเพชตัวเองเงียบ ๆ
...ถึงว่าคุณอรรถถึงได้เลือกผู้หญิงคนนี้ เธอเก่งและสวยและยังดูเหมาะสมกันมาก แตกต่างจากเธอลิบลับเลย
"อีกอย่างคุณอรรถพลก็เก่งขนาดนั้น ตาถึงจริงที่เลือกคุณจีนเขาน่ะ" นะโมยังคงพูดต่อโดยไม่รู้เลยว่าคำพูดเหล่านั้นของเธอ กำลังกรีดบาดแผลลึกลงในใจของเพื่อนสนิท
"..."
เอยเริ่มมีสีหน้าเจือนลง เมื่อคิดว่าสิ่งที่นะโมพูดนั้นเป็นจริงทุกคำ
ตอนนี้เธอรู้สึกไม่คู่ควรกับอรรถพลจริง ๆนั่นแหละ...
ดีแล้วล่ะ ที่เขาทิ้งเธอไป
กริ๊ง~
จู่ๆ เสียงเปิดประตูของสปาก็ถูกเปิดออกด้วยฝีมือใครคนหนึ่ง ในจังหวะนั้นการปรากฏตัวของร่างสูงโปร่งในชุดสูทเนี้ยบกริบของอรรถพลก็ก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่วงท่าที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบ ๆ เพื่อหาจีรนา ก่อนที่เขาจะชะงักกึกเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เขาไม่ได้เห็นมันมานานหลายเดือนแล้ว...
"..."
เอยรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว เมื่อได้เจอกับอรรถพลอีกครั้ง เธอเริ่มตัวสั่นเทา ก่อนจะรีบหลบสายตาและก้มหน้าลงต่ำทันที
"เอย... แกเป็นอะไรหรือเปล่า?" แรงสั่นเทาจากมือเอยทำให้นะโมที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ชะงักนิ่งและสัมผัสได้ นะโมจึงกระซิบถามพลางกุมมือเพื่อนไว้แน่นอย่างเป็นห่วง เธอสังเกตเห็นสายตาของอรรถพลที่มองมาที่เอยเมื่อครู่
มันดูเหมือนมีอะไรมากกว่าคนแปลกหน้าทั่วไป
สายตานั้นเต็มไปด้วยความดุดัน ขุ่นเคือง อะไรบางอย่างที่ยากจะคาดเดาได้...
และเพื่อนของเธอก็ดันมีอาการแบบนี้...
"เอย..." ทำไมเอยถึงกลัวคุณอรรถ? นะโมนิ่งคิด
"ห๊ะ?"
"เป็นอะไร เหม่อไปถึงไหนแล้วเนี่ย"
"ปะ... เปล่า เอยไม่ได้เป็นอะไร เอยแค่รู้สึกไม่ค่อยดีน่ะ" เอยพยายามปรับน้ำเสียงให้ปกติที่สุด เธอไม่อยากให้เพื่อนรู้เรื่องของเธอกับคุณอรรถ
เรื่องของเราไม่ควรมีใครรู้!
"เอย..." นะโมขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะถามสิ่งที่ค้างคาใจออกมาเบา ๆ "แก... รู้จักกับคุณอรรถพลเป็นการส่วนตัวเหรอ?" คำถามนั้นทำให้เอยนิ่งงันไปชั่วขณะ เธอพยายามคุมลมหายใจไม่ให้สั่นไปมากกว่านี้
เพราะเธอสั่นนี่แหละ จะทำให้คนอื่นจับได้!
"เอยไม่ได้รู้จักเขาเป็นการส่วนตัวหรอก แต่เอยเคยเป็นนักแสดงในสังกัดของเขาไง โมจำไม่ได้เหรอ?"
"เออ จริงสินะ..."
"เอยว่าเอยไปเข้าห้องน้ำก่อนดีกว่า" เอยเอ่ยเสียงแผ่วเบา พยายามบังคับไม่ให้ริมฝีปากสั่นระริก เธอรู้สึกได้ถึงหยาดเหงื่อที่เริ่มซึมตามไรผม ทั้งที่แอร์ในร้านสปากำลังเย็นฉ่ำ แต่เธอกลับร้อนรุ่มและอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"ให้เราไปส่งไหม?" นะโมถาม
"ไม่เป็นไร เราไปเองได้ โมรออยู่นี่แหละเผื่อพนักงานเรียก"
"จริงด้วย งันก็โอเคจ้ะ"
เอยเผลอสบตากับอรรถอีกครั้งพลันเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกชาวาบไปทั้งร่างจนต้องรีบหลบสายตา เธอจำสายตาคมกริบคู่นั้นได้ดี สายตาที่เคยทอดมองเธอด้วยความเสน่หา ทว่าในวันที่จากลา มันกลับกลายเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความดูแคลนและชิงชังราวกับเธอเป็นสิ่งของสกปรกที่เขาไม่อยากเฉียดใกล้
เอยไม่อยากเผชิญหน้ากับอรรถพลอีก ไม่อยากให้เขาคิดว่าเธอจะตอแยวุ่นวายหรือทำอะไรที่ไม่คาดคิด เพื่อความสบายใจของตัวเอง เธอจึงเลือกที่จะหนีมาเข้าห้องน้ำเพื่อหลีกหนีการได้อยู่ในพื้นที่เดียวกันกับเขา
ทำไมโลกถึงได้เหวี่ยงเขาให้มาเจอกับเธอที่นี่ได้นะ...
ไม่เจอกันตั้งหลายเดือน กรุงเทพก็ตั้งกว้าง แต่ฟ้ากลับส่งเขามาให้พบเจอไวอย่างกับติดจรวด
โลกจะกลมไปไหน!
ฮื้อออ!
"เดี๋ยวเรามา"
"จ๊ะ"
เอยฝืนยิ้มเจือน ๆส่งให้เพื่อน ก่อนจะรีบก้าวเดินออกมาจากตรงนั้น โดยไม่คิดหันกลับไปมองทางด้านหลังเลยแม้แต่นิดเดียว
แค่สบตาก็ทำเธอเสียวสันหลังวาบแล้ว!
เอยเกลียดความรู้สึกที่ตัวเองกำลังเป็นอยู่ในตอนนี้... ความรู้สึกที่เหมือนเป็นลูกไก่ในกำมือของเขา ที่ไม่ว่าจะหนีไปไกลแค่ไหน เพียงแค่เขาก้าวเข้ามาในรัศมีสายตา เธอก็กลับกลายเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่สั่นกลัวเขาได้มากขนาดนี้
อย่ากลัว...
แค่หลบหน้าเขา ไปให้พ้นจากพื้นที่ที่มีเขา แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น
เอยบอกกับตัวเอง ขณะที่เร่งฝีเท้าเข้าสู่โซนทางเดินที่มืดสลัวลงเพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำ โดยที่ไม่รู้เลยว่า สายตาคมของอรรถพลไม่ได้คลาดเคลื่อนไปจากแผ่นหลังของเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว...
**********
ฝากกดติดตาม กดใจ กดเข้าชั้น เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ พรีส~ */\*
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
ตกดึกเอยนั่งหวีผมอยู่หน้ากระจกหลังจากอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดนอนเรียบร้อย เพียงแค่ไม่กี่วันที่กลับมาบ้านยาย เธอก็รู้สึกว่าจิตใจของเธอเริ่มได้รับการเยียวยาขึ้นมากเรื่องของอรรถพลเริ่มจางหายไปจากหัวใจของเธอทีละนิด..."ป่ะ... เข้านอนกันลูก วันนี้เอยเหนื่อยมาทั้งวันแล้วนะ" ยายอารีย์เดินเข้ามาหาในชุดคอกระเ
บทที่6ฮีลใจภูเก็ต"ยายจ๋า เอยกลับมาแล้ว"ทันทีที่ลงจากรถรับส่ง เอยก็รีบก้าวเข้าไปในบ้านชั้นเดียวหลังย่อมทันที ยายของเธอกำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ริมรั้วอย่างขะมักเขม้น"อ้าว... เอยกลับมาแล้วเหรอ" 'อารีย์' คลี่ยิ้มกว้างอย่างสดใสเมื่อเห็นหลานสาวสุดที่รักกลับมาจากซื้อของข้างนอก"ค่ะ ได้ของมาเยอะเลย" เอ
พาฝันมองลูกชายเงียบนิ่ง ก่อนจะเอื้อมมือมากอบกุมมือแกร่งของลูกชายไว้ "บอกมี้ตรง ๆ นะ... เรื่องนี้คุณปู่บังคับเราหรือเปล่า? ถ้าลูกไม่เต็มใจ มี้จะให้ป๊าไปคุยกับคุณปู่ให้เอง""เปล่าครับมี้... คุณปู่ไม่ได้บังคับ ผมตัดสิ
"คุณเอยไม่เหมือนผู้หญิงพวกนั้นครับ ผมเชื่อว่าเธอรู้ความพอที่จะจากไปเงียบ ๆ อย่างที่นายต้องการ" ครามเสริมหลังจากที่เห็นสภาพที่แตกสลายของเธอในวันนั้น เขาจึงรู้สึกมั่นใจว่า เอยไม่ได้มีเจตนาจะเรียกร้องอะไรอย่างที่นายต่อว่าเธอไว้เลย"..."







