Masuk"ได้สิ! งั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป... ผมขอยุติความสัมพันธ์ของเรา ต่อไปนี้เอยไม่ใช่คนของผมอีก!"
แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่พอประโยคนี้หลุดออกมาจากปากเขาจริงๆ หัวใจเอยกลับสั่นคลอนจนแทบยืนไม่อยู่ ทว่าศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่น้อยนิดสั่งให้เธอเชิดหน้าขึ้น
"ค่ะ... เอยขอขอบคุณที่คุณอรรถเอ็นดูเอยมาตลอด หลังจากวันนี้คุณวางใจได้เลยว่าเอยจะไม่ตามตอแยให้รำคาญใจแน่นอน!"
"..."
อรรถกรขมวดคิ้ว ความรู้สึกไม่พอใจแล่นขึ้นมาทันทีเพราะปฏิกิริยาของเอยผิดไปจากที่เขาคิด
เธอควรจะร้องไห้สิ! เธอควรจะคลานเข้ามากอดขาอ้อนวอนไม่ให้เขาทิ้งเธอไปสิ! แต่ดวงตาที่แน่วแน่คู่นั้นกลับมุ่งมั่นบอกเขาว่า... เธอพร้อมจะจบกับเขาจริงๆ
"งั้นผมก็ขอให้เอยทำตามที่พูดให้ได้ก็แล้วกัน!" เขากระแทกเสียงใส่ "อย่าให้เห็นว่าพอได้สติแล้วจะกลับมาตามรังควานไม่จบไม่สิ้น!"
"ถึงเอยจะรักคุณอรรถแค่ไหน เอยก็รู้ดีว่าควรจัดการตัวเองยังไง คุณวางใจได้... ต่อไปนี้เอยจะไม่เสนอหน้าเข้าไปวุ่นวายในชีวิตของคุณอรรถอีก แม้แต่หน้า... เอยก็ไม่มีวันให้คุณได้เห็น!"
ฮึ! ใจกล้าดี ปีกกล้าขาแข็งดีนี่!
แมวน้อยขี้อ้อนยั่วสวาทกลายร่างเป็นนางแมวดื้อไปแล้วสินะ!
"ดี ขอให้จำในสิ่งที่ตัวเองพูดให้ดีก็แล้วกัน!" อรรถกรขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน เขาเค้นเสียงรอดไรฟันออกมาด้วยความโกรธที่อธิบายไม่ได้
ในเมื่อเธอเป็นฝ่ายขอยุติก่อน เขาก็จัดให้ตามคำเรียกร้อง ยังไงซะสุดท้ายเขาก็ต้องยุติความสัมพันธ์เร็ว ๆ นี้อยู่แล้ว
จบก่อนเวลาที่คิดไว้ ก็ไม่เห็นเสียหายอะไร!
ในเมื่อเด็กมันดื้อ ไม่เชื่อฟัง ปีกกล้าขาแข็งนักก็แค่ปล่อยไปตามทาง
อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากวิลล่าหรู... รังรักที่เขาซื้ิอไว้ให้เธอโดยเฉพาะ เขาเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
อย่าคิดว่าคนอย่างเขาจะยื้อเธอไว้...
เพราะผู้หญิงที่คิดท้าทายอำนาจเขา มันไร้ค่าเกินกว่าที่จะนึกเสียดาย!
ปัง!
เสียงประตูถูกปิดลงพร้อมกับเสียงหัวใจที่แตกสลาย...
พึ่บ!
ร่างบางหมดแรงทรุดฮวบลงกับพื้นพรมหรูหรากลางห้องโถงใหญ่ ความเข้มแข็งที่ฝืนปั้นแต่งเมื่อครู่พังทลายลงไม่มีชิ้นดี เธอพูดออกไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบปนน้อยใจ แต่พอแผ่นหลังแกร่งลับตาไปจริงๆ ความเงียบงันที่แสนเยือกเย็นก็เข้าปกคลุมจนร่างกายสั่นเทาด้วยความตระหนกเมื่อเพิ่งได้สติ
นี่เป็นครั้งแรกในรอบสามปี... ที่เธอกล้าเถียงเขา
เอยขมวดคิ้วแน่น พยายามระงับอาการมือสั่นที่เกิดจากความตกใจในความใจกล้าของตัวเอง เธอหลับตาลง ผ่อนลมหายใจเพื่อระบายความหนักอึ้งในอก
หากไม่ลองเสี่ยง... ก็คงไม่มีทางได้ก้าวออกมา
หากไม่กล้าข้ามผ่านชีวิตที่วนเวียนอยู่ในกรงทองนี้... เธอก็คงต้องอยู่ใต้อำนาจของอรรถพลจนกว่าเขาจะเขี่ยเธอทิ้ง
ครั้งนี้เธอใช้อารมณ์ตัดสิน และหวังเพียงว่าตัวเองจะคิดถูกและจัดการความรู้สึกเหล่านี้ได้ดีพอ หวังว่าจะตัดขาดความอาลัยอาวรณ์เขาได้โดยไม่เจ็บปวดไปมากกว่านี้...
...ไม่เจ็บปวดบ้าอะไร! ตอนนี้เธอโคตรจะเจ็บเลย!
ฮรึก! ไม่คิดว่ามันจะเจ็บขนาดนี้!
ฮื้ออ~
ต๊อกแต๊ก ต๊อกแต๊ก...
"เราจบกับเขาแล้ว"
เอยพิมพ์ข้อความสั้นๆ ลงในกลุ่มเพื่อนสนิทที่มีเพียงนะโมและปอร์เช่ ปลายนิ้วสั่นระริกขณะอ่านทวนประโยคนั้นซ้ำๆ น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงเผาะลงบนหน้าจอมือถือ
'จบกับเขาแล้ว' ประโยคแสนสั้นที่กลายเป็นอาวุธทิ่มแทงหัวใจคนพิมพ์
แต่ในเมื่อนี่คือสิ่งที่เธอตัดสินใจเลือกแล้ว มันก็ไม่มีอะไรให้ต้องเสียดายอีก! อยู่ต่อไปความรักของเธอก็มีแต่จะเพิ่มขึ้น ในขณะที่เขามีแต่ความเบื่อหน่ายที่ทวีคูณ อยู่ไปก็ถูกเขาเหยียดหยามมองเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่าที่ไม่เจียมตัวคนหนึ่ง
จบแบบนี้แหละ... ดีที่สุดแล้ว
ตึ่ง!
Porsche: [จริงดิ! เลิกกับเขาแล้วจริงๆ เหรอ?] ปอร์เช่คือคนแรกที่ตอบกลับมา ข้อความตอกย้ำสถานะนั้นยิ่งทำให้น้ำตาพรั่งพรู
"อื้อ จบแล้ว... จบจริงๆ ไม่มีรีเทิร์นแน่นอน" เอยพิมพ์ตอบด้วยหัวใจที่บีบคั้น
Porsche: [ไม่เป็นไรนะ... เดี๋ยวทุกอย่างจะดีขึ้นเอง]
เอยปาดน้ำตาที่รินไหลไม่ขาดสายทิ้งเงียบๆ พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความเข้มแข็งที่เหลืออยู่พิมพ์ข้อความสุดท้าย
"ไว้เรานัดเจอกันนะ... ไปฉลองให้กับความสัมพันธ์ห่วยแตกนี่กัน" เธอสัญญากับตัวเอง... แม้ตอนนี้จะรักเขามากแค่ไหน แต่สักวันเธอจะตัดใจจากเขาได้โดยไม่รู้สึกอะไรอีกเลย
ครืดดด...
เสียงฟ้าร้องที่ดังแว่วมาทำให้เอยหันไปมองนอกหน้าต่างกระจก ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มหม่นหมองเหมือนฝนกำลังจะตั้งเค้าถล่มลงมา
เฮ้อ... เธอก็หวังว่าพายุฝนครั้งนี้จะช่วยชะล้างความเศร้าออกไป และทำให้เธอแข็งแกร่งกว่าเดิม
ฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอ...
แกร๊ก...
ประตูห้องน้ำเปิดออก เอยก้าวออกมาพร้อมกับเสื้อคลุมอาบน้ำตัวโปรด มือบางใช้ผ้าขนหนูนุ่มขยี้ผมที่เพิ่งสระเสร็จอย่างเชื่องช้า แม้ร่างกายจะพยายามทำตัวให้เป็นปกติ แต่หัวใจกลับรู้สึกเจ็บหน่วง วูบโหวงในทุกย่างก้าว
ทั้งที่ปากบอกว่าต้องเข้มแข็ง...
ฮึ! อวดเก่งจริงๆ นะเอย...
เธอแค่นยิ้มสมเพชตัวเองเพียงลำพังท่ามกลางความเงียบงันในห้องนอนที่ดูจะกว้างขวางเกินไปเสียแล้วในคืนนี้...
เช้าวันต่อมา...
ต่อไปนี้จะไม่มี 'คุณอรรถ' อีกต่อไปแล้วใช่ไหม...
เอยลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความจริงที่แสนเจ็บปวด เมื่อคืนกว่าเธอจะข่มตาหลับลงได้ก็นับแกะไปแล้วหลายพันตัว ทันทีที่สติฟื้นคืน หัวใจก็พลันวูบโหวงและเจ็บแปลบขึ้นมาทันที เธอนอนหงายอยู่บนเตียงนุ่มขนาดคิงไซส์ เหม่อมองเพดานสีขาวโพลนอย่างเลื่อนลอย... พื้นที่ว่างเปล่าข้างกายตอกย้ำว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว
เอยหันศีรษะไปทางหมอนใบที่อรรถพลเคยหนุนนอนในทุกเช้า แม้จะไร้เงาของร่างแกร่ง ทว่ากลิ่นน้ำหอมจางๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของเขายังคงตราตรึงติดจมูก
สิ่งที่เธอทำลงไป... มันดีแล้วจริงๆ ใช่ไหมนะ...
น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินลงทางหางตา เอยรีบปาดมันทิ้งไปอย่างลวกๆ พยายามดึงตัวเองขึ้นมาจากความโศกเศร้า
"ต้องผ่านมันไปให้ได้สิเอย... ต้องผ่านมันไปให้ได้"
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
บทที่4ควรพอได้แล้วหลังจบการสนทนาแล้ว ร่างบางเริ่มก้าวเดินโซเซกลับมายังสวนกุหลาบที่เคยงดงาม บัดนี้กลับเหลือเพียงเศษซากที่เละเทะ ล้มระเนระนาดไม่ต่างจากหัวใจของเธอที่แตกสลาย เอยไม่ได้สนใจสายตาของครามหรือเหล่าลูกน้องของอรรถพลอีก เธอยืนนิ่งเฝ้ามองดูดอกกุหลาบที่หักโค่นและถูกรื้อถอนด้วยสายตาว่างเปล่า น้
เช้าวันต่อมา...ทางด้านอรรถกร วันนี้เป็นวันหยุดพักผ่อน ช่วงเช้าเขาออกไปวิ่งออกกำลังกายตามปกติ หลังจากอาบน้ำชำระร่างกายจนสดชื่น เขาก็นั่งไขว่ห้างไถหน้าจอสมาร์ทโฟนเพื่อเช็กข่าวสารในวงการและดูความเคลื
เอยพยายามสั่งให้ทุกคนหยุด แต่ไม่มีใครฟัง เธอจึงรีบวิ่งลงไปที่หน้าบ้านทันที"หยุดนะคะ! ทำอะไรกัน หยุดเดี๋ยวนี้!!" เอยวิ่งเข้าไปผลักชายฉกรรจ์ที่กำลังทำลายแปลงกุหลาบซึ่งเสียหายไปกว่าครึ่งแล้ว เธอห้ามใครไม่ได้จึงหันมองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตระหนก จนกระ
บทที่3รื้อทุกความทรงจำปัก!เสียงแก้วคริสตัลกระทบลงบนโต๊ะเตี้ยหน้าโซฟาอย่างแรง เอยนั่งดื







