Mag-log inบทที่29
ปั่นประสาท
หัวใจของจีรนากระตุกวูบ เธอหลงลืมไปเสียสนิทว่าป๊าของเธอเชิญแขกจากทุกตระกูลใหญ่ และตระกูลชาร์นเจ้าของสายการบินยักษ์ใหญ่ย่อมติดโผอยู่ในนั้นด้วย
แค่เธอไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะกล้าปรากฏตัว... และยิ่งไม่คิดว่าเขาจะเดินตรงดิ่งมาหาเธอและอรรถพลด้วยท่าทีคุกคามเช่นนี้!
เขาคิดจะทำอะไรกันแน่!?
จีรนายืนตัวแข็งทื่อจนอรรถพลสังเกตเห็นความผิดปกติ ชายหนุ่มละสายตาจากน้องชายทั้งสองแล้วมองตามสายตาของคู่หมั้นไป จนกระทั่งปะทะเข้ากับร่างสูงของปอร์เช่...
เพื่อนสนิทที่เอยมักกางปีกปกป้องเสมอมา
บรรยากาศรอบข้างพลันเย็นเยียบลงทันทีเมื่ออรรถพลจ้องมองผู้มาเยือนด้วยแววตาเคร่งขรึมและกร้าวระด้าง
"สวัสดีครับจีน... คุณอรรถพล" ปอร์เช่กระตุกยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา แววตาของเขาฉายชัดถึงความชิงชังที่อยากจะพุ่งเข้าไปอัดหน้าอรรถพลให้จมดินเสียตรงนี้
"เฮีย งั้นพวกเราไปหาป๊ากับมี้ก่อนนะ" พฤกษาและตฤณกรที่สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตบางอย่างจึงรีบเอ่ยขอตัว เพื่อปล่อยให้พี่ชายจัดการสถานการณ์ตรงหน้าด้วยตัวเอง
"อืม" อรรถพลตอบสั้น ๆ ในลำคอ ทว่าดวงตาคมกริบยังคงจับจ้องอยู่ที่ปอร์เช่ไม่วางตา พร้อมรับมือกับพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะพัดเข้ามาได้ทุกเมื่อ...
"ยินดีด้วยนะครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำของปอร์เช่เอ่ยขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'ปอนด์' พี่ชายคนโตของตระกูลชาร์นที่ก้าวเข้ามาสมทบข้างน้องชายอย่างมีเชิง
"สวัสดีครับ ยินดีกับคุณอรรถและคุณจีนด้วยนะครับ" ปอนด์เอ่ยทักทายตามมารยาททางสังคม อรรถพลพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มธุรกิจ ทว่าจีรนาที่ยืนเคียงข้างกลับเริ่มมีอาการตัวสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่
"เป็นอะไรหรือเปล่าจีน?" อรรถพลก้มลงกระซิบถามด้วยความสงสัย จีรนารีบส่ายหน้าปฏิเสธพัลวัน พยายามปั้นหน้ายิ้มแย้มให้เป็นปกติที่สุด ทั้งที่หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก
"ยังไงก็ขอให้รักกันนาน ๆ นะครับ... หวังว่างานแต่งงานจะถูกจัดขึ้นอย่างราบรื่นโดยไม่มีอุปสรรคอะไรมาขัดขวางนะ" ปอร์เช่เน้นคำชัดเจน สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่อรรถพลอย่างเอาเรื่อง
อรรถพลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักยกยิ้มอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า เขาอ่านสายตานั้นออกทะลุปรุโปร่ง... ปอร์เช่รู้เรื่องเอยแล้ว และนั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกสะใจลึก ๆ ที่ได้เป็นเจ้าชีวิตของเธอ
"งานแต่งต้องได้จัดแน่นอนครับ" อรรถพลตอบกลับพลางกระชับวงแขนที่ควงจีรนาไว้แน่นขึ้น "งั้นผมขอเชิญล่วงหน้าเลยแล้วกัน อีกสองเดือนข้างหน้าหวังว่าพวกคุณจะให้เกียรติมาร่วมงานนะครับ"
"ต้องขอโทษด้วยนะครับคุณอรรถ ที่น้องชายผมชอบใช้คำพูดแปลก ๆ" ปอนด์รีบปรามพร้อมสะกิดเตือนปอร์เช่ที่ดูเหมือนพร้อมจะกระโจนเข้าใส่คู่หมั้นหนุ่มได้ทุกเมื่อ
"ไม่เป็นไรหรอกครับ... เขายังอายุน้อย ประสบการณ์อาจจะยังไม่โชกโชนเท่าพวกเรา คงต้องเรียนรู้อีกเยอะกว่าจะก้าวขึ้นมาเทียบชั้นได้" อรรถพลเหน็บแนมกลับด้วยท่วงท่าสุขุมเยือกเย็น แต่วาจาเชือดเฉือน
"เหอะ! งั้นผมคงต้องขอเรียนรู้วิธีการของคุณอรรถไว้เยอะ ๆ เสียแล้วล่ะครับ" ปอร์เช่แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แววตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้นแทนเอยที่ต้องตกเป็นเครื่องมือระบายอารมณ์ของคนตรงหน้า
"ยินดีเสมอครับ... ถ้าคุณไหว"
"เฮียอรรถ... จีนขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ" จีรนารีบตัดบทสนทนาที่แสนอึดอัดนี้ เธอทนมองหน้าปอร์เช่ต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว
ทุกความรู้สึกที่ปอร์เช่แสดงออกมา ทุกอาการขบกรามแน่นที่เขามีต่ออรรถพล จีรนารู้ดีที่สุดว่าเขาทำเพื่อใคร...
และนั่นคือสิ่งที่กรีดแทงใจเธอที่สุด เพราะมันตอกย้ำว่าผู้ชายที่เธอนึกถึงทุกลมหายใจ รักผู้หญิงคนอื่นจนหมดหัวใจ
ซึ่งผู้หญิงคนนั้นไม่มีทางเป็นเธอ!
"ให้เฮียไปส่งไหม?" อรรถพลถามด้วยความห่วงใยเมื่อเห็นคู่หมั้นดูซีดเซียวผิดปกติ
"ไม่เป็นไรค่ะ จีนไปเองได้" หญิงสาวรวบชายชุดไทยเดินเลี่ยงออกจากสถานการณ์มาคุนั้นทันที
"งั้นผมขอพาน้องชายไปทักทายผู้ใหญ่ทางด้านโน้นก่อนนะครับ" ปอนด์เอ่ยลาเพื่อตัดไฟเสียต้นลม
"ตามสบายครับ"
อรรถพลยืนนิ่ง ส่งสายตาฟาดฟันกับปอร์เช่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ฝ่ายนั้นจะเดินจากไป ความรู้สึกหวงก้างเริ่มปะทุขึ้นในอกอย่างรุนแรง เพียงแค่เห็นหน้าปอร์เช่ ภาพของเอยที่อยู่ในอ้อมกอดเขาก็ผุดขึ้นมา...
ทุกคำพูดและท่าทีของปอร์เช่มันประกาศชัดว่ารักเอยมากแค่ไหน... และนั่นยิ่งทำให้อรรถพลนึกอยากจะกำราบเอยให้อยู่ในกำมือของเขามากกว่าเดิม!
จีรนาเดินกึ่งวิ่งออกมาจากห้องโถงจัดเลี้ยงด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก เธอพยายามหลบมายังโซนทางเดินที่เงียบสงบซึ่งเชื่อมต่อไปยังห้องน้ำวีไอพี มือบางที่สั่นเทายกขึ้นลูบอก สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับคืนมา
ทว่า... เสียงฝีเท้าที่ก้าวตามมาอย่างมั่นคงทำให้เธอต้องชะงัก
"จีน มาคุยกับเฮียหน่อย" น้ำเสียงที่คุ้นเคยแต่เย็นเยียบทำให้จีรนาค่อย ๆ หันไปมอง ปอร์เช่ยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าหล่อเหลาที่เธอเคยหลงใหลบัดนี้เรียบเฉยจนน่าใจหาย
"ตามจีนมาทำไมคะ?"
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
หลายวันต่อมา...เอยได้รับคัดเลือกให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ของสายการบินชาร์นแอร์เวย์ วันนี้เธอมีนัดถ่ายทำวิดีโอโปรโมตและถ่ายภาพนิ่งตั้งแต่เช้าตรู่ โดยมีปอร์เช่และนะโมตามมาคุมที่กองถ่ายด้วย
ปอร์เช่ไม่ตอบอะไร เขาค่อย ๆ เอื้อมมือหนามากุมมือเธอไว้หลวม ๆ ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายหากออกแรงมากเกินไป เขากระชับมือนั้นไว้ในอุ้งมือที่อบอุ่นก่อนจะก้มลงสบตากับเธอ ดวงตาคมที่เคยดูแข็งกร้าวในสายตาคนอื่น บัดนี้กลับฉายแววรักใคร่และอ่อนโยนอย่างปิดไม่มิดภายใต้แสงจันทร์
บทที่10เลื่อนสถานะ"อ๋อ งันพักกันก่อนมีเรื่องอะไรอยากคุยด้วย""เรื่องอะไรอ่ะ อย่าบอกว่าซื้อแหวนเพชรมาขอเอยมันแล้วน่ะ รวยจังนะ"เอยยิ้มขำเมื่อเห็นท่าทางของนะโมที่ทำท่าเหมือนอยากจะหยุมหัว ทั้งจิกกัดปอร์เช่ตั้งแต่เห็นหน้า"แน่นอนสิว่ารวย แต่ฉันยังไม่ขอเอยตอนนี้หรอกนะ ถ้าขอจริงๆต้องเซอร์ไพรส์ครับ" ปอร์
นะโมพยักหน้าเข้าใจ ความรักของปอร์เช่ที่มีต่อเอยนั้นบริสุทธิ์ใจจนเธอเองก็สัมผัสได้ และเธอมั่นใจว่าเพื่อนชายคนนี้จะดูแลเอยได้ดีกว่าผู้ชายคนไหนในโลกใบนี้แน่นอน"เรื่องนั้นฉันเชื่อใจมันนะ... แต่เป็นไงมาไงล่ะเนี่ย ไปตกลงคุยกันตอนไหน?"เอยจึงเริ่มเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่วันที่เธอหนีไปพักใจที่ภูเก็ต แ







