เข้าสู่ระบบ"เฮ้อออ!"
ในที่สุด ข้าวของทั้งหมดก็ถูกลำเลียงขึ้นรถจนครบ เอยเอนแผ่นหลังบางพิงกับรถเบนซ์หรูคู่ใจ พลางแหงนมองวิลล่าหลังงามที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอมีในวันนี้ล้วนได้มาจากอรรถพลทั้งสิ้น
หากถามว่าคุ้มไหมกับการเป็น 'เด็ก' ของทายาทนักลงทุนผู้มั่งคั่งและเจ้าของช่องยักษ์ใหญ่มาตลอดระยาเวลาสามปี...
คำำตอบคงต้องพูดตรงๆ ว่าคุ้มค่า แม้วันนี้จะต้องแลกมาด้วยหยาดน้ำตาก็ตาม
หึ! หากเธอไม่เผลอเอา 'หัวใจ' ลงไปเล่น วันนี้มันคงเป็นเพียงแค่เรื่องธรรมดาของการถูก 'เฉดหัวทิ้ง' เท่านั้น...
แต่เพราะเธอแหกกฎสำคัญ ตอนนี้จึงต้องก้มหน้ายอมรับความเจ็บปวดนี้ไปจนกว่าหัวใจจะชินชา หรือไม่ก็ลบเลือนเขาออกไปจากความทรงจำได้เองในที่สุด
เอยกวาดสายตามองไปรอบอาณาจักรที่เคยเป็นรังรักเป็นครั้งสุดท้าย พลันสายตาของเธอสะดุดเข้ากับซากสวนกุหลาบที่มุมกำแพง ที่บัดนี้มันล้มระเนระนาดไม่ต่างจากถูกพายุร้ายพัดถล่ม...
ชะตากรรมของดอกกุหลาบเหล่านี้... ก็คงไม่ต่างจากเธอเท่่าไรนัก
เอยยกยิ้มสมเพชตัวเองบาง ๆ ก่อนจะก้าวขึ้นรถ สตาร์ตเครื่องยนต์ และขับเคลื่อนออกไปจากวิลล่าหรูในทันทีโดยไม่แม้แต่จะเหลียวหลังหันกลับไปมองมันอีก
อดีตที่ขมขื่นเธอจะละทิ้งมันไว้เบื้องหลัง และเธอจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ชีวิตที่จะไม่ยอมลดคุณค่าของตัวเองไปเป็นของเล่นหรือสัตว์เลี้ยงของใครอีก!
ตึ้ด...
ระหว่างทางที่มุ่งหน้าสู่คอนโดของนะโม เอยกดต่อสายหานิติบุคคลของโครงการด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"พี่นิดคะ เอยฝากส่งแม่บ้านมาทำความสะอาดที่วิลล่าด้วยนะคะ"
[ได้ค่ะคุณเอย คุณเอยมีอะไรจะสั่งเพิ่มเติมไหมคะ?]
"ไม่มีแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ"
เอยวางสายพร้อมกับตั้งสติจดจ่อกับการขับรถท่ามกลางเส้นทางที่พลุกพล่าน... เปรียบเสมือนเส้นทางใหม่ที่จะไม่มีอรรถพลเคียงข้างอีกต่อไป
มันจบแล้ว...
คอนโดนะโม
"มาแล้วเหรอ?" นะโมรีบกุลีกุจอออกมาต้อนรับ เอยระบายยิ้มกว้างพลางยื่นกระเป๋าและสัมภาระพะรุงพะรังส่งให้เพื่อนช่วยถือ
"ขอบใจจ้ะโม"
"โห ของเยอะนะเนี่ย" นะโมแซวทันทีที่เห็นสภาพเพื่อน
"แหะ ๆนิดหน่อย เอยขนมาแค่ของใช้ส่วนที่สำคัญๆ ที่สามารถขายได้น่ะ ยังเหลือหลังรถอีกสองสามกล่องเอง"
"ฉันว่าไม่นิดนะ แต่ไม่ต้องห่วง วันนี้ฉันจะช่วยแกขนจนหมดแน่นอน" นะโมว่าพลางเปิดประตูห้องนอนที่เอยมักจะมาพักเป็นประจำให้กว้างออก
"วางไว้ตรงนี้ก็ได้ เดี๋ยวเราจัดเอง"
"โอเค" นะโมวางของลงแล้วเดินนำเอยออกจากห้องนอนอีกครั้ง
"แล้วนี่... จะไม่กลับไปที่นั่นอีกแล้วจริง ๆ ใช่ไหม?" ระหว่างที่เดินไปยังลิฟต์เพื่อลงไปเอาของที่เหลือ นะโมก็เอ่ยถามขึ้น
"อื้อ ไม่กลับแล้วล่ะ คิดว่าจะขายบ้านทิ้งด้วย"
"ห๊ะ? แอบเสียดายอยู่นา"
"ไม่หรอก เราอยากลบทุกอย่างให้หมด บ้านหลังนั้นมีความทรงจำมากเกินไป" เอยพูดด้วยน้ำเสียงหม่นลง "เราไม่อยากเก็บมันไว้แล้ว"
นะโมพยักหน้าเข้าใจ ความรู้สึกอยากเริ่มต้นใหม่มันต้องแลกมาด้วยการตัดใจจากสิ่งเดิม ๆ จริง ๆนั่นแหละ
กระทั่งทั้งสองเดินมาถึงรถหรูของเอย
"คนละกล่องนะ" นะโมว่า เอยยิ้มพลางส่ายหน้า
"หนักเป็นบ้า!" นะโมบ่นอุบ
"น่านิดเดียวเอง หมดแล้วเนี่ย เห็นไหม?" เอยหัวเราะขำท่าทางของนะโมที่อุ้มกล่องเดินเตาะแตะอยู่ข้าง ๆ เธอ
"ฮ่าๆๆ ฉันก็พูดเล่นไปงั้น อ้อ... เดี๋ยวไอ้ปอร์เช่จะตามมานะ น่าจะรอให้มันเสร็จธุระก่อน"
"อื้อ งั้นเดี๋ยวเราค่อยสั่งอะไรมากินกัน นาน ๆ จะได้อยู่ครบแก๊ง" นะโมพยักหน้าเห็นดีเห็นงามด้วย ทำหน้าครุ่นคิดว่าเย็นนี้จะกินอะไรดี
"เบียร์เย็น ๆ กับแกล้มอร่อย ๆ ขนม... นานแค่ไหนแล้วนะที่เราไม่ได้ดื่มครบแก๊งแบบนี้"
"ก็น่าจะเดือนก่อนมั้ง" เอยตอบ นะโมพลันนึกถึงเรื่องเมื่อเดือนก่อน ตี้ครั้งนั้นคือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ของเธอกับพี่ราม วันนั้นเธอเมามากจนเสียตัวให้รักแรก...
คิดแล้วก็เขินชะมัด!
ใบหน้าของนะโมเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีแต่ต้องรีบเก็บอาการไม่ให้เอยจับสังเกตได้ [สามารถติดตามเรื่องราวของนะโมและรามสูรได้ที่เรื่อง เล่ห์รัก รามสูร]
"อืม... คิดแล้วเวลาก็ผ่านไปไวเหมือนกันนะเนี่ย" เอยว่าพลางก้าวเดินต่อไปโดยไม่ได้สังเกตสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเพื่อน
"นั่นสิ" ไวจนนะโมเองก็คาดไม่ถึง ว่าแค่ไม่กี่เดือนชีวิตเธอจะผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ มามากมาย จนตอนนี้ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดี แถมเธอกำลังจะได้แต่งงานกับผู้ชายที่เป็นรักแรกอีกด้วย
เวลามันผ่านไปไวเหมือนโกหกจริง ๆ!
...
"เอย แกจะเอาอะไรอีกไหม?" นะโมตะโกนถามเอยที่นั่งจัดของอยู่ในห้อง เอยเงยหน้ามองเพื่อนที่ยืนพิงประตูรอคำตอบ
"อยากกินชาบูหม่าล่า สั่งมาสักชุดแล้วกัน"
"โอเค แค่นี้นะ"
"อืม"
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง!
"สงสัยไอ้ปอร์มาถึงแล้ว เดี๋ยวไปเปิดประตูให้มันก่อนนะ"
"จ้ะ" เอยยิ้มรับแล้วก้มหน้าจัดเสื้อผ้าเข้าตู้ต่อ
"มาไวเหมือนกันนะเนี่ย ดีจัง! ไม่ต้องลงไปซื้อเบียร์แล้ว พี่ปอร์เช่ของเราแบกมาให้ถึงห้องเลย!" เสียงนะโมแซวปอร์เช่ดังเข้ามาถึงข้างใน เอยยิ้มส่ายหน้ากับความจอมแก่นของเพื่อน
*************************
มีเพื่อนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
ฝากกดติดตาม กดใจ กดเข้าชั้น เป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยนะคะ */\*
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
บทที่12ไปเลิกกับมันซะทันทีที่แผ่นหลังบางของเอยหายลับเข้าไปในหัวมุมทางเดิน อรรถพลที่ยืนนิ่งเพียงครู่ก็เริ่มขยับกาย กลิ่นอายของความเย็นชาและอำนาจแผ่ซ่านจนพนักงานที่เดินผ่านต้องพากันก้มหน้าหลบตาด้วยความเกรงขามหากทว่าตอนนี้เขาไม่คิดสนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น เป้าหมายเดียวในสายตาคือผู้หญิงที่กล้าเดินหนีเ
"เอย ดูนั่นสิ... นั่นมันคุณจีนนี่นา" นะโมสะกิดแขนเอย พรางกระซิบเพื่อนให้ดูจีรนาด้วยความตื่นเต้น "คุณจีนเขาสวยสมคำร่ำลือจริง ๆเลยเนอะ ดูสิ ผิวพรรณดีมากอ่ะ สงสัยเข้าครอสสปาเตรียมตัวเข้าพิธีหมั้นแน่ ๆ เลยแก" เอยพยักหน้าเบา ๆ อย่างรับรู้"อืม... คุณเขาส
เช้าวันรุ่งขึ้น...กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารโชยมาจากในครัว ปอร์เช่สวมบทบาทเป็นเชฟหนุ่ม เขาลงมือทำมื้อเช้าให้สองสาวอย่างตั้งใจ เอยเดินออกมาที่โต๊ะอาหารเป็นคนแรก ในขณะที่นะโมยังคงจัดการตัวเองไม่เสร็จ ทำให้เอยได้มีเวลาอยู่พูดคุยกับปอร์เช่เ
บทที่11โลกกลม 1/1หลังจากอิ่มท้องแล้ว ทั้งสามก็กลับมาที่คอนโดของนะโมเพื่อพักผ่อน"พักผ่อนเลยนะปอร์" เอยบอกกับปอร์เช่ขณะที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกัน"โอเค" เมื่อปอร์เช่เข้าห้องพักของเขาไปแล้ว นะโมก็รีบดันหลังเอยให้เข้าห้องของเธอทันที"อะไรเนี่ยยัยโม ดันฉันมาทำไมก่อน" เอยถามขึ้นอย่างงุนงง"จากนี้ไปแก







