LOGIN"แต่ถ้าไม่เซ็น ก็ไม่ต้องทำอะไร นอนรอผมอยู่ที่วิลล่าเฉย ๆ เหมือนเดิมนั่นแหละ"
"เอยจะเซ็นค่ะ" เธอตอบรับทันควัน การต้องอุดอู้อยู่แต่ในกรงขังแบบเดิมมันน่าอึดอัดเกินไป เธอต้องการทำงานเพื่อเก็บเงิน และเมื่อถึงเวลา... เธอจะหนีไปจากเขา ไปจากวงการนี้ และจะไม่หวนกลับมาให้เขาเห็นหน้าอีกเลย
ดังนั้น ช่วงเวลานี้เธอต้องกอบโกยเงินให้ได้มากที่สุด!
"เชิญครับ" อรรถพลยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นเอยจรดปลายปากกาเซ็นชื่อลงในเอกสารอย่างว่าง่าย
"อีกอย่าง... ผมขอเตือนไว้ พรุ่งนี้คืองานหมั้นของผม เอยควรอยู่ในที่ของตัวเองให้ดี อย่าก่อเรื่องให้ผมต้องตามแก้"
เอยแค่นยิ้มบางเบา ก่อนจะสวนกลับด้วยน้ำเสียงประชดประชัน "เอยควรจะปรากฏตัวให้คุณจีนรู้จักดีไหมนะ?"
ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมขึ้นทันที แววตาฉายแววดุร้ายจนเอยต้องหัวเราะออกมาเบา ๆ "เอยล้อเล่นค่ะ ไม่ทำหรอก... การที่คุณหมั้นก็แปลว่าคุณมีเจ้าของแล้ว มันเป็นเรื่องดีสำหรับเอยเสียอีก เอยจะได้รอวันที่คุณเขี่ยเอยทิ้งได้ถนัดใจ ซึ่งถ้าวันนั้นมาถึงเร็วเท่าไหร่เอยยิ่งยินดี เอยไม่โง่พอจะทำอะไรให้เราต้องพัวพันกันนานกว่าที่เป็นอยู่หรอกค่ะ"
"ก็ดี! อย่าให้ความริษยาในใจมันสั่งให้เอยไปทำลายงานหมั้นของผมก็แล้วกัน"
เอยยิ้มรับ แม้ดวงตาจะเศร้าหมองจนปิดไม่มิด "คุณอรรถลืมไปหรือเปล่า... ว่าเอยไม่เคยอยากอยู่ตรงนี้"
ในเมื่อหัวใจไม่คิดจะรั้งอยู่ แล้วเธอจะพังงานหมั้นเขาไปเพื่ออะไร
"..." อรรถพลนิ่งงันไปชั่วครู่ คำพูดที่ดูเหมือนไม่ยี่หระของเธอทำให้ใจเขาไหววูบอย่างประหลาด... ความรู้สึกกลัวที่จะสูญเสียเธอไปเริ่มก่อตัวขึ้นลึก ๆ
"เอยไม่อยากอยู่ตรงนี้ตั้งแต่วันที่คุณเลือกจะทิ้งเอยไปแล้วล่ะค่ะ วางใจเถอะเอยจะไม่ไปทำลายงานหมั้น หรือแม้แต่งานแต่งงานของคุณ เอยจะไม่ยอมให้คุณจีนรู้ถึงการมีอยู่ของเอยแน่นอน"
"ก็ขอให้ทำได้อย่างที่พูดแล้วกัน!" อรรถพลเอ่ยเสียงแข็งข่มความรู้สึกบางอย่างไว้ในใจ
"ค่ะ... งั้นเอยขอตัวนะคะ" เธอรีบตัดบทเพราะทนอยู่ตรงนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว เอยสาวเท้ากะเผลก ๆ เดินขึ้นห้องไปอย่างรวดเร็วเพื่อหนีจากสายตาเย็นชานั่น
พึ่บ!
ร่างบางทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนุ่มอย่างหมดแรง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้รินไหลลงมาเงียบเชียบ
ในสายตาของเขา เธอคงเป็นแค่ผู้หญิงหิวเงินที่จ้องจะจับเขาจนตัวสั่นเหมือนเมื่อก่อนสินะ...
เอยถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง ความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาในอก ยอมรับว่ามันยังคงเจ็บปวดเมื่อคิดขึ้นมาได้ว่าพรุ่งนี้ เขากำลังจะหมั้น และเธอยังคงยืนอยู่ตรงนี้ในฐานนะเมียเก็บของเขา...
เอยก้มหน้าลง ปล่อยให้เรือนผมยาวสลวยทิ้งตัวลงมาปกปิดใบหน้า เธอสะอื้นไห้จนตัวโยน ปล่อยให้ความขมขื่นกัดกินใจเงียบ ๆ เพียงลำพัง..
ในที่สุดงานหมั้นก็มาถึงในช่วงเช้าของวันใหม่ อรรถพลไม่ได้กลับไปที่วิลล่าตลอดทั้งคืน เขาปล่อยให้เอยเผชิญความเงียบเหงาเพียงลำพัง ในขณะที่ตัวเขาเองต้องเตรียมพร้อมสำหรับหน้าที่ที่ต้องแบกรับไว้บนบ่า
ตอนนี้ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสากลเรียบหรูที่ตัดเย็บอย่างประณีต เขายืนนิ่งจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่ ทว่าภาพที่ซ้อนทับขึ้นมาในหัวกลับไม่ใช่ใบหน้าของคู่หมั้นสาว แต่เป็นใบหน้าหวานที่เปื้อนน้ำตาของเอย...
เขาคิดไม่ออกเลยว่า ว่าป่านนี้เธอจะรู้สึกยังไง... กำลังเสียใจหรือกำลังแอบดีใจที่เขาจะหมั้น
เมื่อวานคำพูดของเธอยังคงก้องอยู่ในหัว…
"นายครับ ทุกอย่างพร้อมแล้วครับ" ครามก้าวเข้ามารายงาน เมื่อเห็นว่าแขกเหรื่อเริ่มทยอยเข้าสู่บริเวณงานจนเกือบเต็มพื้นที่แล้ว
"อืม... แล้วทางเอยล่ะ มึงส่งคนไปดูหรือยัง?" อรรถพลแสร้งถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบเพื่อปกปิดความกังวล เขาหลอกตัวเองว่าถามเพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะไม่มาพังพิธี แต่ลึกลงไปในก้นบึ้งของหัวใจ เขากลับหวาดกลัวว่าเธอจะฉวยโอกาสนี้หนีไปจากเขา...
"คุณเอยยังอยู่ในวิลล่าครับ ไม่ได้ออกไปไหนเลย"
"จับตาดูไว้ให้ดี อย่าให้มีเรื่องบ้า ๆ อะไรเกิดขึ้นเด็ดขาด"
"ครับนาย" เมื่อครามรับคำสั่ง อรรถพลกระชับสูทให้เข้าที่ พยายามปรับสีหน้าให้สุขุมเยือกเย็น ก่อนจะก้าวเดินออกไปยังลานพิธีด้วยมาดของคุณชายผู้สูงศักดิ์
ทางด้านจีรนา เธออยู่ในชุดไทยประยุกต์ที่ขับเน้นความสง่างามจนแขกในงานต่างพากันชื่นชม เมื่อทั้งคู่ก้าวเข้ามาเคียงข้างกันในงาน เสียงรัวชัตเตอร์จากบรรดานักข่าวก็ดังขึ้นไม่ขาดสาย ภาพของคู่หมั้นที่ดูราวกับกิ่งทองใบหยกสร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก
"วันนี้เฮียหล่อมาก ๆ เลยค่ะ" จีรนาเอ่ยชมพร้อมกับเอื้อมมือไปจัดเนกไทให้อรรถพลอย่างอ่อนโยน
"แน่นอนครับ" ชายหนุ่มตอบสั้น ๆ จีรนาแอบยิ้มในใจ เธอรู้สึกว่าเลือกคนไม่ผิด แม้อรรถพลจะไม่ใช่คนที่อยู่ในหัวใจของเธอ แต่ในแง่ของฐานะและความเหมาะสม เขาคือผู้ชายที่คู่ควรกับเธอมากที่สุด
อรรถพลยกแขนให้จีรนาควงอย่างให้เกียรติ ทั้งคู่เดินเข้าสู่พิธีหมั้น เริ่มต้นขั้นตอนการหมั้นหมายตามประเพณีจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ก่อนจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออีกครั้งในช่วงสาย
"เฮียหล่อจัดเลยว่ะวันนี้" พฤกษาเดินเข้ามาแซวพี่ชายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"เฮียก็หล่อของเฮียแบบนี้มาตั้งนานแล้วนะ" อรรถพลตอบกลับอย่างถือดี ทำให้ตฤณกรหัวเราะออกมาเบา ๆ
"พวกเราหล่อ เฮียหล่อ มันก็ถูกแล้วครับ เพราะเราได้พันธุกรรมดี ๆ มาจากมี้คนสวยกับป๊าสุดหล่อไง" ตฤณกรพยักพเยิดไปทางคุณนายใหญ่และเจ้าสัวแห่งตระกูลสุริยาเดชสกุลที่ยืนต้อนรับแขกอยู่อีกด้านอย่างมีออร่า
"ยินดีด้วยนะครับพี่ ๆ สถานีต่อไปก็งานแต่งเลยสินะ" พฤกษาเอ่ยแสดงความยินดี อรรถพลพยักหน้า ก่อนที่ตฤณกรจะขยับมาพูดข้างๆ จีรนา
"มีหลานให้พวกเราอุ้มไว ๆ นะครับ"
"จ้ะ" จีรนายิ้มหวานรับคำ ทว่าในขณะที่กำลังจะเอ่ยตอบ สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นร่างสูงของใครคนหนึ่งที่เดินฝ่าฝูงชนเข้ามา...
ใครคนหนึ่งที่เธอพยายามลบเขาออกไปจากความทรงจำ
ปอร์เช่...
เขามาที่นี่ได้ยังไง!
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
เธอฝืนลุกขึ้นอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเริ่มต้นวันใหม่ที่ไร้อรรถพล อาหารเช้าคือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ต้มทิ้งไว้จนเส้นอืดพองเพราะเธอกินไม่ลง สุดท้ายเอยจึงมานั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟานุ่มในห้องนั่งเล่นเพียงลำพัง ปล่อยให้ความเงียบกัดกินหัวใจจนเริ่มรับมันไม่ไหว
"ได้สิ! งั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป... ผมขอยุติความสัมพันธ์ของเรา ต่อไปนี้เอยไม่ใช่คนของผมอีก!"แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่พอประโยคนี้หลุดออกมาจากปากเขาจริงๆ หัวใจเอยกลับสั่นคลอนจนแทบยืนไม่อยู่ ทว่าศักดิ์ศรีที่เหลืออยู
บทที่2อารมณ์ชั่ววูบเอยรีบขับรถกลับถึงวิลล่าในเวลาไม่นานนัก หัวใจของเธอเต้นระรัวเมื่อเห็นรถหรูจอดสนิทอยู่ที่หน้าบ้าน... คุณอรรถมาจริงๆ และเขายังไม่กลับ
เอยเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว เธอรีบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรวบรวมสติที่กระจัดกระจายตั้งสติก่อนจะกดรับสาย"ค่ะ..." น้ำเสียงแผ่วเบาด้วยความเกรงกลัวค่อย ๆเอ่ยขึ้นเมื่อรับสาย ปลายสายเงียบไปอึดใจ จนบรรยากาศในตอนนี้ยิ่งกดดัน







