แชร์

บทที่ 60

ผู้เขียน: Karawek House
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-09-14 19:21:33

“ตาถั่วน่ะสิ” แอนนาเบลถลึงตาใส่ “เถียงคำไม่ตกฟาก แค่ถามว่าฉันทำหายที่ไหนแล้วช่วยกันหาไม่ได้หรือไง นั่นของแพงมากนะยะ”

“แล้วคุณพี่ไปทำตกไว้ที่ไหนล่ะคะ”

คำถามสั้นๆ จากอันย์นา  ทำเอาท่านหญิงคนรองสะอึก

หล่อนกลอกตา ก่อนตอบ

“ในสวน”

“ในสวน...? สวนไหนคะ”

“ก็สวนใกล้ๆ นี่น่ะสิ!” แอนนาเบลแหวใส่ “เอาเป็นว่าหล่อนต้องมาช่วยฉันหา เดี๋ยวนี้!” บอกแล้ว คนอ้างว่าทำของหายก็เดินนำเธอมุ่งหน้าเข้าหาอุทยานที่เต็มไปด้วยพุ่มไม้ดอก ไม้ดัด และซุ้มไม้เลื้อยนานาชนิด

แสงสลัวรางจากเสาติดตะเกียง ส่องให้คุณหนูทั้งสองจากตระกูลแกรนเทรนท์เห็นว่าอุทยานแห่งนี้กว้างขวางจนน่าตกใจ

“คุณพี่ไปทำหายบริเวณไหนคะ” อัยน์นาถามหลังกวาดสายตามองไปรอบๆ

เธอแน่ใจว่าคนอย่างแอนนาเบลไม่มีทางทิ้งงานเลี้ยงหรูหราลงมาที่อุทยานซึ่งทั้งมืดสลัว ทั้งกว้างขวาง ทั้งเงียบเชียบ แบบนี้คนเดียวแน่ แต่ครั้นจะพูดว่ารู้ทัน ประเดี๋ยวพี่สาวจอมโวยวายรายนี้ ก็คงส่งเสียงแหลมแสบแก้วหูปฏิเสธคอเป็นเอ็น กลายเป็นเรื่องเป็นราวให้ท่านเจ้ากรมการเมืองอับอายขายหน้าคนในวงสังคมอีกหนเสียเปล่าๆ

ที่นี่ก็ทั้งสวยทั้งสงบดี สถานที่งดงามแบบนี้ใช่ว่าจะได้เข้ามาง่ายๆ ในเมื่อได้เข้ามาแล้ว ก็ขอใช้โอกาสนี้ปลีกตัวจากงานเลี้ยงหรูหราเสียเลย

“ว่ายังไงคะ” เธอถาม ทั้งๆ ที่รู้ว่าพี่สาวตอบไม่ได้ เจตนาเพียงอยากให้แอนนาเบลรีบชี้นิ้วสั่งแล้วจากไปไวๆ เท่านั้น

“ตรงไหนเหรอ”

“ค่ะ”

ท่านหญิงคนรองเหลียวมองไปรอบๆ พอคิดอะไรไม่ออก ก็บุ้ยใบ้ไปยังบริเวณซุ้มไม้เลื้อยที่ทั้งรกทั้งมืดครึ้มที่สุด

“ตรงนั้น!”

คุณพี่เข้าไปทำอะไรที่นั่นคะ อัยน์นาอยากจะถามแบบนี้ แต่รู้ดีว่าถึงถามไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา

“ค่ะ...เข้าใจแล้ว คุณพี่กลับเข้าไปในงานก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวหาเจอหรือไม่เจอ ดิฉันจะกลับเข้าไปบอก”

“หาให้ดีล่ะ หานานๆ หน่อย” เจ้าหล่อนกำชับก่อนวิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว ผิดวิสัยคนเพิ่งทำของราคาแพงหายไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้อัยน์นายิ่งแน่ใจ ว่าพี่สาวต่างมารดาต้องพยายามแยกเธอออกจากไซรัสเพื่อพริสซิลล่าแน่ๆ

พริสซิลล่าจะทำอะไรอีกแล้ว...

อัยน์นามองแผ่นหลังแอนนาเบลค่อยๆ หายลับไปในฝูงชนแล้วได้แต่ทอดถอนใจ

แอนนาเบลเองก็อายุไม่น้อยแล้ว ยังคอยแต่จะทำตามคำสั่ง ทำตามความคิดคนอื่นอยู่เสมอ จนยากจะรู้ ว่าลึกๆ แล้วเจ้าหล่อนมีความคิดความอ่านอย่างไร มองโลกแบบไหน

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอสงสัย ว่าถ้าทำตัวอย่างแอนนาเบล เธอจะมีความสุขกับชีวิตกว่านี้หรือไม่

ไม่ต้องคิดอะไร...แค่ทำตัวเหมือนเรือลำเล็ก ปล่อยให้คนอื่นชักพา...

พอนึกถึงตรงนี้ อัยน์นาก็ส่ายหน้าทันที

“ไม่ไหวจริงๆ นั่นแหละ” เจ้าของริมฝีปากสีกุหลาบพึมพำ ก่อนสาวเท้าเข้าหาบริเวณที่แอนนาเบลชี้ให้ดู

...ไม่ใช่เพื่อค้นหาเข็มกลัดที่ไม่มีอยู่จริง แต่เพื่อหามุมสงบๆ ผ่อนคลายตัวเองเสียบ้าง...

ท่ามกลางงานเลี้ยงโอ่อ่า คลาคล่ำด้วยชนชั้นสูงแต่งกายสวยสด สิ่งเดียวที่ดึงดูดให้ไซรัสมองตามได้ กลับมีเพียงหญิงอ่อนเยาว์ในชุดราตรีเปล่งประกายดุจทองคำเท่านั้น และบัดนี้ สิ่งนั้นก็ค่อยๆ เคลื่อนหายไป ราวกับเธอเป็นเพียงภาพฝันไร้ตัวตน

เขามองตามเธออยู่นาน นานจนพริสซิลล่าทนรอให้เขาชวนคุยตามแบบอย่างกุลสตรีไม่ไหว ต้องเป็นฝ่ายหาหัวข้อสนทนาเสียเอง

“มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าคะ”

ประโยคแปลกประหลาดจากพริสซิลล่า ดึงให้เขาได้สติ

พอเห็นไซรัสเบนสายตากลับมามองคล้ายตั้งคำถาม เจ้าหล่อนก็ขยับริมฝีปากประดับเครื่องสำอางสีแดงจัดบอก น้ำเสียงกระเง้ากระงอด

“แหม ก็เห็นคุณมองเหม่ออยู่ตั้งนานนี่คะ”

หลังเข้าสังคมชั้นสูงในอาณาจักรเวเนเซียมาได้พักใหญ่ ไซรัสโดนสุภาพสตรีมากหน้าหลายตาเรียกความสนใจด้วยน้ำเสียงแบบนี้จนชินชา เขาย่อมรู้ดี ว่าพวกหล่อนเติบโตมาอย่างได้รับการเอาใจใส่ จึงเสพติดการมีคนคอยใส่ใจให้ความสำคัญ พอออกจากคฤหาสน์มาพบเจอใครๆ ก็เลยคอยแต่จะอยากให้ทุกคนมาเอาอกเอาใจตลอดเวลา

เขาไม่ได้ชอบพฤติกรรมลักษณะนี้ แต่ก็ใช้ชีวิตมามากพอจนรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยไม่มีค่าพอให้นึกรำคาญ ที่เขาเลือกทำจึงมีเพียงคลี่ยิ้มให้ ก่อนชวนคุยเรื่องที่เขาอยากคุยด้วยใบหน้าอาบรอยยิ้ม

“ท่านเจ้ากรมสบายดีใช่ไหมครับ”

พริสซิลล่าจ้องตาเขาแล้วถอนหายใจยาว หล่อนช้อนตาใส่เขาเหมือนจะตำหนิ ก่อนตอบ “คุณพ่อท่านสบายดีค่ะ”

“ดีจริง...คราวก่อนตอนดื่มชาด้วยกัน ท่านเจ้ากรมบ่นว่าสุขภาพไม่สู้ดีนัก ผมก็เลยเป็นห่วง”

“เพราะพวกเราช่วยกันดูแล ก็เลยไม่มีปัญหาอะไรน่ะค่ะ”

“ช่วงนี้ที่คฤหาสน์เงียบสงบดีใช่ไหมครับ” เขายังคงถามต่อไป

“ก็ปกติดีค่ะ ติดจะเงียบจนน่าเบื่อด้วยซ้ำ” ตอบแล้วคุณหนูคนโตก็ยกพัดขึ้นโบก ฝืนยิ้มอ่อนหวานทั้งที่แววตาเต็มไปด้วยร่องรอยความขัดใจ “แหม...แปลกนะคะ วันนี้คุณถามเยอะเสียจริง”

แปลกจริงๆ นั่นล่ะ...ไซรัสเองก็เห็นด้วย

ทีแรกเขาก็ไม่ได้เอะใจ แต่พอโดนทักแบบนี้ พ่อค้าหนุ่มก็เริ่มคิดว่าตอนนี้ตัวเองพูดจาอะไรตรงไปตรงมาเกินไป ไม่ใช่วิสัยเลยสักนิด

หรือเพราะดื่มเหล้าหมักผลไม้มากเกินไป...

ไม่...ไม่ใช่แน่ เขารู้จักตัวเองดี

พ่อค้าหนุ่มลองยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นสูดดม ก่อนจรดขอบแก้วที่ริมฝีปากแล้วลิ้มรสเหล้าหมักอีกเพียงน้อยนิด เพื่อควานหาสิ่งผิดปกติ

ตอนนั้นเอง สายตาไซรัสก็สบเข้ากับสายตา คาร์ล วิลส์ตัน

ชายคนนั้นคลี่ยิ้มพลางยกแก้วให้เขาคล้ายตั้งใจชวนดื่มฉลอง

ดูเป็นกิริยาปกติ สีหน้าแววตาไร้แววชวนสงสัย แต่เพราะจู่ๆ ก็เกิดมึนงงชั่วขณะ พ่อค้าหนุ่มจึงอดคิดไม่ได้ว่าท่าทีนั้นได้จังหวะสอดคล้องเกินไป

แค่เพราะไม่ได้กลิ่น ไม่รู้สึกถึงรสชาติแปลกแปร่งในแก้ว ก็ใช่ว่าจะไม่มีอะไรเจือปน

เขาไม่คิดว่าคาร์ลจะกล้าวางยาพิษกลางงานเลี้ยงแบบนี้ เพียงแต่อาการประหลาดที่เกิดขึ้นอย่างไร้สาเหตุชวนข้องใจว่าเขาอาจโดนวางยาอะไรสักอย่าง แต่จะโดยใคร...ใช่คาร์ลหรือไม่...ทำไปเพื่ออะไร เขายังไม่แน่ใจนัก

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 97

    “อยู่ที่นี่เราไม่เรียกต้นห้อง ไม่เรียกสาวใช้ ไม่เรียกคนรับใช้ ทุกคนอยู่ในฐานะพนักงานค่ะ” อัยน์นาอธิบาย “แต่ละคนจะมีหน้าที่รับผิดชอบคนละอย่าง ไม่ก้าวก่ายภาระการงานกันและกัน ไม่มีการใช้งานเกินหน้าที่”“ฟังดูเป็นระบบแบบพ่อค้าพ่อขายเต็มที่เลยนะคะ” คนฟังออกความเห็นอย่างอดไม่ได้อัยน์นาหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงฟังดูสบายๆ ดูสดใสจากใจจริง“ก็ฉันเป็นภรรยาพ่อค้านี่คะ”“แต่เป็นพ่อค้าที่มีความสามารถ แล้วก็สง่างามเสียยิ่งกว่าขุนนางคนไหน” มาธากล่าวแก้พออีกฝ่ายพูดถึงไซรัสขึ้นมาแบบนี้ อัยน์นาก็เหมือนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีแตกต่างจากมาธา ที่ดูเหมือนจะมีเรื่องอยากพูดเต็มไปหมด“หลังจากคุณหนูขึ้นรถม้าออกจากบ้านมา ท่านผู้หญิงก็เรียกดิฉันเข้าไปพบ” มาธาเริ่มเล่า น้ำเสียงอัดอั้น “ท่านพูดไม่ทันจะจบ ดิฉันก็เดาได้ ว่าอยากกดดันให้ออกจากบ้าน ดิฉันก็เลยชิงลาออกมา”“ตายจริง” อัยน์นาไม่ได้ตกใจ เธอรู้สึกแย่แทนมาธาต่างหาก มาธาทำงานอยู่ที่นั่นตั้งแต่ยังเล็ก อยู่มาตั้งแต่ก่อนที่เธอจะเกิดเสียอีก เรียกได้ว่าเป็นคนเก่าคนแก่คนหนึ่ง ต่อให้มาธาเคยเป็นต้นห้องให้เธอตามคำสั่งเจ้ากรมการเมืองแล้วอย่างไร นั่นใช่เหตุผลที่ท่านผู้หญิงควรแล้

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 96

    เมื่ออัยน์นาคล้อยหลัง ไซรัสก็ออกจากห้องนอน เดินลงบันได มุ่งหน้าเข้าหาห้องทำงานช่วงที่เดินผ่านห้องรับรองห้องใหญ่ซึ่งเวลานี้ปิดประตูแน่นสนิท เขาอดคิดไม่ได้ ว่านายหญิงคนใหม่ของอาคารหลังนี้คงไม่อยากให้เขาหรือใครเข้าไปรบกวน เพราะต้องการใช้บ่ายวันนี้เฟ้นหาคนงานหญิงคนใหม่ที่ตัวเองจะไว้ใจได้...ฟังจากที่เธอพูดวันนี้ เขาก็เดาออกทุกอย่างอัยน์นารู้แล้วว่าที่นี่วางระบบการทำงานไว้ลงตัวดีอยู่แล้ว จึงตระหนักว่าไม่ควรก้าวก่ายให้วุ่นวาย ทั้งอย่างนั้นก็เต็มใจจะรับคนงานหญิงเข้ามาตามที่เขาเสนออีกสองรายมองเผินๆ เหมือนจะทำเพื่อรักษาน้ำใจคนที่มาสมัครงาน และเป็นการถนอมน้ำใจ รับความปรารถนาดีจากเขาด้วยการยอมรับคนเข้ามาช่วยดูแลตัวเธอเองในเรื่องจุกจิก อาทิ การเตรียมน้ำให้อาบ การเตรียมเสื้อผ้า การช่วยแต่งตัวแต่งหน้า การคอยเป็นตัวกลางติดต่อระหว่างเธอกับใครต่อใครแต่เขาแน่ใจว่าไม่ใช่แบบนั้นด้วยลักษณะนิสัยอย่าง ‘คุณหนูอัยน์นา’ เอาเข้าจริงแล้ว สาวน้อยแรกแย้มนางนี้ ก็แค่อยากให้ที่นี่มีคนที่เรียกได้ว่าเป็นคนของตัวเองจริงๆ เสียบ้างพ่อค้าหนุ่มเดินเข้าห้องทำงาน ทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ตัวเดิมที่นั่งมาร่วมสองเดือนครึ่ง จ้อ

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 95

    ดูไซรัสจะแปลกใจไม่น้อยเพราะสิ่งที่เธอพูดเขาประคองร่างเธอให้หันหน้าเข้าหา จ้องลึกลงในตา“คนงานหญิง?”“ค่ะ” อัยน์นาตอบด้วยรอยยิ้มเหมือนเคย ทั้งที่ตอนนี้ นอกจากจะสงสัยว่าเขาจะถามทำไมแล้ว ในใจยังนึกหวั่นว่าเขาจะคิดอะไรพิเรนทร์ๆ ขึ้นมาจริงๆ “ทำไมเหรอคะ”“ทำไมถึงเรียกว่าคนงานหญิง”เพราะแววตาเขาดูสนใจใคร่รู้มากกว่าจะคิดอย่างอื่น อัยน์นาถึงค่อยผ่อนคลายลง“ก็ที่นี่ไม่มีคนรับใช้ชายไม่ใช่เหรอคะ” เธอคิดอย่างนี้จริงๆ “ในเมื่อที่นี่ไม่มีคนรับใช้ จะให้เรียกคนงานที่รับเข้ามาใหม่ว่าสาวใช้ได้ยังไงกัน ทั้งดูแปลกๆ ทั้งดูไม่ยุติธรรมยังไงก็ไม่รู้”“แต่ถ้าดูตามหน้าที่ ก็ควรเรียกสาวใช้ไม่ใช่รึ”“ถ้าดูจากสถานการณ์ของคุณ ฉันว่าไม่ควร คุณคงไม่อยากให้ทุกคนที่ทำงานที่นี่อยู่ก่อนแล้วกับคนที่จะรับเข้ามาใหม่เกิดสับสน วางตัวลำบาก หรือแบ่งแยกชนชั้นกันใช่ไหมคะ” บอกแล้ว เจ้าของร่างอ้อนแอ้นก็รีบเลื่อนมือขึ้นกุมมือแข็งแกร่ง แล้วกลับหลังหันตั้งใจจะพาตัวเองกับชายคนนี้ออกจากสถานการณ์ล่อแหลม แต่กลับโดนอีกฝ่ายดึงเข้าสวมกอดจากด้านหลัง “ภรรยารอบคอบอย่างนี้ เห็นทีต่อไปคงต้องรบกวนให้ช่วยดูแลเรื่องคนงานแทนซะแล้ว” ลมร้อนๆ ที่ราดร

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 94

    หลังร่วมโต๊ะอาหารกลางวันในห้องไม่ใหญ่ไม่เล็กบนชั้นสอง ไซรัสก็พาเธอเดินสำรวจอาณาจักรที่เขาครอบครองด้วยตัวเอง นัยว่าถ้าติดใจสงสัยเรื่องไหนให้ถามเขาได้เต็มที่ และอัยน์นาก็ยินดีใช้สิทธิ์นี้แม้จะรู้ดีว่าทุกสิ่งที่เขาพูดล้วนเป็นเพียงสิ่งที่เขาอยากให้เธอได้ยิน อยากรู้...ว่าเขาจะอธิบายข้อสงสัยยิบย่อยในใจเธออย่างไรบ้างเขาพาเธอเดินดูทุกอย่างไล่จากตึกแถวสามชั้นสองหลังที่เพิ่งซื้อ...ตึกแถวทั้งสองหลังที่ว่านี้ตั้งโอบรับตึกหลักซึ่งปลูกเป็นอาคารสี่ชั้นที่ใหญ่โตโอ่โถงกว่าอาคารจำนวนชั้นเท่ากันหลังอื่นๆ ถึงหนึ่งในสามเท่า มองภาพรวมจากลานน้ำพุแล้ว ตึกแถวสามชั้นทั้งสองหลังชวนให้นึกถึงภูเขาสองลูกย่อมที่หนุนอยู่หลังเขาลูกใหญ่ คำอธิบายที่หลุดลอดจากริมฝีปากไซรัสไม่มีอะไรน่าสนใจ พวกมันฟังดูเหมือนสิ่งที่พ่อครัวกับโทมัสและคนงานรายอื่นๆ เคยพูดไม่มีผิด ชวนให้เดาได้ว่าเขาน่าจะเคยอบรมผู้ติดตามและคนงานเกี่ยวกับการตอบคำถามเรื่องเหล่านี้ถัดจากด้านนอกตัวอาคารคือโถงกว้างที่ดัดแปลงเป็นร้านค้า อัยน์นาพบว่าไซรัสแบ่งพื้นที่ส่วนนี้เป็นสองส่วนเท่าๆ กัน ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่น้อย ส่วนหนึ่งค้าขายแพรพรรณ มีโต๊ะให้คำปรึกษาเรื่องบริ

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 93

    อันที่จริง ก่อนที่จะแต่งงาน ท่านเจ้ากรมเรียกเธอเข้าไปคุยทุกเรื่องเกี่ยวกับ ‘ว่าที่ลูกเขย’ มาแล้ว และเธอก็ยืนยันไปแล้ว ว่าไม่ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็จะเลือกอาณาจักรนี้และพ่อบังเกิดเกล้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาบอกว่าเป็นชนชั้นล่างในหมู่ชนชั้นล่างของอาณาจักรนี้ เรื่องที่บอกว่าเอาอัญมณีมาจากที่ไหน เรื่องที่บอกว่ารู้จักกับใครที่ไหนอย่างไรบ้าง ต้องการอะไร มีแผนการมีความคิดความอ่านแบบไหน กระทั่งข้อมูลทุกอย่างที่สืบค้นได้ด้วยตัวเอง ท่านเจ้ากรมก็บอกเธอหมดแล้วทุกเรื่อง“ท่านได้เล่าให้ฟังไหม ว่าอัญมณีในร้านนี้ มาจากไหน”“เรื่องนี้คุณพ่อไม่ได้พูดถึงหรอกค่ะ”ไซรัสค้นลึกลงในตาเธออัยน์นาคลี่ยิ้มอ่อนหวานให้คนตรงหน้า แน่ใจว่าเขาจะไม่พบร่องรอยอะไร “ทำไมจู่ๆ ถึงถามเรื่องพวกนี้ล่ะคะ”“เพราะฉันอยากรู้ ว่าต้องเริ่มเล่าอะไรต่อมิอะไรให้เธอฟังตั้งแต่ตรงไหน” บอกแล้ว คนพูดเหมือนจะไขทุกข้อข้องใจให้เธอวันนี้ ก็โอบเอว พาเธอเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวที่ตั้งอยู่ใกล้ที่สุด “อัญมณีทุกชิ้นที่เรามี มาจากแหล่งอัญมณีนอกอาณาจักร” เขาขยับริมฝีปากเล่า น้ำเสียงจริงจัง “พวกมันมาจากโพรงดินหลังแนวเขาทางตอนเหนือของอาณาจักรนี้...พ

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 92

    “นายท่านมีเรื่องอยากปรึกษานายหญิง...” ผู้จัดการร้านหนุ่มขยับริมฝีปากพูด หลังนิ่งงันไปชั่วครู่“พอจะรู้ไหมจ๊ะ ว่าเรื่องอะไร” เธอเจตนาถามลองเชิงไม่แปลกใจนักที่อีกฝ่ายเลือกคลี่ยิ้มน้อยๆ แล้วผายมือคล้ายเชื้อเชิญให้เธอเดินนำออกจากห้องครัว พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม “เชิญนายหญิงที่ห้องทำงานนายท่านดีกว่า นายท่านน่าจะตอบคำถามนี้ได้ดีกว่ามากนัก”คนคนนี้มีส่วนคล้ายคนน่าโมโหนั่นจริงๆ นั่นแหละอัยน์นาพยักหน้าน้อยๆ ให้อีกฝ่ายแทนการรับรู้ ก่อนก้าวขาเดินนำอย่างไม่รีบร้อน สองขาก้าวไป ในใจก็อดคิดไม่ได้ ว่าหลักการ ‘ดูนายให้ดูบ่าว’ ที่มีมาแต่โบราณช่างน่าอัศจรรย์นายบ่าวมักเรียนรู้จากกันและกัน...คนเราจะสนิทสนมรู้ใจกันได้ ต้องมีบางสิ่งคล้ายคลึงกัน...ทั้งๆ ที่เรื่องเหล่านี้เป็นเพียงหลักการง่ายๆ แต่กลับใช้ดูคนได้แม่นนักอัยน์นาก้าวขาเดินตามการชี้นำจากคนเดินตาม มุ่งหน้าเข้าหาสถานที่ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามีใครรออยู่ ไม่นานนักก็มาถึงห้องห้องหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวที่สุดทางเดินกรุพื้นและผนังสีดำสนิทแค่ดูจากข้างนอก เธอก็พอจะเดาออก ว่าห้องที่อยู่ด้านหลังประตูบานคู่สลักลายขนปีกสวยแปลกตาห้องนี้ กว้างขว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status