เข้าสู่ระบบ"โธ่ เว้ยยยยยยยย" เมื่อขึ้นมาในห้อง VIP ที่จองไว้ เขาก็เกิดบ้าคลั่งทำลายสิ่งของที่ขวางหู ขวางตาทุกอย่างในห้อง พังยับไม่เหลือชิ้นดี ทำให้เพื่อนทั้งสามคนที่รีบวิ่งตามมา ต่างตกใจทำอะไรไม่ถูก
"ไอ้เหี้ยยยยยยย" มาวินที่เป็นเจ้าของสนามแข่งรถแห่งนี้ ก็ยิ่งตกใจตาเบิกกว้าง รู้แค่ว่ามันเป็นคนขี้หงุดหงิด แต่ก็ไม่เคยมีสักครั้งเลยที่เป็นได้ขนาดนี้ ของในห้องเขาพังยับเยิน "มันคลั่งแล้วว่ะ ทำยังไงดี" "มึงเข้าไปดิคิม" "กูเหรอ ไอ้วินเถอะ มันเป็นเจ้าของนะ" คิมหันต์พูดพร้อมกับหันไปมองหน้ามาวิน ที่ตอนนี้เหมือนจะช็อคไปแล้ว "มึงนั่นแหละ ก่อนที่มันจะคลั่งไปกว่านี้รีบไป" "เออๆ" "ใจเย็นนายน์ มึงใจเย็น" คิมหันต์ที่ตัวใหญ่หน่อย ก็เป็นคนใจกล้าเดินเข้าไปห้าม พร้อมกับจับมันล็อคไว้ไม่ให้โวยวายไปมากกว่านี้ "แม่ง!" "พอก่อน มึงโวยวายอะไรขนาดนี้" วายุก็รีบเข้ามาช่วยอีกที ส่วนมาวินตอนนี้เหมือนสติยังไม่กลับมา เพราะไม่รู้จะบอกพ่อเขายังไง ดูจากสิ่งของที่เสียหาย คงได้ปิดปรับปรุงห้องนี้ไปพักใหญ่ "กูจะไปตามฟ้าใส" พูดจบก็พยายามจะออกจากห้อง แต่เพื่อนทั้งสามคนก็ดึงตัวไว้ก่อน "มึงจะไปตามได้ยังไง มึงเป็นคนไปเดิมพันกับมันเองนะ มึงก็รู้ว่าคนอย่างมันไม่ต่างกับมึง พวกมึงมันบ้าดีเดือดด้วยกันทั้งคู่" ตอนนี้จิตใจเขานึกถึงแต่กัญจาวีร์ อะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้คงไม่ต้องเดา ทำไมวันนี้เขาผิดพลาดได้ขนาดนี้ "มึงเป็นคนเลือกเอง มึงก็ต้องรับผลในสิ่งที่มึงทำ" "โถ่เว้ยยยยย" ก่อนจะหันไปโวยวายอีกครั้ง ขายาวถีบโต๊ะตัวใหญ่ จนล้มหงายท้องไป "มึงไปสงบสติอารมณ์ก่อนไหม ยิ่งอยู่ที่นี่มึงยิ่งเดือด" "...!" เมื่อทำอะไรไม่ได้ก็เดินออกมาจากห้อง ด้วยอารมณ์ที่ไม่มีท่าทีจะเย็นลง ก่อนจะรีบสาวเท้าไปที่รถ แต่เมื่อลงมาถึงเต็นท์ ก็มีหลายเสียงว่อนมาให้ลำคาญหู "ไงมึง แพ้ไม่เป็นไรหรอกแค่ครั้งเดียวเอง" "..." เขาก็ต้องชะงักเท้า ก่อนจะหันกลับไปมอง คนที่นั่งกินเหล้ากันอยู่ "แต่ผู้หญิงคนนั้นแจ่มนะ ไอ้ภีมคงพาไปขึ้นสวรรค์แล้ว ใจกว้างดีนะเอาเด็กมาเป็นเดิมพัน วันหลังหามาให้กูซักคนดิ ฮ่า ๆ ๆ" และเสียงหัวเราะ ของคนที่อยู่ตรงนั้นก็ดังขึ้นพร้อมกัน แล้วก็เริ่มพูดมากขึ้น จนลืมสังเกตสีหน้าของคนที่พวกเขา กำลังพูดเล่นด้วยอยู่ว่าอยู่ในอารมณ์ไหน แบบนั้นยิ่งทำให้คนที่กำลังเลือดร้อน อารมณ์ร้อนขึ้น หันไปหาไอ้ที่กำลังพูดอยู่ พร้อมกับหยิบขวดเหล้าที่หมดแล้ว ไปฟาดใส่หัวอย่างแรง ขวดแตกกระจาย คอขวดแหลมยังอยู่ในมือเขา ทำให้ทุกคนที่อยู่ในวง ต่างเงียบกริบกันหมด ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง "เหล้าพอแดกไหม" ถามด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น พร้อมกับแววตาที่โหดเหี้ยมเอาเรื่อง "..." แต่ละคนก็เพียงแต่เงียบและก้มหน้าลง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองอีก "กูถามว่าเหล้าพวกมึงพอแดกกันไหม!" "พะ...พอ ๆ ๆ" "ถ้ามันฟื้นขึ้นมาแล้วยังไม่ตาย ให้ติดต่อไป!" เขาทิ้งนามบัตร ผู้ช่วยของพ่อเขาให้ แล้วเดินออกไปจากตรงนั้นด้วยความหัวเสีย ขับรถออกไปด้วยความเร็ว "ไอ้เป้ ๆ มันตายหรือเปล่าวะ" เมื่อคนที่คลั่งออกไปแล้ว ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นก็ต่างตกใจ และรีบดูเพื่อนที่โดนขวดฟาดหัว ตอนนี้มันสลบไปแล้ว ใครจะคิดว่ามันจะเดือดดาน เกือบฆ่าคนตายได้เพราะปกติก็ไม่เคยเป็นขนาดนี้ จนทำเอาทุกคนขนหัวลุกกันหมด กัญจาวีร์ Talk เมื่อขึ้นรถมากับเขาแล้ว เธอก็พยายามระงับความกลัวไว้ แม้ตอนนี้ใจจะสั่นมากก็ตาม ผู้ชายคนนี้ก็ดูน่ากลัว ไม่ต่างกับผู้ชายใจร้ายคนนั้นเลย "ไม่ต้องสั่นขนาดนั้นก็ได้" ภีมพูดพร้อมกับหันไปยิ้มให้เธอ "..." เธอก็เพียงแต่มองออกนอกหน้าต่าง ไม่ได้หันไปมองหน้าเขา "ไม่แนะนำตัวหน่อยเหรอ" ก่อนจะเหยียบคันเร่งให้เร็วกว่าเดิม "จะพาฉันไปไหน" จนในที่สุดเธอก็หันไปถาม เมื่อรู้สึกว่าทางที่เขาพาไป มันออกนอกเส้นทางไปเรื่อย ๆ "หึ แล้วเธออยากไปไหนล่ะ" "ฮึก ฉันไม่ได้อยากไป" จนในที่สุดก็กั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ร้องไห้ออกมาอย่างน่าอาย "ร้องไห้? ร้องทำไม" เขาก็ถามขึ้นด้วยความตกใจ "อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันขอร้องล่ะ ให้ฉันไหว้ก็ได้ ฮึก ๆ" เธอพูดพร้อมกับยกมือไหว้เขา ด้วยอาการที่หวาดกลัว และก้มหน้าลงไม่กล้ามอง "ใจเย็น ๆ ก่อน" ก่อนจะรีบขับรถออกไปให้พ้นทางเปลี่ยว และไปจอดรถที่ร้านสะดวกซื้อ ก็ยอมรับว่าเขาเองก็ตกใจเหมือนกัน ที่เธอมีท่าทีหวาดกลัวขนาดนี้ เพราะตลอดชีวิตเขา แค่เขาชวนขึ้นรถ ผู้หญิงแต่ละคน ก็พร้อมอ้าขาให้เขาแล้ว แต่กับเธอ นอกจากจะกลัวแล้ว ยังยกมือไหว้ไม่ให้เขาทำอะไรอีก 'หึ ชีวิตกู!' เมื่อเห็นว่าเขาจอดรถเธอก็รีบเงยหน้าขึ้นมา เพราะกลัวว่าเขาจะพาเธอไปทำอะไรในที่เปลี่ยว แต่มันก็ผิดคลาด เพราะที่นี่คือที่ชุมชน และคนก็สัญจรไปมาเยอะมาก "ตอนนี้หนึ่งทุ่ม ยังไม่ดึกมาก เธออยากกินอะไร จะเข้าเซเว่นก่อนไหม" "นาย..." เธอเรียกเขาแผ่วเบา พร้อมกับปาดหลังมือเช็ดน้ำตา "หึ หน้าฉันดูเป็นคนไม่ดีขนาดนั้นเลย? ฉันไม่ใช่คนใจร้ายหรอกนะ" เขายื่นทิชชูที่มีติดรถไว้ให้เธอ "..." แต่ความจริงเขาก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ไม่มีการลวนลาม หรือล่วงเกินอะไรเธอเลย แต่เธอก็มองอย่างไม่เชื่อใจอยู่ดี "ฟังนะ ฉันไม่ได้จะทำอะไรเธอ ฉันแค่อยากเอาชนะไอ้นายน์มันเฉย ๆ และดูมันจะหวงเธอด้วย ตอนนี้มันก็คงจะคลั่งอยู่" พูดพร้อมกับยิ้มมุมปากด้วยความสะใจ "นายเข้าใจผิดแล้ว นายนั่นจะมาหวงอะไรฉัน ฉันกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน เขาเกลียดฉันจะตาย" "ฉันจะบอกอะไรให้นะ ฉันรู้จักกับมันมาหลายปี มันไม่เคยเป็นแบบนี้ และเธอคนเดียว ที่ทำให้มันเป็นขนาดนี้ได้" "..." "เธอจะแนะนำตัวเธอได้หรือยัง ไม่แน่นะถ้าเราเป็นเพื่อนกัน วันนี้ฉันอาจไม่ทำอะไรเธอก็ได้" "นี่นายยังจะทำอะไรฉันอยู่เหรอ" เธอก็ถามอย่างเอาเรื่อง "หึ แต่เธอก็สวยดีนะ" "หยุดพูดจาอะไรแบบนั้นนะ" "ไม่ร้องไห้แล้วเหรอ เมื่อกี้ยังยกมือไหว้ฉันอยู่เลย" "ก็..." "ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก สาบาน" เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "อือ งั้นก็ขอบใจแล้วกัน ที่นายไม่ได้คิดเรื่องอะไรแบบนั้นกับฉัน" "ฉันชื่อภีม" และเขาก็เป็นคนแนะนำตัวก่อน "ฉะ...ฉันชื่อฟ้าใส" "แล้วไปรู้จักกับไอ้นายน์ได้ยังไง" "เรียนวิศวะด้วยกัน" "วิศวะ?" เขาหรี่ตาถามอย่างไม่เชื่อ เธอดูเป็นผู้หญิงสวยหวาน ไม่ได้เหมาะที่จะเรียนวิศวะเลย แล้วใจก็นึกไปถึงใครบางคน คิดได้แบบนั้นก็เผลอยิ้มออกมา "ใช่ เรียนม.เดียวกันกับ เอ่อ... นายน์ แล้วก็อยู่ห้องเดียวกัน" "ถามจริง?" เขาก็ถามขึ้นเสียงดัง อะไรจะโลกกลมขนาดนี้ "ใช่ ทำไมนายต้องแปลกใจขนาดนั้น" "แล้วแบบนี้ เธอก็ต้องรู้จักกับน้ำชาใช่ไหม" "รู้สิ เราเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน" "อ่อ" นี่แหละนะ โลกกลมฉิบหาย "แล้วนายรู้จักกับน้ำชาด้วยเหรอ" "ก็เอ่อ...รู้จักกันผ่าน ๆ" ผ่านมาให้จำ แล้วก็ทำให้ไม่ลืม ง้อมาตลอดแล้ว ก็ยังไม่เป็นผล "ฉันขออะไรนายหน่อยได้ไหม" "อะไร" "ฉันขอลงตรงนี้ แล้วฉันจะกลับเอง" "แล้วฉันบอกเธอตอนไหน ว่าฉันจะให้เธอกลับ" "นาย" เธอก็มองเขาอย่างอ่อนใจ ก็คิดว่าเขาจะปล่อยเธอแล้ว "ภีม เรียกฉันว่าภีม" "ภีมนายก็ไม่ได้คิดอะไรกับฉันอยู่แล้ว ปล่อยฉันกลับได้ไหม" "มันง่ายไปฟ้าใส มันยังไม่สนุกเลยนะ" "สนุก?" เธอก็ถามอย่างไม่เข้าใจ และในตอนนั้นเสียงโทรศัพท์เธอก็ดังขึ้นพอดี จนเธอต้องหยิบขึ้นมาดู ซึ่งก็เป็นชื่อของใครบางคน ปรากฏขึ้น Rrr Rrr Rrr "เห็นหรือยังเรื่องสนุก" "..." "เธอเชื่อเถอะ ว่าฉันไม่ได้ร้ายกาจและบ้าเท่ามัน" เธอได้แต่ถอนหายใจ ออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย แต่ก็ถือว่าเป็นโชคดีของเธอ ที่ผู้ชายคนนี้ยังมีดีอยู่บ้าง อย่างน้อยก็ไม่ล่วงเกิน หรือทำให้เธอต้องรู้สึกแย่ ไปมากกว่านี้1 ปีผ่านไปเมื่อลูกสาวหายดีแข็งแรงจนปกติทุกอย่างแล้ว งานแต่งงานของทั้งคู่ก็ถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โต บรรดาแขกมากมายที่มาร่วมงาน ก็ต่างแสดงความยินดีกับทั้งคู่เจ้าสัวธวัชกับคุณหญิงอิงอร ก็ดูจะภูมิใจในงานนี้มาก ๆ แนะนำหลานสาวแสนน่ารักอย่างน้องวันใหม่ให้ทุกคนได้รู้จัก เจ้าสัวธวัชเดี๋ยวนี้ก็มีแต่รอยยิ้มของความใจดี ไม่มีความโหดเหี้ยมใดหลงเหลืออยู่ในใบหน้าแม้แต่น้อย"นี่หลานสาวผมครับ ชื่อน้องวันใหม่""ยินดีด้วยนะครับ หลานสาวน่ารักมากเลย" ทุกคนที่พบเห็นก็ต่างชอบ และดีใจกับครอบครัวนี้เป็นที่สุด"ครับ ไปอยู่ซีแอตเทิลมา สื่อสารภาษาอังกฤษเก่งกว่าปู่อีก""เด็กตัวเท่านี้กำลังความจำดีเลยครับ""ดูท่านเจ้าสัวมีความสุขจังเลยนะคะ""ใช่ครับ ตอนนี้ไม่เหงาแล้ว มีทั้งภรรยา แล้วก็หลานสาว แค่นี้ชีวิตคนแก่อย่างผมไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว""ยินดีด้วยมากๆ เลยนะครับเจ้าสัว"ทุกคนก็ต่างยิ้มแย้มดีใจ เจ้าสัวธวัชที่เปลี่ยนไปอย่างกับคนละคน ตั้งแต่ที่คุณหญิงอิงอรกลับมา ข้อคอรหาที่ลือกันว่า สั่งเก็บเมียก็หมดไป ทั้งธุรกิจของลูกแต่ละคน ก็ดูจะยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งกิติกรลูกชายคนเล็ก เจ้าบ่าวป้ายแดง และ ชินกร ลูกชายคนโต ก็ดูจะย
ตุ๊บ ๆ ๆ ๆ "เฮือก พะพอแล้ววว กะ...กูยอมแล้ว" คิมหันต์ก็ยกมือไหว้อย่างคนที่หวาดกลัว ตั้งแต่วันนั้นมา จนถึงตอนนี้เวลากว่าหกปี เขาไม่กล้าสู้หน้าใครเลย ทั้งกลัวเรื่องนี้จะเปิดเผย แต่ด้วยที่ติดการพนันหนักมาก ก็ได้เพื่อนรักอย่างกิติกร ที่คอยช่วยและให้ยืมเงิน แต่ด้วยคนติดการพนันอย่างเขา ก็เอาเงินไปลงที่บ่อนหมด จนตอนนี้ก็หนีเจ้าหนี้หัวซุกหัวซุนเหมือนกัน "มึงกล้ามากนะไอ้เหี้ย กล้าทำแบบนั้นกับกูได้ยังไง!" เขาพูดขึ้นด้วยความโกรธ พร้อมกับกระทืบไปแรงแรงอีกครั้ง "กะ...กู" "นะ...นี่มันเรื่องอะไรกัน" ชมพูที่โดนพาตัวมาเหมือนกัน ก็แหกปากพยายามขัดขืน "นะ...นายน์" เมื่อเห็นกิติกรอยู่ในห้อง และสภาพคิมหันต์ก็ดูไม่ได้ ทำให้ชมพูยิ่งตกใจมากขึ้นไปอีก และกำลังวิ่งออกไป แต่ก็โดนกระชากผมไว้ก่อน "จะไปไหน!" "ชมพูไม่เกี่ยวนะ ไอ้คิมหันต์ ไอ้คิมหันต์มันล่อลวงชมพูทั้งนั้น" "อีชมพู!" "หึ ล่อลวง? หรือมึงไปให้มันเอาเองกันแน่" "มะ...ไม่ใช่นะนายน์ ไม่ใช่แบบนั้น" แววตาเขาตอนนี้ดูน่ากลัวมาก และเธอก็รู้ว่าคนอย่างเขาทำได้ทุกอย่าง "กูไม่ได้โง่ คนอย่างกูรู้หมดนั่นแหละ ว่ามึงเองเป็นคนยังไง" "นายน์ อย่าเข้าใจชมพูผิดแบบ
"นี่ห้องนายไม่ใช่เหรอ""ก็ใช่น่ะสิ นี่ห้องฉันไง เธอก็เคยขึ้นมาตั้งหลายครั้ง หรือจำไม่ได้แล้ว" เขาเดินมากระซิบข้างหูเธอ"นายนอนกับลูกก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันไปนอนกับป้ามล" เธอก็กำลังจะเดินออกจากห้องเขา"ว๊ายยยยย" แต่มีหรือคนอย่างเขาจะยอม ถึงห้องเขาแล้วไม่ปล่อยเธอไปไหนหรอก เขาดึงตัวเธอนอนบนเตียง พร้อมกับเขาที่คร่อมทับ และมองตาเธออย่างเจ้าเล่ห์"จะไปไหน""ปะ...ปล่อย ฉันจะไปดูลูก""ให้ลูกอยู่กับอากงกับย่าไป เวลานี้เป็นเวลาของผัวกับเมีย""มะ...เมียที่ไหน ปล่อยฉัน" เธอก็พยายามผละเขาออก"ก็เมียที่ฉันนอนทับอยู่นี่ไง ตั้งแต่ไม่มีเธอ ฉันไม่เคยมีใครเลยนะฟ้าใส ฉันมีแต่เธอคนเดียว แม้แต่นอนกับใครฉันยังไม่เคยทำเลย""..." เป็นเรื่องที่เธอไม่อยากจะเชื่อ"ฉันซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองมาก ฉันตามหาเธอ แทบพลิกแผ่นดิน และกว่าจะเจอเธอได้ ขอบคุณนะฟ้าใส ที่ให้โอกาสฉันได้กลับมาดูแลเธอ ที่ผ่านมาฉันแย่มาก แต่ที่ฉันทำไปทุกอย่าง ก็เพราะฉันรักเธอนะ""รัก...""ฉันรักเธอคนเดียว รักตั้งแต่แรกเห็นแล้ว และฉันก็ไม่เคยรักใครอีกนอกจากเธอ""เกลียดฉันไม่ใช่เหรอ จะมารักฉันตั้งแต่แรกเห็นอะไร""ก็ตั้งแต่ที่เจอเธอครั้งแรก ตอนเธอเข้
"เธอไม่ได้บอกฉันเลยว่าเธอท้อง!""ตอนนั้นหนูคิดว่าไม่จำเป็นค่ะ" ก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ เพราะเธอก็ไม่ได้บอกใครว่าเธอท้อง แม้แต่พ่อของลูกเอง"จะไม่จำเป็นได้ยังไงล่ะ ถ้าฉันรู้ว่าเธอท้อง...""หยุดพูดเรื่องนี้เถอะค่ะ หนูจะคืนเงิน 20 ล้านบาทให้ หนูไม่ขอรับไว้แล้วค่ะ เพราะหนูสามารถดูแลลูกได้"เขาก็หันมองหน้าเธอพร้อมกับความรู้สึกที่เสียใจ นี่ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอต้องทำงานหาเงินเลี้ยงลูกคนเดียว ต้องลำบากขนาดไหน คนเป็นพ่ออย่างเขาซะอีกที่ไม่เคยทำอะไรเพื่อลูกเลย"ฉันไม่...""พอเถอะ! อย่าให้ผมต้องรู้สึกแย่กับป๊าไปมากกว่านี้เลย""คนอย่างคุณนี่มันต่ำตม และแย่ที่สุด" อิงอรก็พูดพร้อมกับเดินไปหาหลานสาว"ไม่ต้องร้องนะครับลูก เดี๋ยวป๊าพาออกไปอยู่ข้างนอก" เขาก็กำลังจะพาเธอกับลูกออกไป"หยุดอยู่ตรงนั้น ฉันไม่ได้จะว่าอะไร ฉัน...ฉันจะขอโทษ ขอโทษ! พอใจหรือยัง" เจ้าสัวธวัชก็พูดขึ้น อย่างคนที่ทำตัวไม่ถูก"..." หลายคนที่อยู่ตรงนั้นก็ต่างชะงักไป และหันไปมองเป็นตาเดียว"ฉันขอโทษ ฉันผิดเอง ฉันทำไปเพราะฉันไม่รู้""ขอให้สำนึกจริง ๆ เถอะ" คุณอิงอรก็พูดพร้อมกับกอดอก"คุณอร ผมก็สำนึกแล้วนี่ไง ผมเองก็รู้สึกผิด ฟ้าใส ฉันขอโทษ
ณ ประเทศไทยตอนอยู่บนเครื่องน้องวันใหม่ก็ตื่นเต้นมาก ถามพ่อกับแม่ชี้นั่นชี้นี่ไปเรื่อย ด้วยที่เป็นการขึ้นเครื่องบินครั้งแรก ทั้งได้รู้ว่าเครื่องบินลำนี้ เป็นเครื่องบินส่วนตัวของพ่อตัวเอง ความตื่นเต้นก็ยิ่งมีมากขึ้นอีกหลายเท่าเขาสังเกตุเห็นว่าเธอกับป้ามลจับมือกันอยู่บ่อย ๆ เขาก็รู้สึกแปลกใจมาก แต่ก็ไม่อยากซักไซ้ถามอะไร เพราะไม่อยากให้เธออึดอัดหรือไม่สบายใจ"ฟ้าใส ถึงเมืองไทยแล้ว""อือ" เธอก็ตอบพร้อมกับยิ้มให้เขา"ไม่เป็นไรนะ" เขาพูดเหมือนเป็นการส่งกำลังใจให้เธอ ยิ่งรับรู้เรื่องที่เธอเจอมา เขาก็ยิ่งรู้สึกผิด และอยากทำทุกอย่างในวันนี้ให้ดีขึ้น เพื่อเธอกับลูกณ บ้านอัคราคินน์รถตู้คันหรู ขับเข้ามาภายในบ้านอัคราคินน์ บ้านของเจ้าสัวธวัช กัญจาวีร์ใจเต้นแรงกว่าตอนที่เครื่องถึงไทยอีก"ไม่เป็นไรนะฟ้าใส อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด""แต่หนู...""ไม่ต้องคิดอะไรมาก นะเชื่อป้า""ขอบคุณนะจ้ะป้า ที่อยู่กับหนูทุกช่วงเวลาเลย""ยังมีป้าอยู่ ไม่ต้องคิดมาก""จ้ะ" เธอกับป้ามลก็จับมือกันเพื่อให้ความเชื่อมั่น เธอไม่อยากเป็นคนที่ผิดคำพูด เนื่องจากรับเงินมาแล้ว ตั้ง 20 ล้าน แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เพราะเธอตั้งใจว่าจะเก
ถึงเวลาเที่ยงสามคนพ่อแม่ลูก ก็ออกไปกินข้าวด้วยกัน ทั้งคู่จับมือลูกสาวตัวน้อยไว้คนละข้าง พร้อมกับเด็กหญิงที่พูดจาเฉื่อยแจ้วอย่างน่ารัก ทำให้พนักงานแต่ละคนหันมองแล้วยิ้มตาม"เป็นไงล่ะคดีพลิกเลย ชอบนินทากันดีนัก""ก็ใครจะไปรู้ล่ะ ฉันรู้สึกผิดมากเลยที่เอาเรื่องแบบนี้มาเล่าให้พวกเธอฟัง""ฉันก็เหมือนกัน""ชอบเลียคุณออร่าดีนัก เป็นไงล่ะ เขาเป็นถึงสามีภรรยากัน ทั้งน้องวันใหม่ก็ยังเป็นลูกเขาอีก""ฉันก็รู้สึกผิดอยู่นี่ไง""ไว้ค่อยไปขอโทษกัญเขาก็แล้วกัน ถ้าไม่พอใจขึ้นมา พวกเธอตกงานกันได้เลยนะ"พวกคนที่ชอบนินทา ก็ต่างก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด ก็ใครจะไปคิดว่าเรื่องสนุกที่เอามาเม้าส์กัน มันไม่ใช่แบบที่คิดด้วยที่อยากเอาใจลูก ผู้เป็นพ่อก็ถามใหญ่เลยว่าลูกชอบอะไรไม่ชอบอะไร และด้วยปัญหาสุขภาพ ก็เช็คดูตลอดว่าอะไรทานได้หรือทานไม่ได้ ความจริงก็ไม่อยากขัดใจลูกสาวตัวน้อย แต่ด้วยที่ต้องเข้าใจว่าตอนนี้ไม่สบายอยู่"กินไม่ได้หรือคะคุณแม่" น้องวันใหม่ได้แต่มองไอติมในเมนูตาละห้อย"ไม่ได้ค่ะ""ป๊าขา" น้องวันใหม่ก็หันไปมองพ่อ พร้อมกับทำหน้าอ้อนใส่"เอ่อ... ฟ้าใส ให้ลูก...""ไม่ค่ะ! อย่าลืมนะว่าลูกไม่สบายอยู่" เธอก







