Share

ตอนที่ 5

last update Tanggal publikasi: 2025-02-03 02:37:48

เนื่องจากชื่อเสียงของสมาคมอักขระที่มีความแม่นยำการตรวจจับพื้นที่มิติมากที่สุด ทำให้ข่าวดินแดนลับที่กำลังจะเปิดออกกระพือโหมไปไกลมาก ยิ่งหลายวันมานี้คนของสมาคมอักขระและหอเทพโอสถยังเดินทางมาแคว้นโจวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยิ่งมีข่าวแพร่กระจายออกไปตามการคาดเดาว่า บางทีมิติร่วมนภาอาจจะเปิดที่เมืองหลวงแคว้นโจวก็ได้

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าทั่วทุกหัวมุมเมือง ทุกตรอกช่องทางของเมืองหลวงมักมีกลุ่มคนเดินสวนกันขวักไขว่อยู่เสมอ หลายคนต่างระมัดระวังการใช้ชีวิตยิ่งขึ้น กลุ่มผู้มีอำนาจของแคว้นโจวต่างบอกลูกหลานให้เก็บเนื้อเก็บตัวสักระยะ ด้วยกลัวว่าหากไปชนตอเข้า อำนาจที่ตระกูลมีจะช่วยไม่ได้ อย่าลืมว่าคนที่มายังเมืองหลวง นอกจากผู้ฝึกยุทธ์อิสระยังมีผู้เยาว์และกลุ่มอำนาจจากดินแดนเบื้องบนเดินทางมาเยือนด้วย

กลุ่มคนที่เติบโตในดินแดนกล่าวขานว่าทวีปศักดิ์สิทธิ์นั้นล้วนเป็นผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริงทั้งสิ้น ด้วยลมปราณที่หนาแน่นและบริสุทธิ์กว่าดินแดนเบื้องล่าง เพียงเกิดมาก็มีร่างกายแข็งแกร่ง ครั้นพลังปราณตื่นขึ้นยังตื่นในระดับแม่ทัพแล้ว ไม่เหมือนชาวทวีปนภาครามที่ต้องไต่ระดับตั้งแต่ระดับเริ่มต้น เพียงเกิดยังต่างชั้นขนาดนี้ ไม่นับว่าผ่านไปหลายปีคนเหล่านั้นเข้าสู่เส้นทางผู้ฝึกปราณอย่างจริงจัง ด้วยทรัพยากรที่เหนือกว่า ระดับพลังของพวกเขาเหล่านั้นจะล้ำหน้าเหมือนพยัคฆ์ติดปีกเพียงใด พวกเราดินแดนเบื้องล่างไม่อาจรู้ได้ เช่นนั้นการระมัดระวังรู้จักหลบหลีกได้เป็นดี

ชั่วพริบตาวันนัดหมายเดินตลาดกับสหายก็มาถึง เว่ยซือหงอยู่ในชุดสีเขียวไล่ระดับอ่อนไปเข้มปักลายกิ่งไผ่ลู่ลม ดูนุ่มนวลและสุภาพทั้งยังช่วยขับผิวขาวให้เปล่งประกาย ยิ่งนางดื่มกินน้ำและผักผลไม้ปราณเป็นประจำ ผิวพรรณยิ่งเปล่งปลั่งสะท้อนแสงแดดราวหยกน้ำงาม ยามเด็กหญิงเดินผ่าน คนอื่น ๆ คล้ายหมองลงไปเล็กน้อย

ข้างกายเว่ยซือหงคือหลินหว่านสหายสนิทที่นัดกันมาเที่ยวชมตลาดในวันนี้นั่นเอง เด็กหญิงอยู่ในชุดปักลายดอกเหมยสีเหลืองนวลไล่ระดับเช่นกัน ผิวพรรณของนางแม้ไม่อาจเทียบเท่าเว่ยซือหงแต่ก็ดีกว่าคนทั่วไปมาก

ทั้งสองหยุดพูดคุยเป็นระยะเมื่อเห็นร้านที่ถูกใจ ก่อนจะพากันเดินต่อ สายตายังลอบประเมินท่าทีของผู้คนที่เดินสวนกันอยู่บ่อย ๆ พบคนที่กลิ่นอายแข็งแกร่งไม่น้อยเลย เด็กทั้งสองและกลุ่มผู้ติดตามเดินตลาดอย่างมีความสุข ทว่าดูเหมือนจะปกติสุขเกินไป สวรรค์จึงดลบันดาลให้ไปเจอกับปัญหาเข้า

“คุกเข่าขอโทษข้าเดี๋ยวนี้!”

ด้านหน้าของเว่ยซือหงมีคนกลุ่มใหญ่ยืนอยู่พร้อมเสียงโวยวายที่เล็ดลอดออกมา ชาวบ้านที่ทำมาค้าขายต่างพากันก้มหน้าไม่กล้ามองเหตุการณ์ที่กำลังเกิดมากนัก

“ดูเหมือนคุณชายกู้จะแย่แล้ว”

“นั่นสิ ไม่รู้ว่าเขาก้าวเท้าไหนออกจากบ้านจึงมาเจอกลุ่มคุณหนูคุณชายของดินแดนเบื้องบนเข้า”

“ไม่น่าเลย ชีวิตกำลังไปได้ดีแท้ ๆ”

“มีพลังปราณระดับจอมยุทธ์แล้วอย่างไร ต่อหน้าคนจากดินแดนเบื้องบนพวกเราก็ไม่ต่างอันใดกับมดปลวก”

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ใช่ว่าคุณชายกู้จะเป็นคนผิดเสียหน่อย คนพวกนั้นต่างหากที่ผิด”

“ใช่ ๆ”

เว่ยซือหงและหลินหว่านที่ตอนแรกจะยืนดูเหตุการณ์อยู่วงนอกเฉย ๆ พลันเปลี่ยนใจทันทีเมื่อคนที่กำลังมีปัญหาเป็นสหายของพี่ชายคนรอง  ครั้นพอมองให้ดียังเห็นเว่ยซือเหลียงยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วย นอกจากนี้ยังมีคุณชายจากตระกูลอื่น ๆ ที่สนิทชิดเชื้อรวมอยู่ในกลุ่ม

“ขออภัยเจ้าค่ะท่านป้า ไม่ทราบว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ พอจะเล่าให้พวกข้าฟังสักหน่อยจะได้หรือไม่เจ้าคะ” หลินหว่านจูงมือสหายเดินเข้าไปถามท่านป้านางหนึ่งที่ดูแล้วน่าจะพูดคุยด้วยได้  

“จะอะไรเล่า ก็คุณชายกู้น่ะสิไปขัดขากลุ่มคุณหนูคุณชายเข้าจนทำให้พวกเขาไม่พอใจ”

“ขัดขา?”

“เฮ้อ จะโทษคุณชายกู้ก็ไม่ถูกต้องหรอก ความจริงเขาแค่เข้ามาช่วยเด็กคนหนึ่ง ที่บังเอิญวิ่งไปชนคนในกลุ่มนั้นเข้า คนพวกนั้นโหดร้ายยิ่งนัก เด็กเพียงห้าขวบวิ่งชนกลับถึงขั้นลงไม้ลงมือส่งพลังปราณไปทำร้าย หากไม่ได้คุณชายกู้ปัดป้องเอาไว้ ไม่แน่อาจถึงชีวิต เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ นี่ก็นานเป็นเค่อแล้ว ยังจบเรื่องไม่ได้เลย ซ้ำยังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ พวกเจ้าก็รีบกลับเถอะ อย่าอยู่นานนัก ประเดี๋ยวจะโดนลูกหลงไม่รู้ตัว ชาวบ้านหลาย ๆ คนก็เริ่มปลีกตัวกลับแล้ว แผงลอยหลายร้านก็เก็บข้าวของกลับแล้วเช่นกัน”

“ขอบคุณท่านป้าเจ้าค่ะ” เว่ยซือหงกล่าวขอบคุณพร้อมยื่นเงินให้อีกฝ่ายหนึ่งตำลึง

“เอาไงดีอาหง” หลินหว่านถามสหายด้วยสีหน้ากังวล

“ไม่ยุ่งไม่ได้หรอก ในกลุ่มนั้นมีพี่ชายของข้าอยู่ เจ้าไปรอข้าที่โรงเตี๊ยมของท่านตา ประเดี๋ยวเสร็จธุระตรงนี้ข้าจะรีบตามไป”

“เรื่องอะไรเล่า มาด้วยกันก็ไปด้วยกันสิ ข้าไม่ทิ้งเจ้าแน่” หลินหว่านยืนยันแม้นางจะหวาดกลัวแต่ไม่คิดทิ้งสหาย  

เว่ยซือหงที่เห็นว่าอย่างไรสหายก็ไม่ยอมไปจึงพยักหน้าแล้วเดินนำไปยังกลุ่มคนที่มีปัญหากันทันที

“พี่รอง”

“น้องเล็กมาทำอันใดที่นี่ กลับจวนได้แล้ว” เว่ยซือเหลียงตกใจที่เห็นน้องสาวอยู่ตรงนี้เอ่ยเสียงเครียด

เด็กหญิงส่ายหน้าเหลือบสายตามองไปยังกลุ่มคุณหนูคุณชายจากดินแดนเบื้องบนเล็กน้อย ฝ่ายนั้นมีกันอยู่ห้าคนไม่รวมผู้ติดตาม แต่ละคนมีพลังระดับปราชญ์ขั้นต้นทั้งสิ้น

‘มีพลังระดับปราชญ์? ไม่แปลกที่สร้างความกดดันให้พี่รองได้’

“น้องเล็กไม่ใช่เวลามาดื้อนะ กลับไปได้แล้ว” เด็กหนุ่มดุน้องสาวอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ด้วยกลัวว่าน้องจะได้รับอันตราย

“ไม่เจ้าค่ะ” เว่ยซือหงยืนกราน แล้วเลือกไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนตรงหน้าทันที

ฝ่ายคุณหนูคุณชายที่มาจากดินแดนเบื้องบนเองต่างรู้สึกแปลกใจที่เด็กสิบขวบกล้าสบตากับพวกเขา

“เหอะ ช่างไม่กลัวตาย” เสิ่นเถา คุณชายจากทวีปศักดิ์สิทธิ์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเด็กหญิงคนหนึ่งไม่เกรงกลัวในพลังอำนาจที่เขามี

เว่ยซือหงเพียงมองนิ่ง ๆ ก่อนเลื่อนสายตาไปมองคนอื่น ๆ ทั้งห้าคนนี้มีอยู่หนึ่งคนที่จิตใจสว่างกว่าคนอื่น ๆ น่าจะพอคบหาได้

“ขออภัยที่เข้ามาขัดจังหวะเจ้าค่ะ ข้านามซือหงแซ่เว่ย ไม่ทราบว่าพวกท่านมีชื่อแซ่อย่างไรกันบ้างเจ้าคะ”

ทันทีที่ได้ยินแซ่เว่ยออกจากปากเด็กหญิงตรงหน้า ท่าทีเหยียดหยามดูแคลนของคนกลุ่มนั้นพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย แม้แต่เสิ่นเถาเองยังชะงักไปครู่หนึ่ง

“ที่แท้เป็นคุณหนูตระกูลเว่ยนี่เอง ข้าเปียวหย่ง ยินดีที่ได้รู้จักคุณหนูน้อย” เปียวหย่งมีอัธยาศัยดีที่สุดในกลุ่มเอ่ยแนะนำตัวเอง

“ยินดีที่ได้รู้จักคุณชายเปียวเช่นกันเจ้าค่ะ แล้ว...” เด็กหญิงทิ้งหางตาไปยังคนอื่น ๆ เปียวหย่งกลั้วหัวเราะพลางว่า

“ข้าจะแนะนำให้คุณหนูได้รู้จักเอง เริ่มจากสตรีหนึ่งเดียวในกลุ่มของข้า นางมีนามว่าจิวซิน เป็นผู้ปรุงโอสถ คนที่มีรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลานามเตียวฝานเป็นนักอักขระ ส่วนนั่นอี้หยวนไท่ เขาเป็นคนไม่ค่อยพูด และสุดท้ายเสิ่นเถา”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2   ตอนที่ 75 จบ

    เห็นดังนั้น เว่ยซือหลิวจึงวางใจ ปล่อยให้นางฝึกฝนด้วยตนเอง ส่วนเขาก็กลับไปตั้งใจบ่มเพาะอย่างจริงจัง ตัวเว่ยซือหลางและเว่ยซือเหลียงเองก็จากไปบ่มเพาะเช่นกันเว่ยซือหงยังคงฝึกทักษะการต่อสู้ต่อไปแม้จะไม่มีคู่ซ้อม นางไม่คิดไปนั่งบ่มเพาะ เพราะพอใจในระดับพลังตอนนี้ของตนแล้ว ขอแค่อยากเลื่อนระดับ แค่หลับตานางก็สามารถเลื่อนไปยังระดับราชันได้ทันที ดังนั้นการบ่มเพาะสำหรับนางแล้วไม่จำเป็นเลยเด็กหญิงตั้งหน้าตั้งตาฝึกยุทธ์ขัดเกลาฝีมือของตนต่อไปไม่หยุดยั้ง กระบวนท่าของนางก็เฉียบคมและดุดันขึ้นเรื่อย ๆทั้งรวดเร็วและอันตรายมั่นใจได้เลยว่า หากได้ประมือกับพี่ชายทั้งสองอีก ต่อให้ไม่อาจเอาชนะ แต่นางก็ไม่แพ้อย่างแน่นอน พอใจในพัฒนาการของตนยิ่งนักเว่ยซือหงจึงสลับไปศึกษาศาสตร์อักขระและปรุงยาบ้าง สลับสับเปลี่ยนไปเช่นนี้อย่างไม่รู้เบื่อ วันเวลาในมิติผลันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แม้ทุกคนจะมีใบหน้าและอายุเท่าเดิม เพราะเวลาในมิติไม่ส่งผลต่อมนุษย์ ทว่าระดับพลังของพวกเขานั้นคนละเรื่องไปเลย มันพัฒนาอย่างมากชนิดที่ว่าหากพวกเขาไม่ได้มีโอกาสเข้ามาฝึกฝนในมิติพฤกษาสวรรค์ พวกเขาก็ไม่อาจคิดฝันว่าตนเองจะมาถึงระดับนี้!เว่ย

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2   ตอนที่ 74

    ความจริงแล้วตระกูลเว่ยไม่ได้อาศัยอยู่ในจวน แต่พวกเขามารวมตัวกันอยู่ภายในมิติพฤกษาสวรรค์เว่ยซือหลินกับหลินซือเหยา แม่สามีลูกสะใภ้พากันเดินชมแปลงสมุนไพรพลังปราณระดับเซียนที่เคยเห็นชื่อแค่ในตำราด้วยความตื่นตาตื่นใจเว่ยซือหลิวกับเว่ยซือซานเองพากันศึกษากลยุทธ์ด้านการศึกสงครามในเรือนตำราส่วนสามพี่น้อง เว่ยซือหลาง เว่ยซือเหลียง และเว่ยซือหง พากันนอนกินผลไม้ปราณนิ่ง ๆ เนื่องจากพวกเขาเที่ยวเล่นในมิติจนพอแล้วกระทั่งได้เวลาอาหารกลางวัน ทุกคนก็มารวมตัวรับประทานอาหารพร้อมกันที่จุดเดียว จากนั้นเว่ยซือหลิวก็เอ่ยแจกแจงสิ่งที่แต่ละคนต้องทำขึ้นว่า“หลังจากนี้ข้าคิดว่าให้ทุกคนตั้งใจทำการบ่มเพาะดีกว่า ด้วยความช่วยเหลือจากมิติพฤกษาสวรรค์ พวกเจ้าทุกคนน่าจะเลื่อนระดับพลังปราณได้ไม่ยาก”“ข้าเห็นด้วยกับท่านพ่อนะขอรับ แต่นั่งบ่มเพาะนาน ๆ อย่างเดียวอาจเบื่อได้ เช่นนั้นให้ศึกษาอย่างอื่นที่ตนสนใจด้วยดีหรือไม่ขอรับ” เว่ยซือหลิวเสนอแนะ“จริงด้วยขอรับท่านปู่ ทำเช่นนี้จะได้คลายความเบื่อหน่าย การบ่มเพาะของพวกเราอาจจะก้าวหน้าเร็วขึ้น” เว่ยซือเหลียงเห็นด้วยกับความคิดบิดา“เช่นนั้นก็จัดเวลาด้วยตนเอง ศึกษาสิ่งที่สนใจส

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2   ตอนที่ 73

    “ได้ เริ่มจากข้าเลยแล้วกัน” หวังไท่หยางเป็นคนตรงไปตรงมาเอ่ยรับคำ ก่อนที่จะเอ่ยถึงข้อเสนอที่ตนเตรียมมาให้พ่อลูกตระกูลเว่ยและคนอื่น ๆ ได้ฟังถัดจากเขาคนอื่น ๆ ก็เริ่มนำเสนอข้อเสนอหรือสิ่งแลกเปลี่ยนของตนเองบ้าง การพูดคุยครั้งนี้เป็นไปอย่างดุเดือด ไม่มีใครยอมใคร ทั้งเว่ยซือหลิวและเว่ยซือซานเองยังต้องคิดให้ถี่ถ้วนก่อนจะตัดสินใจยอมรับข้อเสนอหรือแลกเปลี่ยนกับอีกฝ่ายหรือไม่การเจรจาเริ่มตั้งแต่ยามซื่อ(09:00-10:59) จนถึงยามซวี(19:00-20:59) โดยมีการหยุดพักรับประทานอาหารหนึ่งครั้งเท่านั้น การพูดคุยตกลงกันถึงได้สิ้นสุดลงโดยที่แต่ละคนมีรอยยิ้มบนใบหน้า บ่งบอกว่าการเจรจามันผ่านไปได้ด้วยดี“ยินดีที่ได้ร่วมมือนะน้องเว่ย” หรงเทียนฮ่าว “ยินดีที่ได้ร่วมมือเช่นกันน้องเว่ย” หวังไท่หยาง “หวังว่าเราจะได้ร่วมมือกันอีกนะน้องเว่ย” ฉินตงหยาง“หากน้องเว่ยมีของดีอย่าลืมบอกพวกเราด้วยนะ” อิงหลันฮวาจาก ‘นายท่านตระกูลเว่ย’ ปัจจุบันเปลี่ยนคำเรียกขานว่า ‘น้องเว่ย’ ชี้ชัดว่าจากการพูดคุยครั้งนี้ พวกเขาพัฒนาความสัมพันธ์กันไม่น้อยเลยทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นผลมาจากทุกข้อเสนอได้รับการตอบรับอย่างดีนั่นแหละ หากไม่ใช่เช่นนั้น

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2   ตอนที่ 72

    โอหยางจิง ตัวแทนจากหอเทพโอสถโอหยางเจี๋ย ตัวแทนจากสมาคมอักขระหรงเทียนฮ่าว ตัวแทนจากนิกายมังกรสวรรค์อิงหลันฮวา ตัวแทนจากนิกายจากบุปผาสวรรค์หวังไท่หยาง ตัวแทนจากนิกายพยัคฆ์สวรรค์ฉินตงหยาง ตัวแทนจากนิกายวิหคสวรรค์ตัวแทนที่มาจากนิกายทั้งสี่ ฟังจากที่โอหยางจิงที่เคยบอกกล่าวล่วงหน้าล้วนแต่เป็นเจ้านิกาย เป็นตัวตนยิ่งใหญ่ที่เขาสองพ่อลูกไม่อาจเสียมารยาทได้ก่อนหน้านี้พวกเขาได้ศึกษาประวัติดินแดนเบื้องบนหรือที่ถูกกล่าวขานว่าทวีปศักดิ์สิทธิ์มาแล้วอย่างคร่าว ๆ ทวีปศักดิ์สิทธิ์ เป็นทวีปที่ปกครองตนเอง ไม่มีราชวงศ์ แบ่งออกเป็น 4 ดินแดน 4 นิกายหรือสำนักศึกษาอันเป็นขุมอำนาจสำคัญ ได้แก่ ดินแดนมังกร ดินแดนพยัคฆ์ ดินแดนวิหค และดินแดนบุปผาดินแดนมังกร เป็นดินแดนที่มีพื้นที่ใหญ่และเฟื่องฟูมีความเจริญก้าวหน้ามากที่สุด จึงถูกจัดให้เป็นเมืองหลวงของทวีปศักดิ์สิทธิ์ ดินแดนมังกรเป็นที่ตั้งของนิกายมังกรสวรรค์ โดยตระกูลหรงจัดเป็นตระกูลใหญ่และเรืองอำนาจมากที่สุดในดินแดนนี้ทิศเหนือของดินแดนมังกรคือดินแดนวิหค ที่อยู่บนเทือกเขาสูงไม่อาจเดินทางด้วยวิธีธรรมดา จำต้องขึ้นเรือเหาะหรือเรือบินเท่านั้น ดินแดนวิหคเป็นที่

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2   ตอนที่ 71

    เพียงสามวันหลังจากกลุ่มผู้เยาว์กลับออกมาจากการสำรวจดินแดนลับ ข้อเสนอที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์และหลุมพรางมากมายก็ถูกยื่นตรงเข้าหาพวกเขา หลายคนมีความคิดตื้นเขินเห็นแก่ผลประโยชน์เล็กน้อยก็สูญเสียบางอย่างที่ล้ำค่าไป ทว่ามีอีกหลายคนที่มีความคิดอ่านลึกซึ้ง จึงอยู่ในช่วงเจรจาต่อรอง ตระกูลเว่ยเป็นหนึ่งในคนกลุ่มหลังนี้เพียงแต่ว่าตระกูลเว่ยมีความแตกต่างจากคนอื่นอยู่บ้าง นั่นเป็นเพราะพวกเขามีแต้มต่อที่เยอะมาก ทั้งยังไม่เห็นแก่ผลประโยชน์เล็กน้อยยังไม่นับรวมการที่เว่ยซือหลิวมีพลังปราณระดับราชัน จากที่คิดว่าอาจถูกกดดัน กลายเป็นว่าตัวตนของตระกูลเว่ยไปกดดันผู้ที่มาเจรจาต่อรองผลประโยชน์แทนแม้จะเป็นเช่นนั้น ประตูของตระกูลเว่ยก็ไม่ได้เงียบเหงาเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังมีคนเข้าออกอย่างต่อเนื่อง เพราะยังไม่มีข่าวว่าพวกเขาตกลงปลงใจกับขุมอำนาจใด หมายความว่าพวกเขายังมีหวังต่อตระกูลเว่ยอยู่ทรัพยากรที่เด็ก ๆ ตระกูลเว่ยเก็บเกี่ยวมาได้นั้นหอมหวานเกินไป ต่อให้การเจรจาต่อรองจะเป็นไปได้ยาก พวกเขาก็ไม่อาจตัดใจได้ จนกว่าจะมีข่าวว่าตระกูลเว่ยจับมือตกลงผลประโยชน์กับกลุ่มอำนาจใดไปแล้วนั่นแหละ พวกเขาจึงจะถอยในคนเหล่านั้น บา

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2   ตอนที่ 70

    “เรื่องที่อาหงสามารถพาทุกคนเข้าไปยังมิติของตัวเองได้นั้นเป็นเรื่องจริงเจ้าค่ะ กล่าวให้ถูกคืออาหงสามารถพาทุกคนเข้ามิติได้ตั้งแต่ตอนที่ตัวเองอยู่ในระดับแม่ทัพแล้ว ทว่ามันต้องแลกกับการต้องทำพันธสัญญาเลือดกับทุกคน คล้ายการทำพันธสัญญาทาสที่จะไม่ทรยศหรือหักหลังอาหง”“...”“แต่ทุกคนเป็นครอบครัวของอาหงนะเจ้าคะ อาหงจะทำพันธสัญญาเช่นนั้นกับพวกท่านได้อย่างไร จึงไม่เคยเอ่ยถึงหรือบอกกล่าวความจริงนี้ให้ฟัง ด้วยเหตุนั้นอาหงจึงเริ่มศึกษามิติของตนเองมาเรื่อย ๆ ว่าจะมีวิธีใดบ้างที่จะพาทุกคนเข้าไปในมิติได้โดยไม่ต้องทำพันธสัญญากดขี่เช่นนั้น และอาหงก็ค้นพบ”“...”“นั่นก็คือต้องเพิ่มความเเข็งแกร่งให้ตนเองมาก ๆ อย่างน้อยต้องมีพลังระดับจักรพรรดิเป็นอย่างต่ำ ถึงจะสามารถพาทุกคนเข้ามิติได้โดยไม่ต้องทำพันธสัญญาดังกล่าว เพียงแต่ว่า...” เด็กหญิงรู้สึกลำบากใจเล็กน้อยที่จะเอ่ยส่วนที่เหลือออกไป“เด็กดี ไม่ต้องกังวล เอ่ยออกมาเถิด เป็นเช่นไรเดี๋ยวพวกแม่ตัดสินใจกันเอง เจ้าไม่ต้องคิดมาก” หลิวลี่หงปลอบบุตรสาว ไม่อยากให้นางกังวลเกินไปนัก อายุเพียงเท่านี้ก็คิดทำหลายอย่างเพื่อครอบครัวมากเกินไปแล้ว“เฮ้อ มิติของอาหงมันพิเศษเจ

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2   ตอนที่ 10

    เว่ยซือเหลียงที่ความสงสัยเต็มท้องทนต่อไปไม่ไหวโพล่งถามออกไปอย่างอดใจไม่อยู่ “น้องเล็ก จะบอกพวกเราได้หรือยังว่าที่อารมณ์ดีอยู่ตอนนี้มันหมายความว่าอย่างไร เจ้าเลื่อนระดับพลังได้แล้วใช่หรือไม่”เจ้าตัวส่ายหน้า “ไม่เจ้าค่ะ ทุกคนลองเดาดูสิเจ้าคะ”“สำเร็จวิชาใหม่” เว่ยซือหลางเอ่ยบ้าง เจ้าตัวก็ยังส่ายหน้า

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2   ตอนที่ 9

    หลังรับประทานมื้อเย็นพร้อมครอบครัวเสร็จ เว่ยซือหงปลีกตัวกับเรือนมาด้วยอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก นางไม่พูดไม่จา จดจ่ออยู่ในภวังค์ความคิดของตนเอง ไม่สดใสเช่นเคย จนสาวใช้คนสนิททั้งสองต่างเป็นห่วง ทว่าเจ้านายตัวน้อยอย่างเด็กหญิงกลับไม่นำพาความรู้สึกของผู้อื่น นางเอาแต่คิดวนเวียนซ้ำไปซ้ำมา ว่าจะมีวิธีใดเข้าไปใ

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2   ตอนที่ 8

    ณ จวนตระกูลเว่ย “ทุกคนคงรู้กันแล้วว่าดินแดนลับที่กำลังจะเปิดนี้มีประตูทางเข้าที่ป่าจินหลินชั้นใน” เว่ยซือหลิวเอ่ยออกมาเมื่อสมาชิกทุกคนในครอบครัวอยู่กันแบบพร้อมหน้า“ขอรับท่านปู่” เว่ยซือหลางตอบกลับ สายตาชายหนุ่มมองผู้เป็นปู่มีร่องรอยแห่งความภาคภูมิใจพาดผ่าน นั่นเป็นเพราะปัจจุบันเว่ยซือหลิวไม่ได้อ่

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2   ตอนที่ 7

    กลุ่มของเว่ยซือหงมารวมตัวกันในห้องพิเศษของโรงเตี๊ยมตระกูลหลิว สหายของเว่ยซือเหลียงทั้งหมดอยู่ในห้องนี้เช่นกัน พวกเขาไม่ได้แบ่งแยกชายหญิงแต่อย่างใด เพราะทุกคนที่อยู่ตรงนี้ล้วนเป็นผู้ฝึกปราณด้วยกันทั้งนั้นทว่าแม้คนจะเยอะแต่ในห้องพิเศษกลับเงียบไร้ซึ่งบทสนทนาอย่างที่ควรเป็น เจ้ามองข้า ข้ามองเจ้า เกิดค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status