Share

ตอนที่ 7

last update Tanggal publikasi: 2025-02-14 00:37:56

กลุ่มของเว่ยซือหงมารวมตัวกันในห้องพิเศษของโรงเตี๊ยมตระกูลหลิว สหายของเว่ยซือเหลียงทั้งหมดอยู่ในห้องนี้เช่นกัน พวกเขาไม่ได้แบ่งแยกชายหญิงแต่อย่างใด เพราะทุกคนที่อยู่ตรงนี้ล้วนเป็นผู้ฝึกปราณด้วยกันทั้งนั้น

ทว่าแม้คนจะเยอะแต่ในห้องพิเศษกลับเงียบไร้ซึ่งบทสนทนาอย่างที่ควรเป็น เจ้ามองข้า ข้ามองเจ้า เกิดความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย

“สั่งอาหารเถอะ” เว่ยซือเหลียงเอ่ยนำร่อง

“นั่นสิ ๆ สั่งอาหารกันดีกว่า” กู้เยว่พยักพเยิดจนทุกคนพากันสั่งอาหาร ไม่นานอาหารน่ากินหลายจานถูกนำมาส่ง ทุกคนนั่งกินกันอย่างเงียบ ๆ จวบจนอาหารบนจานถูกกวาดเรียบนั่นแหละ จึงเริ่มพูดคุยกันบ้าง

“เว่ยซือหง อย่างไรพี่ชายต้องขอบใจเจ้ามากนะ หากเจ้าไม่เข้ามาช่วย บางทีกลุ่มของพวกพี่ชายต้องได้ปะทะกับคนพวกนั้นจนต้องเจ็บตัวไม่น้อยแน่”

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ อย่างไรก็คนคุ้นเคย ช่วยกันน่ะดีแล้ว” เว่ยซือหงตอบรับยิ้ม ๆ พลางมองสหายของพี่ชายทีละคน ๆ ไม่ว่าจะกู้ฉี หลินฝู หลิวจางหย่ง หลิวซาน ล้วนเป็นเครือญาติกันทั้งนั้น

ขอกล่าวถึงสมาชิกตระกูลใหญ่ทั้งสาม ซึ่งมีความสนิทชิดเชื้อกับตระกูลเว่ยตลอดมาอีกสักครั้งอย่างละเอียด

ตระกูลหลิน ตระกูลเสนาบดีกรมกลาโหมนามหลินปิง ทั้งยังเป็นหัวหน้าตระกูลคนปัจจุบัน มีระดับการบ่มเพาะถึงจักรพรรดิขั้นต่ำ (อีกฝ่ายเป็นพี่ชายหลินซือเหยา ท่านย่าของเว่ยซือหง) มีภรรยาหนึ่งคนนามฟางซิน ทั้งสองมีบุตรธิดาด้วยกันสองคน บุตรสาวคนเล็กแต่งเข้าวังหลวงเป็นมารดาของแผ่นดิน นามหลินเหมยฮวา ส่วนบุตรชายคนโตหลินซี มีภรรยาชื่อจางเยว่ ทั้งสองมีพยานรักนามหลินฝูและหลินหว่าน ซึ่งคนพี่คบหาเป็นสหายของเว่ยซือเหลียง คนน้องเป็นสหายของเว่ยซือหง

ตระกูลกู้ ตระกูลเสนาบดีกรมพระคลังกู้เฟิง เขาเป็นหัวหน้าตระกูลคนปัจจุบันที่มีระดับการบ่มเพาะระดับจักรพรรดิขั้นต่ำ (อีกฝ่ายเป็นพี่ชายของกู้เยว่ ท่านยายของเว่ยซือหง) ภรรยาคู่กายนามกวนลี่มี่ ทั้งสองมีบุตรชายสืบทอดสกุลเพียงคนเดียวคือกู้ชิงไห่ ปัจจุบันแต่งงานกับเหลียนฮวาและมีลูกชายเป็นโซ่ทองหนึ่งคนนาม กู้ฉี ซึ่งคบหาเป็นสหายกับเว่ยซือเหลียงเช่นกัน

สุดท้ายตระกูลหลิว ตระกูลคหบดีใหญ่ที่มีบุตรหลานมากที่สุด ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันมีพลังปราณระดับจักรพรรดิขั้นต่ำนามหลิวห้าว ภรรยานามกู้เยว่ ทั้งสองมีบุตรชายสองคนและบุตรสาวหนึ่งคน บุตรสาวเพียงคนเดียวหลิวลี่หงแต่งเข้าเป็นสะใภ้ตระกูลเว่ย

บุตรชายคนโตแต่งภรรยานามซูปี้ มีบุตรชายสามคนคือหลิวฉี หลิวเมิ่ง ทั้งสองเป็นสหายของเว่ยซือหลาง ส่วนบุตรชายคนเล็กหลิวซานเป็นสหายกับเว่ยซือเหลียง

บุตรชายคนรองของหลิวห้าวนามหลิวเหว่ยแต่งภรรยานามเจียอี มีบุตรชายสามคน สองคนเป็นฝาแฝดชื่อหลิวจางจิ้น หลิวจางหมิ่น ฝาแฝดเป็นสหายกับเว่ยซือหลาง ส่วนบุตรชายคนเล็กนามหลิวจางหย่งเป็นสหายกับเว่ยซือเหลียงเฉกเช่นเดียวกัน

จะเห็นได้ว่าทั้งหมดล้วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันเป็นเครือญาติ ทว่าทายาทรุ่นหลานนี้ไม่ใคร่อยากเรียกขานว่าญาติผู้พี่หรือญาติผู้น้องเท่าใดนัก ตัดสินใจเรียกหากันเป็นสหายแทน เพราะอย่างไรอายุก็ไล่ ๆ กันทั้งนั้น

เห็นจะมีเพียงเว่ยซือหงและหลินหว่านเท่านั้นที่ได้รับเกียรติเรียกว่าญาติผู้น้อง เนื่องจากอายุน้อยที่สุด และเพราะเป็นสตรีเพียงสองคน จึงได้รับการทะนุถนอมและเอ็นดูจากพวกพี่ ๆ อย่างเต็มที่

“ว่าแต่พวกเจ้าเถอะ มาเดินเที่ยวเตร่เช่นนี้ได้เยี่ยงไร ไม่ใช่ว่าถูกท่านย่าเข้มงวดอยู่หรือ” หลินฝูถามน้องสาวตนเองกับญาติผู้น้องเมื่อเห็นว่าบรรยากาศเริ่มผ่อนคลายบ้างแล้ว

“ก็ต้องพักบ้างสิเจ้าคะ ท่านจะให้ติดแหง็กอยู่แต่ในจวนได้อย่างไร มีหวังขาดอากาศหายใจพอดี” หลินหว่านตอบแทบจะทันทีก่อนจะบึนปากใส่พี่ชาย

“ช่างพูดนักนะ” หลินฝูส่ายหน้า

“เอาเถอะ ออกมาเดินเที่ยวบ้างก็ดี ข้าไม่เห็นพวกเจ้าออกนอกจวนนานแล้ว เพียงแต่ช่วงนี้ต้องระวังให้มากรู้หรือไม่” หลิวจางหย่งกล่าวบ้างทั้งยังไม่ลืมเตือนญาติผู้น้องทั้งสองคน

“ทราบแล้วเจ้าค่ะ”

“แล้วนี่จะไปไหนต่อ จะกลับเลยหรือไม่” หลิวซานที่เพิ่งหาช่องสนทนาได้เอ่ยขึ้นบ้าง สายตามองญาติผู้น้องทั้งสองอย่างต้องการคำตอบ

“ตั้งใจว่าเช่นนั้นเจ้าค่ะ เดิมทีเป้าหมายของพวกเราก็แค่เดินเล่นกับมากินมื้อเที่ยงที่นี่ ไม่คาดว่าจะพบเห็นเหตุการณ์พวกนั้นเข้า”

“เช่นนั้นพวกเราก็กลับกันเถอะ ไหน ๆ ก็ไม่มีอะไรแล้ว” ไม่มีธุระสำคัญอันใดแล้วกู้ฉีจึงเอ่ยชวนทุกคนกลับ

แน่นอนว่าทุกคนเห็นด้วย จึงได้พากันออกจากห้องพิเศษ ทว่ากลุ่มของเว่ยซือหงยังไม่ทันจะออกไปจากโรงเตี๊ยมตระกูลหลิว ความวุ่นวายทั่วท้องถนนพลันเข้าสู่สายตา

“เกิดอะไรขึ้น?”

“นั่นสิ เหตุใดจึงรีบร้อนเช่นนั้น”

กลุ่มของเว่ยซือหงมองหน้ากันไปมาแต่ไร้ซึ่งคำตอบ ต่างคนต่างไม่รู้ พอดีมีเสี่ยวเอ้อร์เดินออกมาพอดีจึงได้เรียกตัวไว้เอ่ยถาม

“เสี่ยวเอ้อร์ เกิดอะไรขึ้น เหตุใดด้านล่างจึงวุ่นวายเช่นนั้น” เว่ยซือเหลียงเป็นคนถาม

เสี่ยวเอ้อร์ชายมองพวกเขาด้วยสีหน้าแปลก ๆ เอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ “นี่พวกท่านยังไม่รู้ข่าวอีกหรือขอรับ”

“ข่าว? ข่าวอันใด” หลิวจางหย่งถามต่อ 

“ก็ข่าวจากสมาคมอักขระน่ะสิขอรับ พวกเขาออกมาประกาศว่าประตูทางเข้าดินแดนลับจะเปิดออกที่ป่าจินหลินชั้นใน”

“ประตูทางเข้าดินแดนลับจะเปิดออกที่ป่าจินหลินชั้นใน?” เว่ยซือเหลียงถามย้ำ

“ขอรับ ตอนนี้คนก็เลยวุ่นวายกันมาก เพราะต้องเตรียมพื้นที่ และเตรียมตัวฝ่าเข้าไปยังป่าจินหลินชั้นในให้ได้ เห็นว่าหลายขุมอำนาจกำลังระดมพลเลยขอรับ พวกเขาต้องการส่งผู้เยาว์เข้าไปในดินแดนลับให้ปลอดภัยมากที่สุด”

“ขอบใจมาก นี่เป็นรางวัลของเจ้า” หลินฝูเอ่ยพร้อมนำเงินหนึ่งตำลึงให้เสี่ยวเอ้อร์ไป

“ขอบคุณคุณชายมากขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์หนุ่มรับมาอย่างยินดีก่อนขอตัวไปทำงานของตนเองต่อ

กลุ่มของเว่ยซือหงส่งสายตาให้กันสักครู่ แล้วแยกย้ายกลับตระกูลอย่างรวดเร็ว เว่ยซือหงและหลินหว่านตามพี่ชายกลับไปเช่นกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2   ตอนที่ 75 จบ

    เห็นดังนั้น เว่ยซือหลิวจึงวางใจ ปล่อยให้นางฝึกฝนด้วยตนเอง ส่วนเขาก็กลับไปตั้งใจบ่มเพาะอย่างจริงจัง ตัวเว่ยซือหลางและเว่ยซือเหลียงเองก็จากไปบ่มเพาะเช่นกันเว่ยซือหงยังคงฝึกทักษะการต่อสู้ต่อไปแม้จะไม่มีคู่ซ้อม นางไม่คิดไปนั่งบ่มเพาะ เพราะพอใจในระดับพลังตอนนี้ของตนแล้ว ขอแค่อยากเลื่อนระดับ แค่หลับตานางก็สามารถเลื่อนไปยังระดับราชันได้ทันที ดังนั้นการบ่มเพาะสำหรับนางแล้วไม่จำเป็นเลยเด็กหญิงตั้งหน้าตั้งตาฝึกยุทธ์ขัดเกลาฝีมือของตนต่อไปไม่หยุดยั้ง กระบวนท่าของนางก็เฉียบคมและดุดันขึ้นเรื่อย ๆทั้งรวดเร็วและอันตรายมั่นใจได้เลยว่า หากได้ประมือกับพี่ชายทั้งสองอีก ต่อให้ไม่อาจเอาชนะ แต่นางก็ไม่แพ้อย่างแน่นอน พอใจในพัฒนาการของตนยิ่งนักเว่ยซือหงจึงสลับไปศึกษาศาสตร์อักขระและปรุงยาบ้าง สลับสับเปลี่ยนไปเช่นนี้อย่างไม่รู้เบื่อ วันเวลาในมิติผลันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แม้ทุกคนจะมีใบหน้าและอายุเท่าเดิม เพราะเวลาในมิติไม่ส่งผลต่อมนุษย์ ทว่าระดับพลังของพวกเขานั้นคนละเรื่องไปเลย มันพัฒนาอย่างมากชนิดที่ว่าหากพวกเขาไม่ได้มีโอกาสเข้ามาฝึกฝนในมิติพฤกษาสวรรค์ พวกเขาก็ไม่อาจคิดฝันว่าตนเองจะมาถึงระดับนี้!เว่ย

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2   ตอนที่ 74

    ความจริงแล้วตระกูลเว่ยไม่ได้อาศัยอยู่ในจวน แต่พวกเขามารวมตัวกันอยู่ภายในมิติพฤกษาสวรรค์เว่ยซือหลินกับหลินซือเหยา แม่สามีลูกสะใภ้พากันเดินชมแปลงสมุนไพรพลังปราณระดับเซียนที่เคยเห็นชื่อแค่ในตำราด้วยความตื่นตาตื่นใจเว่ยซือหลิวกับเว่ยซือซานเองพากันศึกษากลยุทธ์ด้านการศึกสงครามในเรือนตำราส่วนสามพี่น้อง เว่ยซือหลาง เว่ยซือเหลียง และเว่ยซือหง พากันนอนกินผลไม้ปราณนิ่ง ๆ เนื่องจากพวกเขาเที่ยวเล่นในมิติจนพอแล้วกระทั่งได้เวลาอาหารกลางวัน ทุกคนก็มารวมตัวรับประทานอาหารพร้อมกันที่จุดเดียว จากนั้นเว่ยซือหลิวก็เอ่ยแจกแจงสิ่งที่แต่ละคนต้องทำขึ้นว่า“หลังจากนี้ข้าคิดว่าให้ทุกคนตั้งใจทำการบ่มเพาะดีกว่า ด้วยความช่วยเหลือจากมิติพฤกษาสวรรค์ พวกเจ้าทุกคนน่าจะเลื่อนระดับพลังปราณได้ไม่ยาก”“ข้าเห็นด้วยกับท่านพ่อนะขอรับ แต่นั่งบ่มเพาะนาน ๆ อย่างเดียวอาจเบื่อได้ เช่นนั้นให้ศึกษาอย่างอื่นที่ตนสนใจด้วยดีหรือไม่ขอรับ” เว่ยซือหลิวเสนอแนะ“จริงด้วยขอรับท่านปู่ ทำเช่นนี้จะได้คลายความเบื่อหน่าย การบ่มเพาะของพวกเราอาจจะก้าวหน้าเร็วขึ้น” เว่ยซือเหลียงเห็นด้วยกับความคิดบิดา“เช่นนั้นก็จัดเวลาด้วยตนเอง ศึกษาสิ่งที่สนใจส

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2   ตอนที่ 73

    “ได้ เริ่มจากข้าเลยแล้วกัน” หวังไท่หยางเป็นคนตรงไปตรงมาเอ่ยรับคำ ก่อนที่จะเอ่ยถึงข้อเสนอที่ตนเตรียมมาให้พ่อลูกตระกูลเว่ยและคนอื่น ๆ ได้ฟังถัดจากเขาคนอื่น ๆ ก็เริ่มนำเสนอข้อเสนอหรือสิ่งแลกเปลี่ยนของตนเองบ้าง การพูดคุยครั้งนี้เป็นไปอย่างดุเดือด ไม่มีใครยอมใคร ทั้งเว่ยซือหลิวและเว่ยซือซานเองยังต้องคิดให้ถี่ถ้วนก่อนจะตัดสินใจยอมรับข้อเสนอหรือแลกเปลี่ยนกับอีกฝ่ายหรือไม่การเจรจาเริ่มตั้งแต่ยามซื่อ(09:00-10:59) จนถึงยามซวี(19:00-20:59) โดยมีการหยุดพักรับประทานอาหารหนึ่งครั้งเท่านั้น การพูดคุยตกลงกันถึงได้สิ้นสุดลงโดยที่แต่ละคนมีรอยยิ้มบนใบหน้า บ่งบอกว่าการเจรจามันผ่านไปได้ด้วยดี“ยินดีที่ได้ร่วมมือนะน้องเว่ย” หรงเทียนฮ่าว “ยินดีที่ได้ร่วมมือเช่นกันน้องเว่ย” หวังไท่หยาง “หวังว่าเราจะได้ร่วมมือกันอีกนะน้องเว่ย” ฉินตงหยาง“หากน้องเว่ยมีของดีอย่าลืมบอกพวกเราด้วยนะ” อิงหลันฮวาจาก ‘นายท่านตระกูลเว่ย’ ปัจจุบันเปลี่ยนคำเรียกขานว่า ‘น้องเว่ย’ ชี้ชัดว่าจากการพูดคุยครั้งนี้ พวกเขาพัฒนาความสัมพันธ์กันไม่น้อยเลยทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นผลมาจากทุกข้อเสนอได้รับการตอบรับอย่างดีนั่นแหละ หากไม่ใช่เช่นนั้น

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2   ตอนที่ 72

    โอหยางจิง ตัวแทนจากหอเทพโอสถโอหยางเจี๋ย ตัวแทนจากสมาคมอักขระหรงเทียนฮ่าว ตัวแทนจากนิกายมังกรสวรรค์อิงหลันฮวา ตัวแทนจากนิกายจากบุปผาสวรรค์หวังไท่หยาง ตัวแทนจากนิกายพยัคฆ์สวรรค์ฉินตงหยาง ตัวแทนจากนิกายวิหคสวรรค์ตัวแทนที่มาจากนิกายทั้งสี่ ฟังจากที่โอหยางจิงที่เคยบอกกล่าวล่วงหน้าล้วนแต่เป็นเจ้านิกาย เป็นตัวตนยิ่งใหญ่ที่เขาสองพ่อลูกไม่อาจเสียมารยาทได้ก่อนหน้านี้พวกเขาได้ศึกษาประวัติดินแดนเบื้องบนหรือที่ถูกกล่าวขานว่าทวีปศักดิ์สิทธิ์มาแล้วอย่างคร่าว ๆ ทวีปศักดิ์สิทธิ์ เป็นทวีปที่ปกครองตนเอง ไม่มีราชวงศ์ แบ่งออกเป็น 4 ดินแดน 4 นิกายหรือสำนักศึกษาอันเป็นขุมอำนาจสำคัญ ได้แก่ ดินแดนมังกร ดินแดนพยัคฆ์ ดินแดนวิหค และดินแดนบุปผาดินแดนมังกร เป็นดินแดนที่มีพื้นที่ใหญ่และเฟื่องฟูมีความเจริญก้าวหน้ามากที่สุด จึงถูกจัดให้เป็นเมืองหลวงของทวีปศักดิ์สิทธิ์ ดินแดนมังกรเป็นที่ตั้งของนิกายมังกรสวรรค์ โดยตระกูลหรงจัดเป็นตระกูลใหญ่และเรืองอำนาจมากที่สุดในดินแดนนี้ทิศเหนือของดินแดนมังกรคือดินแดนวิหค ที่อยู่บนเทือกเขาสูงไม่อาจเดินทางด้วยวิธีธรรมดา จำต้องขึ้นเรือเหาะหรือเรือบินเท่านั้น ดินแดนวิหคเป็นที่

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2   ตอนที่ 71

    เพียงสามวันหลังจากกลุ่มผู้เยาว์กลับออกมาจากการสำรวจดินแดนลับ ข้อเสนอที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์และหลุมพรางมากมายก็ถูกยื่นตรงเข้าหาพวกเขา หลายคนมีความคิดตื้นเขินเห็นแก่ผลประโยชน์เล็กน้อยก็สูญเสียบางอย่างที่ล้ำค่าไป ทว่ามีอีกหลายคนที่มีความคิดอ่านลึกซึ้ง จึงอยู่ในช่วงเจรจาต่อรอง ตระกูลเว่ยเป็นหนึ่งในคนกลุ่มหลังนี้เพียงแต่ว่าตระกูลเว่ยมีความแตกต่างจากคนอื่นอยู่บ้าง นั่นเป็นเพราะพวกเขามีแต้มต่อที่เยอะมาก ทั้งยังไม่เห็นแก่ผลประโยชน์เล็กน้อยยังไม่นับรวมการที่เว่ยซือหลิวมีพลังปราณระดับราชัน จากที่คิดว่าอาจถูกกดดัน กลายเป็นว่าตัวตนของตระกูลเว่ยไปกดดันผู้ที่มาเจรจาต่อรองผลประโยชน์แทนแม้จะเป็นเช่นนั้น ประตูของตระกูลเว่ยก็ไม่ได้เงียบเหงาเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังมีคนเข้าออกอย่างต่อเนื่อง เพราะยังไม่มีข่าวว่าพวกเขาตกลงปลงใจกับขุมอำนาจใด หมายความว่าพวกเขายังมีหวังต่อตระกูลเว่ยอยู่ทรัพยากรที่เด็ก ๆ ตระกูลเว่ยเก็บเกี่ยวมาได้นั้นหอมหวานเกินไป ต่อให้การเจรจาต่อรองจะเป็นไปได้ยาก พวกเขาก็ไม่อาจตัดใจได้ จนกว่าจะมีข่าวว่าตระกูลเว่ยจับมือตกลงผลประโยชน์กับกลุ่มอำนาจใดไปแล้วนั่นแหละ พวกเขาจึงจะถอยในคนเหล่านั้น บา

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2   ตอนที่ 70

    “เรื่องที่อาหงสามารถพาทุกคนเข้าไปยังมิติของตัวเองได้นั้นเป็นเรื่องจริงเจ้าค่ะ กล่าวให้ถูกคืออาหงสามารถพาทุกคนเข้ามิติได้ตั้งแต่ตอนที่ตัวเองอยู่ในระดับแม่ทัพแล้ว ทว่ามันต้องแลกกับการต้องทำพันธสัญญาเลือดกับทุกคน คล้ายการทำพันธสัญญาทาสที่จะไม่ทรยศหรือหักหลังอาหง”“...”“แต่ทุกคนเป็นครอบครัวของอาหงนะเจ้าคะ อาหงจะทำพันธสัญญาเช่นนั้นกับพวกท่านได้อย่างไร จึงไม่เคยเอ่ยถึงหรือบอกกล่าวความจริงนี้ให้ฟัง ด้วยเหตุนั้นอาหงจึงเริ่มศึกษามิติของตนเองมาเรื่อย ๆ ว่าจะมีวิธีใดบ้างที่จะพาทุกคนเข้าไปในมิติได้โดยไม่ต้องทำพันธสัญญากดขี่เช่นนั้น และอาหงก็ค้นพบ”“...”“นั่นก็คือต้องเพิ่มความเเข็งแกร่งให้ตนเองมาก ๆ อย่างน้อยต้องมีพลังระดับจักรพรรดิเป็นอย่างต่ำ ถึงจะสามารถพาทุกคนเข้ามิติได้โดยไม่ต้องทำพันธสัญญาดังกล่าว เพียงแต่ว่า...” เด็กหญิงรู้สึกลำบากใจเล็กน้อยที่จะเอ่ยส่วนที่เหลือออกไป“เด็กดี ไม่ต้องกังวล เอ่ยออกมาเถิด เป็นเช่นไรเดี๋ยวพวกแม่ตัดสินใจกันเอง เจ้าไม่ต้องคิดมาก” หลิวลี่หงปลอบบุตรสาว ไม่อยากให้นางกังวลเกินไปนัก อายุเพียงเท่านี้ก็คิดทำหลายอย่างเพื่อครอบครัวมากเกินไปแล้ว“เฮ้อ มิติของอาหงมันพิเศษเจ

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2   ตอนที่ 51

    เว่ยซือหลางก้าวไปยืนด้านหน้า ฝีเท้าของเขาหนักแน่นมั่นคง มองสัตว์อสูรตรงหน้าเขม็ง เจ้าตุ่นดินไม่น้อยหน้า มันไม่รอช้า เร่งหน่วงพลังปราณระดับจักรพรรดิขั้นสูงแล้วโจมตีออกไปเบื้องหน้าทันทีตูม!อัก!“พี่ใหญ่!”เว่ยซือหลางเช็ดเลือดที่มุมปากพลางกล่าว “พี่ไม่เป็นไร แค่อยากลองรับพลังที่เทียบเท่าระดับราชันดู

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2   ตอนที่ 47

    “พี่ใหญ่!” “คุณชาย!”เว่ยซือหง เว่ยซือหลาง อาลู่ อาลั่ว หลิงจู หลิงอิง เอ่ยแทบจะพร้อมกันเมื่อจู่ ๆ ร่างของเว่ยซือหลางและอาเฮ่ออาฮุนปรากฏอยู่ข้างหน้าก่อนหน้านี้พวกเขารู้สึกกังวลเล็กน้อย เพราะอีกเพียงสองวันก็จะครบหนึ่งเดือน แต่พี่ชายก็ยังไม่กลับออกมาจากค่ายกล ทั้งเมื่อครู่จู่ ๆ ตัวค่ายกลก็พังทลายลง

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2   ตอนที่ 38

    กลุ่มผู้เยาว์ตระกูลเว่ยออกเดินทางแรมเดือน ภายในแหวนมิติของแต่ละคนเต็มไปด้วยทรัพยากรล้ำค่ามากมาย ทั้งนี้หลังติดตามเว่ยซือเหลียงมานานนับเดือน อาชาวายุก็ยินยอมพร้อมใจเป็นสัตว์อสูรในพันธสัญญาของเขาในที่สุด เนื่องจากมันไม่อาจทำใจมองผ่านความจริงใจ และน้ำพลังปราณที่อีกฝ่ายเอาออกมาปรนเปรอมันได้กล่าวได้ว่

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2   ตอนที่ 10

    เว่ยซือเหลียงที่ความสงสัยเต็มท้องทนต่อไปไม่ไหวโพล่งถามออกไปอย่างอดใจไม่อยู่ “น้องเล็ก จะบอกพวกเราได้หรือยังว่าที่อารมณ์ดีอยู่ตอนนี้มันหมายความว่าอย่างไร เจ้าเลื่อนระดับพลังได้แล้วใช่หรือไม่”เจ้าตัวส่ายหน้า “ไม่เจ้าค่ะ ทุกคนลองเดาดูสิเจ้าคะ”“สำเร็จวิชาใหม่” เว่ยซือหลางเอ่ยบ้าง เจ้าตัวก็ยังส่ายหน้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status