เข้าสู่ระบบ“พี่รู้ไหมว่ากว่าผมจะเจอเธอมันยากแค่ไหน!” เสียงพูดเป็นภาษาอิตาลีดังไปทั่วทั้งบ้าน เมื่อเจ้าของบ้านกลับบ้านมาช่วงค่ำแล้วพบว่าคนสำคัญที่พามาด้วยเมื่อคืนหายไป ก่อนจะพบว่าพี่สาวเพียงคนเดียวของเขาพาเธอหนีไป แถมตอนนี้คนก่อเรื่องทั้งหมดก็นั่งกระดิกเท้าอยู่บนโซฟาหรูอย่างไม่ใส่ใจอะไร ภายในบ้านเต็มไปด้วยบรรยากาศเย็นยะเยือกเมื่อสองพี่น้องตระกูลเฉินปะทะกัน
“แล้วยังไง”
“พี่ก็รู้ว่าเธอเป็นคนให้ชีวิตใหม่กับผม” ร่างสูงถอนหายใจออกมา ก่อนจะยืนกอดอกมองคนที่ไม่รู้สึกผิดอะไรด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะหันไปหาลูกน้องคนสนิททั้งสองคน
“บอกคนของเราที่อยู่ที่นั่นเตรียมตัวให้พร้อม พรุ่งนี้เช้าฉันจะไปประเทศไทย”
“เร็วกว่าที่คิดแฮะ งานการจะไม่ทำเลยรึไง”
“เรื่องของผมอีกนั่นแหละ พี่กลับไปได้แล้วรกหูรกตาชะมัด” เสียงทุ้มบอกออกมาด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจเท่าไหร่ มือหนาก็ผายไปทางประตูใหญ่ เจ้าของริมฝีปากแดงคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
“ท่าทางจะเป็นเอามาก”
หลังจากพี่สาวเพียงคนเดียวกลับไปแล้วเขาก็ขึ้นไปที่ห้องทำงานโดยมีลูกน้องคนสนิทอย่างซีริวและลู่เหวินเดินตามขึ้นไปด้วย
“ผมจัดการเรื่องงานประมูลอัญมณีให้เรียบร้อยแล้วนะครับนาย”
“อืม”
“แล้วเรื่องที่ฉันให้ไปสืบล่ะ”
“ผมติดต่อทนายเก่าแก่ของบ้านนั้นเรียบร้อยแล้วครับ เอกสารอยู่ในแฟ้มที่ผมเตรียมให้ครับนาย ถ้าคุณเยว่อยู่ประเทศไทยแล้วสองคนนั้นรู้ คุณเยว่ไม่ปลอดภัยแน่นอนครับ”
ประเทศไทย
“เจ้แคนดี้คะ หนูหานางแบบที่จะใส่เพชรโชว์ในงานประมูลอีกสองวันได้แล้วค่ะ”
“นี่ถ้ายัยนางแบบเรื่องมากคนนั้นไม่เบี้ยวงานฉัน ฉันไม่ยอมรับใครที่ไหนก็ไม่รู้มาเดินงานโชว์คืนนี้แน่”
“รับรองค่ะเจ๊ ว่าคนนี้ดีกว่านางแบบเก่าแน่นอน ไม่เรื่องมาก หน้าเป๊ะหุ่นปัง ที่สำคัญบินตรงจากไต้หวันเลยค่ะ” หญิงสาวชาวไทยร่างเล็กที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้ดูแลนางแบบบอกับเจ้แคนดี้ สาวสองหน้าสวยหัวหน้าของตนเอง เจ้าหล่อนหยิบโทรศัพท์เครื่องสวยออกมาก่อนจะกดโทรหาเพื่อนสาวคนสนิทที่เรียนด้วยกันที่ไต้หวัน คุยกันสักพักสาวตัวเล็กก็วางสายลงเมื่อสายตามองเห็นร่างระหงร่างหนึ่งเดินเข้ามาทางประตูห้องแต่งตัว V.I.P
“มาแล้วค่ะเจ้ นี่เพื่อนหวานเองเจอกันตอนเรียนที่ไต้หวันค่ะ”
“สวัสดีค่ะเจ๊”
“สวัสดีจ๊ะ หน้าตารูปร่างดีกว่านางแบบคนเก่าอีกว่ะอีหวาน แล้วเราเดินแบบเป็นไหมงานเริ่มอีกสองวันฉันกลัวว่าจะไม่ทัน” เจ้แคนดี้มองคนตรงหน้าด้วยสายตาแวววับ แต่ก็ยังอดกังวลไม่ได้เพราะไม่รู้จักสาวหน้าตาสะสวยตรงหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ตนเองก็รู้สึกถูกชะตากับหญิงสาวคนนี้ไม่น้อย
“พูดไปจะหาว่าโม้เจ้ ให้ยัยนี่เดินลองดูเลยไหม ถ้าเจ้บอกว่าผ่านจะได้ให้ช่างภาพถ่ายรูปโปรโมทเลย”
“อืม ดีเหมือนกัน”
“แกจะถ่ายแค่หน้าไม่ได้ใส่ชื่อลงไปใช่ไหมหวาน” ว่าที่นางแบบคนใหม่ถามออกมาด้วยความเป็นกังวล น้ำหวานกับเจ้แคนดี้มองหน้ากันงงๆ แต่ทั้งคู่ก็บอกให้คนถามสบายใจว่าจะไม่มีการใส่ชื่อนางแบบใดๆ ทั้งสิ้น ถ่ายรูปโปรโมทในเว็บไซต์เท่านั้น
หลังจากลองชุดเจ้แคนดี้ก็ยิ้มหน้าบานเพราะนางแบบคนใหม่ที่ผู้ช่วยของเขาหามาได้นั้นใส่ชุดที่ทีมงานเตรียมไว้ให้ได้อย่างพอดิบพอดี ดูเหมือนชุดจะหลวมไปนิดหนึ่งด้วยซ้ำ แต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับมืออาชีพอย่างเจ้แคนดี้และน้ำหวาน
นางแบบคนใหม่ทำหน้าที่ซ้อมบนเวทีได้อย่างดีจนดูเหมือนนางแบบมืออาชีพ ทีมงานไม่ต้องบอกคิวหลายรอบเหมือนนางแบบคนอื่นเธอก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีจนน้ำหวานเองก็ยังทึ่งที่เพื่อนของเธอทำได้ดีเกินคาด ทั้งๆ ที่เพื่อนของเธอมีโอกาสเดินแบบที่ไต้หวันเพียงครั้งเดียวเท่านั้น หลังจากเดินแบบและถ่ายรูปโปรโมทเสร็จน้ำหวานก็พาเพื่อนลงมาข้างล่างเวที ทีมงานหลายคนยังคงเตรียมงานให้วุ่นรวมถึงนางแบบหลายคงก็ยังซ้อมกันอยู่
“เจ้ลืมถามชื่อ หนูชื่ออะไรเหรอ”
“เยว่ซินค่ะ”
“หืม เป็นคนจีนแท้เลยรึเปล่า เราพูดไทยชัดมากเลยนะ” เจ้แคนดี้ถามออกมาด้วยความสงสัย น้ำหวานที่พอจะรู้เรื่องเพื่อนมาบ้างนิดหน่อยจึงเอ่ยปากบอก ว่าเพื่อนของเธอเป็นลูกครึ่งไทยจีน แต่ไปอยู่ที่ไต้หวันตั้งแต่เด็กเลยไม่ค่อยเรียกชื่อไทย เจ้แคนดี้ที่เป็นคนไม่ชอบจุกจิกเท่าไหร่จึงไม่ได้ถามอะไรต่อ น้ำหวานเดินไปเก็บอุปกรณ์แต่งหน้าโดยปล่อยให้เพื่อนตัวเองยืนคุยเรื่องเดินแบบกับเจ๊แคนดี้อยู่หน้าเวที
“เฮ้ยหวาน พี่ขอถ่ายแก้นางแบบแกหน่อยดิ”
“แหม่เฮียโก้ ฝีมือระดับเฮียต้องถ่ายแก้อะไรด้วยเหรอ” น้ำหวานบอกออกไปอย่างรู้ทัน ตากล้องหน้าคมได้แต่จิปากด้วยความขัดใจก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ
“ไม่มีไรเว้ย พี่แค่คิดว่ามุมกล้องที่พี่ถ่ายมันแปลกๆ แกไปกับนางแบบด้วยก็ได้”
“โอเค ฉันไปบอกซินมันก่อนละกัน” น้ำหวานบอกออกมาก่อนจะเดินตรงไปหาเพื่อนตัวเองตรงหน้าเวที นางแบบคนใหม่หันมามองตากล้องที่ขอถ่ายรูปแก้ก็พบว่าเขาส่งยิ้มมาให้เธอ เธอยิ้มกลับตามมารยาทก่อนที่น้ำหวานจะจับแขนให้เดินตามไป
“เดี๋ยวน้องใส่เพชรที่เตรียมไว้อีกรอบนะครับ พี่ขอถ่ายแก้แค่ไม่กี่รูป”
“ทำไมแกไม่ดูงานก่อนวะโก้ ดีนะที่ซินมันยังไม่ได้เปลี่ยนชุด” เจ้แคนดี้บ่นช่างภาพที่เคยทำงานมาด้วยกันหลายงาน และนับเป็นครั้งแรกที่เจ้แคนดี้ได้นางแบบมือใหม่ที่ถูกใจขนาดนี้ ขนาดใส่อัญมณีที่ไว้ใช้สำหรับถ่ายโปรโมทยังดูดีขนาดนี้ เจ้แคนดี้รับรู้โดยสัญชาตญาณเลยว่าชะนีตรงหน้าหากใส่เพชรจริงบนเวที จะเจิดจรัดแค่ไหน
“เจ้จองตัวแกมาเป็นนางแบบในสังกัดเจ้เลยได้ไหมซิน”
“ขอคิดดูก่อนนะคะเจ้ ถ้าไม่มีคนมาตามกลับไต้หวันก็คงต้องอยู่ที่ไทยต่อไป”
“ผัวจะมาตามกลับบ้านเหรอ” เจ้แคนดี้พูดปนติดตลก ทำให้คนฟังยิ้มเล็กน้อย
คุณจะตามหาฉันบ้างไหมคุณเฉิน
2 วันถัดมา
“แกเอาอัญมณีทั้งหมดในงานมาให้ฉันดูหน่อยซิลู่เหวิน”
“นี่ครับนาย” ลูกน้องคนสนิทยื่นเอกสารในแฟ้มให้ดูอีกครั้งหลังจากที่ทั้งสามคนอยู่ในห้องหนึ่งในโรงแรมหรู จื่อหลงนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานในห้อง VIP ที่เขามาใช้ทุกครั้งที่มาประเทศไทย
“และนี่เป็นอัญมณีตัวอย่างเวลาที่อยู่ในคอนางแบบครับนาย ภาพเพิ่งจะส่งมาประมาณหนึ่งวันก่อนครับ” ลู่เหวินอธิบายต่อพร้อมส่งกระดาษอีกปึกสำหรับรูปถ่ายอัญมณีตัวอย่างที่อยู่ในคอนางแบบให้คนเป็นนาย จื่อหลงหยิบมาดูพร้อมเปิดดูภาพไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงภาพอัญมณีสีทองเข้มแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาสนใจเท่าลำคอระหงของผู้สวมใส่สร้อยตัวนี้
“นางแบบภาพนี้ชื่ออะไร”
“ไม่ทราบครับนาย ปกติแล้วทางงานจะไม่ใส่รายชื่อนางแบบครับ”
“ไปสืบมา ฉันขอภายในคืนนี้” คนเป็นนายสั่งออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำให้ลู่เหวินและเซริวได้แต่ก้มหน้ารับพร้อมเดินออกไปจากห้องส่วนตัวของเจ้านาย
“ทำไมนายถึงได้สนใจนางแบบขึ้นมา ปกตินายไม่เคยสนใจนางแบบคนไหนเลยนะ”
“แกเลิกอยากรู้แล้วไปสืบมาดีกว่า”
“ถ้าอย่างนั้นฉันโทรไปหาคนดูแลนางแบบก่อนแล้วกันเผื่อได้คำตอบ” ลู่เหวินบอกกับเพื่อนตัวเอง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดเบอร์โทรหาคนดูแลนางแบบที่เขาค่อนข้างรู้จักเป็นอย่างดี
“สวัสดีคุณแคนดี้ ผมมีเรื่องให้คุณช่วย”
งานประมูลอัญมณีและเพชรหายาก
งานประมูลอัญมณีและเพชรหายากเป็นงานที่จัดขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่ภายในโรงแรมหรูที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร บรรดาไฮโซและนักธุรกิจทั้งในและต่างประเทศต่างพากันมารวมตัวกันที่งานนี้ รวมถึงักธุรกิจหนุ่มไต้หวันที่เป็นที่จับตามองของนักข่าวและสาวๆ ไฮโซที่อยู่ภายในงาน แต่สายตาคมไม่ได้สนใจใครทั้งสิ้น
“เบอร์ 20 ครับนาย”
“เรื่องที่ฉันสั่งเรียบร้อยดีไหม”
“เรียบร้อยครับนาย ผมคุยกับทางนั้นเรียบร้อยแล้วครับ” คนเป็นลูกน้องรายงานก่อนที่บอดี้การ์ดสองคนจะรีบมายืนบังคนเป็นนายทันที เมื่อจู่ๆ ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินตรงเข้ามา หญิงสูงวัยที่เดินตามมาติดๆ รีบฉุดแขนหญิงสาวเอาไว้เมื่อเห็นท่าทีของบอดี้การ์ดของชายตรงหน้า
“สวัสดีค่ะคุณเฉิน ฉันจินนี่ตระกูลหวังนะคะ ชื่อหวังจินเซียง ฉันติดตามข่าวสารของคุณมานานยินดีที่ได้เจอค่ะ”
“ครับ”
“เอ่อ คุณได้เบอร์อะไรคะ” หญิงสาวถามออกมาอย่างออกหน้าออกตาทำให้คนเป็นแม่ที่ยืนอยู่ข้างๆ บิดแขนลูกสาวตัวเองเล็กน้อยทำให้เจ้าตัวได้แต่มุ่ยหน้าด้วยความขัดใจ
“ขอโทษที่ทำให้ลำบากใจค่ะคุณเฉิน ถ้ามีโอกาสหวังว่าจะได้ร่วมงานกับคุณเฉินนะคะ” หญิงสูงวัยท่าทางสุขุมและทรงอิทธิพลเอ่ยบอกออกมาก่อนจะลากลูกสาวที่แต่งตัวด้วยเดรสสั้นสีแดงรัดรูปไปนั่งที่เก้าอี้ที่จัดเตรียมไว้ให้
“นั่นคุณนายเจียงครับนาย ผมสองคนไม่ทราบว่าจะมางานนี้ด้วย”
“ถ้าอย่างนั้นพวกแกแสตนบายให้พร้อม ฉันคิดว่าหล่อนคงจำเธอไม่ได้ จบงานนี้เราจะพาเธอกลับไต้หวันทันที”
“ครับนาย”
ไม่นานงานเปิดตัวอัญมณีและพลอยหายากก็เริ่มต้นขึ้น งานจัดได้ยิ่งใหญ่อลังการอัญมณีและเพชรถูกนางแบบสวมใส่ การประมูลเพชรและอัญมณีดำเนินการไปเรื่อยๆ จนกระทั่งอัญมณีชุดสุดท้าย นางแบบร่างระหงสวมชุดราตรียาว เกาะอกสีทองเข้ารูป เผยให้เห็นลำคอขาวที่สวมเครื่องประดับเพชรแท้ ตรงกลางของสร้อยเพชรเป็นอัญมณีสีเหลืองทองเข้ม เมื่อกระทบแสงไฟยิ่งทำให้อัญมณีนั้นสวยขึ้นเป็นล้านเท่า แต่นั่นไม่ได้ทำให้จื่อหลงสนใจเท่ากับนางแบบที่สวมใส่สร้อยเส้นนั้น
“หึ คุณคิดว่าคุณจะหนีผมพ้นรึไง เยว่ซิน”
“นายจะไม่ให้ผมอยู่ด้วยจริงๆ เหรอครับ”“ฉันบอกแกไปแล้วไง แกก็แค่อย่าไปบอกพี่สาวกับแม่ฉันก็พอว่าแกไม่ได้นอนเฝ้า”“แต่นายครับ.....” ลู่เหวินยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อก็ต้องเงียบ เมื่อได้รับสายตานิ่งๆ จากคนเป็นนายนี่แค่ช่วงบ่ายลูกน้องคนสนิทก็พร่ำถามอยู่เรื่อย เนื่องจากโดนคำสั่งมาจากบ้านใหญ่ว่าต้องให้คนมานอนเป็นเพื่อนกับเฉินจื่อหลง ลู่เหวินที่สองจิตสองใจว่าจะทำตามคำสั่งใคร สุดท้ายก็ต้องตามใจนายตนเองเป็นหลักอยู่ดี“เพื่อความสบายใจของแก แกไปยกโซฟามานอนหน้าห้องเฝ้าฉันก็แล้วกันจะได้สบายใจ”“หมดเรื่องแล้วจะไปทำอะไรก็ไป” มือหนาโบกไล่ลูกน้องให้ออกจากห้องของตัวเอง ถ้าเขารู้ว่าการแต่งงานมันจะยุ่งยากขนาดนี้ เขาแต่งงานเงียบๆ กับว่าที่เจ้าสาวสองคนก็ยังดี ครั้นจะไม่ทำตามธรรมเนียมก็คงจะโดนแม่บังเกิดเกล้าเอ็ดเอาแน่ๆ“เมื่อไหร่จะถึงคืนนี้เร็วๆ กันนะ”ณ บ้านใหญ่“ฉันกับยัยหวานนอนกับแกก็ได้นะยัยซินแกจะได้ไม่เหงาไง”“หรือแกไม่สะดวกที่ฉันกับเจ้แคนดี้นอนด้วย”“ไม่ใช่แบบนั้นหรอก คือคืนนี้คุณเฉินเขาอยากโทรคุยน่ะ เพราะมันเหลืออีกตั้งสองวันกว่าจะถึงงานแต่ง ฉันเกรงใจ” เยว่ซินอธิบายให้เพื่อนตัวเองเข้าใจว่าทำไมถึงให้เพื
“นายครับเกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ” ลู่เหวินที่เดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยท่าทีร้อนรนหลังจากออกไปคุยธุระด้านนอกทำให้คนเป็นนายที่ง่วนอยู่กับกองเอกสารมาเงยหน้าขึ้นมามองช้าๆ พร้อมขมวดคิ้ว ดูท่าจะเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ นั่นแหละลูกน้องคนนี้ถึงได้ลืมเคาะประตูก่อนจะเปิดเข้ามา“ทนายเก่าแก่ของตระกูลจีรวรกุลเสียชีวิตแล้วครับนาย”“เมื่อไหร่” เสียงหนาถามออกมาอย่างประหลาดใจ เพราะเขาไม่ได้ให้ลูกน้องตามสืบตั้งแต่แรก อันที่จริงมันไม่ใช่เรื่องของเขาเลยหากไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับว่าที่ภรรยาเขาก็คงไม่เข้าไปยุ่ง“ประมาณสองเดือนที่แล้วครับ มีสายรายงานว่าคุณเจียงประกาศทนายคนใหม่ของตระกูลเพราะทนายคนเก่าที่ชื่อเกรียงไกรเสียชีวิตครับ” ลู่เหวินรายงานข่าวตามที่เขาไปสืบหามาได้ เมื่อได้ยินที่ลูกน้องรายงานก็ยิ่งทำให้คิ้วหนาของจื่อหลงขมวดเป็นปมหนักขึ้นไปอีก“ผู้หญิงคนนี้อีกแล้วเหรอ” ลู่เหวินก้มหัวเป็นการตอบรับ“ทั้งๆ ที่ฉันอยากจัดการให้เสร็จเรียบร้อยก่อนงานแต่ง แต่สงสัยว่ามันจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เอาเป็นว่าหลังจากแต่งงานแล้วฉันค่อยคิดอีกทีก็แล้วกัน”“แล้วนี่ซีริวออกไปรับเพื่อนเยว่ซินที่สนามบินแล้วใช่ไหม” พอจื่อหลงรับรู้ว่าเพื่อ
ช่วงเช้าก่อนงานแต่งหนึ่งวัน เยว่ซินต้องเตรียมพร้อมอะไรหลายๆ อย่าง แต่เธอแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลยเพราะวาวาและว่าที่แม่สามีเตรียมพร้อมให้เธอทุกอย่าง จนเธออดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่าครอบครัวนี้ก็ดีกับเธอเหลือเกิน วาวายกมือถือขึ้นมาดูก็เห็น ‘Miscall’ จากจื่อหลงรวมถึงข้อความในวีแชทหลายข้อความ เธอส่งวีแชทกลับไปว่าจะขอโทรหาน้ำหวานและเจ้แคนดี้ที่อยู่ประเทศไทยก่อน และที่เธอไม่ได้รับสายเพราะเมื่อเช้าวาวาให้เธอลงไปทำเล็บด้านล่าง โดยมีช่างทำเล็บจากร้านดังมาทำให้‘ทำไมเร็วแบบนี้ล่ะ’ เสียงเล็กๆ ของน้ำหวานดังลอดออกมาจากปลายสาย ทำให้เยว่ซินยิ้มออกมาเบาๆ เพราะปฏิกิริยาของเพื่อนเป็นอย่างที่เธอคิดไว้ไม่มีผิด ว่าที่เจ้าสาวโทรบอกข่าวดีกับเพื่อนที่อยู่ทางไกล เมื่อน้ำหวานรู้ก็บ่นออกมาชุดใหญ่เนื่องจากว่าเพื่อนสนิทคนสวยไม่ได้บอกข่าวคราวล่วงหน้า‘แบบนี้แกก็ไม่สะดวกมาเดินแบบให้ฉันแล้วสินะ’ เสียงใหญ่ที่ถูกดัดให้เล็กจนติดแหบเล็กน้อยดังแทรกเข้ามา วาวาที่เพิ่งจะเดินขึ้นมาจากห้องโถงชั้นล่างเพราะเพิ่งไปคุยเรื่องพีธีงานแต่งงานช่วงเช้ากับแม่ของเธอ เปิดประตูห้องนอนเข้ามาพร้อมเดินเข้ามาหาคนที่คุยโทรศัพท์อยู่“อีกสักพักมาลองชุดนะ
“โอ๊ยยยย เมื่อไหร่จะถึงพรุ่งนี้สักที” เสียงตะโกนดังกึกก้องไปทั่วบริเวณบ้าน ลูกน้องหลายคนแม้กระทั่งคนสนิทอย่างซีริวและลู่เหวินก็ไม่กล้าเข้าใกล้ เขากลับมาถึงบ้านในช่วงเย็น เมื่อแม่และพี่สาวเห็นว่าเขาคงไม่ยอมห่างจากเยว่ซินง่ายๆ พี่และแม่จึงใช้วิธี 'ไล่' ให้เขากลับมาบ้านของตัวเอง“มองอะไรกัน ไปทำงานกันสิโว้ยยยย!!!!” จื่อหลงตะโกนไล่ลูกน้องที่เดินผ่านห้องโถง เพียงแค่ลูกน้องปรายตามองคนเป็นเจ้านายก็รู้สึกขัดหูขัดตาไปหมด“นายคงรักคุณเยว่มากๆ”“เรียกได้ว่า ถ้าคุณเยว่สั่งให้พวกเราไปถ่วงน้ำ นายก็พร้อมจับเราสองคนถ่วงน้ำทันที” ซีริวกับลู่เหวินคุยกันเบาๆ ไม่ให้เจ้านายตัวเองได้ยิน ก่อนที่ทั้งสองจะค่อยๆ เดินออกจากห้องโถงไปอยู่หน้าบ้าน“พวกแกสองคนจะไปไหน!!! อยู่นี่แหละ” ลูกน้องคนสนิทสองคนหยุดเท้าตัวเองแทบไม่ทันเมื่อเจ้านายตวาดถาม ทั้งสองจึงทำได้เพียงยืนอยู่ที่เดิม“ใจเย็นๆ สิคะคุณหนู พรุ่งนี้ก็จะไปรับตัวคุณเยว่มาแล้ว อดทนรอหน่อยนะคะ” ป้าหลิวเดินออกมาพร้อมน้ำเย็นก่อนจะยื่นให้จื่อหลง เขารับมาก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ“ผมไม่เคยกินน้ำอันนี้มาก่อน มันคืออะไรครับป้า” จื่อหลงมองแก้วน้ำในมือ น้ำที่อยู่ในแก้
เยว่ซินเดินตัวเกร็งลงจากรถเบื้องหน้าของเธอคือคฤหาสน์ใหญ่อย่างกับพระราชวังที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าของเธอ แต่นั่นก็ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เธอประหม่าเพราะสิ่งที่ทำให้เธอตื่นเต้นและกังวลคือชายฉกรรจ์เกือบห้าสิบคนที่ยืนเรียงรายเป็นแถวตอนอยู่ทั้งสองฝั่งประหนึ่งซุ้มประตูเงินประตูทอง“ลูกน้องของคุณแม่คุณทำตัวเวอร์แบบนี้ตลอดเลยเหรอคะ”“หึ ไม่หรอกนี่คือปกติ ถ้าเวอร์ก็น่าจะประมาณสามร้อยคนขึ้นไปนี่แหละ เดี๋ยววันแต่งงานคุณก็จะได้เห็น” จื่อหลงหัวเราในลำคอกับคำถามของหญิงสาวพร้อมกับอธิบายให้ฟัง เมื่อเยว่ซินได้ฟังก็ถึงกับอ้าปากค้างเพราะเธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน“เข้าไปข้างในกันเถอะ” จื่อหลงบอกพร้อมจับมือเรียวมากุมเอาไว้เพราะรู้ว่าหญิงสาวคงจะเป็นกังวลอยู่มาก“นายไม่คิดจะรอฉันก่อนรึไงจื่อหลง” วาวาที่วิ่งตามมาจากรถอีกคันร้องบอก แต่จื่อหลงก็ไม่ได้สนใจพร้อมรีบดึงเยว่ซินมาใกล้ตัวก่อนจะโอบรอบเอวเอาไว้เมื่อวาวาเดินเข้ามาใกล้“ฉันไม่ทำอะไรแม่นี่หรอกหน่า” วาวาบอกจื่อหลงอย่างหมดความอดทนเมื่อจื่อหลงทำท่าหวงหญิงสาวข้างกายมากเกินไป“ทำตัวให้เป็นคุณเลยนะ ไม่ต้องกลัว” จื่อหลงก้มลงมากระซิบที่ข้างหูเล็ก ทำให้ร่างเล็ก
“แหม่ ไม่ต้องประคับประคองขนาดนั้นก็ได้มั้ง” เสียงใสเอ่ยทักขึ้นเมื่อเฉินจื่อหลงเดินเข้ามาภายในบ้าน พร้อมประคองร่างบางเข้ามาด้วย จื่อหลงกรอกตาอย่างเบื่อหน่ายที่พี่สาวของเขายังอยู่ในบ้านอีก“ไม่ต้องทำหน้าต้อนรับฉันมากขนาดนั้นก็ได้มั้ง” เฉินวาวาพี่สาวเพียงคนเดียวของเฉินจื่อหลงบอกออกมาอย่างขำๆ เมื่อเห็นท่าทีของน้องชาย นี่เขาลงทุนเอาเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวไปรับเธอมาเลยเหรอ“เขาไม่ให้เอาฮอส่วนตัวบินข้ามประเทศไม่ใช่รึไง”“มีสมองก็คิดบ้างสิเจ้ กลับไปได้แล้วไป” เขาบอกเสียงเรียบทำให้วาวาหน้าตึงขึ้นมาทันที หล่อนชอบกวนน้องชายตัวเอง แต่เจ้าบ้านี่ก็ชอบทำให้เธอประสาทเสียเหมือนกัน หน้าตาก็ว่าหยิ่งแล้วนิสัยของน้องชายเธอก็ยังไม่เปลี่ยนเลยตั้งแต่เด็กยันโต“ช่างนายเถอะ ฉันจะคุยกับหล่อน” หญิงสาวบอกออกมาอย่างไม่แยแสน้องชายตัวเองพร้อมมองไปยังเจ้าของร่างเล็กที่เคยเจอกันเมื่อไม่นานมานี้“ไม่ เจ้จะพูดกล่อมอะไรเธออีก” จื่อหลงเอื้อมมือมากั้นคนข้างกายจากพี่สาวของตัวเอง พร้อมไล่ทุกคนออกจากห้องโถง เหลือไว้แค่เขา เยว่ซิน และวาวา“เฮ้อ! นายนี่มันน่ารำคาญจริงๆ นะจื่อหลง ฉันได้ยินมาว่านายจะขอหล่อนแต่งงาน” คำพูดเรียบเฉยของวา







