Masuk“เดี๋ยวสิคุณเฉิน!!” เยว่ซินร้องเสียงหลงเมื่อจู่ๆ เขาก็ช้อนตัวของเธอไปอุ้มเอาไว้ เธอรีบเอาแขนโอบรอบคอเขาเอาไว้เพราะกลัวจะหล่นลงมา เขาได้แต่ยิ้มกริ่มพร้อมสาวเท้าเข้าไปในห้องน้ำกว้าง หญิงสาวได้แต่ดิ้นในอ้อมแขน แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผลดีกับเธอเท่าไหร่ เพราะยิ่งเธอดิ้นเขายิ่งกระชับแขนแกร่งให้กอดเธอแน่นขึ้น
“คุณเตรียมน้ำไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่” เยว่ซินชะเง้อมองน้ำในอ่างจากุซซี่หรูที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบและกลิ่นหอมอ่อนๆ
“ผมให้คนเตรียมไว้ตั้งแต่คุณเปลี่ยนชุดนั่นแหละ คุณพร้อมนะ” เขาถามออกมาโดยไม่ได้หวังคำตอบ กว่าหญิงสาวจะรู้ตัวอีกที เท้าของเธอก็เหยียบที่พื้น พร้อมกับเสื้อยืดตัวโคร่งที่ถูกเขาถอดออก โดยที่เธอก็แทบจะไม่รู้ตัว
ดูเหมือนเขาจะช่ำชองการถอดเสื้อผ้าผู้หญิงเสียเหลือเกิน
“แล้วถ้าครั้งนี้ประจำเดือนฉันมาล่ะ”
“ผมคำนวณมาอย่างดีแล้ว” เขายิ้มมุมปากก่อนจะเข้ามาประกบจูบกับหญิงสาวทันที ลิ้นร้อนแทรกเข้าไปยังโพรงปากหวาน นิ้วเรียวจับคางมนของใบหน้าเล็กเพื่อให้ริมฝีปากอวบอิ่มเผยอออก เขาบดจูบอย่างเร่าร้อนจนทำให้เยว่ซินรู้สึกวาบหวิวในอก
“อ๊ะ!” เยว่ซินร้องออกมาเบาๆ เมื่อมือใหญ่สอดเข้าไปยังชั้นในตัวจิ๋ว เธอรู้สึกแค่ว่าในหัววูบโหวงไปหมด จนไม่รู้ตัวว่าชุดชั้นในทั้งบนและร่างได้หายไปตอนไหน
“สวยไปทั้งตัวเลยที่รัก” จื่อหลงกระซิบข้างหูร่างเล็กด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทำให้เยว่ซินรู้สึกขนลุกด้วยความตื่นเต้น เธอรู้สึกว่าเสียงทุ้มของจื่อหลงเซ็กซี่มาก ไม่นานร่างของเยว่ซินก็ลอยขึ้นเมื่อแขนแกร่งช้อนร่างของเธออีกครั้งพร้อมวางไปในอ่างน้ำอุ่น เขาถอดชุดทุกอย่างรวมถึงชั้นในออก ใบหน้าหวานหันหน้าหนีทันทีเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงกลางขาแกร่ง จนทำให้เขาหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นปฏิกิริยานั้นของร่างเล็ก ทั้งๆ ที่หล่อนเคยครอบครองสิ่งใหญ่โตของเขาด้วยริมฝีปากอวบอิ่มนั่นแล้ว มีอะไรที่เธอต้องเขินอาย แต่จะว่าไปก็....
ช่างน่าเอ็นดู
ขาแกร่งก้าวลงอ่างน้ำอุ่นที่เต็มไปด้วยกลีบกุหลาบและกลิ่นหอมอ่อนๆ เขานั่งลงซ้อนข้างหลังร่างเล็กพร้อมบีบที่ไหล่นิ่มเบาๆ ใบหน้าคมก้มลงไปสูดดมกลิ่นหอมจากไหล่เล็กพร้อมเป่าลมอุ่นจากปากทำให้เจ้าของร่างห่อไหล่เบาๆ
"หันหน้ามานี่หน่อยสิ" จื่อหลงกระซิบเสียแหบพร่า มือหนาค่อยๆ ลูบไล้ตามไหล่เล็กพร้อมนวดเบาๆ ทำให้หญิงสาวรู้สึกผ่อนคลาย
ใบหน้าหวานหันมาตามเสียงเรียก สองสายตาประสานกัน ริมฝีปากหนาบดจูบอีกครั้งทันที
"อืม" เสียงทุ้มครางด้วยความพอใจ เมื่อปากเล็กอ้ารอรับลิ้นร้อนให้เข้าไปคว้านชิมความหวานในโพรงปากนุ่ม
"อื้ออ อ่า" เสียงหวานครางออกมาเมื่อมือหนาเอื้อมไปกอบกุมพร้อมคลึงอกนิ้มเบาๆ ใบหน้าหวานเริดขึ้นพร้อมสูดปากด้วยความเสียวซ่านเมื่อนิ้วเรียวของร่างแกร่งถูเข้ากับปุ่มที่แข็งขืนสู้นิ้ว เท่านั้นยังไม่พอเขาใช้นิ้วดึงเบาๆ เป็นการหยอกล้อ
"อ่าา อื้ออคุณเฉิน ยะ... อย่าแกล้ง" เสียงพูดสั่นพร่า จื่อหลงมองใบหน้าหวานที่หลับตาพริ้มด้วยความเสียวซ่าน เขารู้สึกอยากจะกลืนกินร่างเล็กไปซะให้รู้แล้วรู้รอด ไม่อยากให้ใครได้พบหรือสัมผัสร่างนี้ เมื่อคิดดังนั้นมือหน้าก็บีบหน้าอกนิ่มแรงขึ้น ยิ่งทำให้เขาแทบคลั่งเมื่อเธอเบียดร่างเข้ามาหาเขาทำให้เนื้อนิ่มถูโดนส่วนที่แข็งขืนจนเขาแทบจะทนไม่ไหว
“ชู่ววว….อ้าขาอย่าเกร็ง” จื่อหลงกระซิบบอกด้วยเสียงทุ้ม เมื่อเยว่ซินหุบขาทันทีที่มือแกร่งลูบไล้ร่างบางเรื่อยๆ ไปจนถึงบริเวณขาอ่อนด้านใน
“อ่า ซี๊ดดด คุณเฉิน อึก….” เยว่ซินครางออกมาอย่างห้ามตัวเองไม่ได้เมื่อนิ้วเรียวหนาเอื้อมมือไปไปสัมผัสจุดที่อ่อนไหวที่อยู่ระหว่างขา นิ้วเรียวข้างขวา ค่อยๆ ถูตามรอยแยกอย่างช้าๆ พร้อมกดไปยังตุ่มอ่อนไหวเน้นๆ จนคนตัวเล็กทนไม่ไหวนิ้วโป้งซ้ายของเขาที่เกลี่ยริมฝีปากบางอยู่ค่อยๆ สอดเข้าไปในโพรงปาก ทำให้คนที่กำลังเสียวซ่านอยู่ใช้ลิ้นเล็กเลียไปที่นิ้วหนาพร้อมดูดเบาๆ อย่างไม่รู้ตัว
“อืมมม” จื่อหลงครางออกมาด้วยความพอใจอีกครั้งเมื่อจู่ๆ แขนเล็กก็เอื้อมมาโอบลำคอของเขาให้ก้มลงมารับจูบเพื่อเป็นการระบายความเสียวซ่าน ขาเรียวแยกออกจากกันอัตโนมัติเมื่อเขาเริ่มใช้นิ้วถูปุ่มเสียวแรงขึ้น
“อื้ออ….เสียว” เยว่ซินหลุดครางเสียงหวานออกมาทำให้ริมฝีปากหนาของจื่อหลงยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ
“อื้อออ ยะ…อย่าสอดตรงนั้น”
“ถ้าผมไม่สอด ก็ไปต่อไม่ได้สิ” เสียงทุ้มกระซิบบอก เยว่ซินครางกระเส่าพร้อมแอ่นเอวขึ้นเมื่อนิ้วเรียวสอดเข้าช่องทางรักพร้อมชักนิ้วเข้าออก ดูเหมือนว่าเขาจะสนุกกับการที่ได้เห็นหน้าของเธอบิดเร่าด้วยความเสียว
“ผมว่าคุณพร้อมแล้วล่ะ”
“อื้อออ…คุณเฉินแกล้งฉันใช่ไหมคะ” เยว่ซินที่กำลังเคลิ้มสะดุ้งพร้อมกับหน้างอด้วยความขัดใจเล็กน้อย เมื่อจู่ๆ นิ้วยาวก็เอาออกจากช่องทางสีสวยของเธอ จื่อหลงขำให้กับท่าทีนั้นเล็กน้อย เธอจะรู้ตัวไหมว่าตอนนี้ทำหน้าตาน่ารักขนาดไหน
จะกลืนกลินให้ไม่เหลือเลยคอยดู
“เปลี่ยนสถานที่กันเถอะ” จื่อหลงบอกพร้อมกับลุกขึ้นแล้วช้อนตัวร่างบางทันทีโดยไม่สนใจว่าตอนนี้น้ำจะหยดลงพื้นมากแค่ไหน เพราะตอนนี้เขาเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว เขาอยากเป็นเจ้าของช่องทางสีสดนั้นเต็มที
เมื่ออุ้มร่างเล็กขึ้นมาจากน้ำแล้วเขาก็รีบเดินมาที่เตียงทันที เขาไม่ได้สนใจว่าเตียงนอนจะเปียกหรือไม่ เขาสนใจแต่ร่างตรงหน้าที่ตอนนี้นอนหอบหายใจอยู่ ร่างบางมีรอยแดงขึ้นตามตัวในจุดทีเขาดูดเม้มไป
“อ๊ะ…” เยว่ซินตกใจเล็กน้อยเมื่อจู่ๆ มือหน้าก็เอื้อมมือของเธอให้มาจับที่แก่นกายที่ตอนนี้ผงาดใหญ่กว่าเดิม
“ซี๊ดดดด ดีมากที่รัก อ้า” จื่อหลงครางเสียงดังทำให้เจ้าของมือเล็กหน้าขึ้นสีด้วยความเขินอาย แต่เธอก็ยังคงรูดแท่งร้อนขึ้นลงอยู่แบบนั้น
“พอก่อน ผมไม่อยากเสร็จเพราะมือคุณ ผมอยากเข้าไปในตัวคุณ”
“ตอนนี้เลย”
“นายจะไม่ให้ผมอยู่ด้วยจริงๆ เหรอครับ”“ฉันบอกแกไปแล้วไง แกก็แค่อย่าไปบอกพี่สาวกับแม่ฉันก็พอว่าแกไม่ได้นอนเฝ้า”“แต่นายครับ.....” ลู่เหวินยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อก็ต้องเงียบ เมื่อได้รับสายตานิ่งๆ จากคนเป็นนายนี่แค่ช่วงบ่ายลูกน้องคนสนิทก็พร่ำถามอยู่เรื่อย เนื่องจากโดนคำสั่งมาจากบ้านใหญ่ว่าต้องให้คนมานอนเป็นเพื่อนกับเฉินจื่อหลง ลู่เหวินที่สองจิตสองใจว่าจะทำตามคำสั่งใคร สุดท้ายก็ต้องตามใจนายตนเองเป็นหลักอยู่ดี“เพื่อความสบายใจของแก แกไปยกโซฟามานอนหน้าห้องเฝ้าฉันก็แล้วกันจะได้สบายใจ”“หมดเรื่องแล้วจะไปทำอะไรก็ไป” มือหนาโบกไล่ลูกน้องให้ออกจากห้องของตัวเอง ถ้าเขารู้ว่าการแต่งงานมันจะยุ่งยากขนาดนี้ เขาแต่งงานเงียบๆ กับว่าที่เจ้าสาวสองคนก็ยังดี ครั้นจะไม่ทำตามธรรมเนียมก็คงจะโดนแม่บังเกิดเกล้าเอ็ดเอาแน่ๆ“เมื่อไหร่จะถึงคืนนี้เร็วๆ กันนะ”ณ บ้านใหญ่“ฉันกับยัยหวานนอนกับแกก็ได้นะยัยซินแกจะได้ไม่เหงาไง”“หรือแกไม่สะดวกที่ฉันกับเจ้แคนดี้นอนด้วย”“ไม่ใช่แบบนั้นหรอก คือคืนนี้คุณเฉินเขาอยากโทรคุยน่ะ เพราะมันเหลืออีกตั้งสองวันกว่าจะถึงงานแต่ง ฉันเกรงใจ” เยว่ซินอธิบายให้เพื่อนตัวเองเข้าใจว่าทำไมถึงให้เพื
“นายครับเกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ” ลู่เหวินที่เดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยท่าทีร้อนรนหลังจากออกไปคุยธุระด้านนอกทำให้คนเป็นนายที่ง่วนอยู่กับกองเอกสารมาเงยหน้าขึ้นมามองช้าๆ พร้อมขมวดคิ้ว ดูท่าจะเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ นั่นแหละลูกน้องคนนี้ถึงได้ลืมเคาะประตูก่อนจะเปิดเข้ามา“ทนายเก่าแก่ของตระกูลจีรวรกุลเสียชีวิตแล้วครับนาย”“เมื่อไหร่” เสียงหนาถามออกมาอย่างประหลาดใจ เพราะเขาไม่ได้ให้ลูกน้องตามสืบตั้งแต่แรก อันที่จริงมันไม่ใช่เรื่องของเขาเลยหากไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับว่าที่ภรรยาเขาก็คงไม่เข้าไปยุ่ง“ประมาณสองเดือนที่แล้วครับ มีสายรายงานว่าคุณเจียงประกาศทนายคนใหม่ของตระกูลเพราะทนายคนเก่าที่ชื่อเกรียงไกรเสียชีวิตครับ” ลู่เหวินรายงานข่าวตามที่เขาไปสืบหามาได้ เมื่อได้ยินที่ลูกน้องรายงานก็ยิ่งทำให้คิ้วหนาของจื่อหลงขมวดเป็นปมหนักขึ้นไปอีก“ผู้หญิงคนนี้อีกแล้วเหรอ” ลู่เหวินก้มหัวเป็นการตอบรับ“ทั้งๆ ที่ฉันอยากจัดการให้เสร็จเรียบร้อยก่อนงานแต่ง แต่สงสัยว่ามันจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เอาเป็นว่าหลังจากแต่งงานแล้วฉันค่อยคิดอีกทีก็แล้วกัน”“แล้วนี่ซีริวออกไปรับเพื่อนเยว่ซินที่สนามบินแล้วใช่ไหม” พอจื่อหลงรับรู้ว่าเพื่อ
ช่วงเช้าก่อนงานแต่งหนึ่งวัน เยว่ซินต้องเตรียมพร้อมอะไรหลายๆ อย่าง แต่เธอแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลยเพราะวาวาและว่าที่แม่สามีเตรียมพร้อมให้เธอทุกอย่าง จนเธออดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่าครอบครัวนี้ก็ดีกับเธอเหลือเกิน วาวายกมือถือขึ้นมาดูก็เห็น ‘Miscall’ จากจื่อหลงรวมถึงข้อความในวีแชทหลายข้อความ เธอส่งวีแชทกลับไปว่าจะขอโทรหาน้ำหวานและเจ้แคนดี้ที่อยู่ประเทศไทยก่อน และที่เธอไม่ได้รับสายเพราะเมื่อเช้าวาวาให้เธอลงไปทำเล็บด้านล่าง โดยมีช่างทำเล็บจากร้านดังมาทำให้‘ทำไมเร็วแบบนี้ล่ะ’ เสียงเล็กๆ ของน้ำหวานดังลอดออกมาจากปลายสาย ทำให้เยว่ซินยิ้มออกมาเบาๆ เพราะปฏิกิริยาของเพื่อนเป็นอย่างที่เธอคิดไว้ไม่มีผิด ว่าที่เจ้าสาวโทรบอกข่าวดีกับเพื่อนที่อยู่ทางไกล เมื่อน้ำหวานรู้ก็บ่นออกมาชุดใหญ่เนื่องจากว่าเพื่อนสนิทคนสวยไม่ได้บอกข่าวคราวล่วงหน้า‘แบบนี้แกก็ไม่สะดวกมาเดินแบบให้ฉันแล้วสินะ’ เสียงใหญ่ที่ถูกดัดให้เล็กจนติดแหบเล็กน้อยดังแทรกเข้ามา วาวาที่เพิ่งจะเดินขึ้นมาจากห้องโถงชั้นล่างเพราะเพิ่งไปคุยเรื่องพีธีงานแต่งงานช่วงเช้ากับแม่ของเธอ เปิดประตูห้องนอนเข้ามาพร้อมเดินเข้ามาหาคนที่คุยโทรศัพท์อยู่“อีกสักพักมาลองชุดนะ
“โอ๊ยยยย เมื่อไหร่จะถึงพรุ่งนี้สักที” เสียงตะโกนดังกึกก้องไปทั่วบริเวณบ้าน ลูกน้องหลายคนแม้กระทั่งคนสนิทอย่างซีริวและลู่เหวินก็ไม่กล้าเข้าใกล้ เขากลับมาถึงบ้านในช่วงเย็น เมื่อแม่และพี่สาวเห็นว่าเขาคงไม่ยอมห่างจากเยว่ซินง่ายๆ พี่และแม่จึงใช้วิธี 'ไล่' ให้เขากลับมาบ้านของตัวเอง“มองอะไรกัน ไปทำงานกันสิโว้ยยยย!!!!” จื่อหลงตะโกนไล่ลูกน้องที่เดินผ่านห้องโถง เพียงแค่ลูกน้องปรายตามองคนเป็นเจ้านายก็รู้สึกขัดหูขัดตาไปหมด“นายคงรักคุณเยว่มากๆ”“เรียกได้ว่า ถ้าคุณเยว่สั่งให้พวกเราไปถ่วงน้ำ นายก็พร้อมจับเราสองคนถ่วงน้ำทันที” ซีริวกับลู่เหวินคุยกันเบาๆ ไม่ให้เจ้านายตัวเองได้ยิน ก่อนที่ทั้งสองจะค่อยๆ เดินออกจากห้องโถงไปอยู่หน้าบ้าน“พวกแกสองคนจะไปไหน!!! อยู่นี่แหละ” ลูกน้องคนสนิทสองคนหยุดเท้าตัวเองแทบไม่ทันเมื่อเจ้านายตวาดถาม ทั้งสองจึงทำได้เพียงยืนอยู่ที่เดิม“ใจเย็นๆ สิคะคุณหนู พรุ่งนี้ก็จะไปรับตัวคุณเยว่มาแล้ว อดทนรอหน่อยนะคะ” ป้าหลิวเดินออกมาพร้อมน้ำเย็นก่อนจะยื่นให้จื่อหลง เขารับมาก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ“ผมไม่เคยกินน้ำอันนี้มาก่อน มันคืออะไรครับป้า” จื่อหลงมองแก้วน้ำในมือ น้ำที่อยู่ในแก้
เยว่ซินเดินตัวเกร็งลงจากรถเบื้องหน้าของเธอคือคฤหาสน์ใหญ่อย่างกับพระราชวังที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าของเธอ แต่นั่นก็ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เธอประหม่าเพราะสิ่งที่ทำให้เธอตื่นเต้นและกังวลคือชายฉกรรจ์เกือบห้าสิบคนที่ยืนเรียงรายเป็นแถวตอนอยู่ทั้งสองฝั่งประหนึ่งซุ้มประตูเงินประตูทอง“ลูกน้องของคุณแม่คุณทำตัวเวอร์แบบนี้ตลอดเลยเหรอคะ”“หึ ไม่หรอกนี่คือปกติ ถ้าเวอร์ก็น่าจะประมาณสามร้อยคนขึ้นไปนี่แหละ เดี๋ยววันแต่งงานคุณก็จะได้เห็น” จื่อหลงหัวเราในลำคอกับคำถามของหญิงสาวพร้อมกับอธิบายให้ฟัง เมื่อเยว่ซินได้ฟังก็ถึงกับอ้าปากค้างเพราะเธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน“เข้าไปข้างในกันเถอะ” จื่อหลงบอกพร้อมจับมือเรียวมากุมเอาไว้เพราะรู้ว่าหญิงสาวคงจะเป็นกังวลอยู่มาก“นายไม่คิดจะรอฉันก่อนรึไงจื่อหลง” วาวาที่วิ่งตามมาจากรถอีกคันร้องบอก แต่จื่อหลงก็ไม่ได้สนใจพร้อมรีบดึงเยว่ซินมาใกล้ตัวก่อนจะโอบรอบเอวเอาไว้เมื่อวาวาเดินเข้ามาใกล้“ฉันไม่ทำอะไรแม่นี่หรอกหน่า” วาวาบอกจื่อหลงอย่างหมดความอดทนเมื่อจื่อหลงทำท่าหวงหญิงสาวข้างกายมากเกินไป“ทำตัวให้เป็นคุณเลยนะ ไม่ต้องกลัว” จื่อหลงก้มลงมากระซิบที่ข้างหูเล็ก ทำให้ร่างเล็ก
“แหม่ ไม่ต้องประคับประคองขนาดนั้นก็ได้มั้ง” เสียงใสเอ่ยทักขึ้นเมื่อเฉินจื่อหลงเดินเข้ามาภายในบ้าน พร้อมประคองร่างบางเข้ามาด้วย จื่อหลงกรอกตาอย่างเบื่อหน่ายที่พี่สาวของเขายังอยู่ในบ้านอีก“ไม่ต้องทำหน้าต้อนรับฉันมากขนาดนั้นก็ได้มั้ง” เฉินวาวาพี่สาวเพียงคนเดียวของเฉินจื่อหลงบอกออกมาอย่างขำๆ เมื่อเห็นท่าทีของน้องชาย นี่เขาลงทุนเอาเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวไปรับเธอมาเลยเหรอ“เขาไม่ให้เอาฮอส่วนตัวบินข้ามประเทศไม่ใช่รึไง”“มีสมองก็คิดบ้างสิเจ้ กลับไปได้แล้วไป” เขาบอกเสียงเรียบทำให้วาวาหน้าตึงขึ้นมาทันที หล่อนชอบกวนน้องชายตัวเอง แต่เจ้าบ้านี่ก็ชอบทำให้เธอประสาทเสียเหมือนกัน หน้าตาก็ว่าหยิ่งแล้วนิสัยของน้องชายเธอก็ยังไม่เปลี่ยนเลยตั้งแต่เด็กยันโต“ช่างนายเถอะ ฉันจะคุยกับหล่อน” หญิงสาวบอกออกมาอย่างไม่แยแสน้องชายตัวเองพร้อมมองไปยังเจ้าของร่างเล็กที่เคยเจอกันเมื่อไม่นานมานี้“ไม่ เจ้จะพูดกล่อมอะไรเธออีก” จื่อหลงเอื้อมมือมากั้นคนข้างกายจากพี่สาวของตัวเอง พร้อมไล่ทุกคนออกจากห้องโถง เหลือไว้แค่เขา เยว่ซิน และวาวา“เฮ้อ! นายนี่มันน่ารำคาญจริงๆ นะจื่อหลง ฉันได้ยินมาว่านายจะขอหล่อนแต่งงาน” คำพูดเรียบเฉยของวา
ร่างเล็กขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาอย่างช้าๆ ตาเรียวมองคนที่นอนกอดเธอเอาไว้ มือเล็กไล้ลูบไปที่โครงหน้าใหญ่พร้อมนึกถึงเรื่องเมื่อคืน ภาพที่เธอกับเขาอยู่บนเตียงเมื่อคืนชัดเจนทุกอย่าง เยว่ซินหันไปหยิบนาฬิกาเรือนหรูของจื่อหลงที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงเพื่อดูเวลา“อืมมม คุณตื่นเช้าเกินไปหรือเปล่า”
“อะ…อ๊า คุณเฉินอย่าเลียตรงนั้น ซี๊ดดด” เยว่ซินครางกระเส่า เมื่อลิ้นร้อนของจื่อหลงไล่ชิมไปที่ส่วนอ่อนไหว ขาเล็กหุบเข้าอัตโนมัติเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมไล่เลียพร้อมสอดลิ้นเข้าไปตรงส่วนบอบบางจนทำให้หญิงสาวบิดเร่าด้วยความเสียวซ่าน จื่อหลงลากลิ้นชิมน้ำที่ปริ่มออกมาอย่างไม่นึกรังเกียจ ตาคมช้อนมองร่างเล็กที่นอน
“พี่รู้ไหมว่ากว่าผมจะเจอเธอมันยากแค่ไหน!” เสียงพูดเป็นภาษาอิตาลีดังไปทั่วทั้งบ้าน เมื่อเจ้าของบ้านกลับบ้านมาช่วงค่ำแล้วพบว่าคนสำคัญที่พามาด้วยเมื่อคืนหายไป ก่อนจะพบว่าพี่สาวเพียงคนเดียวของเขาพาเธอหนีไป แถมตอนนี้คนก่อเรื่องทั้งหมดก็นั่งกระดิกเท้าอยู่บนโซฟาหรูอย่างไม่ใส่ใจอะไร ภายในบ้านเต็มไปด้วยบรรย
“ตื่นแล้วเหรอคะคุณหนู” เสียทักทายเป็นภาษาจีนจากหญิงสูงวัยดังขึ้น เมื่อสาวผิวขาวเดินลงบันไดมา สาวใช้และลูกน้องของเจ้าของบ้านหลายคนทำหน้าที่ของตนเอง ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบบ้านก็ไม่เห็นเจ้าของบ้านรวมถึงลูกน้องคนสนิทด้วย“ทานอาหารเช้าก่อนดีกว่าค่ะคุณหนู ป้าให้เด็กเตรียมอาหารไว้ที่โต๊ะอาหารแล้วค่ะ”“เอ







