로그인เนื้อสาวของมีนาแสนหอมหวานจนทำให้อีธานแทบคลั่ง ไม่อยากเชื่อว่าจะมีใครคนไหนทำให้เขาลืมผู้หญิงคนอื่นที่เคยเจอมาก่อนหน้า ชายหนุ่มฝังรอยจารึกความเป็นเจ้าของไว้เกือบทุกพื้นที่บนร่างกายนี้ ยิ่งเชยชมก็ยิ่งหวงแหน ยิ่งสัมผัสก็ยิ่งอยากได้ ยิ่งแนบแน่นก็ยิ่งไม่อยากปล่อยให้หลุดจากชีวิตไป
อีธานกลืนกินอกงามอย่างทะนุถนอม และใช้เวลาชื่มชมมันต่อไปเรื่อยๆ ร่างกายของมีนายินยอมพร้อมใจไม่มีขัดเขิน เสียงครางหวานหูเป็นระยะทำให้เขาฮึกเหิมและเรียกเรี่ยวแรงที่พร้อมจะทำให้อีกฝ่ายมีความสุขได้ตลอดเวลา
ใช้ริมฝีปากฉกชิมทรวงงามทั้งสองข้าง มือแกร่งที่ว่างข้างหนึ่งค่อยๆ ลูบไล้เลื่อนสัมผัสมาด้านล่าง เรียวขางามขยับไปมาเพื่อช่วยปลดปล่อยความเร่าร้อนที่มาพร้อมความซาบซ่านของแรกสาว ความงดงามที่ยังไม่ได้เห็นด้วยตามีเพียงสัมผัสจากฝ่ามือเท่านั้นทำให้มีนาถึงกับกลั้นความสุขสมนั้นไว้ไม่อยู่
ฝ่ามือร้อนเคล้าคลึงสะโพกด้านหน้าเรียกร้องให้อีธานค่อยๆ เคลื่อนตัวลงมาอย่างช้าๆ หยุดลงตรงที่กึ่งกลางร่างกาย เขาจูบเบาๆ คล้ายกับจะเตือนบอกก่อนว่ากำลังจะสำรวจพื้นที่โดยละเอียด ด้วยปลายลิ้นที่มอบความสุขให้กับกายสาวมาก่อนหน้า
มีนากรีดร้องอีกครั้งเมื่อดอกไม้งามประจำกายถูกภมรตัวแรกของชีวิตสาวเชยชม ยิ่งพิศยิ่งชมอีธานก็ยิ่งหยุดตัวเองไม่ได้ มอบความเร่าร้อนที่ไม่เคยกระทำกับผู้ใดมาก่อนในชีวิตให้กับหญิงสาวเพียงคนเดียว
ร่างสาววาบหวามและซาบซ่านสะโพกงามพลิ้วไหวไปกับจังหวะที่ชายหนุ่มเป็นผู้ควบคุม เธอปรารถนามากขึ้น มากขึ้นและในที่สุดอีธานก็มอบความสุขครั้งแรกให้ได้รู้จัก
แววตาที่เผยความต้องการที่มากขึ้น เนื้อสาวสั่นระริกและขยับเข้าหาอย่างไม่หวั่นเกรง อีธานขยับตัวขึ้นมาจูบอีกครั้งด้วยความเร่าร้อน ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ร้อนมากกว่า หากแต่เป็นไฟร้อนที่ผวาเข้าหาเพื่อช่วยกันปลดปล่อยความรู้สึกที่อยู่ภายในของทั้งคู่
"มีนา" อีธานจูบด้วยความรู้สึกเป็นเจ้าของและหวงแหน ในขณะที่มีนาเผยอรับด้วยความยินยอมและเต็มใจที่พร้อมจะให้เขาเป็นผู้นำพาชีวิตต่อไป
มีนาสุขสมกับความสุขแรกสาวที่อีธานมอบให้ หากแต่มันยังไม่ใช่ที่สุดที่ร่างกายเรียกร้อง เธอไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วร่างกายเรียกร้องสิ่งใดกันแน่ ดังนั้นจึงหวังพึ่งให้ชายหนุ่มเป็นผู้มอบคำตอบนี้
เมื่อไม่อาจหยุดตนเองได้และยอมรับว่าร่างกายปรารถนา ปรารถนาแต่มีนาเพียงผู้เดียวในเวลานี้ เป็นความปรารถนาที่ไม่เคยเกิดกับใครมาก่อนในชีวิต อีธานยอมตายหากว่าค่ำคืนนี้ไม่ได้เชยชมความงดงามที่อยู่ภายในเรือนกายนี้
เพลิงพิศวาสดำเนินไปตามครรลองของธรรมชาติ อีธานพร้อมสำหรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ ร่างกายของมีนาเองก็รอคอยความสุขที่เขาจะเป็นผู้มอบให้ ดวงตาของหญิงสาวไม่พรั่นพรึงหวาดกลัวใดๆ ทั้งสิ้น เสียงกระซิบส่งสัญญาณที่ข้างหูได้รับคำตอบด้วยการพยักหน้า
"เราจะมีความสุขด้วยกันนะมีนา"
อะไรก็ตามที่จะเกิดจากนี้ไป เขาพร้อมรับผิดชอบและจะไม่มีวันยอมสูญเสียมันไปให้ใครเด็ดขาด หากทุกอย่างคลี่คลายลงวันพรุ่งนี้ชีวิตจะต้องเปลี่ยนไป และสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้จะไม่มีวันจบเด็ดขาด
อีธานจูบอย่างอ่อนโยนอีกครั้งก่อนจะค่อยๆ รุกล้ำเข้าสู่ร่างกายของมีนาอย่างช้าๆ เรียวขาขาวข้างหนึ่งถูกขยับให้แยกจาก ตั้งแต่เกิดมานี่เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มรู้สึกประหม่าเล็กน้อย แค่ส่งสัมผัสลึกซึ้งเข้าสู่ร่างกายหญิงสาว ความงดงามที่คงไว้โดยไม่มีใครมาแผ้วพานก็ทำให้เขาต้องทะนุถนอมให้มากที่สุด
เสียงกรีดร้องเบาๆ พร้อมกับร่างสาวที่ผวาเข้ากอดรัด น้ำตาแห่งความเจ็บปวดซึมออกให้เห็นจนอีธานต้องจูบซับรับขวัญเบาๆ และรอให้มีนาได้ผ่อนคลายจากการรวมเป็นหนึ่งที่มีคุณค่า
เขาแสนสุขกับการเป็นคนแรกในชีวิตมีนา รู้สึกหวงแหนเป็นเจ้าของและต้องการครอบครองเพียงผู้เดียวเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ให้ตายเถอะ นี่อีธานกำลังจะเริ่มผูกมัดตนเองและยอมหยุดอยู่ที่ผู้หญิงคนนี้จริงๆ หรือ ‘ใช่’ เขาต้องการแต่มีนาคนเดียวเท่านั้น
"มีนา มีนาจ๋า" เสียงเรียกหวานหูพร้อมกับการขับเคลื่อนที่เริ่มต้นอย่างช้าๆ
มีนาร้อน ร้อนราวกับถูกไฟเผา ทีแรกมันร้อนและโหยหาสัมผัสบางสิ่งที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เมื่ออีธานมาเป็นผู้ช่วยดับร้อนนี้และให้ความสุขสมเข้ามาแทนที่ มันก็คล้ายจะคลายความทรมานลงได้บ้าง
แต่ตอนนี้เธอร้อน ร้อนเสน่หาที่กำลังแผดเผาให้เนื้อตัวทำในสิ่งที่ไม่เคยกระทำมาก่อน เพลิงพิศวาสที่เล่นงานอยู่ในเวลานี้ หญิงสาวยินดีสนองมันด้วยความเต็มใจ ทั้งเรือนร่างพร้อมขยับเคลื่อนไหวตามผู้นำที่แสนวิเศษ
มันอบอุ่น นุ่มนวล ซาบซ่าน วาบหวามและมีความสุขจนไม่สามารถอธิบายออกมาได้เป็นคำพูด ยิ่งรุนแรงยิ่งเร่าร้อน ยิ่งตอกย้ำยิ่งยอมรับ ไม่ว่าอีธานจะนำทางไปถึงดินแดนใด ร่างกายของมีนาก็ยินดีและยินยอมตลอดไป
เพลิงพิศวาสริมหาดทรายร้อนขึ้นเรื่อยๆ เสียงครวญที่เกิดขึ้นเป็นระยะ บอกได้เป็นอย่างดีว่าความสุขที่เกิดขึ้นมากแค่ไหน ความงดงามของสรีระที่ขับเคลื่อนตามจังหวะธรรมชาติ ท่ามกลางความงดงามของทะเลและเสียงคลื่น
วินาทีที่ความสุขมาเยือนในพิศวาสแรกของทั้งคู่ สายฝนก็โปรยปรายลงมาทันทีคล้ายจะเป็นพยานแห่งความสุขสมให้กับทั้งสอง วิมานพิศวาสได้สายน้ำธรรมชาติรดดับความเร่าร้อนที่เพิ่งจะทุเลาลง มีนาระทวยในอ้อมแขนที่อบอุ่นซบหน้าลงกับอกแกร่งอย่างมีความสุข อีธานจูบเบาๆ ที่หน้าผากรับขวัญก่อนจะอุ้มตัวเธอขึ้นไปหลบฝนที่บ้านพักซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด
ฝนตกลงมาอย่างหนัก ฟ้าคำรามดังลั่นริมหาด คลื่นลมที่คล้ายจะสงบเริ่มมีก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง ทะเลมีคลื่นลมตามธรรมชาติ ในบ้านพักมีคลื่นพิศวาสที่เกิดขึ้นทั้งฤทธิ์ยาและฤทธิ์ของตนเอง
ทะเลสงบใกล้รุ่งคลื่นพิศวาสสงบลงตาม อรุณแรกกำลังจะมาเยือนวันใหม่อีกครา ชีวิตที่เปลี่ยนไปของทั้งคู่กำลังจะเริ่มต้น แต่จะออกหัวออกก้อยใครเล่าจะรู้ได้
ฝนตกพรำๆ ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ความตั้งใจที่จะถ่ายรูปทะเลกลางคืนจำต้องหยุดลงทันที มีนาเริ่มง่วงและอยากจะนอนเต็มแก่ แต่ติดตรงที่ยังติดต่อใครที่จันทร์เจ้ารีสอร์ทไม่ได้ อาจเป็นเพราะฝนตกไฟก็เลยดับหรือไม่ชลาลัยกับมนัสก็คงออกไปถ่ายรูปยังไม่กลับจึงไม่มีใครรับโทรศัพท์เธอ "ทูนหัวง่วงหรือยังจ้ะ" อีธานเปิดประตูห้องน้ำออกมาอย่างสบายอารมณ์ มีนาคิดว่าอีธานไม่มีเสื้อผ้ามาเปลี่ยนแต่ที่ไหนได้ เมื่อครู่พนักงานเพิ่งเอาเสื้อผ้าชุดนอนใหม่เอี่ยมมาส่งให้ถึงหน้าห้อง เสื้อผ้าของอีธานเป็นกางเกงผ้าขาวม้ากับเสื้อกล้ามสีขาวตัวใหญ่ ส่วนของมีนาเป็นเสื้อกล้ามสีขาวเช่นกันและกางเกงเลผ้าผ้ายที่มีเชือกผูกเอว ที่แท้ชายหนุ่มก็ให้ทางที่พักหาเสื้อผ้ามาให้ผลัดเปลี่ยนและเผื่อเธอด้วยอีกหนึ่งชุด แต่ว่าหญิงสาวยังยืนยันคำเดิมว่าไม่ค้างที่นี่เด็ดขาด "ไปอาบน้ำเถอะ ที่รักง่วงแล้ว" เขาแอบอมยิ้มคนเดียวไม่ให้ใครเห็น ทุกอย่างอีธานวางแผนไว้เป็นอย่างดี ไม่ขัดใจมีนาแต่ก็ไม่ทำตามที่ต้องการ และให้สถานการณ์เป็นตัวพาไปทุกอย่าง เช่นเรื่องค้างคืนที่นี่ก็ใช่ เขาบอกชลาลัยไว้แต่เนิ่นๆ ว่า
"ฝนซาแล้ว คุณอยากกลับบ้านเลยหรือเปล่า" มนัสไม่พูดเรื่องอื่นนอกจากเรื่องที่อยู่เฉพาะหน้าเท่านั้น "นัส อย่าทำแบบนี้ได้ไหม" น้ำเสียงหญิงสาวสั่นเครือเล็กน้อย "ถ้าคุณอยากกลับ เดี๋ยวผมตามให้แม่บ้านเอาร่มมารับ จะกลับ..." "นัส ให้โอกาสลัยได้อธิบายหน่อยเถอะ" ชลาลัยแทรกขึ้นมาพร้อมกับตรงเข้าไปสวมกอดมนัสจากทางด้านหลัง "นัส ฟังลัยสักนิด ได้โปรด" ถ้ามนัสใจแข็งอีกสักนิดชลาลัยก็คงจะตายลงตรงนั้น แต่เพราะเขาสัมผัสได้ว่าร่างที่กำลังสวมกอดสั่นสะท้านเพราะแรงสะอื้นจนรู้สึกได้ มันทำให้หัวใจของผู้จัดการหนุ่มอ่อนลงมาทันที น้ำตาชลาลัยทำให้หัวใจเขาเจ็บปวดราวกับถูกมีดปักลงกลางใจทุกครา คำอธิบายที่ดูเหมือนแก้ตัวแต่เป็นความจริงที่ไม่มีใครเคยรู้ ชลาลัยพูดเพียงแค่คำเดียวว่าขอโทษและบอกถึงความจำเป็นของการตัดสินใจแต่งงานกับวีระ "คุณไม่บอกผมสักคำ คุณปล่อยให้ผมรู้จากปากคนอื่น" มนัสจำได้เป็นอย่างดีว่าตนเองทำหน้าที่เป็นผู้จัดการที่พิทักษ์จันทร์เจ้ารีสอร์ท และเจ้าของด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก แม้สถานการณ์ในรีสอร์ทจะย่ำแย่ลงทุกวัน
เมื่อแรกที่เข้ามามีนาน้องสาวติดมนัสแจเพราะวัยที่ใกล้กัน ชลาลัยอายุยี่สิบห้า มีนาอายุยี่สิบเอ็ด มนัสอ่อนกว่าชลาลัยหนึ่งปี เท่ากับว่ามีนามีทั้งพี่สาวและพี่ชายที่คอยดูแล มนัสเป็นคนเดียวที่ไม่ลาออกเมื่อจันทร์เจ้ารีสอร์ทประสบปัญหาเรื่องเงิน พนักงานคนอื่นค่อยๆ ทยอยออกไป มีเพียงผู้จัดการหนุ่มที่ยืนยันว่าจะไม่ทิ้งรีสอร์ทไปไหน เขาอยู่ร่วมในทุกสถานการณ์ไม่เว้นแม้แต่เรื่องร้ายแรงที่สุดในชีวิตของชลาลัยที่ประสบมา จวบจนวันนี้ที่จันทร์เจ้ารีสอร์ทกำลังจะกลับมาเป็นที่หนึ่งอีกครั้ง ทุกอย่างก้าวหน้าและราบรื่นเพราะมีผู้จัดการคนเก่งคอยช่วยเหมือนเคย ชลาลัยพักผ่อนในห้องพักจนถึงตอนค่ำ โชคดีที่เธอทำตามที่มนัสบอกด้วยการพักให้ไม่มีเหงื่อแล้วค่อยอาบน้ำทำให้รู้สึกสดชื่น และนึกได้ว่าค่ำนี้ผู้จัดการคนเก่งจะถ่ายรูปจึงรีบเดินออกมาดู มนัสยังอยู่ในชุดเดิมและง่วนอยู่กับการทำอะไรอยู่ที่ริมหาด ชลาลัยเห็นเขาหน้าตายุ่งเหยิงและมุ่งมั่นเหมือนจะทำอะไรสักอย่างแต่ไม่ได้ดั่งใจ "ทำอะไรมนัส ตายจริง นี่อย่าบอกนะว่ายังไปไหนเลย อยู่ที่เดิม" มนัสไล่เธอไปพักแต่ตัวเองกลับนั่งรอจ
มีนาพยายามทำใจให้เป็นปกติ อีธานจะคบกับใครมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งแค่ไหน หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเขาไม่ใช่เรื่องที่ต้องใส่ใจ สถานภาพระหว่างทั้งคู่ คือ แค่หุ้นส่วนรีสอร์ทเท่านั้น "เรามีนางแบบมาช่วยโปรโมทรีสอร์ทแล้ว" อีธานพูดด้วยความดีใจ "ก็ดี ว่าแต่ค่าตัวแพงไหม" มีนาพยักหน้ารับรู้เฉยๆ มองนาฬิกาที่ข้อมือตอนนี้เกือบห้าโมงเย็นแล้ว เธอควรกลับจันทร์เจ้ารีสอร์ทเสียที "เรื่องนั้นไม่มีปัญหา จะเรียกแพงเท่าไรผมก็จ่ายได้ แต่คิดว่าคงไม่เพราะเจนก็ชอบทะเลเหมือนกัน" "แล้วทำไมถึงมายอมเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ล่ะคะ" "ผมเพิ่งส่งเมล์บอกเพื่อนๆ ว่ามีทะเลสวยอยากให้มาเที่ยว ตอนนี้กำลังปรับปรุงเรื่องห้องพักคาดว่าอีกไม่เกินสองอาทิตย์จะเปิดได้ เพิ่งส่งเมื่อคืนเองนะ เมื่อกี้เจนโทร.มาบอกว่าบินมาทำงานที่มาเลเซีย จากนั้นว่างสองสามวันผมก็เลยชวนมาที่รีสอร์ท" มีนาไม่มีปัญหา อีธานมีสิทธิ์จะพาใครมาที่รีสอร์ทก็ได้เพราะตอนนี้เขาถือหุ้นถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์แล้ว เพียงแต่ว่าใครจะมาจะไปหรือจะทำอะไรกันก็แล้วแต่ เธอขอไม่รับรู้และไม่อยู่เป็นก้างขวางคอด้วย "เดี๋ยวไปสั่ง
ช่วงบ่ายมีนาพาอีธานมาหลบลมร้อนด้วยการมานั่งพักที่ริมหาด หาของอร่อยที่ขึ้นชื่อในเกาะหวนมาให้ลองชิม หญิงสาวกะเวลาว่าจะกลับจันทร์เจ้ารีสอร์ทให้ทันก่อนค่ำ จึงถามเขาว่าต้องการกลับไปทานอาหารเย็นด้วยหรือไม่ "เราไม่กลับรีสอร์ทคืนนี้" อีธานพูดพลางแกะปูนึ่งใส่จานให้หญิงสาว "ว่าไงนะ คืนนี้จะนอนนอกรีสอร์ทใช่ไหม" มีนาถามเพื่อความแน่ใจ ถ้าเขาไม่กลับก็คงต้องหาที่พักให้แล้วพรุ่งนี้ค่อยส่งรถมารับ "ใช่ มีที่พักที่ไหนน่าสนใจให้ทูนหัวเลือก" เขาเปิดแทบเล็ตให้หญิงสาวดูว่าต้องการพักที่ไหน "อยากนอนก็เลือกเองซิ จริงๆ ไม่ต้องมาเสียเงินซื้อรีสอร์ทให้เปลือง ทำโน่นทำนี่ให้เหนื่อย บอกแล้วว่าเป็นนักท่องเที่ยวเปลี่ยนที่กินที่นอนได้ตามใจต้องการตลอดเวลา" มีนาเข้าใจว่าอีธานคงเบื่อที่จะจำเจอยู่แต่ในจันทร์เจ้ารีสอร์ทกระมัง ถึงได้อยากมาเปลี่ยนบรรยากาศที่อื่นดูบ้าง ก็บอกแล้วว่าการทำรีสอร์ทไม่ใช่เรื่องสนุก ลองถ้าแบบนี้ไม่ช้าเขาคงทิ้งสิ่งที่ทำมาทั้งหมดไปหาความสนใจใหม่แน่ เมื่อรู้แบบนี้มีนาก็ต้องพยายามตัดความรู้สึกที่เริ่มจะสร้างความผูกพันในหัวใจออกไป ไม่ให้มีอิทธิพลกับตนเองมา
อีธานเจ้าเล่ห์มากกว่าที่คิดเมื่อเขาให้มนัสและชลาลัยดูแลถ่ายรูปในส่วนต่างๆ ของรีสอร์ท ในขณะที่ตนเองขอร้องแกมบังคับให้มีนาพาออกไปเที่ยวรอบเกาะหวน "เดี๋ยวพอพวกทีมเว็บไซต์มา ยังไงก็ต้องไปกับพวกเขาอยู่แล้ว น่านะ ทูนหัว พาผมเที่ยวเกาะหน่อย" มีนาอยากจะขย้ำคอคนเข้าเล่ห์นัก ได้อยากเที่ยวเกาะนักใช่ไหม เดี๋ยวจะพาไปให้รู้จักเกาะหวนแบบที่ต้องจำไปตลอดชีวิตแน่ สถานที่แรกที่มีนาพาอีธานมาก็คือตลาดสดที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะแห่งนี้ ซึ่งอยู่ห่างจากถนนคนเดินไม่ไกลนัก หญิงสาวไม่เอารถของรีสอร์ทขับพานักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์แต่เลือกใช้รถประจำทางบนเกาะแทน ด้วยเหตุผลที่ว่า "จะได้สัมผัสบรรยากาศนักท่องเที่ยวจริงๆ ไงคะ เตรียมกล้องไว้ให้พร้อมนะ ทั่วเกาะมีมุมสวยๆ ที่ต้องประทับใจแน่" และก็เป็นอย่างที่มีนาพูดจริงๆ แค่ตลาดสดที่ใหญ่ที่สุดของเกาะ อีธานก็ได้เห็นเรือประมงนับร้อยลำที่จอดเรียงรายเพื่อนำของทะเลสดๆ ที่เพิ่งหามาได้ขึ้นมาที่โป๊ะ น่าแปลกที่น้ำทะเลบริเวณนี้ยังสวยทั้งที่มีน้ำมันจากเรือ หรือของสดที่เน่าเสียขายไม่ทัน แต่ก็ไม่ทำให้บรรยากาศที่สวยงามเสื่อมโทรมลงแม้แต่น้อย
สายของวันถัดมามีนาลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ร่างกายเมื่อยล้าและปวดร้าวอย่างบอกไม่ถูก สงสัยว่าอาจจะเป็นเพราะเมื่อคืนลงเล่นน้ำทะเลดึกมากไปหน่อยเช้านี้ก็เลยพาลจะไม่สบายเอาหญิงสาวขยับตัวลุกขึ้นจะเข้าห้องน้ำไปทำธุระ มีนาชะงักเมื่อเตียงที่กำลังนอนและห้
มีนาเปิดประตูห้องน้ำออกมาแล้วรีบเดินออกไปจากห้องโดยไม่สนใจว่าจะมีใครรออยู่ อีธานรีบวิ่งตามออกมาแล้วคว้าแขนหญิงสาวไว้ "ปล่อยนะ" เจ้าตัวสะบัดไม่ยอมให้จับ "เรา
เงือกสาวดำผุดดำว่ายไปมาต่อหน้าต่อตาชายหนุ่ม ผมดำเป็นลอนคลื่นตามธรรมชาติสยายเต็มแผ่นหลัง เนื้อเนียนขาวผ่องโผล่ขึ้นเหนือน้ำแค่เนินอกอิ่ม ช่างเป็นภาพที่งดงามเสียจนอีธานแทบจะหยุดหายใจมีนาแปลงร่างเป็นเงือกสาวที่สวยที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาในชีวิต ยามโผล่ขึ้นเหนือน้ำเผยความงามของอกอิ่ม ยิ่งว่ายวนมาใกล้ๆ ก็
อีธานไม่ได้อยากแอบฟังโทรศัพท์ แต่ภาษาไทยแบบพอเข้าใจได้ทำให้จับใจความสำคัญในการติดต่อกลับบ้านที่กรุงเทพฯของเพื่อนรักทุกครั้ง ปากก็บอกว่าไม่สนใจแต่พอรู้ว่ารติรสไม่อยู่ออกนอกบ้านทุกวัน ก็ทำให้ธามแทบไม่เป็นสุขกับการมาพักผ่อนครั้งนี้ "นายไม่พูดก็ไม่มีใครว่าเป็นใบ้หรอกนะ ที่ฉันห่วงคือว่าแม่นั







