เข้าสู่ระบบBy : ธามม์
สุดท้ายผมก็ต้องมาตามคำสั่งของพ่อ ผมมาก่อนเวลาที่พ่อนัดไว้และเร่งให้อีกฝ่ายมาก่อนเวลาด้วย เพราะจะได้รีบกลับไปหาคนที่ผมชอบ ผมบอกให้พราวกลับไปที่บ้านพักก่อน ผมไม่ได้บอกพราวว่าจะมาหาผู้หญิงคนอื่น บอกแค่ว่ามาคุยธุระด่วน
ผมขึ้นมาบนชั้น 12 ของโรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งจัดเป็นโซนบาร์ของที่นี่ ทานอาหารพร้อมทั้งนั่งรับลมชมวิวเมืองไปด้วย เรียกว่าทำเลดีมาก จะดีกว่านี้ถ้ามีพิ้งค์พราวมานั่งข้าง ๆ ผม
ผมมองหาคนที่นัดไว้ พ่อบอกว่าดาวิกามาถึงก่อนผมแล้ว ที่จริงเธอก็อยู่ที่นี่แหละ เพราะโรงแรมนี้เธอบริหารอยู่
“ธามม์! ทางนี้”
หญิงสาวในชุดเดรสสีแดงสดสุดเซ็กซี่โบกมือเรียกผม ดาวิกาผู้มีความมั่นใจในการแต่งตัว เธอยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เปลี่ยนแค่ความคิดบางอย่าง เพราะเมื่อก่อนเธอไม่เคยอยากจะเจอผมเลย หมายถึงก่อนหน้าที่ผมจะไปปั้นหุ่นมาใหม่นะ พ่อของเธอกับพ่อผมนัดให้เราเจอกันอยู่เรื่อย ๆ แต่เมื่อก่อนผมเป็นฝ่ายวิ่งเข้าหาเธอก่อน ก็เธอทั้งสวยหุ่นดีมีเสน่ห์ มีผู้ชายแวะมาจีบไม่ขาดสาย
ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น และก็เป็นคนที่เธอไม่เคยเหลียวแลเลย ถึงแม้พ่อผมจะรวยก็เถอะ เธอหลีกเลี่ยงนัดผมมาตลอด และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ผมไม่ชอบเธอแล้ว
ทำไมนะเหรอ ก็เธอมองแค่คนหน้าตาดีดี ถ้าผมยังอ้วนลงพุงเป็นหมูตุ๋นเหมือนเมื่อก่อนนี้ ล้านเปอร์เซ็นต์ที่เธอจะไม่มาเสียเวลาอยู่กับผม บอกตามตรงถึงวันนี้เธอจะยอมเปลื้องผ้าต่อหน้าผม ผมก็ไม่เอาเธอแล้ว เพราะในใจผมตอนนี้มีแค่พิ้งค์พราวคนเดียว
“สบายดีนะธามม์ นั่งก่อนสิ” เธอส่งรอยยิ้มหวานให้ผมก่อนจะเชิญให้นั่ง
“สบายดี แล้วคุณล่ะ” ผมตอบเสียงเรียบก่อนจะหย่อนก้นลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับดาวิกา
“เรียกดาวเหมือนเมื่อก่อนสิธามม์ เรียกคุณฟังดูห่างเหินจัง” ก็เธอเองนั่นแหละเป็นคนบอกให้ผมเรียกแบบนี้ ฮึ ๆ เธอจะใจดีกับคนที่หน้าตาดีจริง ๆ สินะ
“ธามม์จะทานอะไรสั่งเลยนะ เดี๋ยวดาวเลี้ยงเอง ดื่มไวน์หรือค็อกเทลดี”
“ผมไม่หิว คุณสั่งเถอะ เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง ขอไวน์แก้วเดียวพอ”
“ทำไมล่ะ ธามม์มีนัดต่อเหรอ”
“ใช่” ผมตอบเธอน้ำเสียงเรียบเฉย หวังว่าคงดูออกนะว่าผมไม่อยากมาเจอเธอ เวรกรรมตามเธอทันแล้ว ให้เธอรับรู้ถึงการถูกเมินใส่เสียบ้าง ทำกับผมไว้เยอะไม่เบา คิดจะมาสนใจกันตอนนี้มันสายไปแล้วดาวิกา
“งั้นเหรอ คงเป็นเหตุผลที่ธามม์เลื่อนนัดให้เร็วขึ้นใช่ไหม นี่ดาวดีใจไปเองสินะ คิดว่าธามม์อยากเจอดาวเร็ว ๆ เสียอีก” เธอทำหน้าเศร้าอย่างคนผิดหวัง ไม่รู้ว่าเสียใจจริง ๆ ไหม ผมก็ดูเธอไม่ออก
“ขอโทษทีนะ ที่ผมมาวันนี้ผมแค่อยากมาบอกคุณด้วยตัวเอง”
“อย่าค่ะ ดาวยังไม่อยากได้ยินคำปฏิเสธ” พูดยังไม่จบ เธอก็รีบพูดแทรก คงไม่ชินกับการถูกโดนปฏิเสธสินะ เพราะเธอเลือกได้มาตลอด ผิดกลับผมที่ถูกสาวปฏิเสธมาตลอด
“ครับ ไม่พูดก็ได้ แต่คุณคงเข้าใจผมนะ”
By : พิ้งค์พราว
“ว้าว นี่ยัยลิตาจะพาฉันมากินอาหารที่นี่จริง ๆ เหรอ น่าจะแพงน่าดู”
ฉันหนีเจ้านายมายืนอึ้งกับบรรยากาศสวย ๆ ที่เห็นอยู่ตรงหน้า จะว่าหนีมาก็ไม่เชิงนะ ฉันแช็ตไปบอกคุณธามม์แล้วว่าขอตัวออกมาเจอเพื่อน เพียงแค่เขายังไม่อ่านแช็ต คงยุ่งอยู่มั้ง
เพื่อนของฉันคงเห็นรูปทะเลที่ฉันโพสต์ลงในไอจี เลยรู้ว่ามาภูเก็ต เธอจึงทักแช็ตชวนฉันออกมาทานข้าวด้วย ดีที่คุณธามม์มีนัดด่วน ฉันจึงถือโอกาสขอออกมาเจอเพื่อนเลยแล้วกัน
“ยัยเพื่อนเลิฟ!” มีคนมาสะกิดไหล่ฉัน ฉันหันขวับไปหาเจ้าของนิ้วเรียว
“ลิตา!” ไม่ใช่ใครที่ไหน เธอคือคนที่นัดฉันออกมานั่นเอง ด้วยความดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้ง เราสองคนก็เผลอกอดกันกลมเลย
ลลิตา หรือ ลิตา เป็นเพื่อนรักสมัยเรียนมัธยมของฉันเอง ตั้งแต่แยกย้ายกันไปเรียนต่างมหาวิทยาลัยก็ไม่ค่อยได้เจอกันเลย นี่ก็น่าจะเกือบสิบปีได้แล้วมั้งที่ได้มาเจอกันอีกครั้ง
“เป็นไงบ้างแก สวยขึ้นเท่าจักรวาลเลยเพื่อนฉัน” ลิตาก็พูดเวอร์เกิน
“ฉันสู้แกไม่ได้หรอก มาดามลลิตา ทั้งสวยทั้งรวย ครบเครื่อง นี่ขนาดเป็นคุณแม่แล้วนะเนี่ย”
ลิตา แต่งงานกับนักธุรกิจหนุ่มน่าจะเข้าปีที่สามแล้ว สามีเธอค่อนข้างมีฐานะร่ำรวยพอสมควร และตอนนี้ลิตาก็เป็นคุณแม่ลูกหนึ่งแต่ยังดูสวยหุ่นดีไม่เปลี่ยนเลย
“นี่ฉันน้ำหนักขึ้นมาตั้งสามโลนะ จะมาหุ่นดีอะไร”
“จ้า ๆ คุณแม่ แล้วไม่พาลูกสาวมาด้วยล่ะ อยากอุ้มหลาน”
“หลับปุ๋ยไปแล้ว ฉันเลยฝากลูกไว้กับสามี ขอหนึ่งวัน”
ลูกสาวยัยลิตาน่าจะสองขวบแล้ว เห็นแต่รูปในไอจีที่ลิตาลงทุกวัน น่ารักน่าชังแก้มย้วยมาก โตมาคงสวยเหมือนแม่
“ไปแก ไปนั่งกัน ฉันจองโต๊ะไว้แล้ว” ลิตาพาฉันเดินมานั่งที่โต๊ะ ที่เธอจองไว้
ขณะที่ฉันนั่งลงนั้น สายตาก็สำรวจสิ่งแวดล้อมรอบกาย จนไปสะดุดที่โต๊ะหนึ่งไม่ไกลจากที่ฉันนั่งมากนัก มีผู้หญิงใส่ชุดเดรสสีแดงไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร แต่ที่น่าจะรู้จักคงเป็นคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอเขาคือ ‘คุณธามม์’ นั่นเอง
คุยธุระด่วนของเจ้านายก็คือมานั่งทานข้าวกับสาวสวยนี่เอง แล้วก็หลอกให้ฉันแต่งตัวสวย ๆ แล้วจะพาไปเปิดหูเปิดตา เชอะ สุดท้ายก็ทิ้งฉันไว้บ้านพัก
ที่บอกว่าจีบฉันก็คงไม่ได้จริงจังอะไรหรอก ฉันไม่ได้หึงเขานะ แค่ไม่ชอบคนโกหกปลิ้นปล้อน ตอนแรกก็รู้สึกผิดนะที่ออกมากับเพื่อนในขณะที่มาทำงาน แต่ตอนนี้เฉย ๆ แล้ว ไม่ใช่เวลางานสักหน่อย และที่มาก็ไม่รู้ให้มาทำหน้าที่อะไร ตั้งแต่มาฉันยังไม่ได้ทำงานเลย
“สั่งเลยนะแก วันนี้จะมีคนมาเลี้ยงพวกเรา” ลิตายิ้มกรุ้มกริ่มมีเลศนัยแปลก ๆ
“จะมีใครมาอีกเหรอ”
“ไม่บอก เดี๋ยวแกก็รู้เอง สั่งเลย” ฉันดูเมนูไป สายตาก็คอยชำเลืองมองคุณธามม์กับเจ้าของชุดแดงไป อยากรู้ว่าพวกเขาเป็นอะไรกัน คงไม่ใช่แฟนสาวหรอกนะ ถ้าเป็นแฟนสาวของเขาฉันจะได้ระวังตัวเอง ไม่เผลอใจไปชอบคุณธามม์เป็นอันขาด ผู้ชายแบบนี้ไว้ใจไม่ค่อยได้
“มานั่นแล้ว เข้าใจฉันด้วยนะเพื่อน พี่เขาขอให้ฉันช่วยจริง ๆ” ฉันไม่เข้าใจที่ลิตาเอ่ย จนหันไปมองตามสายตาของลิตาจึงถึงบางอ้อ เพราะคนที่กำลังเดินตรงมาหาเราคือพี่โดม แฟนเก่าที่ทิ้งฉันไปเมื่อสามปีก่อนนั่นเอง เขาจะมาทำไม
ลืมบอกไปอย่างหนึ่ง ที่จริงลิตากับพี่โดมเป็นญาติห่าง ๆ กัน แล้วทำไมลิตาต้องนัดฉันกับพี่โดมให้มาเจอกันด้วย ทั้งที่เธอก็น่าจะรู้ว่าฉันกับพี่ชายเธอจบกันไม่ค่อยจะสวยนัก
“หวัดดีน้องพราว สบายดีไหมครับ” ผู้ชายอ้วนเดินเข้ามาทักทายฉัน เหมือนพี่เขาจะอ้วนขึ้นมาก ตอนคบกับฉันยังเป็นแค่ผู้ชายร่างท้วม เขาดูโทรมขึ้นมาก
“สบายดีค่ะ” ฉันตอบเขาเสียงเรียบ
“พี่นั่งด้วยคนนะ” พี่โดมนั่งลงฝั่งเดียวกับฉัน ไม่อยากให้พี่เขามานั่งใกล้ฉันเท่าไหร่เลย แต่จะห้ามก็ดูเสียมารยาทเกินไป ครั้นจะลุกเดินหนีก็เกรงใจเพื่อนรัก รอดูว่าพี่เขาจะมาไม้ไหน อยากเจอฉันทำไม
“งั้นฉันขอตัวไปโทรหาสามีแป๊บนึงนะพิ้งค์ คุยกันไปก่อนนะคะพี่โดม” ลิตาต้องถูกบรีฟมาแล้วแน่ ๆ เธอดูเลิ่กลั่ก ไม่เป็นธรรมชาติ และลิตาก็ทิ้งให้ฉันนั่งอยู่กับแฟนเก่าที่จบกันไปนานแล้ว ไม่รู้จะกลับมาให้เห็นหน้าอีกทำไม อึดอัดเป็นบ้า ซ้ำยังต้องมาเห็นเจ้านายนั่งดื่มกับผู้หญิงอีก ไม่รู้ว่าเรื่องไหนทำให้ฉันไม่สบอารมณ์มากกว่ากัน
โอ๊ะโอ เอาแล้วไง พิ้งค์พราวออกมาทานข้าวกับเพื่อนแต่เพื่อนดันล่อให้มาเจอกับแฟนเก่า
ส่วนคุณธามม์ก็บอกสาวว่าออกมาคุยธุระ แต่เธอดันมาเห็นว่านั่งดื่มอยู่กับสาวอีกคน
ไม่รู้ว่าธามม์จะเห็นข้อความของพิ้งค์พราวรึยัง และเขาจะหันหลังกลับมาเห็นพิ้งค์พราวอยู่กับโดมหรือไม่ แล้วถ้าเห็นแล้วเขาจะคิดยังไง
รอวันวิวาห์ หนึ่งเดือนต่อมากว่าจะผ่านมาแต่ละวันมันช่างเนิ่นนานเหลือเกินนี่คือความรู้สึกของคนที่อยากเป็นเจ้าบ่าวใจแทบขาดอย่างนภัทรเขานับรอวันที่จะได้เห็นพนิตาใส่ชุดเจ้าสาวเดินจูงมือเข้าประตูวิวาห์ไปพร้อมกันกับเขาผ่านมาหนึ่งเดือนนับจากวันที่ไปสู่ขอพนิตากับพ่อแม่ของเธอที่ต่างจังหวัด เขาจำได้ว่าพ่อแม่พนิตาโกรธมากที่รู้ว่าลูกสาวแอบไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนภัทรชิงสุกก่อนห่ามดีที่คุณย่านงนรีไปด้วยจึงช่วยพูดให้พ่อแม่ของพนิตาใจเย็นลงได้ บวกกับที่เขารับปากหนักแน่นว่าจะรักและดูแลลูกสาวของพ่อตาแม่ยายเป็นอย่างดี จนสุดท้ายว่าที่พ่อตาแม่ยายก็ยอมใจอ่อนยกลูกสาวให้กับบ้านอนันต์ถิระคุณส่วนเรื่องสินสอดทองหมั้นพ่อแม่พนิตาไม่ได้เรียกร้องอะไร ขอแค่ว่าที่ลูกเขยไม่ทำร้ายร่างกายและจิตใจของลูกสาวเป็นพอ แต่ถึงฝั่งเจ้าสาวจะไม่เรียกร้องค่าสินสอดสักบาท ทางญาติผู้ใหญ่ฝั่งเจ้าบ่าวก็คงไม่ให้ตัวเองเสียชื่อเสียง เสนอเงินสดแปดหลัก พร้อมเครื่องเพชรอีกหลายชุด ทองคำแท่งและทองรูปพรรณหนักหลายบาท ยังไม่พอแถมนาฬิกาสุดหรูราคาหลักล้านให้พ่อกับแม่ไว้ใส่ไปอวดเพื่อนบ้านอีกด้วย ทั้งหมดที่ว่ามานี้จะยกให้พ่อแม่ฝ่ายหญิงทั้งหมด ไม
ครอบครัวการละครเวลา 07.20 น.บรรยากาศยามเช้าที่สดใส หนุ่มสาวนอนกอดกันกลมบนเตียงหลุยส์ขนาดใหญ่ แต่ชายหญิงกับใช้พื้นที่แค่นิดเดียว ทั้งคู่ยังนอนหลับปุ๋ยไม่ติงไหว เพราะร่างกายสูญเสียพลังงานไปมากจากการเล่นบทรักกันเมื่อคืนก็ไม่ใช่แค่รอบเดียวนะสิ เขาสะกิดเธอถึงสองรอบติดแบบจัดหนักจัดเต็มเล่นเอาเสียวท้องน้อยวูบวาบทั้งคืน ล่าสุดตื่นมาตีสี่ครึ่งจัดอีกเป็นรอบที่สาม ไม่รู้ว่าเขาไปเอาเรี่ยวเอาแรงมาจากไหนนักหนา ร่างบางแทบจะแตกสลายในอ้อมอกเขาเธอเพลียนั่นแหละ แต่มันก็ปฏิเสธตัวเองไม่ได้เช่นกัน“พี่คะ...พี่ธามม์ พี่! ตื่นค่ะ” เสียงหวานของผู้เป็นน้องสาวยืนเรียกพี่ชายอยู่ข้างเตียง ทว่าคนที่นอนหลับสนิทกลับนอนไม่รู้เรื่องอะไร งานเข้าเขาแล้วยังไม่รู้ตัวอีก“ไอ้ลูกชายตัวดี บอกสอนอะไรก็ไม่ฟัง” ไม่ใช่แค่ธนิฐาที่เข้ามาปลุกพี่ชายในห้องนอนของพนิตา แต่ยังมีทั้งพ่อ แม่และย่าของเขาพากันมายืนล้อมเตียงหนุ่มสาวราวกับญาติมาเยี่ยมคนไข้ที่แอดมิทโรงพยาบาล“ธามม์ลูก ตื่นได้แล้วลูก” นัฐฐาเข้าไปเขย่าตัวลูกเลี้ยงให้ตื่น“อะไรกันครับเนี่ย คนจะนอน” นภัทรขยับตัวงัวเงีย แต่เปลือกตายังไม่ยอมเปิดรับแสง ซ้ำยังกอดแฟนสาวแน่นขึ้นไปอี
ว่าจะไม่แล้วนะ18+ “ไงจ๊ะหนูพราวอาหารมื้อนี้อร่อยถูกปากไหมจ๊ะ” นัฐฐาเอ่ยถามว่าที่ลูกสะใภ้หลังจากรับประทานของหวานอิ่มทุกคนทานของหวานกันจนหมด หลังจากที่หยุดฟังสองพ่อลูกตวาดใส่กันจบ“อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ให้เกียรติพราวขนาดนี้” พนิตาขอบคุณพร้อมพนมมือไหว้ผู้ใหญ่ทุกคนกิริยามารยาทอ่อนน้อมถ่อมตนบวกกับการแต่งตัวเรียบร้อยน่ารักของพนิตาวันนี้ช่างถูกจริตคุณย่านงนรีเหลือเกิน หญิงสูงวัยลอบมองเธอแทบจะทุกสิบวินาที มองไปนั่งอมยิ้มไป เธอผ่านด่านคุณย่าร้อยเปอร์เซ็นต์“คืนนี้ค้างที่นี่นะหนู ย่าให้คุณสุเตรียมห้องไว้ให้หนูแล้ว” พนิตาชะงักเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้าเบา ๆ ตามมารยาท“เธอนอนห้องผมก็ได้ครับคุณย่า” คำพูดของนภัทรทำให้คนเป็นพ่อขมวดคิ้วเข้ม ส่วนคนข้าง ๆ หน้าแดงวาบทันที เธอสะกิดแขนเขาเป็นเชิงเตือน“ไม่ได้! ยังไม่แต่งงาน หนูพราวก็เป็นแค่แขกคนหนึ่ง” พ่อเอ่ยค้านเสียงหนักแน่น “ตอนนี้ยังไม่ได้แต่งงานกัน นอนแยกห้องไปก่อนนะหลานรัก” คุณย่าเสริม ทำให้นภัทรไม่กล้าแม้จะเถียงสักคำ จำใจต้องยอมทำตามที่ผู้ใหญ่แนะนำเวลา 22.50 น.ดื่นค่ำมืดผู้หลักผู้ใหญ่ต่างหลับฝันกันหมด เหลือเพียงหนุ่มสาวที
เปิดตัวเปิดใจBy : พิ้งค์พราวใครก็ได้ช่วยเอาฉันออกไปจากตรงนี้ที ไม่คิดว่าการแค่มาทานกับครอบครัวของแฟนมันจะทำให้ฉันอึดอัดใจได้ขนาดนี้ รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง จะขยับตัวแต่ละทีก็ยังเก้ ๆ กังๆ จะหายใจยังต้องคุมลมหายใจไม่ให้เสียงดังหรือเป็นฉันที่ไม่เหมาะกับเขาตั้งแต่แรกแล้ว...ฉันมาทำอะไรที่นี่...เพลงนี้ลอยมาเลยจ้า“อาหารพวกนี้เธอทานได้ใช่ไหม” เสียงทุ้มของชายสูงวัยเอ่ยถามพนิตาฉันกลอกตามองอาหารทั้งหมดที่อยู่บนโต๊ะ อาหารที่จัดเสิร์ฟวันนี้ล้วนแต่เป็นอาหารสุดหรูแบบมิชลินเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น ไก่ตุ๋นไวน์แดง กุ้งล็อบสเตอร์ตัวใหญ่อบชีส และอีกสามสี่อย่างที่มีแต่เมนูราคาแพงการจัดจานก็แลดูคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างมาก เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน...“ทำไมพ่อถึงถามคำถามแบบนี้กับเธอ” ความคิดของฉันชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินประโยคคำถามของคนข้าง ๆ ฉันหันไปมองเขา พบว่าคุณธามม์คิ้วขมวดเข้าหากัน สายตาดุดันเพ่งเล็งไปที่พ่อของเขา เขาจะจริงจังอะไรขนาดนั้น“คุณธามม์” ฉันเรียกชื่อเขาแผ่วเบาพลางยื่นมือไปแตะที่ขาเขา ประหนึ่งว่าให้เขาใจเย็นกว่านี้ นั่นพ่อคุณนะ “ถามแค่นี้แกก็โกรธพ่อเหรอ!” คุณนฤบดีก็ไม่ยอมแพ้ตวาดเสียงดั
เปิดตัวแฟนสาวก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!“เชิญ” เสียงทุ้มเจือความขุ่นเคืองเอ่ยขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้องทำงานชายหนุ่มปรายหางตามองเลขาคนใหม่ ก่อนจะก้มหน้าลงสนใจเอกสารที่อยู่บนโต๊ะทำงานต่อ“เฮ้อ” หญิงสาวถอนหายใจพลางยิ้มมุมปากขณะที่เดินถือแฟ้มมาให้เขาเซ็น เธอรู้ว่าแฟนหนุ่มกำลังงอนเธออยู่ เพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง “วันนี้คุณธามม์จะรับชาหรือกาแฟดีคะ” พนิตาเอ่ยถามก่อนจะยื่นแฟ้มเอกสารวางไว้บนโต๊ะเจ้านาย“...” เขาทำเป็นไม่สนใจที่เธอถาม ยังคงนั่งอ่านเอกสารตรงหน้าต่อ“คุณจะเป็นแบบนี้ไปตลอดเลยใช่ไหมคะ” พนิตาเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง แถมยังทำสีหน้าเคร่งเครียดใส่เจ้านายที่ไม่เงยหน้ามาสนใจเธอได้ยินน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของพนิตา เปลือกตาชายหนุ่มค่อย ๆ ขยับเปิดขึ้นมองหญิงสาวอย่างเต็มตา พอเขาเห็นหน้าของแฟนสาวที่กำลังเริ่มส่อแววไม่พอใจ เขารีบดีดตัวลุกขึ้นเดินเลี้ยวออกไปหาเธออย่างเร็วไว“ไม่ครับ ไม่เป็นแล้ว” เขาโผเข้ากอดเธอโดยไม่สนใจว่าที่นี่คือที่ทำงาน “ทำอะไรคะคุณธามม์” หญิงสาวพยายามบิดตัวออกจากอ้อมแขนกว้าง กลัวคนจะเปิดประตูเข้ามาเห็น“ไม่ปล่อย คุณอยากดื้อก่อนทำไม” ยิ่งห้ามยิ่งกอดแน่นเสียยิ่งกว่างูรัด“พราวคิ
ใครกันคือว่าที่ลูกสะใภ้By : ธามม์“จัดโต๊ะให้เลขากูด้วย จัดไว้ตรงนี้ก็ได้” ผมนั่งชี้นิ้วสั่งเพื่อนรักที่นั่งอยู่หน้าผมในห้องทำงานส่วนตัว“จะให้เลขามานั่งในห้องประธานเลยเหรอครับผม ไม่ใช่หน้าห้องเหรอ” คนขี้สงสัยชอบถามคำถามไม่เข้าหู“ห้องนี้ออกจะกว้างมีมาอีกสักโต๊ะจะเป็นอะไร ผมอยากสอนงานเธอให้เก่ง คุณต้องช่วยผมสอนเธอด้วยนะครับคุณฌอน” ผมไม่ได้แค่อยากเห็นหน้าเธอตลอดเวลาอย่างที่คนอื่นคิดหรอกนะ ผมอยากให้เธอเก่งทุกด้าน ไม่ต้องเก่งมากเอาแค่พอที่จะผ่านด่านของคนในครอบครัวของผมไปได้ “ครับผมเจ้านาย เดี๋ยวผมสั่งคนขึ้นมาจัดการให้ตอนนี้เลยครับ”“ดี เร็ว ๆ ล่ะ”“ว่าแต่จะให้เอาเตียงขึ้นมาด้วยไหมครับเจ้านาย เผื่อจำเป็นต้องใช้” เพื่อนผมคนนี้ช่างเป็นคนชอบกวนประสาท“เป็นความคิดที่ดีนะ แต่ผมว่าบนเตียงค่อนข้างบ่อยแล้ว เปลี่ยนมาเป็นบนโต๊ะบ้างก็ได้ครับ” ผมยกยิ้มมุมปากหนึ่งข้างด้วยความกวนประสาทเพื่อนเช่นกัน“เชี่ย ไอดอลผมเลยนะคุณเนี่ย” “แต่คุณคือไอดอลของผมนะคุณฌอน แค่นี้ยังไม่ถึงครึ่งคุณมึงเลยนะครับ” ผมกับฌอนพูดคุยเรื่องแบบนี้กันอย่างอารมณ์ดี ตามประสาเพื่อนสนิทที่รู้ใจกัน“แน่นอน กูต้องเป็นที่หนึ่งของกลุ่มอย







