LOGIN“ช่วยฉันด้วย”
แม้จะไม่มีเสียง แต่เจ้าขามั่นใจว่าตัวเองอ่านริมฝีปากของพิมไม่ผิด หญิงสาวยืนนิ่งอยู่ข้างกรอบรูป ดวงตาที่เคยน่ากลัวกลับดูเศร้าลงอย่างประหลาด มือซีดขาวยังชี้ออกไปทางภูเขาไกล ๆ ราวกับต้องการบอกอะไรบางอย่าง
“เจ้าขา”
เสียงของเหนือทำให้เธอสะดุ้ง
“คะ?”
“ถามแล้วก็เงียบ”
“พี่เหนือถามอะไรนะคะ”
“ถามว่าทำไมถึงสนใจพิม”
เจ้าขาเหลือบมองวิญญาณสาวอีกครั้งแต่พิมยังจ้องเธอไม่วางตา ถ้าพูดความจริงออกไปตอนนี้ คนที่ประกาศชัดว่าไม่เชื่อเรื่องผีคงคิดว่าเธอเพี้ยนแน่ ๆ
“ก็…เจ้าขาเห็นรูปแล้วรู้สึกคุ้น ๆ ค่ะ”
“คุ้น?”
“หน้าคล้ายคนที่เจ้าขาเคยเห็น”
เหนือเลิกคิ้ว “ที่ไหน”
เจ้าขาเม้มปาก เธอจะตอบว่าเมื่อคืนมานั่งปลายเตียงเช้านี้ก็มานั่งคอพี่อยู่คงไม่ได้
“จำไม่ได้แล้วค่ะ”
“ความจำสั้น?”
“เจ้าขาอายุ 21 เองนะคะ”
“ไม่ได้ถามอายุ”
“พี่เหนือชอบกวนเจ้าขาจังเลยค่ะ”
“เพิ่งรู้?”
เหนือหยิบแก้วกาแฟขึ้นดื่มต่อเหมือนเรื่องทั้งหมดจบลงแล้ว ส่วนเจ้าขากลับยังคาใจ เธอมองรูปของพิมอีกครั้ง ในภาพนั้นพิมดูมีความสุขมาก เธอยืนข้างเหนือ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มมือหนึ่งเกาะแขนเขาอย่างสนิทสนม ต่างจากวิญญาณที่ยืนอยู่ตอนนี้อย่างสิ้นเชิง
“เธอชื่อพิมเหรอคะ”
“อือ”
“พี่คบกันนานไหม”
เหนือหันมามอง “นี่สัมภาษณ์ลงช่อง?”
“เปล่าค่ะ เจ้าขาแค่อยากรู้”
“เสือก?”
เจ้าขาทำหน้ามุ่ย “ถ้าพี่พูดคำนี้อีก เจ้าขาจะเอาเสียงใส่คลิปจริง ๆ ด้วย”
“งั้น…ใฝ่รู้”
“ค่อยน่าฟังหน่อยค่ะ”
เหนือหัวเราะในลำคอ ก่อนยกชามข้าวต้มของเธอขึ้น “กินให้หมดก่อนแล้วค่อยใฝ่รู้เรื่องชาวบ้าน”
“พี่เหนือ…”
“เย็นหมดแล้ว”
เจ้าขาจำต้องกลับมานั่งกินต่อแต่ในหัวกลับเต็มไปด้วยคำถาม เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้งพิมก็หายไปแล้ว เหลือเพียงไข่ตุ๋นที่ค่อย ๆ คลานออกมาจากใต้โต๊ะ เจ้าขาก้มมองมัน
“เมื่อกี้ทำไมทิ้งเจ้าขาคะ”
ไข่ตุ๋นกระดิกหาง
“ไม่ต้องมาทำหน้าซื่อเลยค่ะ”
เหนือมองทั้งคู่ “มันตอบว่าอะไร”
“บอกว่าคราวหน้าจะไม่ทิ้งค่ะ”
“พี่เลี้ยงมาสี่ปี เพิ่งรู้ว่าพูดได้”
“คุยกันรู้เรื่องก็พอค่ะ”
“งั้นถามมันหน่อย เมื่อคืนใครอนุญาตให้ขึ้นเตียง”
ไข่ตุ๋นได้ยินก็รีบเดินหนีทันที
เจ้าขาหลุดหัวเราะ “ดูเหมือนไข่ตุ๋นจะไม่สะดวกตอบค่ะ”
หลังอาหารเช้า เจ้าขาเตรียมตัวออกไปถ่ายคลิปในหมู่บ้าน วันนี้เป็นวันแรกที่เธอตั้งใจเริ่มคอนเทนต์จริงจัง แผนคือเดินสำรวจชุมชน ไปตลาดเล็ก ๆ แล้วลองทำอาหารพื้นบ้านกับป้าคนหนึ่งที่เหนือรู้จัก เธอเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดสีขาว กางเกงขายาวสบาย ๆ สะพายกระเป๋าใบเล็กและคล้องกล้องไว้ที่คอ ก่อนเดินออกมาหน้าบ้าน
“พี่เหนือคะ”
เหนือที่กำลังซ่อมรั้วอยู่เงยหน้าขึ้น “ว่า”
“ตลาดไปทางไหนคะ”
เขาชี้ไปทางถนน
เจ้าขามองตาม “แล้วไปยังไงคะ”
“เดิน”
“ไกลไหม”
“ไม่ไกล”
“กี่กิโลคะ”
“สี่”
หญิงสาวหันกลับมาทันที “สี่กิโลไม่เรียกว่าไม่ไกลนะคะ”
“สำหรับคนทำคอนเทนต์ท่องเที่ยว ไม่น่าไกล”
“เจ้าขาท่องเที่ยวค่ะ ไม่ได้แข่งมาราธอน”
เหนือก้มหน้าตอกตะปูต่อ “งั้นขี่จักรยาน”
เจ้าขามองจักรยานแม่บ้านเก่า ๆ ที่จอดอยู่ข้างบ้าน ตะกร้าหน้ามีรอยสนิมเล็กน้อย
“มีอย่างอื่นไหมคะ”
“มี”
“อะไรคะ”
“เดิน”
เจ้าขาหรี่ตามองเขา “พี่เหนือว่างไหมคะ”
“ไม่”
“เจ้าขายังไม่ได้ขออะไรเลยนะคะ”
“หน้าบอก”
“พาไปตลาดหน่อยค่ะ”
“ไม่ว่าง”
“นะคะ”
“ไม่”
เจ้าขาเดินเข้าไปใกล้ ก่อนย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาเขา “พี่เหนือคะ”
เหนือเงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันไม่มาก เจ้าขายิ้มหวานจนลักยิ้มบุ๋ม
“พาเจ้าขาไปหน่อยนะคะ”
เขามองเธอนิ่งอยู่สองวินาที
“ไม่”
รอยยิ้มของเจ้าขาหายวับ
“ใจแข็งจังเลยค่ะ”
“ขอบคุณ”
“ไม่ได้ชมค่ะ”
เหนือหลุดหัวเราะ ก่อนลุกขึ้นเต็มความสูงจนเจ้าขาต้องเงยหน้าตาม “รอสิบนาที”
ดวงตากลมโตเป็นประกายทันที “จะไปส่งเหรอคะ”
“อือ”
“เมื่อกี้บอกไม่ว่าง”
“รำคาญ”
“ใจดีแล้วทำไมไม่ยอมรับคะ”
“เปลี่ยนใจแล้ว”
“ไม่ได้นะคะ!”
สุดท้ายสิบนาทีต่อมา เจ้าขาก็นั่งอยู่บนรถกระบะของเหนือ โดยมีไข่ตุ๋นนั่งเบาะหลังแลบลิ้นอย่างอารมณ์ดี เธอยกกล้องขึ้นเปิดถ่าย
“วันนี้เจ้าขาจะพาทุกคนไปเที่ยวตลาดในหมู่บ้านค่ะ แล้ววันนี้เรามีไกด์จำเป็นด้วย”
กล้องค่อย ๆ หันไปทางเหนือ
“สวัสดีค่ะพี่เหนือ”
“ครับ”
“ช่วยแนะนำตัวหน่อยค่ะ”
“เหนือครับ”
“แล้ว?”
“หมดแล้ว”
เจ้าขาหันกล้องกลับมาหาตัวเอง “อย่างที่เห็นนะคะ ไกด์ของเราเป็นคนพูดเก่งมาก”
เสียงหัวเราะของเหนือดังเบา ๆ ข้างกล้อง
“พี่เหนือกลับมาอยู่เชียงดาวนานหรือยังคะ”
“สามปี”
“ก่อนหน้านี้อยู่กรุงเทพฯ?”
“อือ”
“ทำงานวิศวกร?”
“อือ”
“แล้วทำไมถึงกลับมาคะ”
เหนือเหลือบมองกล้อง “คำถามนี้คิดเงินเพิ่ม”
“โห มีค่าตัวด้วยเหรอคะ”
“นาทีละพัน”
“งั้นเจ้าขาตัดพี่ออกจากคลิปค่ะ”
“ดี”
“ไม่เสียดายเหรอคะ ผู้ติดตามเจ้าขาห้าแสนกว่าคนนะ”
“แล้ว?”
“พี่อาจดังไงคะ”
“ไม่อยากดัง”
“อาจมีสาว ๆ มาจองที่พักเยอะขึ้นนะคะ”
“ตอนนี้ก็เต็ม”
เจ้าขาหันมามอง “จริงเหรอคะ”
“ไม่จริง”
“พี่เหนือ!”
เหนือหัวเราะออกมาเต็มเสียงเป็นครั้งแรก เจ้าขามองเขาอยู่ครู่หนึ่งอย่างไม่รู้ตัว เวลาผู้ชายคนนี้ยิ้มจริง ๆ ใบหน้าที่ดูดุและเข้าถึงยากกลับเปลี่ยนไปมาก
“มองอะไร”
เจ้าขารีบหันกล้องกลับ “มองทางค่ะ”
“ทางอยู่ข้างหน้า”
“เจ้าขารู้ค่ะ”
“แล้วหน้าแดงทำไม”
“ไม่ได้หน้าแดงค่ะ”
“อือ”
“ไม่ต้องอือเลยค่ะ”
เมื่อถึงตลาด เจ้าขาก็กลับเข้าสู่โหมดทำงานทันที เธอเดินพูดคุยกับชาวบ้าน ซื้อขนมพื้นเมือง ชิมผลไม้และถ่ายบรรยากาศไปเรื่อย ๆ เหนือเดินตามอยู่ห่าง ๆ พร้อมไข่ตุ๋น บางครั้งก็ถูกเจ้าขาลากเข้ากล้องโดยไม่ทันตั้งตัว
“อันนี้อะไรคะ”
เจ้าขาถือของกินชิ้นหนึ่งมาถาม
“กินดู”
“เจ้าขาถามชื่อค่ะ”
“กินแล้วจะรู้”
“ถ้าไม่อร่อยล่ะคะ”
“คาย”
“พี่เป็นไกด์ที่แย่มากค่ะ”
ถึงจะบ่น แต่เจ้าขาก็กัดเข้าไปคำหนึ่ง ก่อนตาโต “อร่อย!”
เหนือยักคิ้ว “เห็นไหม”
“แต่พี่ก็ยังไม่ได้บอกชื่อค่ะ”
ชาวบ้านแถวนั้นหัวเราะกันใหญ่ ยิ่งเจ้าขากับเหนือเถียงกันคนรอบข้างก็ยิ่งสนุก จนป้าคนหนึ่งที่ขายผักถึงกับถาม
“แฟนกันกา?”
เจ้าขาแทบสำลักขนม
“ไม่ใช่ค่ะ!”
เหนือกลับตอบหน้าตาย “ยังครับ”
เจ้าขาหันขวับ “ยังอะไรคะ!”
ป้าหัวเราะชอบใจ ส่วนเหนือเดินหนีไปพร้อมไข่ตุ๋นทิ้งเจ้าขายืนหน้าเหวออยู่หน้าร้าน
“พี่เหนือ รอเจ้าขาด้วยค่ะ!”
หลังจากเดินตลาดเสร็จ ทั้งคู่แวะบ้านป้าคำที่เจ้าขานัดไว้ว่าจะมาลองทำอาหารพื้นบ้าน เธอตั้งกล้องไว้บนขาตั้ง ก่อนช่วยป้าคำเตรียมวัตถุดิบอย่างตั้งใจ ส่วนเหนือถูกเรียกมาช่วยก่อไฟเพราะเจ้าขาจุดอย่างไรก็ไม่ติด
“พี่เหนือคะ ไฟดับอีกแล้ว”
“เมื่อกี้ใครบอกทำได้”
“เจ้าขาบอกว่าลองได้ค่ะ ไม่ได้บอกว่าทำเป็น”
“ต่างกันตรงไหน”
“ต่างสิคะ”
เหนือย่อตัวลงข้างเตา ก่อนจัดฟืนใหม่ เจ้าขานั่งยอง ๆ มองอยู่ข้าง ๆ
“ขยับ”
“ทำไมคะ”
“ควัน”
“เจ้าขาไม่กลัวค่ะ”
ไม่ถึงห้าวินาที ควันพุ่งใส่หน้าเต็ม ๆ
“แค่ก!”
เหนือหัวเราะ “ไม่กลัว?”
เจ้าขาน้ำตาไหลเพราะควัน “พี่รู้อยู่แล้วใช่ไหมคะ!”
“บอกให้ขยับแล้ว”
“คนใจร้าย”
เหนือเอื้อมมือมาเช็ดเขม่าดำเล็ก ๆ ตรงปลายจมูกเธออย่างเป็นธรรมชาติ เจ้าขาชะงัก ปลายนิ้วหยาบแตะผิวเพียงแวบเดียวก่อนเขาจะถอนมือกลับ
“เลอะ”
หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ แล้วรีบก้มหน้าหยิบผักต่อ หัวใจเต้นแปลก ๆ ทำไมก็ไม่รู้ เหนือเองก็เงียบลงเล็กน้อย แต่บรรยากาศประหลาดนั้นอยู่ได้ไม่นาน เพราะไข่ตุ๋นที่นอนอยู่ใต้ถุนบ้านจู่ ๆ ก็ลุกพรวดขึ้น
โฮ่ง!
เจ้าขาหันไปมอง ไข่ตุ๋นจ้องไปยังหลังบ้าน ขนบริเวณต้นคอตั้งขึ้น เจ้าขารู้ทันทีเธอมาอีกแล้ว
“ไข่ตุ๋น”
เธอเรียกเบา ๆ เจ้าหมาไม่ขยับก่อนค่อย ๆ เดินไปทางหลังบ้าน
“ไข่ตุ๋น ไปไหนคะ”
มันเดินต่อ เจ้าขาลุกขึ้นตามแต่พอพ้นมุมบ้าน ร่างของเธอก็หยุดกึก พิมยืนอยู่ตรงแนวต้นไม้ วันนี้สภาพของเธอดูปกติกว่าเดิมเล็กน้อย ไม่มีเลือดไหลตามใบหน้า แต่เสื้อผ้ายังคงเปื้อนดินและชื้นแฉะ เธอมองเจ้าขา จากนั้นก็หันหลังเดินออกไป
“เดี๋ยวค่ะ…”
เจ้าขาหลุดเรียกเบา ๆ พิมหยุดแล้วหันกลับมาหัวใจเจ้าขาเต้นแรง เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอจงใจสื่อสารกับวิญญาณ พิมยกมือขึ้นกวัก
เจ้าขาส่ายหน้าทันที “ไม่ไปค่ะ”
ผีสาวกวักอีก
“เจ้าขาไม่ตามเข้าป่านะคะ”
พิมจ้อง
“ตรงนี้คุยกันได้ไหมคะ”
แน่นอนว่าไม่มีคำตอบ ทันใดนั้นไข่ตุ๋นก็วิ่งผ่านเธอไป
“ไข่ตุ๋น!”
เจ้าขารีบตาม
“อย่าไปค่ะ!”
เจ้าหมาวิ่งตามพิมเข้าไปตามทางเล็ก ๆ หลังบ้าน เจ้าขาจำต้องวิ่งตามไปด้วย ระยะทางไม่ไกลนัก ก่อนพิมจะหยุดอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ไข่ตุ๋นหยุดแล้วเริ่มดมพื้น
“หาอะไรคะ”
มันใช้ขาหน้าตะกุยดิน เจ้าขามองพิม
“อยู่ตรงนี้เหรอคะ”
พิมไม่ได้ตอบแต่สายตาที่มองพื้นทำให้เจ้าขาเข้าใจ
“ไข่ตุ๋น อย่าขุดค่ะ เดี๋ยวเลอะ”
แต่หมาไม่ฟัง มันตะกุยต่ออีกหลายครั้งจนบางอย่างโผล่ขึ้นมาจากดิน เจ้าขาย่อตัวลง เป็นชิ้นโลหะเล็ก ๆ ขึ้นสนิม เธอเอากิ่งไม้เขี่ยดินออกก่อนเห็นว่ามันคล้ายจี้ห้อยคอรูปดอกไม้
“นี่ของพี่เหรอคะ”
เจ้าขาเงยหน้าขึ้น พิมยืนอยู่ตรงหน้าริมฝีปากของเธอขยับ เจ้าขาพยายามอ่าน
“เอา…ไป…”
“ให้ใครคะ”
พิมหันหน้าไปทางด้านหลังเจ้าขา
“ทำอะไรอยู่”
เสียงเหนือดังขึ้น
“ว้าย!”
เจ้าขาสะดุ้งจนเกือบล้ม แต่เหนือคว้าแขนเธอไว้ทัน
“พี่เหนือ!”
“ทำไมชอบตกใจ”
“พี่ชอบมาเงียบ ๆ ต่างหากค่ะ”
“เรียกตั้งสามรอบ”
เหนือมองหลุมบนพื้น ก่อนมองสิ่งที่อยู่ในมือเธอ
“อะไร”
“เจ้าขาเจอค่ะ”
“ตรงนี้?”
“ค่ะ”
“มาเจอได้ยังไง”
เจ้าขาเหลือบมองพิม ผีสาวยังยืนอยู่ด้านหลังเขา
“ไข่ตุ๋นพามาค่ะ”
เหนือหันไปมองหมาตัวเอง “มัน?”
“ค่ะ”
เขารับจี้จากมือเจ้าขาไป ก่อนใช้ปลายนิ้วเช็ดดินออก ทันใดนั้นสีหน้าของเหนือก็เปลี่ยนไป จากที่ยังดูสบาย ๆ เมื่อครู่กลับนิ่งสนิท เจ้าขาสังเกตเห็นทันที
“พี่เหนือรู้จักเหรอคะ”
เขาไม่ตอบ
“ของใครคะ”
เหนือพลิกจี้ชิ้นนั้นกลับด้าน ตรงด้านหลังมีตัวอักษรเล็ก ๆ สลักอยู่ แม้จะขึ้นสนิมแต่ยังพออ่านได้ P เจ้าขามองตัวอักษรนั้นก่อนเงยหน้ามองเขา
“ของพิมเหรอคะ”
เหนือกำจี้แน่นขึ้น
“อือ”
เจ้าขาหัวใจเต้นแรง
“แน่ใจเหรอคะ”
“พี่ซื้อให้เอง”
เธอเงียบไปทันที เหนือมองพื้นที่รอบ ๆ ราวกับพยายามนึกบางอย่าง
“แต่ของชิ้นนี้ไม่ควรอยู่ตรงนี้”
“ทำไมคะ”
“พิมใส่มันติดตัวตลอด”
เจ้าขารู้สึกเย็นวาบ
“แล้วตอนเกิดอุบัติเหตุ…”
“ตำรวจคืนของส่วนตัวให้ครอบครัวพิม”
เหนือหยุด ก่อนพูดต่อ “แต่ไม่มีเส้นนี้”
เจ้าขาหันไปมองพิม วิญญาณสาวยืนนิ่งอยู่ข้างต้นไม้
“พี่เหนือคะ”
“หืม”
“พิมเสียชีวิตที่ไหนเหรอคะ”
เหนือมองเธออยู่ครู่หนึ่ง
“ดอยอีกฝั่ง”
“ไกลจากตรงนี้ไหม”
“ขับรถเกือบชั่วโมง”
เจ้าขามองจี้ในมือเขา ถ้าพิมเสียชีวิตห่างออกไปเกือบหนึ่งชั่วโมง แล้วสร้อยของเธอมาอยู่ใต้ดินหลังบ้านป้าคำได้อย่างไร
“แล้วก่อนเธอเสีย พิมเคยมาที่นี่ไหมคะ”
“ไม่รู้”
“พี่ไม่รู้?”
“ตอนนั้นเราเลิกกันแล้ว”
น้ำเสียงของเหนือเรียบมากแต่เจ้าขาสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ เธอจึงไม่ถามต่อ พิมค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ ครั้งนี้เจ้าขาไม่หลบสายตา วิญญาณสาวหยุดตรงหน้าก่อนชี้ไปยังจี้ในมือเหนือแล้วชี้ออกไปทางถนน จากนั้นริมฝีปากของเธอก็ขยับช้า ๆ รถเจ้าขาขมวดคิ้ว
“รถ?”
เหนือหันมาทันที “อะไร”
เจ้าขาชะงัก
“เปล่าค่ะ”
“เมื่อกี้พูดว่ารถ”
“เจ้าขา…นึกอะไรขึ้นมาเฉย ๆ ค่ะ”
เหนือมองเธอนิ่ง สายตานั้นเหมือนกำลังจับผิด
“เจ้าขา”
“คะ”
“เธอรู้อะไรหรือเปล่า”
หญิงสาวเม้มริมฝีปาก เธอมองพิม มองไข่ตุ๋นที่นั่งจ้องวิญญาณสาวอยู่ข้าง ๆ แล้วกลับมามองเหนือ ถ้าบอกว่าแฟนเก่าที่ตายไปห้าปีกำลังยืนอยู่ข้างเขาและเป็นคนพาเธอมาหาสร้อยเส้นนี้… เขาจะเชื่อไหม คำตอบน่าจะชัดเจน ไม่ เจ้าขาจึงยิ้มบาง ๆ
“ยังค่ะ”
เหนือหรี่ตา “ยัง?”
“หมายถึงเจ้าขายังไม่รู้อะไรค่ะ”
เขาจ้องเธออีกครู่หนึ่ง ก่อนเก็บจี้ลงกระเป๋า
“กลับเถอะ”
เจ้าขาพยักหน้าแล้วเดินตาม แต่ยังไม่ทันพ้นต้นไม้เธอก็หันกลับไปมอง พิมยังอยู่ที่เดิม เจ้าขาจึงยกนิ้วแตะริมฝีปากตัวเองเบา ๆ แล้วพยักหน้าให้ราวกับบอกว่าเธอเข้าใจแล้ว ครั้งนี้ใบหน้าซีดของพิมไม่ได้ดูน่ากลัวเหมือนครั้งแรก กลับดูเหมือนคนที่กำลังมีความหวัง ระหว่างทางกลับโฮมสเตย์เหนือเงียบกว่าปกติ จี้เส้นนั้นถูกวางอยู่ตรงช่องเก็บของหน้ารถ เจ้าขาเองก็ไม่กล้าถามอะไรเพิ่ม เธอจึงหันไปถ่ายวิวข้างทางแทน
“พรุ่งนี้เจ้าขาอยากไปเที่ยวที่สูง ๆ ค่ะ”
เหนือยังมองถนน “ที่ไหน”
“ที่เห็นวิวสวย ๆ แล้วสัญญาณดีด้วยค่ะ”
“เน้นอย่างหลัง?”
“มากค่ะ เจ้าขาต้องอัปคลิปนะคะ”
“มีที่หนึ่ง”
“จริงเหรอคะ”
“อือ”
“พาไปได้ไหม”
“คิดเงิน”
เจ้าขาหันขวับ “อีกแล้วเหรอคะ”
“ค่าน้ำมัน”
“เท่าไหร่”
เหนือเหลือบมองเธอ “เลี้ยงกาแฟ”
เจ้าขายิ้ม “แค่นี้เอง”
“กับข้าว”
“ได้ค่ะ”
“หนึ่งมื้อ”
“ตกลงค่ะ”
“แล้วห้ามบ่น”
เจ้าขาหรี่ตา “พี่จะพาเจ้าขาไปไหนคะ”
“พรุ่งนี้ก็รู้”
“ไกลไหม”
“นิดหน่อย”
“นิดหน่อยของพี่คือสี่กิโลหรือสี่สิบกิโลคะ”
เหนือหัวเราะ เจ้าขามองเขาแล้วเผลอยิ้มตามความเงียบที่หนักอึ้งเมื่อครู่ค่อย ๆ จางลง แต่จู่ ๆ ไข่ตุ๋นที่นั่งอยู่เบาะหลังก็ส่งเสียงหงิง เจ้าขาหันไปมองมันไม่ได้มองเธอ ดวงตาของไข่ตุ๋นจ้องไปยังเบาะท้ายกระบะด้านหลัง เจ้าขาค่อย ๆ หันตาม หัวใจแทบหยุดเต้น พิมนั่งอยู่ท้ายรถ ผมยาวปลิวตามแรงลมใบหน้าซีดจ้องเข้ามาผ่านกระจก ก่อนริมฝีปากจะขยับอีกครั้ง รถ เจ้าขากำกล้องในมือแน่น
เหนือเหลือบมอง “เป็นอะไร”
“พี่เหนือคะ”
“ว่า”
“รถที่พิมตกเหว…”
เขาชะงักเล็กน้อย
“ทำไม”
“ตำรวจบอกว่าเธอเป็นคนขับเองเหรอคะ”
เหนือเงียบไปพักหนึ่ง
“อือ”
“แล้วตอนนั้น…เธออยู่คนเดียว?”
คราวนี้เหนือไม่ได้ตอบทันที มือที่จับพวงมาลัยแน่นขึ้นเล็กน้อย
“ตามรายงานตำรวจ…ใช่”
เจ้าขาหันกลับไปมองท้ายรถ พิมยังนั่งอยู่ตรงนั้น แต่คราวนี้เธอส่ายหน้าช้า ๆ หนึ่งครั้ง สองครั้งเจ้าขารู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว เพราะถ้าคนตายกำลังพยายามบอกเธอว่าในรถคันนั้นไม่ได้มีพิมอยู่เพียงคนเดียว… อุบัติเหตุเมื่อห้าปีก่อน อาจไม่ได้เป็นอุบัติเหตุตั้งแต่แรก
เสียงจากคลิปหยุดไปแล้ว แต่เจ้าขากับเหนือยังไม่มีใครพูดอะไรอยู่พักใหญ่ มีเพียงเสียงแมลงยามค่ำคืนดังอยู่รอบบ้านกับเสียงไข่ตุ๋นเคี้ยวขนมกรุบ ๆ อยู่ใต้โต๊ะราวกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมันเจ้าขากดเล่นอีกครั้ง“ฉัน…ไม่ได้ขับรถ…”เสียงแหบเบาดังลอดออกมาจากลำโพงโน้ตบุ๊กเหนือยืนกอดอกอยู่ด้านหลังเธอ สีหน้าไม่เหลือความกวนเหมือนปกติ ดวงตาจับอยู่บนหน้าจอนิ่ง ๆ“ได้ยินเหมือนกันใช่ไหมคะ”“อือ”“เจ้าขาไม่ได้หูฝาดนะคะ”“ถ้าฝาดก็ฝาดสองคน”“แล้วพี่คิดว่าเป็นเสียงใครคะ”เหนือไม่ได้ตอบทันที เขาเอื้อมมือมากดเล่นคลิปใหม่ ฟังซ้ำอีกครั้ง แล้วเลื่อนย้อนกลับไปก่อนหน้าเกือบนาที มีเพียงเสียงลม ไม่มีใครพูดอยู่ใกล้กล้อง“ตอนนั้นเราอยู่ตรงไหน”“ตามไข่ตุ๋นเข้าไปแล้วค่ะ”“ป้าคำ?”“อยู่ในบ้านค่ะ”เหนือกดหยุดคลิป “อาจเป็นเสียงอื่น”เจ้าขาหันขวับ “เสียงอื่นที่พูดว่าไม่ได้ขับรถเนี่ยนะคะ”“พี่บอกว่าอาจ”“พี่นี่ดื้อจริง ๆ เลยค่ะ”เหนือเหลือบมอง “ว่าใคร”“พี่ค่ะ”“กล้าขึ้นนะ”“ก็พี่ไม่ยอมเชื่อสักทีนี่คะ ทั้งเห็นเงาในกระจก ทั้งได้ยินเสียงแล้ว”“เห็นกับได้ยิน แต่ยังไม่ได้แปลว่าทุกอย่างที่เธอคิดถูก”เจ้าขาชะงักไปเล็
เช้าวันต่อมา เจ้าขาตื่นตั้งแต่หกโมงทั้งที่เมื่อคืนกว่าจะหลับก็เกือบตีหนึ่ง ไม่ใช่เพราะเปลี่ยนที่นอน แต่เพราะประโยคเดียววนอยู่ในหัวตลอดทั้งคืน ในรถไม่ได้มีพิมอยู่คนเดียว อย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่เธอเข้าใจจากการส่ายหน้าของพิม แต่จะให้เชื่อคนตายทั้งหมดก็คงไม่ได้ ต่อให้เจ้าขามองเห็นวิญญาณมาตั้งแต่เด็ก เธอก็รู้ดีว่าบางตนจำเรื่องก่อนตายไม่ได้ บางตนพูดไม่ได้ บางตนสับสนจนแยกอดีตกับปัจจุบันไม่ออก สิ่งที่พิมกำลังพยายามบอกจึงยังเป็นเพียงเบาะแส ไม่ใช่ความจริง เจ้าขานอนมองเพดานอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะรู้สึกถึงน้ำหนักบางอย่างทับขา เมื่อเปิดผ้าห่มออกก็พบไข่ตุ๋นนอนขวางปลายเตียงอย่างสบายใจ“ไข่ตุ๋นคะ”หางสีทองกระดิกสองทีทั้งที่ยังหลับตา“นี่ห้องเจ้าขาหรือห้องไข่ตุ๋นกันแน่คะ”มันพลิกตัวหงายพุงเจ้าขาหลุดหัวเราะ “ไม่ต้องมาอ้อนเลยค่ะ เมื่อวานพอเห็นพิมก็ทิ้งเจ้าขาก่อนทุกที”ไข่ตุ๋นลืมตาขึ้น ก่อนเอาเท้าหน้ามาวางบนขาเธอ“วันนี้ต้องอยู่ข้างเจ้าขานะคะ เข้าใจไหม”“มันไม่เข้าใจหรอก”เสียงทุ้มดังมาจากหน้าประตูที่เปิดค้างไว้เจ้าขาสะดุ้ง รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาถึงอก “พี่เหนือ!”ชายหนุ่มยืนพิงกรอบประตู ในมือมีแก้วกาแฟ สีหน้าย
“ช่วยฉันด้วย”แม้จะไม่มีเสียง แต่เจ้าขามั่นใจว่าตัวเองอ่านริมฝีปากของพิมไม่ผิด หญิงสาวยืนนิ่งอยู่ข้างกรอบรูป ดวงตาที่เคยน่ากลัวกลับดูเศร้าลงอย่างประหลาด มือซีดขาวยังชี้ออกไปทางภูเขาไกล ๆ ราวกับต้องการบอกอะไรบางอย่าง“เจ้าขา”เสียงของเหนือทำให้เธอสะดุ้ง“คะ?”“ถามแล้วก็เงียบ”“พี่เหนือถามอะไรนะคะ”“ถามว่าทำไมถึงสนใจพิม”เจ้าขาเหลือบมองวิญญาณสาวอีกครั้งแต่พิมยังจ้องเธอไม่วางตา ถ้าพูดความจริงออกไปตอนนี้ คนที่ประกาศชัดว่าไม่เชื่อเรื่องผีคงคิดว่าเธอเพี้ยนแน่ ๆ“ก็…เจ้าขาเห็นรูปแล้วรู้สึกคุ้น ๆ ค่ะ”“คุ้น?”“หน้าคล้ายคนที่เจ้าขาเคยเห็น”เหนือเลิกคิ้ว “ที่ไหน”เจ้าขาเม้มปาก เธอจะตอบว่าเมื่อคืนมานั่งปลายเตียงเช้านี้ก็มานั่งคอพี่อยู่คงไม่ได้“จำไม่ได้แล้วค่ะ”“ความจำสั้น?”“เจ้าขาอายุ 21 เองนะคะ”“ไม่ได้ถามอายุ”“พี่เหนือชอบกวนเจ้าขาจังเลยค่ะ”“เพิ่งรู้?”เหนือหยิบแก้วกาแฟขึ้นดื่มต่อเหมือนเรื่องทั้งหมดจบลงแล้ว ส่วนเจ้าขากลับยังคาใจ เธอมองรูปของพิมอีกครั้ง ในภาพนั้นพิมดูมีความสุขมาก เธอยืนข้างเหนือ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มมือหนึ่งเกาะแขนเขาอย่างสนิทสนม ต่างจากวิญญาณที่ยืนอยู่ตอนนี้อย่างสิ้นเชิง
เจ้าขาเดินกลับเข้าบ้านโดยไม่หันไปมองใต้ต้นไม้อีก แม้ในใจจะอยากรู้แทบตายว่าผู้หญิงคนนั้นยังยืนอยู่ที่เดิมหรือเปล่า ตลอด 21 ปีที่ผ่านมา เธอเรียนรู้มาแล้วว่าความอยากรู้อยากเห็นกับเรื่องแบบนี้ไม่เคยให้ผลดี ยิ่งมองยิ่งเห็น ยิ่งสนใจยิ่งตาม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“ไข่ตุ๋น กลับบ้านกันค่ะ”เงียบ เจ้าขาหยุดเดินก่อนหันกลับไปมองเจ้าหมาตัวโตที่เมื่อครู่ยังเดินตามเธอต้อย ๆ ไข่ตุ๋นยืนนิ่งอยู่กลางลาน หางฟูที่เคยแกว่งตลอดเวลาตกลงต่ำ ใบหูทั้งสองข้างลู่ไปด้านหลัง ดวงตาจ้องเขม็งไปยังใต้ต้นไม้ใหญ่ จุดเดียวกับที่ผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่เจ้าขาใจหายวาบ“ไข่ตุ๋น…”มันส่งเสียงครางต่ำในลำคอ หญิงสาวเหลือบมองตามสายตาของมันอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ ยังอยู่แต่คราวนี้ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ยืนอยู่ที่เดิม เธอขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมเกือบครึ่งทาง เจ้าขารีบหันกลับทันที“โอเคค่ะ ไม่ต้องดูแล้ว มาเร็ว”ไข่ตุ๋นยังไม่ขยับ“ไข่ตุ๋นคะ”โฮ่ง!มันเห่าใส่ความว่างเปล่าหนึ่งครั้ง ก่อนหมุนตัววิ่งพรวดมาหาเจ้าขาแล้วเอาตัวใหญ่ ๆ เบียดขาเธอจนเกือบเสียหลัก“โอ๊ย ๆ เจ้าขาจะล้มค่ะ”เธอย่อตัวลงลูบหัวมัน ก่อนกระซิบเบา ๆ“เ
“สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เจ้าขาไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ นะคะ”หญิงสาวตัวเล็กยกกล้องขึ้นถ่ายตัวเอง รอยยิ้มสดใสทำให้ลักยิ้มสองข้างบุ๋มลงไปอย่างเห็นได้ชัด ด้านหลังเป็นถนนเส้นเล็กที่ทอดผ่านแนวต้นไม้และภูเขาสูงซ้อนกันไกลสุดสายตา“ตอนนี้เจ้าขาอยู่ที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ค่ะ แล้วทริปนี้พิเศษกว่าทุกครั้งเพราะเจ้าขาจะอยู่ที่นี่…”เธอยกนิ้วขึ้นมานับ ก่อนชูเต็มสองมือแบบเกินความจำเป็น“หนึ่งเดือนเต็ม ๆ!”เจ้าขาหมุนกล้องไปรอบตัวอย่างอารมณ์ดี หลังทำช่องท่องเที่ยวมาตั้งแต่ปีสาม จากคลิปที่มีคนดูไม่ถึงร้อยคนจนตอนนี้มีผู้ติดตามมากกว่าห้าแสน การเดินทางคนเดียวจึงไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเธอ แต่ครั้งนี้ต่างออกไป แทนที่จะรีวิวโรงแรมสวย ๆ หรือเที่ยวสถานที่ยอดนิยมแล้วกลับภายในสามสี่วัน เจ้าขาตั้งใจใช้เวลาหนึ่งเดือนอยู่กับชาวบ้าน กินอาหารท้องถิ่น เข้าสวน เดินป่า และหาสถานที่เล็ก ๆ ที่คนไม่ค่อยรู้จักมาทำคอนเทนต์ ส่วนที่พัก… เธอเลือกโฮมสเตย์เล็ก ๆ ที่เห็นรูปเพียงไม่กี่รูปจากเพจท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง เจ้าของตอบข้อความสั้นมากถามอะไร ตอบแค่นั้น บางคำถามตอบเพียงคำว่า “ครับ” จนเจ้าขาเคยคิดว่าอีกฝ่ายไม่อยากได้ลูกค้าหรือเปล







