로그인“ฮะ...เฮียทิ...ศ...อุ๊บ”
จุ๊บ ~~
“อื้อออออ ~~”
รสจูบแสนละมุนถูกบรรจงทาบทับลงมายังริมฝีปากอ่อนนุ่มชุ่มชื่นทันที ดวงตากลมใสที่ในหะแรกยังเบิกกว้างพลันสั่นระริกก่อนที่มันจะค่อย ๆ ปิดพริ้มลงเพื่อรับความหอมหวานแปลกใหม่ที่คนตรงหน้ากำลังมอบให้
มือหนาที่ประคองใบหน้าจิ้มลิ้มอย่างทะนุถนอม ยามที่ลิ้นร้อนค่อย ๆ แซะแทรกเปิดปากสาวเพื่อเข้าไปคว้านหาความหอมหวานที่มีลักษณะเดียวกัน ความแปลกใหม่ที่สาละวนอยู่ในโพรงปากแม้ว่าตัวฉันเองจะไม่ชำนาญ แต่ทว่า...ก็พอจะคล้อยตามได้อย่างไม่เคอะเขิน...
จ๊วบ ~~
“อื้อออออ ~~”
ดวงตาที่ยังคงหลับพริ้มดูเงียบสงบช่างต่างจากปากกับหัวใจและร่างกายในขณะนี้ที่กำลังร้อนรุ่มดั่งถูกไฟแผดเผา ความรู้สึกปั่นป่วนบางอย่างที่ยากจะเข้าใจรังแต่จะทวีคูณขึ้นอย่างไม่อาจหักห้ามได้ โดยเฉพาะอาการเต้นตุบของอวัยวะปุ่มเล็ก ๆ อันเป็นส่วนสำคัญของหญิงสาวที่ตอนนี้กำลังออกอาการจนทำให้เจ้าของร่างเล็กรู้สึกได้
อาการร้อนของเลือดที่พลุ่งพล่านวิ่งวุ่นไม่หยุดเริ่มที่จะส่งผลให้ร่างกายยากที่จะควบคุมได้อีก และในขณะที่สมองเริ่มจะเคลิบเคลิ้มขาวโพลนไปกับการสัมผัสที่วาบหวามไปทุกขณะ สติสัมปชัญญะสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ก็เลือกที่จะเอ่ยเตือนร่ำร้องให้สองมือบางที่กำลังขยำผ้าปูที่นอนแน่นอยู่ในเวลานี้ยกขึ้นมาหยุดการกระทำอันล่อแหลมนี้ไว้เพื่อไม่ให้เกินเลยจนยากเกินจะแก้ไข
พรึ่บ...!!
ฉันยกมือขึ้นมาออกแรงดันอกของคนตัวโตออกเล็กน้อย จนริมฝีปากของเราทั้งสองหลุดออกจากกัน
“แฮ่กๆๆ ฮะ...เฮียทิศพอเถอะนะคะ ละ...ลูกจันหายใจไม่ออก” ริมฝีปากเล็กหอบอากาศเข้าหายใจ ก่อนจะเอ่ยปากห้ามเตือนสติคนตรงหน้าโดยที่สายตาเสมองไปด้านข้างแทน
“เฮียขอโทษนะ เฮียทำให้ลูกจันกลัวหรือเปล่าคะ” น้ำเสียงอีกทั้งแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดทำให้ฉันที่จับความรู้สึกที่ส่งมาได้ ก่อนที่ฉันจะได้แต่สั่นหัวไปมาเบา ๆ ปฏิเสธเพื่อให้เขาสบายใจ
“อะ...เอ่อ...ถ้างั้นลูกจันไปอาบน้ำก่อนนะเอาไว้อาหารมาแล้วเดี๋ยวเฮียมาเรียก ส่วนพวกของใช้เสื้อผ้าเฮียสั่งให้คนเตรียมเอาไว้ให้หมดแล้ว” คนตัวโตที่ดูจะออกอาการลนลานเล็กน้อยเอ่ยพูดหลังจากหยัดตัวขึ้นมายืนเต็มความสูง
และในจังหวะเดียวกันนั้นขณะที่ตัวของฉันยังคงนอนอยู่บนที่นอนอยู่ สายตาเจ้ากรรมที่ตอนนี้ระดับของมันนั้นดูจะต่ำเกินไปก็ได้ทำให้ฉันได้เห็นอะไรบางอย่างที่ฉันไม่สมควรจะเห็นในเวลานี้
“วะ...ว๊ายยยยย...!!”
ฉันถึงกับร้องเสียงหลงพร้อมกับเอามือปิดหน้าทันที หลังจากที่สายตาพลันไปโฟกัสตรงบริเวณช่วงกลางลำตัวของคนตัวโตที่ยืนทำท่าเงอะ ๆ งะ ๆ เข้า
ส่วนคนตัวโตเองหลังจากที่เขาเห็นอากัปกิริยาของฉัน เขาที่มองตามสายตาฉันตั้งแต่ต้นก็รับรู้ได้ทันทีว่าที่จู่ ๆ ฉันร้องลั่นขึ้นมาสาเหตุมันมาจากตรงไหน
“เฮ้ย...!!” (OoO)
จากนั้นคนที่มีอาการตกใจกับอวัยวะที่ผงาดโชว์หราของตัวเองก็รีบกุลีกุจอสาวเท้าวิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างไว โดยที่ฉันได้แต่ปิดหน้าพ่นลมหายใจถี่อยู่อย่างนั้น...พร้อมกับหัวใจไม่รักดีที่ตอนนี้ดันเต้นโครมครามแทบจะทะลุออกมานอกอก...
กระทั่งเมื่อเหตุการณ์อันน่ากระอักกระอ่วนใจก่อนหน้านี้ได้ผ่านพ้นไปจนเราสองคนได้มานั่งกินข้าวด้วยกัน ภาพมวลของบรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่เกิดขึ้นระหว่างมื้อนั้นกลับทำให้เราสองคนได้แต่นั่งกินกันอย่างเงียบ ๆ โดยที่ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดอะไรจากตรงไหน เนื่องจากตอนนี้ข้างในยังรู้สึกอายต่อภาพอวัยวะของคนตัวโตที่ยังติดตาอยู่
ส่วนคนตรงหน้าเองเขาก็คงจะมีความรู้สึกไม่ต่างกันกับฉันเท่าไรนัก เพราะด้วยอากัปกิริยาของเขานั้นเขาเองก็น่าจะยังไม่รู้ว่าจะเริ่มเปิดบทสนทนาจากตรงไหนดี เพราะเอาเข้าจริงนับตั้งแต่ที่เราสองคนตกลงคบกันมาจนถึงกระทั่งหมั้นหมายด้วยกันแล้วพวกเราก็แทบจะไม่เคยมีโมเมนต์แบบนั้นกันมาก่อนเลย อย่างมากสุดที่เราสองคนเคยใกล้ชิดกันก็มีแค่กอด หอมแก้มกับจุ๊บปากเท่านั้น ยังไม่เคยถึงขั้นประกบปากแนบชิดถึงขนาดที่เอาลิ้นสอดใส่เข้ามาอย่างที่เขาทำก่อนหน้านี้
ความคิดบวกกับความเงียบเข้ากัดกินบรรยากาศระหว่างเราทั้งสองจนกระทั่งเมื่อคนตัวโตที่เขาเองคงไม่อยากให้การมาทะเลของเราสองคนในครั้งนี้ผ่านไปอย่างไม่มีความหมายทั้งที่เขาเองก็ตั้งใจเอาไว้ว่าอยากจะมาสร้างความทรงจำดี ๆ ด้วยกันแล้ว นั่นจึงทำให้เขาเริ่มเอ่ยปากพูดขึ้นมาก่อน
“อาหารถูกปากไหมคะ” เฮียทิศถามฉันด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง
“ค่ะ...อร่อยดีค่ะ” ฉันแต่ตอบกลับเพียงประโยคสั้น ๆ เพราะยังทำตัวไม่ถูก
“ลูกจันเป็นอะไรหรือเปล่าคะ หรือว่า...เอ่อ...เราโกรธเฮียหรอ” คนตัวโตทำเสียงเศร้ายามมองมายังฉันที่ยังคงก้มหน้ามองจานข้าวตัวเอง
“ปะ...เปล่านะคะ” ฉันตอบตะกุกตะกักปฏิเสธพร้อมกับรีบเงยหน้าขึ้นไปมองเขาทันทีเพราะไม่อยากให้เขาเข้าใจผิด
“คือว่าถ้าเฮียทำให้ลูกจันไม่พอใจ เฮียขอโทษนะคะ เฮีย...เอ่อ...” คนพูดพูดด้วยความรู้สึกผิด จนฉันเองยังอดสงสารไม่ได้
“ละ...ลูกจันไม่ได้โกรธเฮียทิศเลยนะคะ เฮียทิศอย่าโทษตัวเองเลยนะคะ ลูกจันแค่...”
“แค่อะไรหรอคะ บอกเฮียได้ไหม”
คนฟังฟังด้วยหัวใจที่ลุ้นระทึก เขาที่รู้ดีว่าวันนี้เขาจู่โจมหญิงสาวมากเกินไปและมันอาจทำให้เธอกลัวหรือไม่พอใจเขาได้ และนั่นเป็นสิ่งที่เขาไม่ปรารถนาเอาเสียเลย...
“ลูกจันแค่อายค่ะ กะ...ก็ภาพของเฮียทิศมันยังติดตาลูกจันอยู่เลยนี่ค่ะ” (>///<) ฉันพูดความจริงออกไป เพราะไม่อยากให้เขาเฝ้าโทษตัวเองและไม่อยากให้บรรยากาศในค่ำคืนนี้เสียไป
และทันทีที่เฮียทิศฟังคำสารภาพของฉันจบ คนตัวโตก็ถึงกับยิ้มกว้างก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความโล่งใจ
“ฮ่าๆๆ ฟู่วววว ~~ เฮียก็นึกว่าเรื่องอะไร เฮียก็นึกว่าเราโกรธเฮียเรื่องที่เฮีย...เอ่อ...จูบแบบนั้นกับลูกจัน” น้ำเสียงที่ผ่อนคลายความเครียดอย่างเห็นได้ชัดถูกส่งออกมาก่อนที่ในประโยคท้ายน้ำเสียงจะเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์
“เฮียทิศ...!! ทำไมใจร้ายแบบนี้ล่ะคะ เฮียทิศก็รู้ว่าลูกจันอายอยู่ยังจะพูดอีก” (O///O) ฉันอดแว้ดใส่เขาไม่ได้หลังจากที่เขาจี้คำพูดเข้ามายังกลางใจฉันจนหน้าร้อนผ่าว
“หึหึ...ก็แฟนเฮียน่ารักนี่ค่ะ ยิ่งเวลาโมโหจนแก้มป่องมันน่ารักจนบางครั้ง...เฮียแทบจะอดใจไม่ไหวเลยรู้ไหม” รอยยิ้มและสายตาเจ้าเล่ห์ถูกส่งมาจนร่างสาววูบวาบไปหมด หลังจากที่เขารู้สึกสบายใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
“ลูกจันไม่คุยกับเฮียทิศแล้ว เอาจานไปเก็บดีกว่า” ฉันบุ้ยปากใส่คนเจ้าเล่ห์ที่ยังยิ้มกรุ้มกริ่มไม่หยุดก่อนจะเตรียมตัวลุกขึ้นเดินหนีไป
เพียงแต่ว่าในขณะที่ฉันยังไม่ทันที่จะหมุนตัวเดินหนี ร่างทั้งร่างก็ถูกคนตัวโตคว้าหมับให้ลงไปนั่งบนตักเขาทันที...
ค่ำคืนเร่าร้อน ~~“น้าาาา...คืนนี้เฮียขอนะ...นะ...อดมานานแล้วใจจะขาดอยู่แล้วเมียจ๋า...”เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูหลังจากที่ฉันเพิ่งกล่อมลูกนอนเสร็จ“รอให้ลูกโตกว่านี้ก่อนได้ไหมคะ...พอแกแยกห้องได้แล้วเราค่อย...เอ่อ...”ฉันต่อรองเพราะด้วยลูกชายฝาแฝดวัยสามขวบกว่าที่อยู่ในช่วงวัยกำลังอยากรู้อยากเห็นกำลังจดจำจนบางครั้งคำพูดคำจาก็พาฉันอึ้งไปไม่เป็น อีกทั้งสองแสบที่ไม่ยอมแยกไปนอนห้องที่ถูกจัดเอาไว้ให้ติดกันกับห้องของฉันทั้งที่ปกติแล้วเวลานอนกลางวันก็ไม่เคยงอแงขอนอนร่วมเตียงกับพ่อแม่เลยสักครั้งเดียว“โธ่...เมียขาาาา...เฮียจะขาดใจตายอยู่แล้วเมียจ๋า ไม่ได้รักเมียมาจะเดือนอยู่แล้วรู้ไหมว่าเฮียจะคลั่งตายอยู่แล้ว”เสียงอ้อนวอนยังคงถูกส่งมาจากคนน่าสงสาร เพราะเจ้าลูกชายจอมแสบทั้งสองคนที่ออกมาเพื่อปราบพ่อของเขาจริง ๆ แทบจะไม่ให้พ่อเข้าใกล้แม่ของพวกเขาเลย“แต่ว่า...”&
ภาพข่าวประโคมทุกหน้าแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็นทั้งทางโทรทัศน์ ทั้งทางนิตยสารสื่อสิ่งพิมพ์ ทั้งสื่อโซเชียลมีเดีย อีกทั้งทางวิทยุสื่อสารถึงข่าวการแต่งงานของลูกชายตระกูลใหญ่ที่อลเวงอลหม่านสลับตัวเจ้าสาวกลับไปกลับมาเพียงแต่ว่า...สุดท้ายแล้วเจ้าสาวที่ใบหน้าโชว์หราอยู่เต็มหน้าจอหน้าสื่อ...ก็ยังคงเป็นเธอคนที่เขาหลงรัก...ร่างสูงโปร่งในชุดกาวน์วางมือถือที่ตนเพิ่งอ่านข่าวการแต่งงานของผู้หญิงที่เขาตามหาอยู่นานนับเดือน ก่อนจะเอนพิงเก้าอี้ขนาดใหญ่พร้อมกับหลับตานึกไปถึงเรื่องราวของเธอที่ผ่านมาที่เขาเองก็ช่างจำมันได้อย่างชัดเจนทั้งภาพเรื่องราวในครั้งแรกที่เขาเห็นเธอใบหน้าสวยหวานที่เขาถึงกับยอมให้ เพราะไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เคยเจอผู้หญิงสวย ทั้งนางแบบ ดารา หรือลูกหลานไฮโซที่หน้าตาดีเขานั้นเคยเห็นเคยสัมผัสมาก็มากแต่ทว่า...กับเธอคนนี้กลับมีแรงดึงดูดบางอย่าง...เสน่ห์บางมุมที่ทำให้เขาไม่เคยลืมเธอเลยไหนจะเรื่องราวที่เขาเผลอคิดเอาเองว่ามันคือบุพเพสันนิวาสที่ได้มาเจอกับเธออีกครั้ง เธอที่อยู่ใน
สามปีต่อมา ~~ถ้าหากย้อนกลับไปสามสี่ปีก่อนหน้านี้ช่วงเวลานั้นฉันคงไม่มีทางจินตนาการได้อย่างแน่นอนว่าฉันจะมีโอกาสได้เห็นภาพตรงหน้านี้ภาพบรรยากาศที่ทุกคนที่ฉันรักมาอยู่รวมตัวกันอีกครั้ง เสียงเจี๊ยวจ๊าวหัวเราะหัวใคร่เต็มไปด้วยความสุขจนฉันเองแม้จะได้เห็นภาพเหล่านี้อยู่บ่อยครั้งแต่ก็ไม่เคยเบื่อเลยสักนิด ฉันยังอยากเห็นจนกว่าลมหายใจสุดท้ายของชีวิตจะสิ้นสุดลงก่อนที่รอยยิ้มหวานละมุนจะฉายประดับบนใบหน้าที่ยังคงความสวยหวานสมวัย และในขณะที่ดวงตากลมใสกำลังทอดมองออกไปเบื้องหน้า โดยที่ใบหน้าก็กำลังถูกลมทะเลพัดเข้ามาปลอบประโลมสร้างความอบอุ่นจนผมที่ปรกลงมาปลิวไสวในจังหวะที่ฉันกำลังเหม่อลอยอยู่อย่างนั้น...“พ่อขอนั่งด้วยคนได้ไหมลูก” (^-^)เสียงของผู้ชายอีกคนที่ฉันรักมากที่สุดเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นเช่นเคย โดยที่เสียงนั้นก็เรียกให้ฉันหลุดออกมาจากภวังค์ความคิด ก่อนที่ฉันจะหันไประบายยิ้มให้กับคนตรงหน้าเป็นเชิงบอกว่า...ด้วยความเต็มใจ.
สามเดือนต่อมา ~~หลังจากที่ฉันคลอดลูกได้สามเดือน ฉันที่ยังคงยึดมั่นในปรารถนาของตัวเองไว้ว่าต้องการจะเรียนให้จบก็ได้ทำตามอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ส่วนเฮียทิศที่ตอนนี้เป็นทั้งสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายอีกทั้งยังเป็นพ่อของลูกชายฝาแฝดก็ไม่ได้ผิดคำพูดแต่อย่างใด เขาที่ทำระบบเรียนออนไลน์ให้ฉันโดยเฉพาะอย่างที่พูดเอาไว้ ส่วนฉันก็มีหน้าที่แค่อยู่บ้านเรียนออนไลน์ไป และพอถึงเวลาจะต้องสอบอาจารย์จากมหาวิทยาลัยก็จะมาทำการสอบให้ฉันถึงที่แบบ VIP สุด ๆและถึงแม้ว่าฉันจะเคยบอกว่าฉันอยากทำตามกฎโดยการไปเข้าสอบเหมือนเพื่อน ๆ คนอื่น แต่เพราะความขี้หึงที่ยิ่งหลังคลอดลูกแล้วก็ดูจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ฉันต้องการเลยถูกปัดตกกระเด็นออกไปไกลหลายกิโล...ส่วนเรื่องราววีรกรรมของเขายังไม่หมดแค่นั้น เพราะหลังจากที่ฉันมีสอบครั้งแรกหลังจากเรียนระบบออนไลน์ในครั้งนั้นทางมหาวิทยาลัยได้ส่งอาจารย์ที่เป็นผู้ชายมาคุมสอบ และด้วยเหตุการณ์วันนั้นเฮียทิศที่ออกอาการหัวเสียถึงกับโทรไปว้ากกับทางมหาวิทยาลัยจนทางนั
ภายในห้องพักผู้ป่วย VVIP ~~“น่าเกลียดน่าชังมากเลยหลานปู่” (^-^)คุณพ่ออารัญพูดในขณะที่ท่านก้มดูร่างเล็ก ๆ สองคนที่นอนเคียงข้างกัน“ฮ่าๆๆ นั่นนะซิหลานตาเนี่ยมันหล่อเหมือนตาเลยแฮะ ฮ่าๆๆ”ส่วนพ่อของฉันที่เห่อหลานไม่ต่างกันก็รีบพูดข่มจนพ่ออารัญค้อนขวับเข้าให้“อุบ๊ะ...!! ต้องหล่อเหมือนกูซิวะไอ้ภพ”“ได้ไงลูกของลูกสาวกูก็ต้องหล่อเหมือนกูซิวะ”“อ้าว...แล้วลูกกูไม่ได้ทำหรือไงว่ะใจคอมึงจะไม่ให้ลูกมันหล่อเหมือนพ่อมันเลยว่างั้น...”และในขณะที่ชายสูงวัยกำลังปะทะคารมที่นับตั้งแต่คุณพ่ออารัญยกตำแหน่งผู้สืบทอดให้กับเฮียทิศแล้วท่านก็ย้ายไปอยู่บ้านเดียวกันกับพ่อของฉัน โดยที่ในแต่ละวันพวกท่านต่างพากันทำกิจกรรมนันทนาการตัวเองไม่หยุด...จนคนที่น่าจะปวดหัวกับสองคนนี้ที่สุดก็คือพี่นิด...“คุณท่านทั้งสองค่ะ ช่วยเบาเสียงหน่อย
รุ่งเช้า ~~“ว่าไงครับลูก...อย่าเตะคุณแม่แรงซิครับเดี๋ยวคุณแม่ก็ตื่นหรอกต้องให้คุณแม่พักผ่อนเยอะ ๆ นะรู้ไหม เพราะถ้าคุณแม่พักผ่อนไม่เพียงพอเดี๋ยวคืนนี้พ่อจะอดน้าาาา...คิกคิก” (^-^)คนพูดพูดพร้อมกับหัวเราะคิกคักอยู่ตรงหน้าท้องของฉันอย่างคนอารมณ์ดี พร้อมกับมือที่สัมผัสอย่างแผ่วเบาอยู่บริเวณท้องอย่างต้องการหยอกล้อเด็กน้อยที่มีเพียงแค่ผนังหนังท้องกั้นเท่านั้น“ตาบ้า...!! พูดอะไรกับลูกเนี่ย...ทะเล้นทะลึ่งจริง ๆ”ส่วนฉันที่พอได้ยินคำพูดแบบนั้นก็อดพูดในใจในขณะที่ตัวเองยังไม่ลืมเปลือกตาขึ้นมา และแม้ว่าสิ่งนี้คุณสามีของฉันมักจะทำอยู่ทุกเช้านับตั้งแต่เขารู้ว่ามีเจ้าสองแสบ แต่เรื่องคำพูดที่บอกลูกแบบนี้ฉันเพิ่งได้ยินเป็นหนแรกและในขณะที่ฉันยังไม่ทันได้หายเหนื่อยใจให้กับคำพูดเพี้ยน ๆ ก่อนหน้านี้ของเขา คำพูดคำจาประหลาดก็ถูกพูดออกมาอีกหน จนฉันอดไม่ได้ที่จะลืมตาขึ้นมาดูคนตรงหน้าเพราะไม่อย่างนั้นคงได้มีแต่คำพูดไม่เข้าท่าออกมาพูดกับลู
“โชคมึงเป็นไงบ้าง ดีขึ้นแล้วหรือยัง”ผมถามออกไปด้วยความเป็นห่วง เพราะถึงแม้ว่าปลายสายจะไม่ได้รับบาดเจ็บหนักเท่ากับผมเพราะในวันนั้นดันถูกผมผลักตกเขาไปซะก่อน แต่ถึงอย่างนั้นปลายสายก็สะบักสะบอมอยู่เหมือนกันกว่าจะปีนกลับขึ้นมาช่วยผมที่เกือบสิ้นลมเอาไว้ได้“ดีขึ้นแล้วครับนาย ผมพร้อมที่จะรับคำสั่งจากนายแ
“ไม่เป็นไรเลยครับ แต่ถ้าอยากให้ผมรู้สึกดีช่วยเรียกผมว่าพี่โฮชิได้ไหมครับ”“หา...!! วะ...ว่าไงนะคะ”ฉันถึงกับตกใจส่งเสียงออกมาดังลั่นหลังจากไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน“ผมบอกว่าผมอยากให้คุณลูกจันเรียกผมว่า...พี่...โฮ...ชิ...ครับ” (^-^)สิ้นคำบอกที่ย้ำออกมาอีกครั้งของผู้ชายตรงหน้าทำให้ถึงกับเบิกตาก
“โธ่...คุณลูกจัน ทำไมเรื่องราวมันถึงเลยเถิดไปได้ถึงขนาดนี้กันล่ะคะ”นิดถึงกับถอนหายใจรู้สึกปลงตกกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งได้รับฟังมา และแม้ว่าจะรู้อยู่แล้วว่าทุกอย่างมันจะไม่เหมือนเดิม แต่ตนเองก็ไม่คิดว่ามันจะพังทลายได้ถึงขนาดนี้...ความเงียบเข้าปกคลุมหลังจากที่ฉันเล่าทุกอย่างให้พี่นิดฟัง แม้ว่าฉันจะไม
“พี่นิดพูดกับลูกจันได้ตรง ๆ เลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจกัน อีกอย่างลูกจันก็เคยบอกแล้ว ณ เวลานี้เราคือครอบครัวเดียวกันลูกจันไม่ใช่ลูกเจ้านายของพี่นิดอีกแล้วนะคะ”ฉันยื่นมือออกไปกุมมือที่ประสานอยู่ที่หน้าตักของพี่นิดแน่นอย่างต้องการให้คนตรงหน้ารับรู้ถึงความจริงใจของฉัน“ขอบคุณนะคะที่เห็นพี่เป็นคนในครอบครัว







