LOGINหมับ...!!
ฟอด ~~
“อ่ะ...เฮียทิศ” (O///O)
ร่างบางที่ถูกคนเจ้าเล่ห์ดึงให้ลงมานั่งที่ตักอย่างไม่ทันตั้งตัวหลุดร้องเสียงหลงออกมาด้วยความตกใจ ก่อนที่แก้มเนียนใสจะถูกเจ้าของตักแข็งแรงขโมยหอมแก้มเสียฟอดใหญ่
“แฟนใครคะเนี่ยทำไมโตมาแก้มถึงทั้งนุ่มทั้งหอมแบบนี้ล่ะคะ บอกเฮียหน่อยได้ไหมว่าไปทำอะไรมาถึงได้น่ารักจนเฮียหลงได้ขนาดนี้” คำหวานถูกส่งมาป้อยอจนใบหน้าเนียนใสแดงระเรื่อ
“ปากหวานจังเลยนะคะ มดไม่กัดปากบ้างหรอไง...หืมมมมม ~~” ฉันพูดไม่พูดเปล่าแต่ยังยื่นมือข้างที่ไม่ได้คล้องคอเขาไปหยิกแก้มเขาเบา ๆ
“มดไม่เคยกัดนะ แต่ถ้าคนตรงหน้าเฮียอยากจะกัด...เฮียก็เต็มใจค่ะ” คนทะเล้นพูดพร้อมกับยิ้มตาหยีจนฉันแทบจะละลายไปกับการกระทำที่แทบจะไม่ได้เห็นเลยยามที่มีบุคคลที่สามอยู่
“คนบ้า...!! ลูกจันไม่อยากคุยกับเฮียทิศแล้ว” (O//_//O)
ดวงหน้าสวยหวานถึงกับก้มหน้างุดไปไม่เป็นเมื่อได้ยินคำหวาน ความร้อนผ่าวที่เครื่องปรับอากาศยังเอาไม่อยู่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งใบหน้าและร่างสาวจนทำตัวไม่ถูกได้แต่บุ้ยปากพูดข่มความอาย
“เฮ้อออออ ~~ ทำไมสองปีมันถึงได้นานขนาดนี้นะ เฮียอยากให้ถึงวันที่เราสองคนแต่งงานเร็ว ๆ จัง เฮียอยากนอนกอดลูกจันทุกวันเลย อยากตื่นเช้ามาก็เจอลูกจันนอนอยู่ข้าง ๆ ได้มองลูกจันหลับแล้วก็แอบจุ๊บแก้มนุ่ม ๆ ทุกเช้า ถ้าถึงวันนั้นเฮียคงเป็นผู้ชายที่มีความสุขที่สุดเลยว่าไหมคะ แล้วลูกจันล่ะคิดแบบเฮียไหม...หืมมมมม ~~”
น้ำเสียงทุ้มหวานละมุนเอื้อนเอ่ยคำพูดมากมายจนทำให้หัวใจของคนฟังพองโตพร้อมกับคิดจินตนาการตามสิ่งที่ได้ยิน นั่นก็เพราะไม่ใช่แค่เขาเท่านั้นที่คิดแบบนั้นเพราะตัวฉันเองก็รู้สึกไม่ต่างกันกับเขาเลยสักนิด ฉันเองก็อยากอยู่กับเขา อยากที่จะตื่นขึ้นมาเจอเขา อยากจะนอนซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขา และอยาก...ได้รับรสจูบแสนหอมหวานอย่างที่ได้รับก่อนหน้านี้ทุกเมื่อเชื่อวันอีกด้วย...
“ว่าไงคะ ลูกจันคิดแบบเฮียไหมเอ่ย” เจ้าของตักถามเสียงกระเส่าย้ำหลังจากเห็นว่าฉันเงียบไม่ยอมตอบ ก่อนที่ฉันจะระบายยิ้มสดใสตอบเขากลับไป
“ค่ะ...ลูกจันก็อยากอยู่กับเฮียทิศเหมือนกัน” (^-^)
“เฮียจะรอนะคะ ลูกจันก็ห้ามหวั่นไหวกับใครด้วยนะตอนที่อยู่มหาลัย ต้องจำไว้เสมอว่าตัวเองมีแฟนแล้วนะรู้ไหม อีกทั้งยังหมั้นมีเฮียจองเป็นเจ้าของแล้วด้วยนะ เฮ้อออออ ~~ ใจจริงเฮียก็อยากไปลงเรียนปริญญาโทอีกสักใบจะได้อยู่ใกล้ ๆ คอยเฝ้าคนแถวนี้ แต่เพราะธุรกิจมันยังต้องรันต่อ เซ็ง...ไม่น่าเกิดเร็วเลยเรา” คนตัวโตตัดพ้อทำเสียงขึงขังออกคำสั่งด้วยความหึงหวงพร้อมกับเอาใบหน้าแนบซุกลงมาที่ต้นแขนเล็กด้วยท่าทางออดอ้อน
นั่นก็เพราะว่าเขาไม่ใช่ไม่รู้ว่าสาวเจ้าในอ้อมกอดนี้นั้นเนื้อหอมมากแค่ไหนยามอยู่ที่มหาลัย ด้วยตำแหน่งดาวคณะที่พ่วงด้วยตำแหน่งดาวมหาลัยมันก็เลยไม่แปลกนักที่ใคร ๆ ก็ต่างมารุมล้อมชอบพอเธอ เพียงแต่ว่าด้วยเพราะธุรกิจของครอบครัวเขาที่ต้องเดินต่อ และเขาเองก็เป็นทายาทเพียงคนเดียวที่จะต้องเข้ามารับช่วงต่อ นั่นจึงทำให้ตัวเขาจำต้องยอมปล่อยให้เธอที่เป็นเหมือนยอดดวงใจอยู่ในฝูงเสือสิงห์กระทิงที่ต่างหิวโหยและจ้องเหยื่อตัวน้อยเนื้อหวานกันตาเป็นมัน
และแม้ว่าตัวเขาจะโชคดีที่เล็งเห็นถึงความอันตรายที่จะเกิดขึ้นนี้ตั้งแต่ต้นเสียก่อนแล้ว นั่นจึงทำให้ในวินาทีที่หญิงสาวสอบเข้ามหาลัยได้ เขาจึงเลือกที่จะขอหมั้นหมายเพื่อจับจ้องเธอเอาไว้โดยทันที
ความคิดหวงแหนที่มาพร้อมกับภาพความทรงจำมากมายผุดขึ้นมาเป็นเรื่องราวร้อยเรียงเข้ามาในโสตประสาทของคนขี้หึง และทันทีที่ตัวเขาได้เอ่ยปากเน้นย้ำกับหญิงสาวที่เขาอยากจะกักเก็บไว้จนจบวงแขนแกร่งก็ออกแรงกระชับร่างนุ่มนิ่มน่าทะนุถนอมมากขึ้นอย่างอัตโนมัติตามสัญชาตญาณของร่างกาย
“ไม่ค่ะ...ที่มหาลัยมีหนุ่มหล่อ ๆ น่ารัก ๆ เยอะแยะไปหมด” (^-^) เสียงหวานแกล้งเย้าเจ้าของตักแข็งแรง แต่คำพูดที่พูดแบบล้อเล่นกลับส่งผลทำให้คนฟังถึงกับแสดงอาการไม่พอใจ
“ลูกจัน...!!”
แววตาขึงขังของคนขี้หึงพลันดุดันขึ้นมาทันทีจนฉันที่ไม่ค่อยได้เห็นโหมดนี้ของเฮียทิศยังอดตกใจไม่ได้เลย เพราะโดยปกติแล้วคนตรงหน้ามักจะมีแต่แววตาและน้ำเสียงอ่อนโยนให้ฉันอยู่เสมอ
“คริคริ...ไม่แกล้งเฮียทิศแล้วก็ได้ค่ะ แค่นี้ต้องทำหน้าดุเลยหรอคะ”
“ไม่ตลกนะคะ เฮียไม่ชอบเลย” คนขี้หึงเกิดอาการน้อยใจ จนฉันต้องรีบงัดไม้ตายขึ้นมาง้อ
“อะ...โอ๋...ขอโทษนะคะ ลูกจันแค่ล้อเล่นเฉย ๆ เฮียทิศขาาาาของลูกจันไม่งอนน๊าาาา นะ นะ นะ น๊าาาา ~~” (OuO)
น้ำเสียงที่ปกติหวานใสอยู่แล้วเมื่อถูกดัดให้หยดย้อยมากยิ่งขึ้นเพื่อส่งไปงอนง้อคนงอนก็ทำให้คนที่กำลังงอนอยู่พลันอ่อนยวบยาบทันที
“เป็นอย่างนี้ทุกทีก็รู้ว่าเฮียใจอ่อนเวลาเราทำเสียงแบบนี้ เฮ้ออออ ~~”
คนตัวโตที่ถูกหญิงสาวง้อด้วยวิธีที่มักจะทำให้เขาหวั่นไหวเอ่ยพูดพร้อมกับอดไม่ได้ที่จะบีบไปยังจมูกเล็กน่ารัก
“คริคริ...เฮียทิศขาน่ารักที่สุดเลย” (^-^) ส่วนคนร่างเล็กก็ถึงกับหัวเราะร่วนที่ได้แกล้งเจ้าของตักสำเร็จ
“ทีหลังไม่พูดแบบนี้อีกนะคะ เฮียใจคอไม่ดีเลย ไม่อยากฟังอะไรแบบนี้ด้วยรู้ไหม...หืมมมมม ~~”
“รับทราบค่ะ ลูกจันจำได้ขึ้นใจแล้วค่ะที่พูดไปเมื่อกี้นี้ก็แค่อยากแกล้งคนขี้หึงเท่านั้น แต่ว่าเฮียทิศไว้ใจลูกจันได้เลยนะคะ ลูกจันไม่มีทางว่อกแว่กเด็ดขาดจะตั้งใจเรียนให้จบเร็ว ๆ จะได้มาอยู่กับเฮียทิศขาไงคะ อีกอย่างแฟนขาของลูกจันหล่อเพอร์เฟกต์น่ารักแสนดีขนาดนี้ ผู้ชายทั้งมหาลัยไม่ซิทั้งโลกเลยยกเว้นแค่คุณพ่อลูกจันเอามารวมกันก็ยังไม่ดีเท่าเฮียทิศขาของลูกจันเลยนะคะ...คริคริ” (^-^)
ฉันที่อดยิ้มด้วยความเอ็นดูให้กับผู้ชายที่แม้จะอายุมากกว่าฉัน 7 ปี แต่ก็มักจะมีมุมเป็นเด็กน้อยยามที่อยู่กับฉันสองต่อสองอยู่เสมอ และแม้ว่าคำพูดห้ามปรามเหล่านั้นจะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาพูดกับฉันนับตั้งแต่ที่ฉันเข้ามหาลัยมาก็ตาม แต่เป็นเพราะว่าฉันรู้ดีว่าฉันไม่มีทางทำอะไรอย่างที่เขานั้นกังวลอย่างแน่นอน อีกทั้งรู้ดีว่าเขาคงเป็นห่วงฉันมากก็เท่านั้นเองนั่นจึงทำให้ฉันไม่เคยคิดรำคาญคำพูดเหล่านั้นของเขาเลยแม้แต่น้อย
“ว่าแต่เฮียปากหวาน เราเองก็ปากหวานใช่ย่อยนะ...หึหึ” คนตัวโตที่จู่ ๆ ก็เปลี่ยนจากโหมดหมาบ้านขี้หึงมาเป็นโหมดหมาป่าเจ้าเล่ห์ผู้หิวโหยในเสี้ยววินาทีพูดด้วยน้ำเสียงเซ็กซี่กระเส่าที่ข้างหู
“ชิ...ลูกจันไม่คุยกับเฮียทิศแล้วไปนอนดีกว่า” (>///<)
และในจังหวะที่ฉันกำลังจะหยัดตัวลุกขึ้นวงแขนกำยำที่ยังคงรั้งรัดรอบเอวของฉันอยู่ก็ได้ดึงฉันให้ลงไปนั่งดังเดิม ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งประคองหน้ารูปไข่ให้หันไปเผชิญหน้ากับเขาแล้วบรรจงมอบจูบแสนแผ่วเบาแต่หนักแน่นในเวลาเดียวกันลงมายังริมฝีปากสีชมพูชุ่มชื้น
จุ๊บ ~~
“เฮียรักลูกจันนะคะ สุดที่รักของเฮียทิศ” (^-^)
“พี่นิดพูดกับลูกจันได้ตรง ๆ เลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจกัน อีกอย่างลูกจันก็เคยบอกแล้ว ณ เวลานี้เราคือครอบครัวเดียวกันลูกจันไม่ใช่ลูกเจ้านายของพี่นิดอีกแล้วนะคะ”ฉันยื่นมือออกไปกุมมือที่ประสานอยู่ที่หน้าตักของพี่นิดแน่นอย่างต้องการให้คนตรงหน้ารับรู้ถึงความจริงใจของฉัน“ขอบคุณนะคะที่เห็นพี่เป็นคนในครอบครัว” (^-^)“ก็พี่นิดเป็นครอบครัวของลูกจันจริง ๆ นี่ค่ะ แล้วอีกอย่างความจริงแล้วต้องเป็นลูกจันต่างหากที่ต้องขอบคุณพี่นิดที่ยังอยู่คอยช่วยเหลือลูกจันอยู่จนถึงทุกวันนี้” (^-^)คำพูดขอบคุณที่ถูกส่งออกมาอย่างที่ตัวเองคิดมาเสมอนับตั้งแต่ที่เกิดเรื่อง แม้ว่าเรื่องค่าใช้จ่ายภายในห้องเช่าทุกอย่างฉันจะเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด แต่พี่นิดเองหลังจากรับเงินก้อนนั้นไปจากฉันพี่นิดเองก็ไม่เคยเรียกร้องเอาเงินเดือนจากฉันอีกเลยแม้ว่าฉันจะหยิบยื่นให้ก็ตาม แถมทุกวันนี้ที่ฉันได้ออกไปหางานทำได้อย่างสบายใจก็ได้พี่นิดนี่แหละที่คอยช่วยดูแลคุณพ่อที่ยังคงนอนติดเตียงอยู่“พี่เต็มใจค่ะ คุณลูกจันไม่ต้องคิดมาเรื่องนี้เลยนะคะ” (^-^)“ถึงยังไงลูกจันก็ต้องขอบคุณค่ะ และอยากให้พี่นิดรู้ไว้นะคะว่าพี่นิดเป็นเสมือนผู้มีพระคุณของลูกจัน” (
เรื่องราวทุกอย่างที่ฉันได้รับการดูถูก หลาย ๆ อย่างที่ฉันต้องพบเจอในตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้ว่าฉันจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฉันยังคงเจ็บปวดและยังรู้สึกต่อสิ่งที่พบเจออยู่ เพียงแต่เพราะฉันยังมีสิ่งที่ยังทำให้ฉันมีพลังเดินหน้าสู้ต่อนั่นก็คือกำลังใจจากคนทั้งสองที่ยังรอความหวังอยู่ที่ห้องเช่าขนาดเล็ก และด้วยกำลังใจของพวกเขานั้นก็ทำให้ฉันตั้งใจแล้วว่าฉันจะไม่ใส่ใจกับสิ่งไร้สาระที่ได้พบเจออีกต่อไปแล้วส่วนเรื่องราวของพี่นิดนับตั้งแต่วันนั้นที่ฉันตั้งใจว่าจะมอบเงินก้อนหนึ่งให้พี่นิดเพื่อให้เป็นทุนในการตั้งตัว แม้ว่าพี่นิดจะเอ่ยปากปฏิเสธในตอนแรกด้วยเพราะเกรงใจฉัน แต่เป็นเพราะฉันเองที่พยายามยัดเยียดเงินก้อนนั้นให้กับพี่นิดด้วยเพราะตั้งใจไว้แล้วว่าจะให้ นั่นจึงทำให้พี่นิดยอมที่จะรับน้ำใจของฉันเอาไว้โดยที่พี่นิดเองก็ยังคงเลือกที่จะอยู่ช่วยดูแลคุณพ่อของฉันต่อในระหว่างที่ฉันเริ่มออกไปหางานทำ...“เป็นยังไงบ้างคะคุณลูกจัน...วันนี้พอจะมีข่าวดีไหมคะ”พี่นิดถามหลังจากที่เห็นฉันเปิดประตูเข้ามาในห้องยามเย็น หลังจากที่ฉันออกไปหางานทำตั้งแต่เช้าก่อนที่ปฏิกิริยาของฉันที่มาพร้อมกับสีหน้าสลดนั้นจะเป็นคำตอบได้ดีถึงผลลั
“ฮึก...ฮึก...พี่นิดค่ะ...ฮึก...ฮึก”เสียงสะอึกสะอื้นที่แม้จะมีคำพูดมากมายอยากจะพูดกับคนตรงหน้าแต่กลับพูดไม่ออกทำได้เพียงแค่เรียกชื่อด้วยความตื้นตันใจเท่านั้น“ไม่เป็นไรนะคะ ไม่เป็นไร พี่เชื่อว่าคุณลูกจันกับคุณท่านจะผ่านมันไปได้นะคะ”มือบางที่อบอุ่นที่สุดในยามนี้ยื่นมาลูบหลังที่สั่นไหวเบา ๆ ด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ สายตาที่มองร่างบอบบางอย่างรู้สึกเวทนาในชะตาของหญิงสาวเพียงแต่ด้วยสถานะของคนปลอบนั้นเธอเองจึงทำได้ดีที่สุดเพียงเท่านี้“ขอบคุณนะคะ...ฮึก...ฮึก...ขอบคุณจริง ๆ บุญคุณครั้งนี้ลูกจันจะไม่มีวันลืมเลย”“ไม่เป็นไรนะคะ นิ่งซะนะยังไงคุณลูกจันยังมีคุณท่าน คุณท่านยังรอคุณลูกจันอยู่นะคะ” (^-^)พี่นิดเอ่ยปลอบอีกครั้งก่อนที่เราจะช่วยกันวางแผนชีวิตในลำดับต่อไป และหลังจากที่ออกจากห้างสรรพสินค้าแล้วพวกเราก็ได้พากันไปหาห้องเช่าเพื่อที่จะพาคุณพ่อกลับไปพักผ่อน...กระทั่งเมื่อได้ห้องพักโดยการจัดการของพี่นิดแล้ว ฉันก็ให้พี่นิดอยู่รอที่ห้องพักเลย ส่วนฉันก็เลือกที่จะกลับไปรับคุณพ่อที่โรงพยาบาลเพียงลำพัง...หลังจากที่ฉันได้เคลียร์ค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันก็พาคุณพ่อกลับมายัง
“โธ่...คุณลูกจัน ทำไมเรื่องราวมันถึงเลยเถิดไปได้ถึงขนาดนี้กันล่ะคะ”นิดถึงกับถอนหายใจรู้สึกปลงตกกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งได้รับฟังมา และแม้ว่าจะรู้อยู่แล้วว่าทุกอย่างมันจะไม่เหมือนเดิม แต่ตนเองก็ไม่คิดว่ามันจะพังทลายได้ถึงขนาดนี้...ความเงียบเข้าปกคลุมหลังจากที่ฉันเล่าทุกอย่างให้พี่นิดฟัง แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าพี่นิดจะคิดยังไง เพราะถ้าให้บอกตามตรงในเวลานี้พี่นิดก็เท่ากับว่าได้ตกงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ว่าพี่นิดจะคิดยังไงจะอยู่หรือว่าจะไปจากฉัน แต่สิ่งที่ฉันตั้งใจเอาไว้เลยก็คือหลังจากที่ฉันขายพวกเครื่องประดับพวกนี้ได้เงินมาแล้วฉันจะแบ่งเงินส่วนหนึ่งให้พี่นิดไปตั้งตัวด้วย เพราะรู้สึกซึ้งใจที่นับตั้งแต่เกิดเรื่องกับครอบครัวฉันมาพี่นิดเป็นคนงานเพียงคนเดียวที่ยังยืนหยัดอยู่กับฉันมาจนถึงวินาทีนี้ ส่วนคนงานคนอื่นกลับหนีหายไปตั้งแต่วันที่มีอันธพาลมาอาละวาดที่บ้านวันนั้นแล้วหัวใจที่เต้นระรัวด้วยกลัวว่าพี่นิดจะชิ่งหนีไปก่อนหลังได้รับฟังความจริงก็ค่อย ๆ พลันสงบลงอย่างคนที่ปลงตกและคิดได้ เพราะถ้าหากพี่นิดคิดจะจากฉันไปมันก็เป็นสิทธิ์ของเขาจากนั้นไม่นานรถโดยสารสาธารณะส่วนบุคคลก็พาเราสองคนมาถึงห้า
ณ โรงพยาบาล M พรีเมียมฉันพาร่างที่สะบักสะบอมกลับมายังห้องพักผู้ป่วยที่ยังเหลือคนที่มีสายเลือดใกล้ชิดเพียงคนเดียวในชีวิตของฉันอยู่ ภาพของพ่อที่ยังคงนอนแน่นิ่งแม้ว่าคุณหมอจะแจ้งว่าเป็นผลจากอาการช็อกและผลจากการเป็นอัมพาตก็ตาม แต่ฉันกลับรู้สึกว่าในเวลานี้บนโลกใบนี้คงเหลือแค่ฉันเพียงคนเดียวเท่านั้น“ฮึก...ฮึก...พ่อค่ะ...ฮือออออ ~~”ฉันพุ่งตัวเข้าไปกอดพ่อด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นตีมวนไปหมด ความเจ็บปวดที่ระบมไปทั่วทั้งตัวเมื่อรวมเข้ากับความรู้สึกแหลกสลายที่อยู่ในใจแล้วมันกลับทำให้ความอ่อนแอที่ฉันตั้งใจจะกดมันเอาไว้เพื่อให้คนข้างนอกเห็นว่าฉันเข้มแข็งไม่เป็นอะไรได้พรั่งพรูออกมาเกินกว่าจะทนไหวใบหน้าที่แนบไปกับหน้าอกของผู้เป็นบิดาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลจนเสื้อผู้ป่วยชื้นแฉะกลับไม่ทำให้ความรู้สึกปวดร้าวที่เกิดขึ้นหายไปได้เลยสักนิด น้ำตาที่ยังคงหลั่งไหลออกมาไม่หยุดเหมือนต้องการให้มันไหลออกมาให้หมดเพื่อที่วันหน้าฉันจะได้ไม่ต้องเสียใจให้กับเรื่องพวกนี้อีกแล้ว...กระทั่งเมื่อเสียงสะอื้นค่อย ๆ แผ่วลงหลังจากที่ฉันร้องไห้อยู่สักพัก อีกทั้งความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่อัดแน่นก่อนหน้านี้ก็เริ่มจะคลายลง ฉันที่ค่อ
แกร๊งๆๆๆ“ใครเอาโซ่มาคล้องไว้กันนะ...??”ฉันจับไปยังโซ่เส้นโตที่คล้องประตูบ้านฉันเอาไว้ก่อนจะเขย่ามันอย่างแรงจนเกิดเป็นเสียงดังลั่น ก่อนจะตะโกนลั่นด้วยความโกรธเคือง“เปิดเดี๋ยวนี้นะฉันบอกให้เปิด...นี่มันบ้านของฉันนะ...!! มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้”และในขณะที่ฉันกำลังโวยวายอยู่นั้นในจังหวะที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างทั้งร่างก็พลันถูกผลักล้มลงกระแทกพื้นด้วยแรงอันมหาศาลทันทีตุบ...!!“อะ...โอ๊ย...!!”“มาโวยวายอะไรตรงนี้ ออกไป...!!”เสียงคำรามน่าหวาดหวั่นของคนตัวโตที่มีลักษณะของนักเลงเอ่ยตวาดหลังจากผลักฉันให้ออกไปจากรั้วประตูบ้าน“นะ...นี่มันบ้านฉันนะ นายเป็นใครถึงมาทำแบบนี้กับฉัน...!!”หลังจากที่ฉันหยัดตัวลุกขึ้นมาจากพื้นได้ฉันก็แว้ดใส่ผู้ชายหน้าโหดทันที“ฮ่าๆๆ บ้านมึงหรอนี่มันบ้านเจ้านายกูโว้ย...ไสหัวไปซะไม่อย่างนั้นกูอาจจะทำปืนลั่นใส่กบาลมึงเอาได้ แต่เอ...หน้าตาแบบนี้หรือจะเอาทำเมียก่อนดีแล้วค่อยฆ่าทิ้ง ฮ่าๆๆๆ”คนกักขฬะพูดจาร้ายกาจพร้อมกับเดินย่างสามขุมมาหาฉัน โดยที่คำพูดเหล่านั้นมันเริ่มทำให้ฉันกลัวจนต้องเดินถอยหนี“พูดแบบนี้ไม่กลัวติดคุกหรือไง”ฉันพูดออกไปทำเหมือนไม่เกรงกลัว แม้ว่าตัวเอง







