Mag-log in“องค์ชายห้า คุณหนูจางตกบันไดไม่ได้สติพ่ะยะค่ะ!!!”
ลู่เสียนที่ยืนมองร่างตัวเอง ที่นอนนิ่งอยู่กับพื้น นางจำได้ว่ามีคนผลักนาง!!! นางมองไปด้านบนที่นางตกลงมา พบผู้หญิงชุดขาวยืนมองนางอยู่ที่น่าแปลกคือนางผู้นั้น มีหน้าตาเหมือนลู่เสียนยิ่งนัก ผู้หญิงชุดขาวเดินลงมาอย่างสง่า องค์ชายห้าที่วิ่งมาอย่างร้อนรน เขาเดินผ่านร่างของผู้หญิงชุดขาวลงมา เหมือนกับนางเป็นอากาศที่พวกเขามองไม่เห็น
“อาจารย์ อาจารย์ ฟื้นสิ จิ้งจอกน้อย เจ้าเป็นอะไร”
องค์ชายห้าออกมาอย่างร้อนรน ก่อนอุ้มลู่เสียนที่สลบไม่ได้สติออกไป
“อย่าคิดว่าเขาชอบเจ้า พวกเขาแค่ชอบหน้าตา และเรือนร่างของข้า เท่านั้น”
ผู้หญิงชุดขาวพูดขึ้นก่อนจะปรายตามองลู่เสียนนิ่ง
“ท่านคือ แม่นางฟางเซียน???”
“หึ....ชั้นต่ำเช่นเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาเรียกชื่อข้า!!! เจ้าทำร่างกายข้าสกปรกมามากพอแล้ว.....”
“แต่ท่านเซียน.....”
“หากเจ้าอยากละโมบอยู่ที่นี่ต่อก็เรื่องของเจ้า แต่ร่างนั้นเป็นร่างข้า ข้าจะเอาร่างข้าคืน!!!”
พูดจบนางก็หายตัวไปทันที ลู่เสียนที่ได้ฟังก็รู้สึกงง สรุปแล้วนางไปเกิดได้แล้วใช่ไหม แล้วไปเกิดอย่างไงช่วยบอกกันก่อนไปก็ไม่ได้ แล้วตอนนี้จะให้นางทำอย่างไง!!!
“ท่านเทพฉินซี ท่านเทพซีห่าว!!! อย่างน้อยก็มาอธิบายหน่อยสิ”
ตำหนักองค์ชายห้า
“ท่านจะพานางไปไม่ได้!!!”
องค์ชายห้าพูดหลังจากที่องค์ชายสองกำลังจะพาลู่เสียนไปรักษาที่ตำหนัก หลังจากที่พาลู่เสียนมารักษา องค์ชายสองที่รู้ข่าวอาการป่วยก็มาที่ตำหนักขององค์ชายห้าทันที
“เจ้าปกป้องนางไม่ได้!!!”
“แล้วท่านเป็นอะไรกับนางล่ะ ถึงจะเอานางไป ในฐานะที่ข้าเป็นศิษย์ ย่อมต้องดูแลอาจารย์”
ขวับ!!!
องค์ชายสองที่ได้ยินดังนั้น จึงชักกระบี่ไปพาดที่คอขององค์ชายห้า ด้วยอารมณ์โกรธ นางเป็นของเขา ใครก็ไม่มีสิทธิ์เอานางไป
“หยุดได้แล้ว...”
องค์ชายสี่ที่นั่งจิบชามองทั้งสองทะเลาะกันก็พูดขึ้นมาด้วยความรำคาญใจ.... พอได้ยินว่านางบาดเจ็บเขาก็รีบมา ตอนนี้ถึงจะทำเป็นใจเย็น แต่ใจจริงเขาแทบจะเข้าไปอุ้มนางกลับตำหนักแล้วขังไว้ไม่ให้ไปไหน....
“นางรักษาขาข้าจนหาย ตอนนี้เป็นการตอบแทน ก็ให้ข้าเป็นคนดูแลนางเถอะ”
องค์ชายห้ามององค์ชายสี่กับองค์ชายสองสลับกันไปมา พลางคิดว่าหากเทียบความน่าไว้ใจ ย่อมเป็นพี่สี่ เห็นทีเขาคงต้องยอมพี่สี่สักครั้ง หากยังดื้อดึง นางอาจจะไปอยู่ตำหนักพี่สองได้.....
“ท่านพานางไปได้.....”
องค์ชายสองเดินมาหยุดที่หน้าองค์ชายสี่นิ่ง ก่อนจะเอากระบี่ไปจ่อที่ขาทั้งสองข้างขององค์ชายสี่
“หากเจ้าทำอะไรนาง ขาทั้งสองข้างที่นางรักษา ข้าจะเป็นคน ตัดมันออกแล้วสับเป็นชิ้นให้เจ้ากิน!!!!”
ลู่เสียนที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ตลอด นางมองการกระทำของทั้งสามก่อนจะถอดหายใจออกมา นางในตอนนี้ควรจะทำอย่างไรต่อดี ท่านเทพที่นางเรียกก็ไม่ออกมาให้นางเจอ ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็พูดอะไรมีเงื่อนงำ
“ข้าอยากไปกับองค์ชายสอง.....”
เสียงผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงพูดออกมาอย่างแผ่วเบา ร่างบางค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะลูบหน้าตัวเองอย่างพอใจ
“กลับมาแล้ว....”
นางพึมพำกับตัวเองอย่างแผ่วเบา แต่เป็นลู่เสียนที่เป็นวิญญาณในตอนนี้ได้ยิน ในเมื่อนางอยู่นี่ งั้นคนที่อยู่ในร่างตอนนี้ก็คือ.....ฟางเซียน
“ลู่เสียน”
องค์ชายสองเข้ามาหาฟางเซียนคนแรก เขากุมมือนางแน่น ก่อนจะยิ้มอย่างดีใจที่นางฟื้นขึ้นมา....
“อาจารย์ / ลู่เสียน....”
องค์ชายห้าและองค์ชายสี่ที่พึ่งเข้ามาเรียกชื่อนางอย่างแผ่วเบา ได้แต่มองภาพตรงหน้านิ่ง ลู่เสียนที่มององค์ชายสองด้วยสายตาหวานชื่น นางปรายตามองพวกเขา......
“องค์ชายสอง พาข้ากลับตำหนักท่านเถอะเพคะ.....”
พูดจบฟางเซียนก็ซบลงที่อกแกร่งขององค์ชายสอง นางมองไปที่องค์ชายห้าและองค์ชายสี่ ด้วยสายตารังเกียจ หึ หญิงชั้นต่ำ ผู้ชายของเจ้า ข้ารังเกียจยิ่งนัก
“แต่ว่าลู่เสียน เจ้ากับข้า...”
“พวกท่านได้โปรดอย่ามา ยุ่งกับข้าอีก ใจข้ามีเพียงองค์ชายสองเท่านั้น”
องค์ชายสองที่ได้ยินนางพูดแบบนี้ก็หัวใจพองโต เขายิ้มออกมาอย่างพอใจ ก่อนจะอุ้มนางในท่าเจ้าสาว
“ลู่เสียน เจ้าเป็นอะไรไป!!!”
“ข้าแค่เกลียดพวกท่าน”
“แต่เมื่อคืนเจ้ายะ....”
“แล้วยังไง เพคะ”
นางพูดตัดบท ก่อนจะมองไปที่องค์ชายสี่ด้วยสายตารังเกียจ
“ไหนเจ้าว่าจะไม่แต่งให้ผู้ใดอย่างไรเล่า!!!!”
“องค์ชายสองไปกันเถอะเพคะ หม่อมฉันทนมองหน้าพวกเขาไม่ได้แล้ว”
“ในเมื่อนางเลือกข้า น้องสี่ และน้องห้า พวกเจ้าก็ควรหยุดเพ้อฝันในผู้หญิงของข้าได้แล้ว”
พูดจบเขาก็อุ้มนางออกไป ทิ้งในองค์ชายสี่และองค์ชายห้า หน้าชากับคำพูดของนาง... ลู่เสียนที่มองเหตุการณ์ทั้งหมด มององค์ชายทั้งสองด้วยความเห็นใจ
ศาลาริมสระบัว
“น้องห้า..ข้าชอบนาง เหตุใดนางใจร้ายนัก...”
“พี่สี่ท่านเลิกดื่มเถอะ”
ลู่เสียนที่นั่งมององค์ชายทั้งสองดื่มสุรา ที่ตำหนักองค์ชายห้า โดยมีแม่นางลี่ถัง บรรเลงเพลงสร้างบรรยากาศ องค์ชายสี่ที่ดื่มเพียงไม่กี่จอกก็มีอาการเมามาย ส่วนองค์ชายห้าตอนนี้กับไม่มีท่าทีว่าจะเมาเลยสักนิด เขาทำหน้าเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
“นางผลักไสข้า ถึงขนาดบอกว่าเกลียดข้า.....”
“พี่สี่ท่านเมาแล้ว ข้าจะให้คนพาท่านกลับตำหนัก”
“หรือนางโกรธข้า ที่ไม่ยอมแต่งชายา.....”
“ท่านคิดมากแล้วพี่สี่ พวกเจ้ามาพาพี่สี่กลับตำหนักได้แล้ว”
องครักษ์ที่ได้ยินก็มาพยุงนายตัวเองที่ตอนนี้มีสติเพียงเลือนราง เอาแต่พร่ำเพ้อ ว่าจะแต่งชายา
“น้องห้า หากข้าแต่งชายา....นางจะเลิกเกลียดข้าไหม”
“พี่สี่..ท่านในยามปกติฉลาดยิ่งกว่าใคร เหตุใดตอนนี้โง่งมเช่นนี้ นางในตอนนี้อาจจะไม่ใช่นางก็เป็นไปได้...”
องค์ชายห้ามององค์ชายสี่ที่โดนพยุงกลับตำหนักไป ลู่เสียนเองก็ตามองค์ชายสี่ไปด้วยความเป็นห่วง นางหวังว่าเขาจะไม่คิดทำอะไรบ้า ๆ หรอกนะ จะแต่งชายา ก็ต้องเป็นคู่ครองที่มีด้ายแดงสิ หากให้เขาแต่งคนอื่น ชีวิตเขาจะมีความสุขได้ยังไง
ตำหนักองค์ชายสี่ ห้องบรรทม
“ลู่เสียน.....”
องค์ชายสี่ที่เมามาย พึมพำชื่อลู่เสียนอย่างแผ่วเบา ลู่เสียนมองใบหน้าขององค์ชายสี่ด้วยสีหน้าเป็นห่วงอย่างไม่รู้ตัว นางและเขามีความรู้สึกบางอย่างต่อกันนั้นเป็นเรื่องจริง แต่นางเองก็เลือกที่จะห้ามตัวเองไว้อย่างเช่นท่านเทพซีเคยเตือนนาง ว่าองค์ชายต่างมีคู่ครองที่ถูกกำหนดไว้แล้ว นั่นหมายความว่านางและเขานั้นเป็นไปไม่ได้...
“ข้าขอโทษ....อย่าเกลียดข้าเลยนะ”
ลู่เสียนพยายามจะลูบไปที่ใบหน้า แต่ไม่สามารถทำได้ มือของนางทะลุผ่านใบหน้าของเขาไป ข้าควรทำยังไงถึงจะชดใช้ให้ชายผู้นี้ได้
“ลู่เสียน...”
องค์ชายสี่ยังคงพร่ำเพ้อถึงนาง จนไม่นานก็หลับไป ส่วนลู่เสียนที่เป็นวิญญาณหลังจากเห็นองค์ชายสี่หลับ ลู่เสียนตัดสินใจออกมาเดินที่สวน เพื่อทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นวันนี้ แล้วแม่นางฟางเซียนต้องการอะไรกันแน่
“ท่าน!!! ทำไมเป็นแบบนี้ ทำไมเป็นวิญญาณ!!! ”
ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า
ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท
ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“
“เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม
1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย
ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว




![เฟิ่งหวง [鳳凰]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


