LOGIN“ข้าตั้งใจจะแต่งบุรุษเข้าจวน”
“........”
“เรื่องของท่านและข้าขอให้จบเพียงเท่านี้เถิด....”
“ทำไมเจ้าถึงได้....”
“ข้าเองก็มีเหตุผลของข้า ข้าขอให้ท่านใช้ชีวิตให้มีความสุข ข้าอยากให้ท่านและข้าเป็นสหายที่ดีต่อกัน”
ลู่เสียนพูดจบก็เดินออกไปแต่ก็โดนดึงมือไว้ นางหันไปสบตากับองค์ชายสอง ที่ตอนนี้มองมาที่นางเหมือนผิดหวัง หากข้าเป็นฟางเซียนจะรู้สึกเช่นไรกันนะ
“หากท่านยังดึงดันจะอยู่กับข้า เห็นทีต้องแต่งเข้าสกุลจางแล้วเพคะ ท่านจงคิดดี ๆ หากเป็นเช่นนั้นท่านจะไม่อาจ เป็นรัชทายาทได้....ขอทรงไตร่ตรองดีดีเพคะ”
ลู่เสียนยิ้มจาง ๆ ให้องค์ชายสอง องค์ชายสองปล่อยมือของลู่เสียนเป็นอิสระ พร้อมมองลู่เสียนที่เดินออกจากห้องด้วยความรู้สึกมากมาย ข้าควรทำเช่นไรดี......
ตำหนักองค์ชายสาม
ลู่เสียนเดินเข้ามาในตำหนักที่เงียบสงบ ไม่มีแม้แต่นางกำนัล ด้านในทรุดโทรม มีใบไหม้และกิ่งไม้แห้งมากมายตามพื้นบ่งบอกว่าไม่มีผู้ทำความสะอาดและดูแลตำหนักแห่งนี้มาหลายปี เท่าที่นางรู้องค์ชายสามถูกฝ่าบาททอดทิ้งตั้งแต่เด็ก สาเหตุเกิดจากข่าวลือว่า ฮองเฮาในอดีตที่เป็นมารดาขององค์ชายสามเป็นปีศาจทุกคืนจันทร์เต็มดวง ผมของนางจะเป็นสีขาว ดวงตาสีทอง และคอยดูวิญญาณนางกำนัลในตำหนัก จึงทำให้ฝ่าบาททรงสั่งประหารนางและแขวนศพนางไว้นอกเมือง ส่วนองค์ชายสามก็ทรงถูกปลิดชีพตามนางไปเช่นกัน.........
“ลู่เสียน...เจ้ามาแล้วหรอ....เข้าร่างได้แล้วใช่หรือไม่.....ข้ากับชอบร่างเดิมของเจ้ามากกว่า...”
หากองค์ชายสามสิ้นพระชนม์ แล้วที่นั่งรินชา เชิญชวนนางนั่ง คือผู้ใดเล่า!!! ว่ากันว่าข่าวลือเชื่อไม่ได้เป็นเรื่องจริง นางมั่นใจว่าเขาคือองค์ชายสาม
“ไม่คิดว่าจะมาหาข้าเป็นคนแรก หรือเจ้าคิดจะแต่งข้าเข้าจวนสกุลจางเป็นบุรุษคนแรกกัน”
องค์ชายยิ้มล้อเลียนนาง บ้าจริงไม่มีอะไรที่องค์ชายสามผู้นี้ไม่รู้เลยหรือไง ลู่เสียนเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตรงข้าม ก่อนจะเริ่มเอ่ยจุดประสงค์ที่มา แต่ก็ถูกองค์ชายสามห้ามไว้
“หากจะมาถามเรื่องน้องสี่ ย่อมบอกได้ แต่ข้าจะได้อะไรจากการบอกเรื่องนี้”
“ท่านอยากได้อะไร”
“เจ้ารู้สึกว่าตำหนักข้ามันดูทรุดโทรมไปหรือไม่”
“เหอะ....”
ลู่เสียนรู้จุดประสงค์ขององค์ชายสามทันที นางเหมือนจะจำได้ว่าองค์ชายสามผู้นี้มีจุดอ่อนคือสตรีใช่ไหมนะ ลู่เสียนยิ้มยกขึ้นมาอย่างเจ้าเล่ห์
“ท่านพี่สาม.......”
“อะไรของเจ้า”
ลู่เสียนเดินเข้าไปใกล้ ก่อนใช้มือลูบที่บ่าขององค์ชายสามช้า ๆ องค์ชายสามได้แต่ขมวดคิ้วเหมือนกำลังคิดบางอย่าง
“แค่น้องสี่ น้องห้า น้องหก น้องเจ็ด เจ้ายังไม่พอใจหรือ”
“แต่ข้าอยากแต่งท่านเข้าจวนที่สุดเจ้าค่ะ...”
พูดจบลู่เสียนก็เอนตัวเข้าไปใกล้ จนใบหน้าห่างองค์ชายสามไม่ถึงคืบ ลู่เสียนยิ้มจาง ๆ
“จะ...จะ..เจ้า..เป็นมารน้อยเหมือนที่น้องห้าบอกหรือไง..”
องค์ชายสามลุกขึ้นเดินหนีทันที เขาได้แต่บอกตัวเองให้ตั้งสติ ห้ามแม้แต่จะคิดหลงเสน่ห์นาง แต่ที่เรียกนางว่า นางมารน้อย คงเป็นเพราะผู้คนบอกว่ามารมักมีรูปโฉมงดงามเพื่อล่อลวงมนุษย์ และใช่นางนั้นงดงามจนเขาเองก็เกือบ หลงใหลอยู่หลายครา คงต้องออกหากนางก่อนจะเกิดเรื่องเช่นนั้นจริง ๆ เหมือนที่ท่านแม่บอก มนุษย์หรือมารนั้นไว้ใจไม่ได้
“น้องสี่วางยาพระชายาในคืนเข้าหอ ทำให้นางในตอนนี้มิอาจเดินหรือขยับได้ ส่วนเหตุผลข้าไม่รู้ ถ้าได้รู้ในเรื่องที่ต้องการแล้วจงไปได้แล้ว....”
ลู่เสียนยิ้มออกมา แต่นางก็นึกสนุกจึงจับมือองค์ชายสามขึ้นมาบรรจงจูบลงบนหลังมืออย่างนุ่มนวล ก่อนจะเงยหน้ายิ้มหวานให้องค์ชายสาม พบว่าตอนนี้เขามองนางไม่วางตา
“ขอบพระทัยเพคะ แต่หม่อมฉันพูดจริงนะเพคะ ที่อยากแต่งพระองค์เข้าจวน”
องค์ชายสามมองลู่เสียนที่เดินออกไป ก่อนออกจากตำหนักนางหันมายิ้มให้เขาและโบกมืออำลาด้วยความสดใส องค์ชายก้มมองหลังมือที่ลู่เสียนพึ่งบรรจงจูบเมื่อสักครู่ ก่อนจะยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
อ่า....ท่านแม่....ลูกคิดว่าลูกตกหลุมพรางนางมารเช่นนางแล้ว.....
ตำหนักที่พักลู่เสียน
ลู่เสียนนอนอยู่บนเตียงมองเพดานห้อง ในห้องที่มืดสนิทไม่จุดแม้แต่เทียน อาศัยแค่แสงจากดวงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา ลู่เสียนในตอนนี้กำลังทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมากมายในตอนนี้ ตอนนี้องค์ชายทั้งหกพระองค์ก็สามารถมีบุตรได้แล้ว เหลือแค่องค์ชายใหญ่ ที่ตอนนี้อยู่ชายแดน ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าไม่ว่าสตรีนางใดกล้าปีนขึ้นเตียง ตอนเช้าจะได้พบเป็นศพแขวนประตูเมืองทุกคน องค์ชายผู้นี้ปัญหามันเกิดจากตรงไหนกันนะ.....
พรึบ!!
“ใคร..ว๊ายยยย...”
10นาทีผ่านไป
ลู่เสียนมององค์ชายสองที่นอนอยู่ข้างนาง เขาหลับตาสนิท หายใจเป็นจังหวะทำให้รู้ว่าเขาได้หลับไปแล้ว เมื่อ 10 นาทีที่แล้ว องค์ชายสองบุกเข้ามาหานางถึงห้องก่อนจะกระโจนขึ้นเตียงของนาง เขาในตอนนี้ดูเมามายไม่ได้สติเอาแต่เพ้อชื่อนางก่อนนะหลับไป ส่วนองครักษ์เงานางเรียนจนคอจะแตกแต่ก็ไม่มีวี่แวว เลยต้องมานอนเตียงเดียวกันแบบนี้
ลู่เสียนนอนหันไปทางองค์ชายสอง ก่อนจะมองสำรวจใบหน้าคม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักได้รูป ช่างเป็นบุรุษรูปงามที่ดูดุดันซะจริง ลู่เสียนยิ้มออกมา
“หากท่านไม่แสวงหาอำนาจ ข้าอาจจะคิดแต่งท่านเข้าจวนแน่ๆ”
ลู่เสียนส่ายหัวไล่ความคิดไร้สาระ ก่อนจะหลับตาลงช้า ๆ นางเองในวันนี้ก็เหนื่อยเหมือนกัน....ตอนแรกคิดจะไปหาองค์ชายสี่ แต่หากไปจะพูดว่าอะไร เขาจะจำนางได้หรือเปล่าสู้พรุ่งนี้ ขอร้ององค์ชายสามให้พาไปยังจะง่ายกว่า.....นางคิดเรื่องต่าง ๆ นานา ก่อนจะหลับไป......
“อ๊าห์......ซี๊ดดดดดด......ใกล้แล้ว...อีกนิด.....ลู่เสียนข้ารักเจ้าที่สุด.....ซี๊ดดดดดด”
เสียงครางต่ำของคนข้าง ๆ ดังขึ้น พร้อมกับความรู้สึกเหมือนมือกำลังกำอะไรอยู่เมือก ๆ ร่างกายของลู่เสียนตอนนี้ก็รู้สึกหนาวเหน็บ หน้าอกทั้งสองของลู่เสียนรู้สึกเหมือนโดนบีบเคล้น ลู่เสียนบิดตัวไปด้วยความเสียวซ่าน ดอกไม้สาวของนางในตอนนี้รู้สึกถึงมือนิ้วของใครบางคนกำลังแทรกเข้าไปในกลีบดอกไม้ของนาง
“อ๊าห์...ไม่ไหวแล้ว......ซี๊ดดดดดด”
ลู่เสียนที่หลับตาขมวดคิ้วทันทีที่การสัมผัสร่างกายของนางหยุดลงมือของนางรู้สึกถึงเมือกเหนียว ๆ ลู่เสียนลืมตาขึ้น ก่อนจะมองไปที่ชายข้าง ๆ พบว่าเขาตกใจที่เห็นนางตื่นขึ้นมา มือของนางในตอนนี้จับอยู่ที่ท่อนเอ็นขององค์ชายสอง อีกทั้งร่างกายนางและเขาไม่มีแม้แต่เสื้อผ้าสักชิ้นเดียว ลู่เสียนปล่อยมือออกจากท่อนเอ็นขององค์ชาย ก่อนจะมองไปที่น้ำเมือกสีขาวขุ่นที่ติดมาที่นิ้วเรียวของนาง
“ลู่เสียนคือว่าข้า......”
“ท่านทำไม”
“ข้าขอโทษ ข้ารู้ว่าเจ้าชอบให้ข้าถนอมเจ้า ไม่ให้ทำรุนแรงเช่นนี้ ข้า....”
รุนแรง??? นี่นะหรือรุนแรง ชายผู้นี้รักฟางเซียนขนาดไหนกันนะ ดูก็รู้ว่าอยากจะขย้ำนางขนาดไหน แต่กับทำเพียงแค่ลักหลับ??? ลู่เสียนมองเมือกสีขุ่นที่นิ้วเรียว
“มาที่นี่เพื่อให้คำตอบข้าใช่หรือไม่”
องค์ชายสองมองไปที่ลู่เสียน ใช่เขาได้คำตอบแล้ว จริง ๆ แล้วหากมีอำนาจแล้วไม่มีนางเขาก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน....
“ข้าจะแต่งให้เจ้า....น้องหญิงของข้า”
ลู่เสียนยิ้มยกคำตอบอย่างพอใจ ก่อนจะดูดเลียน้ำเมือกสีขาวขุ่นที่นิ้วจนหมด องค์ชายสองที่เห็นเช่นนั้นก็ตาโต นางกินน้ำของเขางั้นหรอ...
“ขมหน่อย ๆ วันหลังท่านควรกินผลไม้บ้างเพื่อข้า...”
“จะ...จะ..เจ้า...ยอมกินน้ำของข้าหรอ...”
“ไม่ใช่แค่น้ำนะเจ้าคะ.....แต่จะทำตามที่ท่านต้องการทุกอย่าง...”
“ทุกอย่าง เจ้ามั่นใจใช่ไหม”
องค์ชายสองถามออกมาอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ ชายารองของเขายังไม่อาจรับไหวเลย ลู่เสียนที่บอบบางดังหยกขาวเช่นนางมีหรือจะทนเขาได้ หากนางกลัวจนทอดทิ้งเขาอีกรอบเล่า ลู่เสียนเห็นแววตากังวลขององค์ชายสอง นางกระโจนเข้าไปจูบองค์ชายสองอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะถอดจูบออกมา
“ทุกอย่างเพคะ ไม่ว่าพระองค์จะมัด หรือตีหม่อมฉันยังไง ก็จะยังคงแต่งพระองค์เข้าจวนเพคะ”
ลู่เสียนยิ้มออกมา ส่วนองค์ชายสองได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ ก่อนจะลุกออกจากเตียง ลู่เสียนมองอย่างไม่เข้าใจ
“รอที่เตียง...”
องค์ชายสองพูดเสียงเรียบ ก่อนจะก้มลงไปหยิบอะไรบางอย่างจากชุดของเขา เมื่อได้ของที่ต้องการแล้วก็หันไปหาลู่เสียน ลู่เสียนเองก็ยกยิ้มขึ้นมานางมององค์ชายสองไม่ผิดจริง ๆ หลังจากที่เห็นเชือกและผ้าบาง ๆ ในมือขององค์ชาย
“เจ้าเปลี่ยนใจได้นะ”
“มาเถิดเจ้าค่ะ ข้ารอให้นายท่านมัดข้าอยู่”
ลู่เสียนเริ่มสวมบทบาทเป็นสาวใช้ องค์ชายที่เห็นแบบนี้ยิ้มยกอย่างพอใจ ก่อนจะขึ้นนั่งบนเตียงไป จับเอาเชือกมามัดลู่เสียนมันเริ่มจากวางพาดบนหน้าอก ก่อนจะดึงให้ตึงไปทางด้านหลัง แล้วจะวนกลับมาคล้องใต้หน้าอกของลู่เสียนอีกครั้ง หลังจากนั้นก็วนพันเชือกอยู่แถวหน้าอกไปมา
“อ่าส์......”
ลู่เสียนเผลอครางออกมาเสียงต่ำ ทันทีที่องค์ชายสองดึงเชือกให้ตึง ทำให้รัดช่วงบนจนแน่น ตอนนี้ผิวขาวเริ่มมีรอยแดง
“เจ้าเอาแขนมาไขว้หลัง”
“เจ้าค่ะนายท่าน”
ลู่เสียนทำอย่างว่าง่าย ไม่นานแขนของนางก็ถูกมัดไว้เช่นกัน ผ้าผืนบางก่อนหน้าถูกนำมาปิดตาของลู่เสียน องค์ชายจับลู่เสียนนอนลงก่อนจะจับลู่เสียนแยกขาออก
“เจ้ารู้ความผิดหรือไม่”
องค์ชายสองใช้มือ ค่อย ๆ ลูบ กลีบดอกไม้สาวเบา ๆ น้ำสีใส ๆ ค่อย ๆ ไหลออกมา
“ข้าถามเจ้ารู้ความผิดหรือไม่”
“อ่าห์....รู้เจ้าค่ะ....บ่าวบังอาจ...ยั่ว...ซี๊ดด...ยวน....นายท่าน”
“ดี รู้ความผิดก็ดี”
“เช่นนายท่านลงโทษบ่าวให้ พอใจเจ้าค่ะ....อ่าห์.....”
องค์ชายสองกดนิ้วเข้าไปในรูสวาท ชักนิ้วเข้าออกอย่างพอใจ ลู่เสียนบิดกายไปมาด้วยความเสียวซ่าน องค์ชายสองถอนนิ้วออก ก่อนก้มลงไปดูดเลียชิมน้ำหวาน
“นายท่าน....บ่าวไม่ไหวแล้ว.....อ่าห์..”
องค์ชายสองสอดลิ้นเข้าไปในรู้สวาทอย่างชำนาญ ก่อนจะใช้นิ้วโป้งกดที่จุดอ่อนไหวของนาง ลู่เสียนแอ่นสะโพกตามด้วยความเสียวซ่าน....
“นะ...นายท่าน.....ข้าต้องการมัน......ซี๊ดดดดดดดด”
“เจ้าต้องการอะไร นิ้วข้าหรอ”
องค์ชายสองถอนปากออกจากรูสวาทก่อนจะใช้นิ้วแหย่ไปที่รูสวาทเข้าออกช้า ๆ
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ....อ่าห์..ข้าต้องการมากกว่านี้.....ได้โปรดดด”
องค์ชายสองยิ้มยกอย่างพอใจ ก่อนจะเอาท่อนเอ็นไปจ่อที่ร่องสวาท เอาถูไถร่องสวาทไปมาเพื่อต้องการแกล้งคนตรงหน้า ลู่เสียนยกสะโพกตามท่อนเอ็นไปมา
“ได้โปรดเจ้าค่ะ...ใส่มันเข้ามา..”
“ใส่อะไรล่ะ..”
องค์ชายยังคงถูไถร่องสวาทไปมา ยอมรับเลยว่า ลู่เสียนในตอนนี้ยั่วยวนเขายิ่งนัก เขาอยากจะเข้าไปกระแทกนางแรง ๆ สักที แต่ตอนนี้อยากแกล้งนาง แม้เขาเองตอนนี้จะทรมานมากก็เถอะ
“ท่อนเอ็นของท่านเอาเข้ามาได้แล้ว!!! กระแทกเข้ามาแรง ๆ เลย”
ลู่เสียนตะโกนออกมาอย่างเหลือ นางคิดผิดจริง ๆ ที่ให้เขาคุมเกม กลายเป็นนางเองที่ต้องการมากขนาดนี้ องค์ชายสองยิ้มอย่างพอใจก่อนจะกดท่อนเอ็นลงไปในรูสวาททีเดียวสุดโคน.....
“ซี๊ดดดด/อ่าห์...”
เสียงครางของทั้งสองดึงขึ้น ข้างในของลู่เสียนตอนนี้บีบรัดท่อนเอ็นแน่น องค์ชายสองกัดฟัน ก่อนจะเริ่มขยับท่อนเอ็นเข้าออกเต็มแรง เสียงเนื้อกระทบกันดังไปทั่วน้อง
พับ พับ พับ พับ
“อ่าห์...แรงอีก...แรงอีก..ซี๊ดดดดดด”
ลู่เสียนครางออกมา องค์ชายสองที่เห็นดังนั้นจึงลงน้ำหนักมากกว่าเดิม ก่อนจะจับลู่เสียนพลิกให้นอนคว่ำลง ยกสะโพกขึ้น
เพี๊ย!!!
“อ่าห์.....ลงโทษบ่าวฉันอีกเพคะ บ่าวสมควรโดน”
เพี๊ย เพี๊ย
เสียงมือขององค์ชายสองกระทบสะโพกของลู่เสียนดังขึ้น องค์ชายสองมองรอยแดงที่เกิดจากแรงตี ยิ่งทำให้เขาพอใจ นางมิได้บอบบางเช่นเข้าเข้าใจจริง ๆ สินะ องค์ชายสองจับที่ข้อมือของลู่เสียนที่โดนมัด ก่อนจะดึงเชือกให้รัดร่องอกตึงขึ้น
พับ พับ พับ พับ
“เจ้านอนกับพี่น้องของข้ามากี่คนแล้ว หะ รู้ความผิดหรือไม่...ซี๊ดดดดดด แน่น...อ่าห์”
“บ่าวมีความผิด อะ...อะ...อะ คิดยั่วยวนเหล่าองค์ชาย......ขอนายท่านลงโทษให้สาสม...”
“ดี....ซี๊ด......ในเมื่อรู้ความผิดก็จงชดใช้ อ่าห์....”
เตียงโยกสั่นไหวไปตามแรงกระแทกของทั้งสอง ลู่เสียนยกสะโพกขึ้นอย่างยั่วยวน องค์ชายสองยิ่งพอใจในการกระทำนี้ เขาใช้นิ้วนวดลงไปที่จุดเสียว พร้อมกับเร่งจังหวะกระแทก
“อะ อะ อะ ...บ่าวไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ..อ่าห์”
“ข้าก็เช่นกัน.ซี๊ดดดดด”
องค์ชายสองกระแทกท่อนเอ็นสุดแรงสองสามที ลู่เสียนเองก็ยกสะโพกขึ้นรับแรงกระแทก ก่อนทั้งสองจะตัวกระตุก พร้อมครางออกมาเสียงดังเมื่อถึงจุดสุดยอด น้ำสีขาวขุ่นถูกฉีดเข้าไปในตัวลู่เสียน.จนรู้สึกร้อนไปทั่วท้อง....
เปร๊าะ
เสียงองค์ชายสองถอดท่อนเอ็นออกจากรูสวาท ดึง องค์ชายสองมองลู่เสียนที่ตอนนี้นอนหอบหายใจด้วยความเหนื่อย นางช่างน่าเอ็นดู...
“บ่าวทำดีพอใจ นายท่านหรือไม่เจ้าคะ...”
“พอใจยิ่ง...”
องค์ชายสองเอาผ้าปิดตาและปลดเชือกออกให้ลู่เสียนอย่างเบามือ ตามตัวนางตอนนี้มีรอยเชือกเป็นรอยแดง
“เจ้างามนัก...”
“ท่านก็เอาแต่ใจยิ่งนัก”
ลู่เสียนลงไปนอนซบองค์องค์ชายสอง ที่ตอนนี้นอนยิ้มให้นางอยู่
“ลู่เสียนข้าถามได้หรือไม่”
“เพคะ” ???
“เจ้าคิดจะแต่งพี่น้องข้าเข้าจวนด้วยหรือไม่ แล้วเรื่องที่เจ้าจะแต่งบุรุษเข้าจวนได้แจ้งแก่ท่านแม่ทัพจางแล้วใช่หรือไม่”
ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า
ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท
ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“
“เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม
1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย
ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว







