Masuk“งืมมมม”
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้อง ลู่เสียนที่นอนอยู่ขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ ก่อนจะซุกหน้าลงบนผ้าห่มเพื่อหลบแสงแดด นางถูกใครบางคนจับนางขยับไปมา แต่ลู่เสียนเองในตอนนี้นางไม่มีแรงแม้แต่จะลืมตา แม้นางไม่พอใจก็ทำได้เพียงปล่อยให้เขาจับต้องร่างกายนางตามใจ
“นางเหนื่อยมาก เห็นทีคราวหน้าคงต้องถนอมนางกว่านี้”
องค์ชายสามพูดออกมา หลังจากเช็ดทำความสะอาดร่างกายให้ลู่เสียน องค์ชายชายที่เหลือในตอนนี้กำลังช่วยกันใส่เสื้อผ้าให้นางก็พยักหน้าเห็นด้วย หลังจากที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็พากันไปนั่งจิบน้ำชาที่โต๊ะด้านนอกเพราะกลัวว่าจะทำเสียงดังจนรบกวนนาง
“เดือนหน้าก็เริ่มออกเดินทางแล้ว เจ้าต้องดูแลนางให้ดี”
องค์ชายสองพูดขึ้น ก่อนจะปรายตามองไปที่องค์ชายหก ที่ทำหน้าที่นำขบวนนำเจ้าบ่าวของไปเชื่อมสัมพันธ์กับองค์หญิงต่างแคว้น
“ข้าย่อมดูแลน้องหญิงอย่างดี พวกท่านเถิดจัดการเรื่องทางนี้ให้เรียบร้อย”
องค์ชายหกพูดออกมา การที่องค์ชายจะแต่งเข้าตระกูลขุนนางย่อมเป็นเรื่องยากและไม่มีผู้ใดเคยทำ แต่ในตอนนี้องค์ชายทั้งหกต่างไม่สนใจในการแย่งชิงบัลลังก์ แต่กลับจะแต่งเข้าตระกูลจาง นั่นหมายถึง หากพวกเขาแต่งเข้ามาแล้ว ตระกูลจางจะเป็นตระกูลที่มีอำนาจสูงสุดรองจากฝ่าบาทเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนตระกูลจางเป็นตระกูลแม่ทัพมีอำนาจสั่งการทางทหาร ยิ่งทำให้ขุนนางนำเรื่องนี้มาโจมตีใส่ร้ายว่าตระกูลจางคิดก่อกบฏเป็นแน่ ขุนนางพวกนั้นไม่มีทางยอมเสียผลประโยชน์เป็นแน่
“ข้าคิดหาทางไว้แล้ว แต่อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย”
องค์ชายสี่พูดออกมา หากจะตกปลาย่อมต้องใช้เวลาสักนิด
“แล้วชายาของพวกท่านเล่าถึงพวกนางยอมแต่บิดาจิ้งจอกของพวกนางไม่มีทางยอมปล่อยเนื้อเช่นพวกท่านไปหรอก”
องค์ชายสามพูดออก การแต่งในครั้งนี้จะต้องไม่มีสิ่งใดผิดพลาด เมื่อเห็นสีหน้าของพี่น้องที่ไม่สู้ดี เขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา คนโง่ย่อมโง่ตลอดไปหรือไง....
“ข้าจะช่วย ไม่ใช่เพราะความเป็นพี่น้องของเรา แต่เป็นเพราะข้าอยากแต่งเข้าจวนนางโดยเร็วแล้ว”
“เจ้าช่างน่าสงสารนักน้องสาม”
ทันทีที่องค์ชายสองพูดจบ เขาก็ตบที่ไหล่ขององค์ชายสามเป็นการปลอบใจ ก็ใช่นะสิมีเพียงเขาคนเดียวที่ต้องถือพรหมจรรย์!!!
ลู่เสียนที่นอนอยู่ด้านใน พรือตาขึ้นมาช้า ๆ นางพยายามขยับตัวนั่งแต่ก็ยากลำบากยิ่งนัก นางรู้สึกปวดไปทั้งร่างกาย โดยเฉพาะตรงกลางดอกไม้
“เป็นอย่างไรหญิงชั่ว....”
“ท่านเทพซี”
ท่านเทพซีที่นั่งรอนางตื่น ทันทีที่เห็นนางตื่นก็รีบมายืนยิ้มทักทายนางข้าง ๆ เตียงทันที โดยมีท่านเทพฉิน ยืนอยู่ข้าง ๆ
“เจ้าดูไม่ดีนัก”
“ใครใช้ให้นางใจกล้านอนกับบุรุษทีเดียวหกคนกัน หญิงชั่วแม้ร่างเจ้าจะเป็นดอกบัวสวรรค์ แต่ใช่ว่าจะไม่เจ็บไม่ตาย และยิ่งเจ้าใช้เลือดรักษาคนมามากมาย ร่างกายเจ้ายิ่งอ่อนแอ”
หลังจากบ่นนาง ท่านเทพซีก็จับมือนางมากุมไว้ เขาหลับตาลง แสงสีทองปรากฏขึ้น ลู่เสียนรู้สึกว่านางไม่เจ็บอีกแล้ว ร่างกายที่เคยเหนื่อยก็ไม่มีอาการนั้นอีกแล้ว แสงสีทองได้หายไปท่านเทพซีมองลู่เสียนอย่างตำหนิ
“เหอะ หญิงดื้อด้านเช่นเจ้าไม่ควรช่วยเลยจริง ๆ ใครใช้ให้เจ้าทรมานร่างกายนี้ขนาดนี้ รู้หรือไม่ดอกบัวสวรรค์หายากเพียงใด...”
ลู่เสียนที่โดนตำหนิ ก้มหน้าสลดลง ท่านเทพฉินที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็ยิ้มออกมา เขาอยากจะหัวเราะให้กับอาการปากแข็งของเทพซี ดูก็รู้ว่าเป็นห่วงหญิงสาวตรงหน้าเพียงใด
“เจ้าอย่าคิดมากเกินไป ส่วนท่านห่วงนางไม่ใช่หรือไง ในตอนนั้นใครกันที่ทำท่าทีร้อนรนเมื่อเห็นว่านางกลายเป็นวิญญาณแทบจะรื้อตำหนักข้าเพื่อหาตำราช่วยนาง แล้วนี่ยังสละตบะสิบปีที่บำเพ็ญมาเพื่อรักษานาง”
“ท่าน....ห่วงข้าหรือเจ้าคะ....”
ลู่เสียนยิ้มจาง ๆ ไปทางท่านเทพซี ที่ในตอนนี้ทำเป็นหันหน้าไปทางอื่นเพื่อกบเกลื่อนสีหน้าที่แดงจัดของตัวเอง ลู่เสียนจับมือของท่านเทพซีมากุมที่แก้มนาง นางชั่ง....น่าเอ็นดู
“ขอบคุณนะเจ้าคะ ที่ห่วงหญิงชั่วเช่นข้า...”
“ข้าเปล่า”
แม้จะพูดแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้ดึงมือกลับไป เขาลูบไปที่แก้วเนียนขาว มองใบหน้าที่คิดถึงมานาน
“ข้าก็ไม่อยากขัดจังหวะหรอกนะ แต่พวกเรามีเรื่องต้องทำ เราต้องไปได้แล้ว”
ท่านเทพฉินพูดออกมา หากไปช้าแกร่งว่าจะได้ตกเป็นเป้าสายตาอีกคราแน่
“ข้าต้องไปแล้ว....”
“ท่านจะมาหาข้าอีกใช่ไหมเจ้าคะ ครั้งหน้าข้ามีของจะมอบให้ท่าน”
“ข้าต้องมาแน่นอน...”
ลู่เสียนมองท่านเทพทั้งสองที่จางหายไป ก่อนจะถอนหายใจออกมา นางไม่รู้ว่าความรู้สึกกับท่านเทพซีเป็นเช่นไร แต่นางแค่รู้สึกอบอุ่นราวกับอยู่ใกล้พระอาทิตย์ แค่เพียงมีท่านเทพอยู่นางก็ไม่กลัวสิ่งใด แม้จะด่าว่านางว่า หญิงชั่ว แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาจะไม่คิดช่วยเหลือนาง.....
“หญิงชั่วเช่นข้า อยากมีท่านอยู่ข้างกายตลอดไปนะเจ้าคะ...”
ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า
ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท
ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“
“เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม
1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย
ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว







