เข้าสู่ระบบ“หม่อมฉันขอความเป็นมาทั้งหมดที่ทำให้เหล่าองค์ชายให้กำเนิดบุตรไม่ได้เพคะ”
ตำหนักที่พัก ลู่เสียน
ลู่เสียนอ่านตำราที่กงกงให้มาอย่างละเอียด เพื่อหาทางรักษาองค์ชายแต่ละพระองค์ ที่น่าแปลกก็คือบางพระองค์เจ้านั้นยังใช้การได้ดี แต่เวลาเสพสมกับชายากลับไม่สามารถหลั่งในตัวของชายาได้ ส่วนบางพระองค์กับบ้าทำแต่สงคราม จนไม่สนใจสตรี สตรีใจกล้าคนไหนปีนขึ้นเตียงรุ่งเช้าพบมาเป็นศพทุกคน
“ให้ตายเถอะ มีคนพวกนี้อยู่บนโลกสินะ”
“อาจารย์ดูท่านจะหงุดหงิดนะ”
องค์ชายห้าที่ยืนมองลู่เสียนอยู่นานเอ่ยขึ้น
“องค์ชาย.... ไม่ใช่เพราะท่านหรือเพคะ”
“ข้าไม่ได้ตั้งใจ ใครจะคิดละว่าข้าจะเมาจนเห็นนางกำนัลเป็นเจ้า แล้วท่อนเอ็นข้ามันก็.... จนความแตกเช่นนี้”
“ท่านจะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ???”
“อาจารย์ เป็นข้าที่โดนรังแกนะ”
องค์ชายห้าทำน้ำเสียงออดอ้อน ลู่เสียนได้แต่ส่ายหัวก่อนจะกลับมาสนใจหนังสือตรงหน้าต่อ
“ท่านถามข้าก็ได้นะ”
“เจ้ากลับไปได้แล้วข้าจะพักผ่อน”
“ข้านอนด้วยไม่ได้หรือ”
“ศิษย์รัก เกรงว่าจะเลยเวลาที่ตกลงกันแล้ว เจ้ากลับตำหนักเจ้าไปได้แล้ว ข้าจะพักผ่อน”
“ข้ากำลังรู้สึกว่าข้าคิดผิด ที่เป็นศิษย์ท่าน”
ลู่เสียนได้แต่หัวเราะในลำคอก่อนจะเดินเข้าห้องไป ทิ้งให้องค์ชายห้ามองนางตาละห้อย ลู่เสียนเข้ามาในห้องก็ถอดชุดคลุมออกเหลือเพียงเสื้อบาง ๆ นางเองก็ง่วงเต็มทนแล้ว
“ทำไมเจ้ารักษามัน”
หลังจากที่ลู่เสียนลงไปนอนที่เตียงได้ไม่นาน ก็รู้สึกเหมือนมีคนมานั่งคร่อมบนตัวนาง ลู่เสียนรู้สึกเจ็บที่คางเหมือนมีใครมาบีบที่คางนางอย่างแรง ลู่เสียนลืมตาขึ้นพบองค์ชายที่นางเจอในห้องเขาเคยมองนางอย่างคาดโทษ ตอนนี้กำลังนั่งคร่อมนางอยู่
“เจ็บนะ”
“ทำไมต้องรักษามัน เจ้ามีใจให้มันใช่ไหม”
“ท่านใจเย็น ๆ ก่อน ปล่อยข้าก่อน ข้าเจ็บ”
“ลู่เสียน องค์ชายสองอย่างข้าหาใช่คนที่เจ้าจะมาหลอกได้ง่าย ๆ ข้าอดทนกับเจ้าจนถึงที่สุดแล้ว”
องค์ชายสองออกแรงบีบ มากขึ้น ลู่เสียนในตอนนี้ได้แต่คิดหาวิธีเอาตัวรอด เรื่องที่นางเก่งมีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น ยั่วยวน และการที่องค์ชายสองมีอาการหึงหวงแบบนี้เป็นไปได้ว่าองค์ชายสองต้องมีซัมติงกับฟางเซียนแน่ ๆ
“ท่านพี่ ปล่อยข้าก่อนได้ไหมเจ้าคะ”
ลู่เสียนพูดเสียงหวาน ได้ผลองค์ชายสองคลายมือออกจากคางของนาง
“เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ”
“ข้าเรียกท่านว่าท่านพี่เจ้าค่ะ ท่านชอบหรือไม่เจ้าคะ”
“เจ้าช่างเก่งเอาใจนัก นี่สิสมเป็นลู่เสียนของข้า”
เหอะ ฟางเซียนเธอทำอะไรเอาไว้บ้างเนี่ย ยังไม่ทันได้คิดอะไร ตัวของลู่เสียนก็โดนอุ้มให้ไปนั่งคร่อมบนตัวองค์ชายสองแล้ว อย่าบอกนะปกติท่านนั่งกันแบบนี้
“ข้าคิดถึงกลิ่นกายเจ้านัก”
องค์ชายสองกอดลู่เสียนแน่น ก่อนจะคลอเคลียตามซอกคอ มือทั้งสองข้างขององค์ชายสองค่อย ๆ แกะปมเสื้อจนตอนนี้ลู่เสียนด้านบนเหลือเพียงแค่เอี๊ยมตัวเดียว
“ท่านพี่ เหตุใดท่านไม่อยากมีบุตรเจ้าคะ”
ลู่เสียนถามออกไปเพราะองค์ชายสองเป็นองค์ชายที่สุขภาพแข็งแรงที่สุดและไม่มีปัญหาด้านใดเลย แต่สาเหตุที่ไม่มีบุตรก็เพราะเขาสั่งให้ชายาดื่มยาห้ามบุตรไว้ ด้วยสาเหตุที่ว่าเขาไม่อยากมีบุตรที่เกิดจากพวกนาง
“เจ้าลืมแล้วหรอ เป็นเจ้าที่ขอร้องข้ามิใช่หรือ เจ้าเอาแต่ กลัวว่าข้าจะไปรักคนอื่นมากกว่าเจ้า เลยให้ข้าสัญญาว่าจะไม่มีบุตร”
หืมมมม ฟางเซียน!!! เจ้ากำลังจะทำอะไรกันแน่เนี่ย
“แล้วหากข้าให้ท่านมีบุตรละเจ้าคะ”
“เจ้าอยากมีบุตรกับข้าหรอ”
ลู่เสียนคิดแผนดีดีออก ก่อนจะยิ้มออกมา ลู่เสียนผลักองค์ชายสองให้นอนราบลงก่อนจะพยายามแหวกเสื้อให้เห็นอกแกร่ง พร้อมบดสะโพกให้ถูไถ่ไปกับท่อนเอ็น
“ไม่คิดว่าเจ้าจะยั่วยวนเก่งเช่นนี้”
“อยากได้มากกว่านี้ไหมเจ้าคะ ท่านพี่”
“อืมมม”
องค์ชายสองเผลอครางออกมาอย่างลืมตัว ลู่เสียนลูบไล้แผงอกกว้าง พร้อมทำสายตายั่วยวน ส่วนด้านล่างก็ลงน้ำหนักขึ้น เมื่อเห็นว่าองค์ชายสองกำลังเคลิบเคลิ้ม ก็ก้มลงไปกระซิบข้างหู
“หากต้องการมากกว่านี้ ท่านก็ทำให้พระชายาท้องนะเพคะ ไม่ก็สตรีนางใดก็ได้ ถึงตอนนั้นข้าจะให้ท่านเท่าที่ท่านต้องการเลย”
“ให้ตอนนี้ไม่ได้หรอน้องหญิง”
“ไม่ได้เจ้าคะ ข้าอยากเห็นเด็กหน้าตาเหมือนท่านวิ่งไปมาในตำหนักนะเจ้าคะ”
ลู่เสียนพูดจบก็ยิ้มหวานออกมาก่อนจะลุกขึ้นไปใส่เสื้อผ้าตามเดิม หากต้องการตัวนางก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน อย่าคิดจะมาฟันกันฟรี ๆ
“น้องหญิง เจ้ายังไม่ได้ตอบข้าเลยนะทำไมถึงรักษาเจ้าห้า”
“หลังจากที่ข้าผ่านเหตุการณ์มากมายมา ข้าคิดว่าจะอุทิศตนรักษาคน อย่าว่าแต่เป็นองค์ชายห้าเลย แม้เป็นชาวบ้านข้าก็จะรักษา เพราะข้าตั้งใจไว้แล้ว ในฐานะหมอ ได้โปรดท่านพี่เข้าใจข้าด้วย”
ลู่เสียนพูดขึ้น นางแค่จำมาจากรายการทีวีที่เคยดูก่อนตายเท่านั้น อีกด้านเทพทั้งสองที่ติดตามลู่เสียนมาได้แต่ปรบมือให้กับข้ออ้างของนาง
“ท่านพี่ออกไปเถอะเจ้าค่ะ ข้าจะพักผ่อนแล้ว”
“แต่ว่า.....”
“นะเจ้าคะ ข้าขอ...”
องค์ชายสองยอมออกไปตามคำขอของลู่เสียน แต่ก่อนไปไม่ลืมที่จะดึงนางมาจูบอย่างดูดดื่ม...พร้อมกัดที่ริมฝีปากล่างของลู่เสียนจนได้กลิ่นเลือดในปาก
“จำสัญญาของเจ้าให้ดีละ..”
พูดจบก็เดินออกไปจากห้อง ลู่เสียนเองก็ได้แต่ลูบปากตัวเองเบา ๆ
“เป็นจูบที่ร้อนแรงไม่เลว...”
“เหมือนวันนี้ เจ้าจะมีแขกเยอะนะ....”
เทพซีห่าวที่เห็นว่าเหลือเพียงลู่เสียนในห้องก็เอ่ยขึ้น ก็ทั้งสองจะปรากฏตัวให้ ลู่เสียนเห็น
“ท่านเทพ!!!”
“ดูหน้านางสิ นั่นคืออาการดีใจหรืออะไรหญิงชั่ว” ซีห่าว
“เจ้าสบายดีหรือไม่” ฉินซี
ลู่เสียนที่กำลังจะตอบ ก็ต้องชะงัก เมื่อโดนซีห่าวเอามือมาปิดปากไว้
“เห็นทีวันนี้แขกเจ้าจะเยอะ ไว้พวกข้าจะมาวันหลัง”
เทพซีห่าวพูดออกมาอย่างหัวเสีย เขาสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังจะมาที่นี่ ฉินซีถอนหายใจอย่างเสียดายก่อนโบกมือลาลู่เสียนและหายตัวไปพร้อมเทพซีห่าว
“นี่ข้าตาฝาดหรืออะไร.....”
ลู่เสียนได้แต่พูดกับตัวเอง นางมั่นใจว่าเห็นท่านเทพจริง ๆ
“แม่นาง ลู่เสียน องค์ชายสี่ รอพบท่านที่สระบัว ขอเชิญท่านไปพบองค์ชายสี่ตอนนี้ขอรับ....”
เสียงองครักษ์ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องลู่เสียน ลู่เสียนได้แต่ส่ายหัวให้กับผู้ที่ไม่รู้เวลา องค์ชายสี่ถ้าจำไม่ผิดตามข้อมูล องค์ชายสี่ได้รับพิษตั้งแต่ 9 ขวบ เลยทำให้ไม่สามารถเดินได้
“หากแม่นางไม่ออกมา ข้าคงต้องเสียมารยาท”
องครักษ์กล่าวอีกครั้ง ลู่เสียนที่ไม่มีทางเลือกได้แต่เปิดประตูออกไป และเดินตามองครักษ์ไปที่สระบัว ซึ่งตอนนี้มีองค์ชายสี่นั่งจับน้ำชาอยู่ที่ศาลา
“เชิญแม่นาง”
องครักษ์และนางกำนัลที่ติดตามตอนนี้อยู่ห่างจากศาลาพอสมควร คงต้องการคุยกับนางส่วนตัวสินะ ลู่เสียนเดินตรงไปที่ศาลา พบผู้ชายที่นั่งรถเข็นไม้อยู่ แต่ที่น่าตกใจคือ ใบหน้าของชายผู้นั้นคล้ายรักแรกของนางในชาติก่อนยิ่งนัก คนที่นางทิ้งไปหาผู้ชายชั่วนั่น
“อาเฉิง.....”
ลู่เสียนวิ่งเข้าไปกอดอย่างลืมตัว ในชาติก่อนอาเฉิงเป็นรักแรกของนาง หลังจากที่เขารู้เรื่องที่นางโดนขายให้ซ่อง อาเฉิงพยายามขายทุกอย่างที่มีค่าเพื่อมาไถ่ตัวนาง แต่โชคร้ายที่อาเฉิงโดนพวกมันหลอก พวกมันเอาเงินไป ก่อนจะซ้อมอาเฉิงจนตาย...
“แม่นางลู่เสียน......”
“อาเฉิงขอโทษ ขอโทษ....”
“แม่นาง แม่นาง..”
องค์ชายสี่พยายามดันลู่เสียนออก พร้อมเขย่าตัวให้นางได้สติ นางชั่งแปลกประหลาด เดิมทีต้องการจะคุยกับนางเรื่องการรักษา แต่ตอนนี้กับกลายเป็นโดนนางสวมกอด หรือนางจะเข้าใจผิดว่าข้าคือคนที่นางรู้จัก
“แม่นาง ข้าไม่ใช่อาเฉิงของแม่นางหรอก”
ลู่เสียนที่กอดองค์ชายสี่ได้แต่ชะงัก ก่อนจะถอยออกมา จะไม่ใช่ได้อย่างไง แม้แต่น้ำเสียงและอ้อมกอดมันคืออาเฉิง แน่ ๆ
“ข้าคือองค์ชายสี่ แม่นางลู่เสียนมองข้าดีดีสิ”
“จริงสิข้าคือลู่เสียน.....”
ลู่เสียนพูดออกมา นางปรับสีหน้าเป็นปกติ ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามองค์ชายสี่
“ท่านมาหาข้า ยามวิกาลเช่นนี้มีเรื่องด่วนอะไรหรือเพคะ”
“ข้าแค่จะมาคุยเรื่องการรักษา แต่แม่นางดูไม่สบาย งั้นข้าจะมาคุยใหม่พรุ่งนี้”
“ขอร้อง...อยู่ก่อนเถอะเพคะ”
ลู่เสียนมององค์ชายสี่เป็นเชิงขอร้อง นางแค่อยากอยู่กับอาเฉิงต่ออีกสักนิด
“ข้ามิใช่อาเฉิงของเจ้า.....แม่นางได้โปรดเข้าใจ”
“หากท่านอยู่ต่อ ข้าจะรักษาให้ท่านหาย....”
“ถ้าแม่นางหมายถึงที่เสด็จพ่อบังคับเจ้า ข้าไม่ต้องการ ที่ข้ามาวันนี้แค่จะบอกท่านว่า ไม่ต้องรักษาข้า ข้าเองไม่คิดจะมีสตรีเคียงคู่ จึงไม่จำเป็นต้องใช้มัน”
“ถ้าเป็นขาท่านละ ข้าจะรักษาให้ท่านเดินได้”
ลู่เสียนมององค์ชายสี่นิ่ง นางแค่อยากอยู่กับอาเฉิงเท่านั้น ถึงแม้เขาจะไม่ใช่ แต่นางก็แค่อยากหลอกตัวเอง....
“อย่ามาหลอกข้าเลย ขออภัยที่ข้าเชื่อแม่นางไม่ได้”
“3 วัน อยู่กับข้า 3 วันแล้วข้าจะทำให้ท่านหายระหว่างที่อยู่กับข้า”
องค์ชายสี่พิจารณา ข้อเสนอของนางน่าสนใจ ก็แค่สามวันหากนางทำได้จริงนั่นถือเป็นผลดี แต่หากนางทำไม่ได้นั่นก็พิสูจน์ว่านางไร้ความสามารถ อีกอย่างนางเองก็ดูน่าสงสาร ดูท่าทาง อาเฉิง คงสำคัญกับนางมากสินะ
“ตกลง ระหว่างนี้เจ้าไปพักตำหนักข้า”
ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า
ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท
ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“
“เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม
1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย
ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว







