[13]
สงสารวารินทร์
__________________
เกล็ดมุกออกจากโรงพยาบาลได้สองสามวันแล้ว สภาพร่างกายไม่มีอะไรน่าห่วง แต่สภาพจิตใจยังย่ำแย่ เธอยังคิดถึงเขา คิดถึงคนใจร้ายที่สุดท้ายก็บอกออกมาจนได้ว่ารักเธอ แต่เธอเลือกเขาไม่ได้ เลือกเขาไม่ได้จริงๆ
ปัง!
เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นที่หน้าคฤหาสน์ เกล็ดมุกสะดุ้งโหยง ลุกจากเก้าอี้ที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งเพื่อไปหยุดมองที่หน้าต่าง มีใครบางคนมาที่บ้านของเธอ เขาถูกล้อมไว้ด้วยการ์ดนับสิบของบิดา
“วาคิม!” เธอรีบลงมาข้างล่าง เสียงกัมปนาทของบิดาดังมาให้ได้ยินไม่หยุด
“บ้านอั๊วไม่ต้อนรับคนอย่างลื้อ ออกไปซะก่อนที่อั๊วจะยิงลื้อจริงๆ” เจ้าสัวพร่ำบอก วาคิมไม่ทำตาม กวินพยายามดึงเจ้านายให้กลับไปขึ้นรถ ทว่าวาคิมไม่ยอม
“ผมแค่อยากเจอเธอ ผมคิดถึงเธอ ได้โปรดเถอะครับ ให้ผมได้พบเธอสักนิดก็ยังดี” วาคิมวอนขออย่างไม่อาย ความโหยหาในตัวเกล็ดมุกทำให้เขายอมละทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อมาที่นี่ แผลฟกช้ำบนใบหน้ายังไม่ทันจางหาย เขาอาจจะได้แผลใหม่กลับไปแต่เขาจะไม่ย่อท้อ เกล็ดมุกเป็นเมียเขา ในท้องหล่อนก็ลูกเขา เขาจะปล่อยหล่อนไปได้อย่างไร
“ไม่! ลื้อไม่เคยรักลูกสาวอั๊ว”
“ผมรักเธอ! เมื่อก่อนผมอาจจะโง่ที่ไม่รู้ใจตัวเอง แต่ตอนนี้ผมรู้แล้ว ผมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ ได้โปรดเถอะครับเจ้าสัว ผมยอมทุกอย่าง ทุกอย่างจริงๆ”
วาคิมใช้ไม้อ่อน เขาไม่มีทางชนะในเกมแห่งความรักหากว่าดื้อดึงเป็นศัตรูกับบิดาของเกล็ดมุก เขาต้องยอม ยอมสถานเดียวเท่านั้น
“หึๆ คำพูดพล่อยๆ ของผู้ชายไร้หัวใจ อั๊วไม่เชื่อหรอกโว้ย! กลับไปซะ! กลับไป!”
ปัง! ปัง! ปัง!
เกล็ดมุกกลั้นเสียงกรีดร้อง เธอยืนหลบอยู่ประตูด้านใน เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ห่างๆ บิดาที่รักยิงปืนไปยังจุดที่วาคิมยืนอยู่ ทั้งวาคิมและกวินต่างกระโดดเพื่อหลบลูกกระสุน เจ้าสัวคงเห็นว่านั่นเป็นเรื่องสนุกของท่านกระมัง
“เจ้าสัว! ผมขอร้อง ผมรักเกล็ดมุก ผมอยากแต่งงานกับเธอ ผมพร้อมจะยกชีวิตของผมให้เธอ ได้โปรด มันคือความสัตย์จริง!”
“ดี! งั้นก็เอาชีวิตของลื้อมาให้อั๊ว!”
เจ้าสัวเล็งปืนไปยังวาคิม พร้อมจะเหนี่ยวไกเต็มที่
วาคิมคุกเข่าลง ถ้าเขาตายอยู่ตรงนี้เขาจะได้เห็นเกล็ดมุกอีกสักครั้งไหม แค่ครั้งเดียวก็ยังดี
“เจ้านาย! อย่าทำแบบนี้เลย กลับไปตั้งหลักก่อนเถอะ!”
กวินใจไม่ดี เขาไม่อยากให้วาคิมใช้วิธีนี้ มันเสี่ยงเกินไป
“เชื่อสิว่ามุกต้องเห็นฉัน เธอจะต้องออกมา เธอจะต้องออกมาแน่ๆ” วาคิมมั่นใจ ถ้าไม่เสี่ยง เขาอาจจะพรากจากลูกเมียตลอดชีวิต เขารักเกล็ดมุก เขาทำผิดกับหล่อนไว้มากเหลือเกิน เขายังหวังว่าจะได้มีลมหายใจ เพื่อจะได้อยู่กับหล่อน ได้ไถ่โทษในสิ่งที่เคยทำผิดไป ได้ดูแลหล่อนกับลูก ให้คนทั้งสองได้มีรอยยิ้มแห่งความสุข เพียงเท่านี้จริงๆ
“สั่งลากันเสร็จหรือยังวะ! ถ้าเสร็จแล้วก็บอกให้ไอ้หน้าตี๋นั่นถอยไป อั๊วจะได้เหนี่ยวไกซะที!”
เจ้าสัวประกาศแล้วยิ้มเยาะอย่างสะใจ วาคิมบอกให้กวินถอยห่าง เขามั่นใจว่าเจ้าสัวไม่กล้าฆ่าเขาให้ตายหรอก บ้านเมืองมีขื่อมีแป ท่านคงไม่กล้าทำเกินกว่าเหตุแน่ๆ
“พร้อมจะตายหรือยัง!”
“ครับ! ฝากบอกลูกเมียผมด้วยว่าผมรักพวกเธอ รักมากที่สุด”
“ถุย! ไปบอกยมบาลในนรกเถอะมึง!”
เจ้าสัวซ้ำเติม เล็งปืนไปที่วาคิมอย่างมุ่งมั่น นึกกลัวใจผู้ชายคนนี้ขึ้นมาครามครัน นี่ปืนนะ มันไม่กลัวบ้างหรืออย่างไร
“คุณป๋า! อย่านะ! อย่าทำ!”
เกล็ดมุกวิ่งออกมาดึงปืนออกจากมือบิดา เจ้าสัวใหญ่ตื่นตระหนก
“กลับเข้าบ้านไปเดี๋ยวนี้หนูเล็ก”
“ไม่! หนูเล็กไม่ไป คุณป๋าฆ่าเขาไม่ได้นะ ถ้าฆ่าเขา คุณป๋าต้องติดคุก”
เกล็ดมุกหาข้ออ้าง ได้ปืนจากมือบิดามาถือไว้
“อั๊วไม่สน”
“อย่าทำเลยนะคะ แค่สั่งสอนเขาก็พอ จะฆ่าแกงกันทำไม มันบาปนะคะ คิดถึงหลานบ้างเถอะค่ะ บาปกรรมมันอาจจะไปลงที่หลานของคุณป๋าก็ได้ อย่าทำบาปอีกเลยนะคะ คุณป๋าไม่ได้เป็นเจ้าพ่ออีกแล้วนะ เราไม่ได้เป็นมาเฟียแล้ว!”
“แต่มันรนหาที่เอง มันไม่ยอมจบ ป๋าแค่อยากสั่งสอนให้มันเข้าใจ” คนเป็นบิดาว่า จ้องเขม็งไปยังวาคิมที่อยู่กลางวงล้อมของคนชุดดำ การ์ดของท่านนับสิบชีวิต
“งั้นหนูเล็กจัดการเอง!”
เกล็ดมุกอาสาด้วยหัวใจอันร้าวราน หันมามองคนที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องล่าง สายตาเขา ใบหน้าเขา มันบอกว่าดีใจที่ได้พบเธอ แต่ไม่หรอก เธอจะไม่กลับไปอีกแล้ว เรื่องของเธอกับเขามันจบไปแล้ว
“เกล็ดมุก คุณหายดีแล้วเหรอ แพ้ท้องบ้างหรือเปล่าคนดี ผมเป็นห่วงคุณนะ”
“ขอบคุณความห่วงใย แต่ฉันไม่ต้องการ กลับไปได้แล้ววาคิม อย่ามาวุ่นวายที่นี่อีก เราไม่ต้อนรับคุณ” เกล็ดมุกย้ำเตือน มือขวาจับด้ามปืนไว้มั่น การ์ดนับสิบถอยห่างจากทางปืน เหลือเพียงแค่วาคิมเท่านั้น
“ไม่ คุณใจร้ายมาก คุณก็เห็นว่าผมยอมทุกอย่าง ผมยอมทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อคุณนะ!”
“แล้วคุณทิ้งมันทำไมล่ะ มันไม่มีค่าสำหรับฉันเลย ฉันไม่ต้องการอะไรจากคุณ”
วาคิมหน้าเจื่อน เกล็ดมุกไร้เยื่อใยต่อเขาจริงๆ หรือ ทำไมถึงได้พูดจาตัดรอนน้ำใจกันขนาดนั้น
“อย่ามัวแต่พูดมากน่ายัยหนู เอาปืนมานี่นะ! ป๋าจะเอาเลือดหัวมันออก”
เจ้าสัวใหญ่เข้าแย่งปืนในมือบุตรสาวอีกรอบ
“ไม่! อย่านะคุณป๋า เอาปืนมาให้หนูเล็กนะ!”
“มันหัวแข็งแล้วก็อวดดี มันไม่ยอมจบ ป๋าไม่อยากเห็นหน้ามัน!”
“งั้นก็ฆ่าผมเลยครับเจ้าสัว ผมเองก็ไม่อยากอยู่แล้วเหมือนกัน!”
วาคิมประกาศ เขาจะอยู่ไปทำไมในเมื่อเกล็ดมุกไม่ได้สนใจไยดี เขาพลาดไปแล้ว พลาดไปตั้งแต่ตอนใช้เงินฟาดหัวหล่อน
“ดี!” เจ้าสัวว่า แย่งเอาปืนในมือบุตรสาวแต่หล่อนก็หายอมไม่ การแย่งยื้อเกิดขึ้นโดยที่การ์ดของเจ้าสัวได้แต่ยืนมองตาปริบๆ เพราะไม่มีใครกล้าหือกับคุณหนูเล็กของบ้าน
“ไม่! คุณป๋าอย่านะ เดี๋ยวหนูเล็กจะจัดการเอง หนูเล็กจะยิงเขาเอง!”
เจ้าสัวใหญ่ยุติการแย่งยื้อในบัดดล ท่านเองก็อยากรู้ว่าหัวใจของคุณหนูเล็กแห่งตระกูลเฉินจะหนักแน่นเพียงไร
วาคิมจิตใจห่อเหี่ยว นี่เกล็ดมุกจะฆ่าเขาจริงๆ หรือ
“เจ้านายครับ ไปเถอะครับ ไปเดี๋ยวนี้เถอะ ยังทันนะครับ”
กวินเข้ามาดึงเจ้านายให้ลุกยืนแต่วาคิมหายอมไม่ ยังนั่งคุกเข่า สองตาจ้องไปยังร่างของเกล็ดมุกอย่างคนที่น้อยเนื้อต่ำใจ เกล็ดมุกมองกลับมาด้วยสายตาอันเด็ดเดี่ยว
“ฆ่าผมได้จริงๆ หรือมุก คุณรักผมไม่ใช่เหรอ” วอนถามด้วยเสียงอันสิ้นหวัง
“นั่นไม่ใช่ประเด็น ฉันแค่อยากให้คุณออกไปจากบ้านฉันแล้วก็อย่ากลับมาอีก อย่ามายุ่งวุ่นวายกับฉัน!”
“ผมไม่ไป! ผมรักคุณ ผมจะพาคุณกลับบ้านของเรา” วาคิมยืนกราน น้ำตาเริ่มคลอในหน่วยตาคู่คม มันละอายใจที่ต้องเอ่ยเรียกห้องชุดสุดหรูนั่นว่าบ้าน ทั้งที่ความจริงมันเป็นแค่สถานที่บำเรอสวาทส่วนตัวเท่านั้น
“หึ! บ้านเหรอ!? ฉันไม่เรียกห้องสี่เหลี่ยมนั่นว่าบ้านหรอกนะ ออกไปจากบ้านของฉันซะ!”
วาคิมนิ่งเงียบ ไม่สะท้านสะเทือนต่อการไล่ส่ง
เกล็ดมุกเริ่มโมโห ถ้าไม่ไปตอนนี้เขาถูกฆ่าแน่ๆ บิดาเลือดร้อนของเธอนี่แหละจะเป็นมัจจุราชพรากชีวิตเขา
“ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้าคุณไม่ลุกออกไป ฉันยิงแน่” เธอขู่ ถือปืนเล็งเป้า“หนึ่ง!” เธอเริ่มนับ วาคิมยังนิ่งเฉย ดวงตาอันปวดร้าวจ้องกลับมาที่เธอ“ผมไม่ไป”“สอง!” เธอนับอีก ปืนที่ถืออยู่ขึ้นนกพร้อมยิง“กลับบ้านเรานะ”“สาม!” นับหนสุดท้าย เธอน้ำตาคลอ จ้องมองเขาอย่างขออภัย“ผมรักคุ...”ปัง!“เจ้านาย!”กวินถลาเข้าไปซ้อนหลังวาคิม แรงอัดจากคมกระสุนทำเอาชายหนุ่มแทบหงายหลัง ปลายกระบอกปืนที่อยู่ในมือของเกล็ดมุกยังมีควันลอยอยู่อ้อยอิ่ง“ฮ่าๆๆ เยี่ยมมากลูก! เยี่ยม!”เจ้าสัวเมฆินทร์หัวเราะอย่างถูกอกถูกใจ เกล็ดมุกยิ้มจืดจางส่งให้แต่ดวงตากลับมีน้ำใสเอ่อคลอ เขาเจ็บ เธอรู้ เธอพยายามเต็มที่แล้ว หวังว่ากระสุนจะอยู่ห่างจากหัวใจเขา“ไปเถอะลูก เข้าบ้าน ส่วนไอ้สองตัวนั้นให้คนของเราจัดการ”เจ้าสัวบอกพลางรุนหลังบุตรสาวให้เข้าบ้าน ไม่ชอบสายตาเจ็บปวดที่เกล็ดมุกทอดมองวาคิมเลย มันเหมือนว่าท่านเป็นคนผิดที่บัง
[13]สงสารวารินทร์__________________เกล็ดมุกออกจากโรงพยาบาลได้สองสามวันแล้ว สภาพร่างกายไม่มีอะไรน่าห่วง แต่สภาพจิตใจยังย่ำแย่ เธอยังคิดถึงเขา คิดถึงคนใจร้ายที่สุดท้ายก็บอกออกมาจนได้ว่ารักเธอ แต่เธอเลือกเขาไม่ได้ เลือกเขาไม่ได้จริงๆปัง!เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นที่หน้าคฤหาสน์ เกล็ดมุกสะดุ้งโหยง ลุกจากเก้าอี้ที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งเพื่อไปหยุดมองที่หน้าต่าง มีใครบางคนมาที่บ้านของเธอ เขาถูกล้อมไว้ด้วยการ์ดนับสิบของบิดา“วาคิม!” เธอรีบลงมาข้างล่าง เสียงกัมปนาทของบิดาดังมาให้ได้ยินไม่หยุด“บ้านอั๊วไม่ต้อนรับคนอย่างลื้อ ออกไปซะก่อนที่อั๊วจะยิงลื้อจริงๆ” เจ้าสัวพร่ำบอก วาคิมไม่ทำตาม กวินพยายามดึงเจ้านายให้กลับไปขึ้นรถ ทว่าวาคิมไม่ยอม“ผมแค่อยากเจอเธอ ผมคิดถึงเธอ ได้โปรดเถอะครับ ให้ผมได้พบเธอสักนิดก็ยังดี” วาคิมวอนขออย่างไม่อาย ความโหยหาในตัวเกล็ดมุกทำให้เขายอมละทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อมาที่นี่ แผลฟกช้ำบนใบหน้ายังไม่ทันจางหาย เขาอาจจะได้แผลใหม่กล
“เจ้ามีน...สี่ขวบแล้วนี่ วันเกิดแกก็เพิ่งผ่านไป เอ...ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าห้าปีที่แล้ว...นายอยู่กับฉันที่ภูเก็ตตอนที่ฉัน...ถูกลอบยิง”วาคิมใจหายวาบกับความจริงที่เพิ่งรับรู้ เขาไม่เคยรู้เลยว่ากวินต้องเสียสละสิ่งที่สำคัญมากที่สุดในชีวิตเพื่อเขา ที่สำคัญเขาไม่เคยมีโอกาสได้กล่าวคำว่าเสียใจด้วยซ้ำ“ครับ เมษาตกเลือด ไม่มีใครรู้จนผมกลับมาถึงบ้าน ใบหน้าเธอซีดยิ่งกว่ากระดาษตอนที่ผมพาเธอส่งโรง’บาล แต่เชื่อไหม เธออุตส่าห์ลืมตามาถามบางอย่างกับผม”กวินย้อนถามเสียงแปร่งปร่า สบสายตาร้าวรานกับเจ้านายที่เคารพผ่านกระจกมองหลังวาคิมหัวใจแทบหยุดเต้น เหมือนมีใครสักคนกำลังบีบหัวใจเขาให้แหลกคามือ เพราะเขาเองแท้ๆ ที่ทำให้เด็กตาดำๆ คนหนึ่งต้องขาดแม่และเพราะเขาเองแท้ๆ ที่ทำให้กวินไม่สามารถรักใครได้อีก“เธอถามผมว่าเจ้านายปลอดภัยดีใช่ไหม แล้วก็สลบไปจนหมอต้องผ่าเอาเจ้ามีนออกมา ผมกอดเธอกับลูกไว้ ยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อเห็นเจ้ามีนปลอดภัย แล้วนั่น...ก็เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ที่เราสามคนได้กอดกัน”“ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องเมษามากนัก ร
เปลือกตาอันหนักอึ้งของเกล็ดมุกเปิดขึ้นช้าๆ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของโรงพยาบาล โชยเข้าจมูกจนเธออยากจะอาเจียน เธอขยับกายด้วยความเมื่อยล้า แต่ร่างกายที่ผิดปกติทำให้ไม่สามารถทำได้อย่างที่ใจคิด หัวใจดวงน้อยหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม รีบแตะที่หน้าท้อง“ลูก...ลูกจ๋า...ฮือออ...”“หนูเล็ก อย่าร้องลูกอย่าร้อง”เจ้าสัวใหญ่รีบเข้าปลอบบุตรสาวที่เริ่มโวยวายด้วยความเข้าใจผิด“คุณป๋าขา...ฮึกๆ ลูก...”“เขายังอยู่ลูก หลานของป๋าเขาเข้มแข็งมากรู้ไหม”คำบอกเล่าเพียงเท่านั้น ก็สามารถทำให้คนกำลังจะเป็นแม่ยิ้มได้ทั้งน้ำตา เกล็ดมุกไม่ขออะไรมากมาย เธอขอแค่ให้ลูกในครรภ์ปลอดภัยเท่านั้น“มุก! คุณฟื้นแล้ว” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดีใจดังขึ้นทันทีที่ประตูถูกผลักเข้ามา เจ้าสัวหน้าตึงใส่โทนี่ที่ไม่สามารถรั้งหมาบ้าตัวนี้เอาไว้ได้ การ์ดหนุ่มได้แต่ก้มหน้าสำนึกผิดอยู่หน้าประตู“มุก...คุณไม่เป็นไรใช่ไหม คุณปลอดภัยแล้วนะที่รัก”วาคิมพร่ำพูด เข้าไปเกาะขอบเตียง จับมือแม่ของลูกมากุมไว้อย่างแสนรักเกล็ดมุกใจเสีย ใบหน้าที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลทำเอาเ
[12]น้ำตาของวาคิม___________ร่างอวบท้วมของนมน้อมเดินออกมาจากห้องของนายเหมืองหนุ่ม นางถือกะละมังใบเล็กมีผ้าผืนหนึ่งวางพาดบนปากขอบ มันเป็นภาพที่เมฆาเฝ้ามองมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว วารินทร์เป็นไข้และยังไม่มีทีท่าว่าจะหาย“เสียใจด้วยนะคะคุณชาย ดิฉันยืนยันว่าแม่หนูคนนั้นยังมีลมหายใจ”นางน้อมค้อนให้เจ้านายอย่างเคย แต่วันนี้มีหน้างอง้ำและคำแทนตัวประชดประชันแถมมาด้วย นางรู้เรื่องที่เจ้านายทำกับวารินทร์เมื่อเช้า หลังจากคะยั้นคะยอว่าไปแกล้งเจ้าหล่อนท่าไหนถึงได้ป่วยนอนซม แล้วความจริงก็ทำให้นางอดเคืองไม่ได้ คุณชายใหญ่ของนางทำเกินไปจริงๆเมฆามัวแต่กังวลเรื่องคนที่นอนซมตั้งแต่เมื่อวาน เลยมองผ่านการประชดประชันของแม่นมคนดี เขากลับเข้าห้องอีกครั้ง หลังจากรบกวนแม่นมให้ช่วยเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้วารินทร์ หล่อนยังนอนแบ็บอยู่บนเตียง ดวงตาสีนิลปิดสนิท มีคราบน้ำตาจางๆ ติดอยู่ที่พวงแก้ม สีหน้าหล่อนดีขึ้นมาก ลองเอามืออังที่หน้าผากก็พบว่าหล่อนไม่มีไข้แล้วนายเหมืองหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอก กวาดไล้สาย
เมฆายิ้มร้าย มัดเชือกที่ข้อมือน้อยแน่นหนึบ ชนิดที่ว่ามันไม่มีวันหลุดออกหากว่าไม่มีคนแกะมัน“ทีนี้ก็เดินลงไปในน้ำ”วารินทร์งุนงง น้ำตายังไหล กลืนน้ำลายลงคออย่างประหม่า น้ำไหลเชี่ยวมาก และเธอ...ว่ายน้ำไม่เป็น“ฝนมันกำลังจะตกหนัก น้ำก็ไหลเชี่ยว ฉันกลัว” วารินทร์สารภาพ แม้จะอยากตายแต่ความกลัวก่อนตายมันก็รังแกหัวใจเธออยู่ดี“นั่นแหละที่ฉันต้องการ ลงไปเดี๋ยวนี้!”วารินทร์กัดฟันแน่น เดินลุยน้ำลงไปอย่างน้อยใจ เขาอยากให้เธอเจ็บปวด อยากให้เธอกลัว ตอนนี้เขาทำสำเร็จแล้ว สายน้ำช่างเย็นเฉียบและไหลแรงเหลือเกิน น้ำตกก็ร่วงหล่นอย่างหนักแน่นราวกับจะทับถมมนุษย์ตัวเล็กๆ เช่นเธอ“เดินลงไปอีก อย่างนั้น เดินลงไปเรื่อยๆ หันหน้ามาทางนี้ด้วย”เขาสั่งอยู่บนท่าน้ำ วารินทร์ร่ำไห้ หันหน้ากลับมาหาเขา น้ำลึกลงไปทุกคราที่ก้าวถอยหลัง เธอถอยลงไปจนระดับน้ำปริ่มที่ริมฝีปาก น้ำเย็นมากและไหลแรงจนขาเธอแทบจะยืนไม่ติดพื้น ด้านล่างฝ่าเท้ามีแต่ก้อนหิน ทั้งลื่นทั้งแหลม เจ็บเท้าไปหมด“ยกมือซ้ายขึ้นมาให้ฉันเห็น”