ANMELDEN
รักแรกในวัยเด็กที่หลายคนมักจะคิดว่ามันคือความรักที่สวยงาม
แต่รักแรกสำหรับฉันมันคือ ความรักที่แสนเจ็บปวด
จนทำให้มันกลายเป็นบาดแผลลึกที่ฉันไม่มีวันลืมเขาได้เลย..
@ร้านคาเฟ่เอ็มเอ็ม
“แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์…...แฮปปี้เบิร์ดเดย์…แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู…”
สิ้นเสียงร้องเพลงวันเกิดจบเด็กสาวตัวเล็ก ใบหน้าจิ้มลิ้มในชุดนักเรียนมอปลายก็รีบหลับตาอธิษฐานก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นมาแล้วก้มลงเป่าเทียนในทันที
ฟู่ว…
“ขอให้วันเกิดปีนี้เป็นปีที่ดีที่สุดของหนูและหลังจากนี้หนูจะตั้งใจเรียนและจะสอบเข้ามหาลัยเดียวกันกับพี่รามให้ได้และพรข้อสุดท้ายขอให้หนูกับพี่รามรักกันตลอดไป” ขนมผิง เอ่ยขึ้นแล้วหันไปส่งยิ้มหวานให้กับแฟนสุดหล่อของเธออย่างพี่พระรามที่นั่งอยู่ข้างๆกันด้วยความดีใจ เพราะวันนี้พี่เขามีเวลาว่างมาฉลองงานวันเกิดให้กับเธอก่อนที่จะได้ยินเสียงของพี่เขาเอ่ยดังออกมาเบาๆ
“ขนมผิง”
“คะ”
“เราเลิกกันเถอะ”
“เมื่อกี้พี่รามพูดว่าอะไรนะคะ” เด็กสาวถึงกับชะงักไปเล็กน้อยพลางหันไปมองหน้าพี่พระรามด้วยความแปลกใจ
“พี่บอกว่าเราสองคนเลิกกันเถอะ” พระรามเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงและแววตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชา
“พี่พระรามอย่าแกล้งหนูสิคะ วันนี้เป็นวันเกิดของหนูนะ ไหนมีกล้องแอบถ่ายหนูอยู่ใช่ไหม เอาออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะคนขี้แกล้ง” ขนมผิงยังคงพูดออกมาด้วยรอยยิ้มกว้างพลางหันมองไปยังรอบๆร้านคาเฟ่เพื่อหากล้องหรือกลุ่มเพื่อนของพี่เขาที่อาจจะแอบอยู่เพื่อแกล้งเธอก่อนที่พี่พระรามจะหันมาสบตาแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
“หน้าพี่ดูล้อเล่นอย่างนั้นเลยเหรอ ขนมผิง”
“พี่รามอยากเลิกกับหนูจริงๆเหรอคะ” หญิงสาว เอ่ยถามออกมาเสียงสั่นสายตาจ้องมองพี่พระรามที่ตอนนี้ใบหน้าและแววตาของพี่เขาเต็มไปด้วยความจริงจังจนหัวใจของเธอกระตุกวูบขึ้นมาแทบจะทันที
แต่ทว่าในจังหวะนั้นก็เห็นผู้หญิงหน้าตาสวยมากคนหนึ่งสวมใส่ชุดนักศึกษารัดรูป กำลังเดินเข้ามายังโต๊ะที่คนทั้งสองกำลังนั่งกันอยู่แล้วพูดถามพระรามออกมาเบาๆด้วยท่าทางออดอ้อน
“รามคุยกันเสร็จหรือยังคะ ริต้านั่งรอที่รถนานแล้วนะคะ”
“เพื่อนที่มหาลัยของพี่พระรามเหรอคะ” ขนมผิง พูดถามออกมาเบาๆด้วยความอยากรู้เพราะตั้งแต่ที่พี่รามคบกับเธอ เขาก็ไม่เคยให้ผู้หญิงคนไหนใกล้ชิดเขาแบบนี้มาก่อน แต่ยังไม่ทันที่พี่พระรามจะเอ่ยตอบกลับเสียงของผู้หญิงคนนั้นก็เอ่ยแทรกดังขึ้นมา
“พี่ชื่อริต้าเป็นแฟนของพระรามน่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ”
“แฟนพี่พระรามอย่างนั้นเหรอ”
“ริต้า...เธอไปรอฉันที่รถและถ้าฉันไม่ได้สั่งก็อย่าเข้ามาวุ่นวายแบบนี้อีก”
“ขอโทษค่ะงั้นริต้าไปรอรามที่รถนะคะ” ริต้าพูดตอบเสียงอ่อยพลางเหลือบสายตามองไปยังเด็กสาวตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ ก่อนที่เธอจะหันหลังแล้วก้าวเดินออกจากร้านคาเฟ่ไปอย่างรวดเร็ว “พี่รามช่วยอธิบายเรื่องนี้ ให้หนูเข้าใจหน่อยได้ไหมคะ”
“มันก็ชัดเจนอยู่แล้ว เธอจะมาถามพี่อีกทำไม”
“แล้วที่ผ่านมา หนูเป็นแฟนของพี่พระรามไม่ใช่เหรอคะ”
เด็กสาวพูดถามพร้อมกับจ้องมองพี่พระรามผู้ชายที่เป็นรักแรกของเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่น้ำตาจะเริ่มไหลทะลักออกมาเมื่อได้ยินคำพูดของพี่เขาตอบกลับขึ้นมาเบาๆ
“ที่พี่คบเธอก็เพราะพี่ได้ยินกลุ่มเพื่อนๆพนันกันน่ะ ว่าใครจีบเธอเป็นแฟนได้ก็จะได้เงินแสนนึง พี่เห็นว่าน่าสนุกดีก็เลยขอเล่นด้วย แต่ไม่คิดว่าเธอจะยอมมาเป็นแฟนของพี่จริงๆ”
“คือที่ผ่านมาที่พี่พระรามคอยตามจีบหนู ดูแลหนู คอยเอาใจใส่หนูและคอยทำดีกับหนูมาตลอด ก็หมายความว่าพี่พระรามตั้งใจเข้ามาหลอกหนูเพราะพนันกับเพื่อนยังนั้นเหรอคะ”
“ก็คงจะอย่างนั้น เธอคิดเหรอว่าท่าทางเด็กกะโปโลอย่างเธอ พี่จะมาคิดจริงจังอะไรด้วย อย่ามาโลกสวยไปหน่อยเลยขนมผิง”
“ทำไมพี่พระราม ถึงได้ใจร้ายกับหนูขนาดนี้แล้วที่ผ่านมาพี่เคยรักหนูบ้างไหมคะ”
“พี่ไม่เคยรักและไม่เคยรู้สึกอะไรกับเธอสักนิดเดียว พี่ก็แค่เล่นสนุกกับเธอฆ่าเวลา รอวันเรียนจบมอปลายเพื่อให้ได้เงินพนันจากเพื่อนในกลุ่มก็เท่านั้นเองและที่สำคัญพี่ไม่ชอบเด็กงอแง เด็กเอาแต่ใจ เด็กพูดจาไม่รู้เรื่องแบบเธอ พี่เห็นแล้วมันโคตรน่ารำคาญฉิบหายเลย เธอรู้ตัวบ้างไหมขนมผิง” พระราม พูดบอกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรำคาญ ก่อนที่ฝ่ามือของเด็กสาวตรงหน้าจะยกขึ้นมาฟาดลงบนใบหน้าของเขาอย่างเต็มแรง
…เพียะ!!…
“หนูไม่คิดเลยว่า ผู้ชายคนแรกที่หนูดันไปหลงรักจะเลวได้ถึงขนาดนี้ ที่ผ่านมาพี่รามคงจะสนุกกับเพื่อนๆ มากเลยสินะคะ ที่ปั่นหัวหนูจนทำให้หนูกลายเป็นตัวตลกในกลุ่มของพวกพี่แบบนี้ หนูมันโง่เองที่หลงเชื่อคำพูดจอมปลอมของพี่ หนูมันโง่เองที่คิดว่าพี่รามรักหนูจริงๆ หนูมันโง่เองที่ไปรักคนอย่างพี่จนหมดใจแบบนี้ ในเมื่อพี่รามรำคาญหนู และไม่ได้รู้สึกอะไรกับหนูเลยสักนิดเดียว หลังจากนี้หนูก็จะไม่ไปยุ่งวุ่นวายกับพี่อีก หนูจะถือว่าทุกอย่างที่ผ่านมามันก็แค่ฝันร้ายที่ได้มาเจอคนเหี้ยๆอย่างพี่ ชาตินี้ก็อย่าได้มาพบเจอกันอีกเลย หรือเจอหน้ากันที่ไหนพี่ก็ช่วยเดินหนีแล้วอย่ามาทักหนู อย่ามายุ่งกับหนูอีก เพราะหนูเกลียดพี่พระรามที่สุด!! ไอ้ผู้ชายสารเลว!!”
ติ๊ด…ติ๊ด…ติ๊ด
“เฮือก!!…แฮ่ก แฮ่ก…”
เสียงนาฬิกาปลุกที่ดังขึ้น ทำให้ขนมผิงถึงกับลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับกระเด้งตัวลุกนั่งบนเตียงนอนแทบจะทันที
โดยที่เธอพยายามเรียกสติให้ตัวเองกลับมาเมื่อดันฝันถึงผู้ชายสารเลวที่คอยตามหลอกหลอนมาตลอดสองสามปีที่ผ่านมา
เพราะหลังจากที่เขาบอกเลิกอย่างไร้เยื่อใยเธอก็เสียใจหนักมากและไม่อยากเห็นหรือได้ยินข่าวอะไรของผู้ชายคนนั้นอีกจึงตัดสินใจแอบหาทุนเพื่อไปเรียนแลกเปลี่ยน จนได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ใจดี จึงทำให้ได้ย้ายมาเรียนที่ญี่ปุ่นจนจบการศึกษามัธยมปลาย และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะต้องกลับมาศึกษาต่อในมหาลัยที่เมืองไทยตามที่ทุนกำหนดไว้
“บ้าจริงฉันฝันร้ายเรื่องนี้อีกแล้วเหรอ” หญิงสาวพึมพำออกมาเบาๆ พลางยกมือเสยผมตัวเองอย่างลวกๆ ก่อนจะได้ยินเสียงหวานที่คุ้นหูเอ่ยตะโกนดังขึ้นมาจากหน้าประตูห้องนอน
“ยัยขนมผิง แกตื่นหรือยัง”
“ตื่นแล้วค่ะ พี่ของขวัญ”
“งั้นพี่เปิดประตูเข้าไปนะ” ของขวัญ เอ่ยขึ้นพร้อมกับเปิดประตูเดินเข้ามาภายในห้องนอนของน้องสาวที่เธอตั้งใจบินมารับถึงที่ญี่ปุ่น ก่อนที่จะพูดถามออกมาเบาๆด้วยรอยยิ้มเอ็นดูอีกครั้ง
“ได้กลับบ้านกันสักทีนะยัยเด็กดื้อของพี่ แล้วนี่เก็บของใส่กระเป๋าเรียบร้อยแล้วหรือยัง”
“ผิงจัดการเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ว่าแต่ผิงไม่ได้รบกวนพี่ขวัญใช่ไหมที่ต้องบินมารับผิงถึงที่นี่”
“รบกวนอะไรกันพี่เต็มใจมาจะตาย และคุณพ่อกับคุณแม่ก็อยากจะบินมารับแกด้วยเหมือนกัน แต่ติดว่ามีงานประชุมด่วนน่ะ ไหนๆอีกสองวันก็จะบินกลับ แล้วแกก็รีบลุกจากเตียงแล้วพาพี่ไปเที่ยวแบบฉ่ำมงเดี๋ยวนี้เลย”
“ได้เลยค่ะ งั้นเดี๋ยวผิงขอไปอาบน้ำแต่งตัวก่อน แล้วผิงจะพาพี่ขวัญไปเที่ยวจนเดินขาลากไปเลย”
ขนมผิง พูดตอบรับเสียงใส ก่อนจะรีบขยับตัวก้าวลงจากเตียงแล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลเพื่อจัดการตัวเองอย่างรวดเร็ว...
#หลายวันต่อมา@เกาะส่วนตัว “ว้าว...ทะเลที่นี่สวยจังเลยค่ะพี่พระราม” เสียงใสของขนมผิงเอ่ยดังขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น หลังจากที่ก้าวลงจากเรือยอชต์ มายังบริเวณท่าเรือของเกาะส่วนตัวที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายและเสียงคลื่นทะเลในช่วงยามเย็นที่เล่นทำเอาเจ้าตัวอดที่จะยิ้มกว้างขึ้นมาไม่ได้ ก่อนที่จะได้ยินเสียงเข้มและวงแขนแกร่งที่โอบกอดรัดตัวของเธอจากทางด้านหลังไว้อย่างหลวมๆ “เราชอบที่นี่ไหม” “ชอบมากเลยค่ะ หนูอยากมาเที่ยวทะเลส่วนตัวแบบนี้ตั้งนานแล้วขอบคุณมากนะคะพี่พระราม ที่พาหนูมาเที่ยวพักผ่อนที่นี่” “งั้นพวกเราเดินเข้าไปด้านในกันเถอะ พี่ว่าตอนนี้น่าจะได้เวลาแล้วล่ะ” พระรามเอ่ยตอบพลางคลายอ้อมแขนก่อนจะเอื้อมไปคว้ามือเล็กขึ้นมากุมไว้แทนพร้อมกับเสียงหวานของเด็กสาวก็พูดถามดังขึ้นมาเบาๆ “ได้เวลาอะไรเหรอคะ” ขนมผิง เอียงคอเล็กน้อยและจ้องมองใบหน้าของพี่พระรามแล้วพูดถามออกมาด้วยความสงสัย “พี่มีเซอร์ไพรส์ให้เราน่ะรีบหลับตาสิ” พระรามพูดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ โดยที่มืออีกข้างก็ล้วงหยิบผ้าบางอย่างออกมาแล้วทำท่าจะยกขึ้นมาปิดตาของเด็ก
#เวลาต่อมา “อื้อหือ...สปาเกตตีกุ้งหน้าตาน่าทานมากเลยค่ะพี่พระราม” ขนมผิงเอ่ยออกมาด้วยแววตาเป็นประกายเมื่อเห็นสีสันของอาหารที่พี่พระรามถือมาวางลงตรงหน้าของเธอ “ลองชิมดูสิว่าฝีมือของพี่อร่อยถูกปากเราหรือเปล่า” พระรามพูดตอบพลางยื่นช้อนส้อมส่งให้กับเด็กสาวด้วยรอยยิ้มและแววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู ในขณะที่หญิงสาวก็ไม่รอช้ารีบใช้ช้อนตักอาหารเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมาแล้วพูดชมสามีของเธอด้วยท่าทางเต็มไปด้วยความทะเล้น “ฮั่นแน่...พี่พระรามไปแอบฝึกทำอาหารมาใช่ไหมคะถึงได้ทำอร่อยมากขนาดนี้ รีบสารภาพกับหนูมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” “ใช่พี่ไปเรียนทำอาหารมาจริงๆ เพราะว่าพี่อยากจะทำของอร่อยๆที่เราชอบให้ทานทุกวันเลยดีหรือเปล่า” “ทำไมพี่พระรามของหนูน่ารักจังเลยแบบนี้ จะไม่ให้หนูรักหนูหลงพี่ได้ยังไงไหวกันนะ” ขนมผิงรีบละมือจากอาหารตรงหน้าพลางเอื้อมไปคว้าจับมือของพี่พระรามขึ้นมาวางทาบลงบนแก้มของเธอ ก่อนจะพูดดังขึ้นมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหยอกเย้า แต่ในจังหวะนั้นเธอกลับต้องนิ่งชะงักเมื่อได้ยินเสียงของพี่เขาเอ
#หลายปีต่อมา “เดี๋ยวหมอจะจัดยาให้แล้วคนไข้ต้องทานยาตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัดและถ้าหากกลับบ้านไปแล้ว รู้สึกว่าไข้ไม่ลดหรืออาการไม่ดีขึ้น ให้คนไข้รีบกลับมาหาหมอที่โรงพยาบาลอีกครั้งนะคะ” ขนมผิง เอ่ยบอกคนไข้ด้วยรอยยิ้มใจดี หลังจากที่เธอตรวจอาการของคนไข้เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะก้มลงเขียนใบสั่งยาและยื่นส่งให้กับพี่พยาบาลที่ยืนอยู่ด้านหลังเธออย่างรวดเร็ว “ขอบคุณมากๆนะคะ คุณหมอ” คนไข้วัยกลางคนที่มารักษาตัวพูดบอกพลางขยับตัวลุกขึ้นและก้าวเดินออกจากห้องตรวจไข้ไปในทันที “เฮ้อ.... เหนื่อยจัง” ขนมผิงเอ่ยขึ้นพลางถอนหายใจอย่างรู้สึกเหนื่อยล้า เพราะวันนี้เธอไม่ได้มีเวลาพักเลยเพราะต้องเข้าเวรตรวจคนไข้แทบจะทั้งวัน ก่อนที่หญิงสาวจะเอ่ยถามพี่พยาบาลออกมาเบาๆ เมื่อหันไปเห็นพี่เขากำลังจัดเตรียมเอกสารอยู่ทางด้านหลังของเธอ “พี่กุ๊กคะ.... ตอนนี้ผิงเหลือคนไข้อีกกี่เคสคะ” “เหลืออีกหนึ่งคนค่ะคุณหมอผิง” กุ๊ก พยาบาลสาวเอ่ยตอบพร้อมกับแอบอมยิ้มออกมาเล็กน้อย “งั้นเชิญคนไข้ให้เข้ามาได้เลยค่ะ พวกเราจะได้ออกเวรกัน” ขนมผิง พูดตอบพร้อมกับก้มหน้าลงห
@ร้านคาเฟ่เอ็มเอ็ม เมื่อรถคันหรูเคลื่อนตัวมาจอดยังลานจอดรถของร้านคาเฟ่ ทั้งสองคนก็หันไปเปิดประตูก้าวลงจากรถ ก่อนที่ขนมผิงจะต้องยืนนิ่งอึ้งด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าพี่พระรามจะขับรถพาเธอมายังร้านคาเฟ่ที่เคยถูกพี่เขาบอกเลิกเมื่อสองปีก่อน “พี่พระรามคะ” ขนมผิงเอ่ยถามออกมาเสียงสั่นพลางเงยหน้าสบตามองพี่เขาด้วยความสงสัย “พวกเรารีบเข้าไปข้างในเถอะพี่เหมาร้านนี้ไว้แล้วน่ะ” “....” ขนมผิงไม่ได้พูดตอบกลับอะไร เธอทำได้เพียงพยักหน้ารับแล้วเดินตามพี่พระรามเข้าไปในร้านอย่างว่าง่ายในทันที และเมื่อประตูของร้านเปิดออก คนตัวเล็กก็ถึงกับหยุดยืนนิ่งอีกครั้ง โดยที่สายตาก็กวาดมองไปยังรอบๆร้านที่ตอนนี้ประดับประดาไปด้วยลูกโป่งหลากหลายสี รวมทั้งด้านหน้าของเธอก็มีเค้กก้อนโตพร้อมกับป้ายที่เขียนว่า “HAPPY BIRTHDAY ตัวเล็กของพี่พระราม” “วันเกิดของฉันอย่างนั้นเหรอ” ขนมผิงพูดพึมพำออกมาเบาๆ ราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดที่แม้แต่ตัวของเธอเองก็หลงลืมมันไปแล้ว เพราะตั้งแต่ถูกบอกเลิกเมื่อสองปีก่อน เธอก็ไม่เคยคิดที่จะฉลองหรืออยากจดจำมันเลยสักน
#สามวันต่อมา “พี่สิงห์...พี่ว่านายกำลังงอนและอยากให้นายหญิงมาง้อหรือเปล่าผมแอบเห็นนายทำหน้าตึงแบบนี้มาสามวันแล้วนะพี่” เสือ เอ่ยกระซิบถามพี่ชายของเขาออกมาเบาๆเมื่อเห็นท่าทางและสีหน้าของผู้เป็นนายที่ดูหงุดหงิดแทบจะทุกครั้งที่จ้องมองโทรศัพท์ของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะ จนเขาอดที่จะสงสัยขึ้นมาไม่ได้ “คงน่าจะทะเลาะกันแหละ แต่ว่ามึงก็ควรหยุดเสือกเรื่องของนายได้แล้ว” สิงห์พูดตอบกลับพลางส่งสายตาดุๆไปให้กับน้องชายที่กำลังจ้องมองนายด้วยสีหน้าแฝงไปด้วยความอยากรู้ “โถ่พี่สิงห์ ผมก็แค่สงสัยเฉยๆนี่ขนาดนายงอนอยู่ ก็ยังสั่งให้ผมไปต่อแถวซื้อของโปรดมาให้อีก แล้วงานที่เตรียมไว้เย็นนี้พี่ว่ามันจะไม่ล่มใช่ไหมอ่ะ โอ๊ย!!...” เสือที่ยังคงพูดพล่ามออกมาไม่หยุด จนถูกพี่สิงห์ยกมือขึ้นมาตบที่หัวของเขาอย่างแรง “มึงเงียบปากไปเลยไอ้เสือ เดี๋ยวนายได้ยินก็จะซวยเอา” “ขอโทษครับพี่สิงห์” เสือทำหน้าเจื่อนลงในทันที พลางหันไปเห็นผู้เป็นนายขยับตัวลุกขึ้นออกจากโต๊ะทำงาน ก่อนที่พี่สิงห์จะรีบเดินเข้าไปเอ่ยถามเรื่องงานที่จะต้องจัดวันนี้อย่างรวดเร็ว “เอ่อ...นายครับ ผมได้จั
#หลายเดือนต่อมา “อาจารย์ขอให้นักศึกษาทุกคนทำรายงานตามหัวข้อที่กำหนดอยู่บนหน้าจอ นักศึกษาจะต้องหาข้อมูลพวกนี้ จากรุ่นพี่ในสายรหัสโดยกำหนดส่งชิ้นงานภายในสัปดาห์หน้านะครับ” สิ้นเสียงของอาจารย์สุทิน หลังจากจบคาบเรียนในวิชาสุดท้าย ขนมผิงก็ถึงกับถอนหายใจพร้อมกับทำหน้าเซ็งออกมาจนต้นเตยที่นั่งเก็บของอยู่ข้างๆ ต้องเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัยแทบจะทันที “นังผิง...มึงเป็นอะไร ทำไมทำหน้าซังกะตายขนาดนั้นล่ะ” “ก็งานที่อาจารย์สุทินสั่งเมื่อกี้นี้ กูจะไปถามพี่รหัสจากที่ไหนล่ะ แถมพี่ๆ ในสายก็เรียนหนักกันหมดแทบทุกคนเลย ขืนถ้ากูไปขอความช่วยเหลือกลัวว่าจะรบกวนพวกพี่เขาเอาน่ะสิ” “งั้นมึงไม่ลองโทรไปหาพี่วายุดูล่ะ เมื่อกี้กูเห็นพี่เขาแวะมาหาอาจารย์ที่ภาควิชาด้วยนะ” พริกแกงที่ได้ยินก็เอ่ยแทรกดังออกมา “พี่วายุมามหาลัยเหรอ...งั้นเดี๋ยวกูขอไปตึกภาค ก่อนเดี๋ยวกูมานะ” ขนมผิงเอ่ยออกมาด้วยความดีใจ ก่อนจะรีบคว้ากระเป๋าและวิ่งก้าวออกจากห้องไปยังตึกภาควิชาในทันที “ขอบใจมากนะวายุที่ยังนึกถึงน้องๆเอาโควตาของโรงพยาบาลมาให้อาจารย์ถึงที่คณะแบบนี้ ยังไงอาจ







