LOGINเป็นอาทิตย์ที่ผมพยายามเมินเฉยน้องนุ่มแต่แวะไปเทียวรับเทียวส่งเธอจากบางนาไปรังสิตตลอด จนวันนี้ผมมายืนอยู่ต่อหน้าเธอในห้อง ใช้วิธีเดิมๆ ปีนเข้ามาในห้องผ่านระเบียง
ผมรู้สึกว่าตัวเองเหี้ย แต่ก็คิดไรไม่ออก ผมชอบเธอถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ แต่ยังไม่รู้สึกอยากดูแลเพราะไม่มีชนักติดหลัง
ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองผม ผมมองหน้าเธอกลับ รู้สึกว่าน้องนุ่มน่ารักถึงไม่ได้แต่งหน้า ผมก็ไม่ได้เกลียดเธอ คนที่ผมเกลียดคืออีเนสที่ทิ้งผมไป ผมยอมรับว่าที่ข่มขืนเธอเพราะอยากได้คนนี้ ทำให้นึกถึงอีเนส แต่แค่กูจะไม่รอ
สุดท้ายความละอายใจเวรนั่นก็มาแค่ชั่วคราว ผมยังคงเป็นคนเหี้ยคนเดิมๆ
แค่มีไรกันเดี๋ยวไม่นานผู้หญิงมันก็ชอบเอง ผู้หญิงแม่งไม่มีไรมากหรอกว่ะ
“วันนี้ก็ไม่ไปเรียน?” ผมถามเธออีกที น้องนุ่มมองผมอย่างเกร็งๆ
“อะ... อื้อ”
“ดีแล้วว่ะ ไม่เห็นต้องเรียนเลย” ผมพูดสิ่งที่คิด เพราะผมเองก็เรียนไม่จบ ก่อนที่จะนั่งท้าวคางมองเธอ “อยู่บ้านเฉยๆ ก็ไม่ได้แย่”
“... แต่นุ่มอยากเรียนพยาบาล” เธอพูดขึ้นมา ผมชะงักไปเมื่อเห็นว่าน้องนุ่มมีท่าทางจริงจัง
“ก็ไม่ได้ห้าม” ผมพูดไว้กันเสียหน้า
“... พี่ข่มขืนนุ่มทำไม แล้วไม่ให้นุ่มแจ้งตำรวจ พี่ต้องการอะไรเหรอ” เธอถามผมตรงๆ ผมเองก็นิ่งไป เพราะไม่มีความต้องการเหี้ยไร ที่ข่มขืนเพราะอยากได้ ที่ไม่ให้แจ้งตำรวจเพราะกลัวจะติดคุก
“ก็พี่ชอบหนูอ่ะ ใช้เป็นเหตุผลไม่ได้เหรอ” น้องนุ่มส่ายหน้าทันที เพราะผมพูดออกไปโดยไม่ได้ไตร่ตรองอะไรออกมา
“... แต่นุ่มไม่ได้ชอบพี่” ผมรู้สึกเหมือนหน้าชา หน้าแหกหรือไรไม่รู้ รู้แค่ว่ารู้สึกจุกๆ ในอก เหมือนอกหักแต่ไม่ใช่ “นุ่มคิดไว้แล้วว่านุ่มจะเรียนไม่สนใจเรื่องอื่น แต่พี่ก็ทำให้นุ่มเสียความตั้งใจ”
“...”
พวกเราตกอยู่ในความเงียบ ผมจ้องมองน้องนุ่มที่กำมือแน่น เธอค่อยๆ คว้าแท่งอะไรสักอย่างที่ลางๆ ว่าเหมือนจะเป็นที่ตรวจครรภ์ออกมา เพราะนี่ก็หลายอาทิตย์แล้วที่ผมเทียวมาหาเธอ พร้อมกับพูดคำที่โคตรน่าตกใจ
“นุ่มท้อง พี่ไม่ได้ป้องกันนะคะ”
แล้วน้องนุ่มก็ร้องไห้ออกมาหนักมาก ผมตกใจ ยอมรับว่าตกใจดิ เพราะอยู่ดีๆ เธอก็บอกมันแล้วร้องไห้ออกมาเหมือนเก็บไว้คนเดียวมาหลายวันแล้ว ผมเอื้อมมือไปทำท่าจะแตะตัวเธอ แต่อยู่ดีๆ ความรู้สึกละอายใจก็พุ่งเข้ามาทำให้ผละมือออก
ว่าไงดีอ่ะ แค่คำว่าชั่ววูบของกู ทำร้ายเด็กผู้หญิงคนนึงไปได้ขนาดนี้เลยเหรอวะ
เธอมีลูกกับกูแล้ว กูจะทำยังไงดี?
“พี่ไม่ได้ตั้งใจ” ผมพูดเพราะกลัวเสียหน้าอีก รู้สึกขี้ขลาดขึ้นมา ถึงผมจะพูดว่าผมรู้สันดานผู้หญิงดี แต่ที่มันพังเพราะผมมันก็เป็นคนงี้เหมือนกัน ผมยอมผู้หญิงตลอด เลยถูกทิ้ง “พี่รับผิดชอบดีปะ น้องมาเป็นแฟนพี่นะ”
น้องนุ่มมองผมทั้งน้ำตา ผมที่มองเธอกลับด้วยสายตาหวาดกลัวในความผิด ผมไม่ได้กลัวโดนจับ แต่กลัวว่าน้องนุ่มจะไม่เอาผม ผมชอบเธอจริงๆ อย่างน้อยจนเผลอข่มขืน แต่ผมคิดว่ารับผิดชอบได้ แม้จะมีความรู้อันน้อยนิด
“... นุ่มไม่ต้องการ” เธอพูด ผมเลยชะงักไป “พี่ไม่ต้องรับผิดชอบหรอกนะคะ นุ่มกลัวพี่ลำบาก”
ใจผมยิ่งละอายกว่าเดิม ไม่รู้แม่น้องนุ่มเลี้ยงเธอแบบไหน ร่างเล็กถึงได้มีจิตใจที่ดีงามแบบนี้ ทั้งๆ ที่เธอกำลังจะลำบาก เธอกลับมาห่วงคนที่ทำร้ายเธออย่างผมก่อน
“พี่ไม่ลำบากหรอกค่ะ” ผมพูดกับเธอ สุดท้ายผมก็แพ้อีกแล้ว “พี่จะทำให้เห็นว่าพี่ดูแลน้องนุ่มได้”
ใจผมคิดแล้วว่า ผมต้องกลับมายุ่งกับยาเสพติดอีกครั้งจริงๆ แล้วว่ะ
อย่างน้อยก็เพื่อเธอ... กับลูก
[จบพาร์ท : ตะเข้]
เราไม่ได้ให้โอกาสพี่ตะเข้
เพราะเราเรียนพยาบาล เราไม่ประสีประสาเรื่องความรัก แต่เราแค่มองพี่ตะเข้ออกว่าเขาเป็นคนยังไง เรารู้สึกสงสารตัวเอง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าในใจลึกๆ ของเรา
เรารู้สึกไว้ใจพี่ตะเข้
เราโดนพ่อสอนมาตลอดว่าต้องรักคนเรียนแพทย์ ต้องรักคนที่เรียนสูงกว่าตัวเอง แต่พอเราได้เจอพี่ตะเข้ เรารู้สึกเหมือนได้เห็นความต่างของสังคม รู้สึกสนใจและอยากจะค้นหาคนๆ นี้
แต่เราแค่รู้สึกไว้ใจก็แค่นั้น เพราะยังไงเราก็ต้องเลือกเรียนมากกว่าอยู่แล้ว
ตอนพี่ตะเข้กลับมาหา ยอมรับว่ากลัวและลืมไปแล้ว เพราะรู้สึกดีทั้งๆ ที่ยังกลัว จนเขาข่มขืนเรา เราเสียใจกับสิ่งที่เสียไป แต่เรากลับไม่เสียใจที่จะได้มีเด็กตัวน้อยๆ เกิดขึ้นมา เราไม่คิดที่จะทำแท้งด้วยซ้ำ
ไม่รู้ทำไม... เขาก็เป็นแค่ผู้ชายไม่เอาไหนคนนึง ทำไมเราถึงรู้สึกไว้ใจขนาดนั้น ไว้ใจจนขนาดเก็บลูกที่ไม่ได้เกิดมาด้วยความรักเอาไว้?
เราได้แต่ถามตัวเอง แต่ตอบตัวเองไม่ได้ หรือไม่ก็เพราะเราอาจจะเป็นคนดีเกินไป
แต่เรารู้สึกนึกถึงพี่ตะเข้คนก่อนที่เทียวมาจีบเราที่บ้านตลอดจนแม่รู้สึกถูกชะตากับเขา ดูตอนนี้เขาเหมือนไม่มีความสุขกับชีวิตตัวเองเลย
นี่เรารู้สึกสงสารเขาเหรอ?
เราเลือกที่จะถามตัวเองขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไรกลับมา
แต่แค่คำว่าไว้ใจคงเทียบกับสิ่งที่เสียไปไม่ได้
เรากลับไปเรียนในวันต่อมา เจอเพื่อนเราก็พยายามทำตัวปกติ รอยกัดจนแดงช้ำใต้ร่มผ้าเราก็ปิดมันอย่างดีด้วยชุดนักศึกษา ผ่านไปเป็นอาทิตย์แล้วมันก็แค่จางลงแต่ไม่ได้หายไป เราไม่ประสีประสาเรื่องความรัก แต่โตพอที่จะรู้ว่าควรทำตัวยังไง
เราไปเรียนจนกลับมา แล้วก็เห็นว่าพี่ตะเข้มารับเราด้วยท่าทางที่แปลกไป
เขาดูลุกลี้ลุกลนเหมือนไปทำความผิดมาครั้งแรก
เราไม่รู้ว่าเขาจะมาถึงรังสิตอีก ได้แต่คิดว่าเทียวไปเทียวมาแบบนี้เขาไม่ลำบากเหรอ แล้วนี่เราเป็นแฟนกันเหรอ ทำไมถึงต้องมารับด้วย?
“พี่มาทำไมคะ” เราถามพี่เขาด้วยสีหน้าหม่นเศร้า ต้องเศร้าอยู่แล้วสิ เพราะถ้าท้องโตขึ้นมา เราอาจจะต้องเลิกเรียนในสิ่งที่เรารักก็ได้
“มารับผิดชอบเธอไง” เขาตอบกลับมา สรรพนามที่ดูไม่เหมือนเดิมทำให้เราได้แต่ชะงัก “เค้ามาเพื่อดูแลเธอ”
“... นี่เราเป็นแฟนกันเหรอ” เราถามอย่างงุนงง
“ใช่” เขาตอบอย่างหน้าตาเฉย ทั้งๆ ที่เราไม่เคยรู้สึกอยากได้ “เป็นแฟน”
“...”
“เค้าพูดไรผิดปะ? แต่ถ้าจะให้เค้ารับผิดชอบเธอ เราก็ต้องเป็นแฟนกันดิ” เราได้แต่มองพี่เขาอย่างตกใจ ที่พี่เขาบอกว่าจะรับผิดชอบ เราคิดว่าเขาจะรับผิดชอบเป็นเงินค่าเลี้ยงดู ไม่ใช่แบบนี้
เป็นคนที่เลือกจะทำชั่วด้วยการข่มขืนเรา แล้วมาทำแบบนี้เหรอ คิดว่ามันจะชดเชยได้จริงๆ งั้นเหรอ?
“... อื้อ ค่ะ”
แต่ทำไมเราถึงได้ยอมเขาด้วยนะ
เราอาจจะยอมเพราะเราไม่อยากให้ลูกเกิดมาต้องขาดพ่อก็ได้ เราคงเป็นคนดีเกินไปจริงๆ นั่นล่ะ
[พาร์ท : ตะเข้]
ผมอยู่รับผิดชอบน้องนุ่มมาสี่เดือน
ผมขายยาแลกกับเงินเพื่อมาดูแลเมียผม ผมที่เคยคิดว่าผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลังยอมเปลี่ยนตัวเองเพื่อมารับผิดชอบผู้หญิงคนนึงกับลูก โดยที่แม้แต่พ่อผมเองก็ไม่รู้เรื่องที่ผมทำผู้หญิงท้อง
อย่างน้อยกูก็เป็นลูกผู้ชาย
ผมคิดว่าผมเปลี่ยนไปได้นิดหน่อยหลังจากเห็นน้ำตาน้องนุ่มและคำพูดจริงจังของเธอว่าเธออยากเรียนโดยไม่คิดไรไปจนจบ แต่ตอนนี้ผมก็ทำชีวิตเธอพัง
แม่น้องนุ่มไม่รู้ว่าเธอท้องกับผม น้องนุ่มไม่ได้แจ้งตำรวจ ไม่ได้ไม่เอาผม แต่เธอแค่ไม่เปิดใจกับผมเลยตั้งแต่วันนั้น แม้ว่าผมจะพยายามทำดีเท่าไหร่
จนวันนี้ผมมาส่งยาให้ลูกค้าแถวๆ ดอนเมือง ใจผมคิดถึงร่างเล็กที่อยู่กับผมมาตลอดสี่เดือนแล้วได้แต่กระตุกยิ้ม
ผมรู้ตัวเองมาตั้งนานว่าผมชอบน้องนุ่ม แล้วตอนนี้มันคือรัก
เธอกำลังจะคลอดลูกของผม
“เอาของมา จะดูก่อนให้เงิน” ลูกค้าพูดกับผมเสียงห้วน ผมฉีกยิ้มแล้วเปิดเอาของในรถมาให้ดู ทำงานแบบนี้มาสี่เดือนทำให้ผมมีรายรับมากขึ้น ยิ่งทำกับไอ้โล้นก็ยิ่งรุ่ง
คงผิดที่ไม่เชื่อมันตั้งแต่แรก
“กัญชาจริงครับ” ลูกน้องมันพูดกับมัน ผมจ้องหน้ามัน ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะเอาบัตรตำรวจออกมา
“คุณถูกจับแล้ว” ผมเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าจะมีการตลบหลัง ตำรวจมาล่อซื้อยาจากผมแล้วรวบตัวจับ
สิ่งที่ผมคิดได้ในตอนนั้นคือ นุ่มกับลูก
ผมรีบขึ้นมอไซค์ขับหนีไปทันที และโดนไล่ตามมา แต่ใจผมกลับนึกถึงแต่รังสิต คิดถึงแต่เมียผมว่าเธอจะอยู่ยังไง เธอจะเลี้ยงลูกคนเดียวได้ยังไงวะถ้าไม่มีผม?
ผมขับหนีซิกแซกมาจนถึงหอน้องนุ่ม แล้วก็ได้รู้จากเจ้าของหอว่าผมสำคัญตัวผิดไปเอง
น้องนุ่มหนีกลับบางนาพร้อมกับลูกในท้อง ที่ผมโดนจับเพราะพ่อเธอรู้เรื่องที่ผมทำเธอท้อง พ่อเธอเป็นตำรวจ พ่อเธอสืบจนรู้ว่าผมขายยาอยู่กับเพื่อน จึงให้ตำรวจมาล่อซื้อแล้วรวบตัวผมเข้าคุก
ผมรู้ว่าชีวิตมันยากตั้งแต่ตอนนั้น ผมโดนจับพร้อมกับพวกไอ้โล้นเพราะตำรวจสาวมาถึงตัวมัน แล้วถูกจับเข้าคุกพร้อมกัน
ก่อนโดนจับไอ้โล้นส่งสัญญาณกับผมว่าไอ้ห้อยจะสืบต่อธุรกิจเราข้างนอก ออกไปจากคุกยังไงก็ได้งาน โทษจำคุก 1 ปี 4 เดือน
ผมไม่ได้ร้องไห้ แต่รู้สึกเหมือนใจสลาย เป็นครั้งแรกที่ผมนึกถึงหน้าพ่อ แล้วก็สัมผัสได้ถึงอารมณ์คนเป็นพ่อได้
จริงๆ ที่พยายามหาเงินมาทุกวันนี้ก็เพื่อลูก
ผมทำผิดตรงไหน?
หนึ่งปีสามเดือน
“เชิญนักโทษคุยกับญาติได้” แววตาผมมองไปทางภาพตรงหน้า นั่นคือภาพของไอ้ห้อยที่นั่งอยู่ในชุดธรรมดา มันมองหน้าผมกลับ เราจ้องหน้าอย่างรู้กัน ก่อนที่จะนั่งลงตรงหน้ามันที่มีกระจกใสกั้น
มันสบตาผม ก่อนที่จะรอตำรวจไปแล้วถึงคุย
“งานสำเร็จแล้ว กูลงทุนได้จนเป็นที่ดิน” มันพูดเรื่องที่น่ายินดีให้กับผม เรื่องธุรกิจของเรา ผมพยักหน้า ไว้จะไปบอกไอ้โล้นในคุกทีหลัง “ส่วนเรื่องเมียมึง เพิ่งตามเจอเมื่อเดือนก่อน”
“...”
“เป็นพยาบาลอยู่สำโรง” ผมนิ่งไป หนึ่งปีที่ผ่านมาเธอได้เป็นพยาบาลเต็มตัวแล้วเหรอวะ “แต่ไม่เห็นลูกมึงเลย ไว้กูจะไปตามให้ช่วงว่างๆ”
“ลูกกูน่าจะอยู่กับพ่อน้องนุ่มที่บ้านมั้ง พ่อเธอเกลียดกูยิ่งกว่าขี้” ผมพูดแล้วกัดเล็บตัวเอง พ่อเธอเป็นตำรวจยังไงก็ไม่ดีกับงานเราแน่
“อีกหนึ่งเดือนมึงก็ได้ออก ทนไว้” มันพูดด้วยสีหน้านิ่งๆ ไอ้ห้อยมันรอบคอบเพราะพ่อมันเป็นเสี่ยเลยไม่เกมเข้าคุกแบบผมกับไอ้โล้น เทียบกับมันแล้วเราก็แค่ตัวส่งยา แต่มันคือลูกของแบคใหญ่ “มึงลืมเรื่องยาไปได้เลย”
“...”
“มีเรื่องสนุกกว่านี้ให้มึงทำเพียบหลังจากออกคุก”
[จบพาร์ท : ตะเข้]
หนึ่งปีหกเดือน
เราทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เข้ากะช่วงดึกหลายวันจนร่างกายเริ่มเหนื่อยล้า
ผ่านมาปีกว่าๆ แล้วที่คนที่ข่มขืนเราถูกจับเข้าคุก เขาโดนพ่อเราเองที่เป็นคนจับ หลังจากรู้มาว่าเขาขายยาเสพติดกับเพื่อน เราได้แต่ไม่เชื่อ เคยสงสัยที่เขาเอาเงินมาให้เราตอนที่ท้องตอนนั้นเหมือนกัน แต่ตอนนี้มันก็แค่ติดอยู่ในความทรงจำ
ผู้ชายคนนั้นทำให้พ่อโกรธมาก เลยปกป้องศักดิ์ศรีเราด้วยการจับพี่ตะเข้เข้าคุก
มันเร็วมาก ตั้งแต่ที่เราอึดอัดกับการโกหกพ่อแม่ว่ามีชีวิตอยู่ดีที่รังสิต เลยตัดสินใจกลับบ้านไปบอกความจริง แม่เราตกใจแต่ก็ดีใจที่เป็นพี่ตะเข้ แม่เชียร์พี่ตะเข้กับเรามานานตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว
แต่พ่อไม่เลย
พ่อบอกว่าพี่ตะเข้คือคนที่ทำลายชีวิตเรา เราไม่เหมาะสมกับคนชั่วๆ พรรค์นั้น
คำพูดของพ่อฝังอยู่ในความทรงจำของเราเสมอ จนตอนนี้ที่เราเคยรู้สึกดีกับพี่ตะเข้ มันก็แค่เศษเสี้ยวของความทรงจำ
หลังจากคลอดลูกเราก็ตั้งใจเรียนจนได้กลายเป็นพยาบาลที่สถานพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่ที่เป็นได้เร็วขนาดนี้ก็เพราะเส้นสายของพ่อกับแม่ เราเช่าห้องอยู่ใกล้ๆ โรงพยาบาลนั้น แล้วให้ลูกอยู่กับพ่อและแม่ เพราะเราทำงานหนักไม่มีเวลาดูแล
แทบไม่ได้ยินลูกเรียกเราว่าแม่เลย
เรานั่งถอนหายใจอยู่ในห้องพักพยาบาล พยายามไม่คิดเรื่องเก่าๆ ให้วุ่นวายใจ ตอนนี้เราได้ตั้งหลักกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง พยายามตั้งใจทำงานเพื่อไม่ให้พ่อแม่ผิดหวัง แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นการกดดันตัวเองเปล่าๆ
เราถอนหายใจเป็นรอบที่สอง หรือว่านี่เราจะคิดถึงคนที่เคยข่มขืนเรา?
ก็แน่ล่ะ เราเคยรู้สึกดีกับเขานี่
“น้องนุ่มคะ เคสผ่าตัดด่วน ช่วยส่งเครื่องมือให้หมอไปป์ค่ะ”
“ค่ะ!” เราสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกของรุ่นพี่พยาบาลถึงเคสที่เหลือเราที่เป็นพยาบาลคนเดียว เรารีบรุดออกจากห้องไปยังห้องของคุณหมอ แล้วก็พบกับคนไข้ที่เลือดเต็มตัว มีคนรออยู่หน้าห้องพยาบาล
เราทำงานในนี้มาหลายเดือนจนไม่กลัวเลือดหรืออะไรอีกแล้ว
เราตั้งท่าจะเข้าห้องฉุกเฉิน แต่อยู่ดีๆ ข้อมือก็ถูกคว้าไว้ด้วยใครบางคน
พอเราหันกลับไปก็ต้องตกใจ เราจำไม่ได้ว่ากี่ปีกี่เดือนที่เขาออกมาจากคุกแล้ว ได้แต่คิดว่าคงไม่ได้เจอเขาอีก
จนวันนี้ เราได้เจอเขาโดยบังเอิญ และเขาก็คือเพื่อนของคนไข้
“เค้าเจอเธอแล้ว” นั่นคือคำแรกที่เขาพูดหลังจากที่เราเจอกัน ก่อนที่จะช้อนตัวเราขึ้นอุ้มทั้งชุดพยาบาล “มึง กูเจอเมียกูแล้ว คุยกับไอ้ไปป์ให้ด้วย”
“ได้เลยเพื่อน” เราตกใจที่เห็นร่างที่เต็มไปด้วยเลือดลุกขึ้นมาให้สัญญาณกับเขา ก่อนที่จะทันปะติดปะต่ออะไรได้ เขาก็อุ้มเราวิ่งออกไปจากตรงนั้น
ดะ เดี๋ยวก่อน
“นะ นี่อะไรคะ”
“ก็แค่เล่นไรกับหมอนิดหน่อย แบคเค้าสนิทกับ ผอ. โรงบาลนี้” เรามองพี่ตะเข้ที่พาเรามานั่งในรถแล้วขับออกไปโดยไม่มีใครตามมา จนติดไฟจราจร เราที่ฟื้นสติได้ถึงถามเสียงสั่น “เธอเป็นพยาบาลที่นี่เหรอ แล้วลูกล่ะ?”
“พี่ออกจากคุกมาเพื่อลักพาตัวนุ่มเหรอ” เราเองก็ไม่ใช่นุ่มคนเดิมอีกแล้ว พ่อเราฝังความเกลียดของเราที่ควรมีต่อคนที่ข่มขืน อีกอย่างตั้งแต่ท้องเราก็ถูกมองว่าเป็นเด็กใจแตก เราท้องโตจนไม่ได้เรียน พ่อเราพูดตลอดว่าเขาทำลายชีวิตเรา
พูดจนเราเชื่อไปแล้วจริงๆ
“เปล่า เค้าแค่” ร่างสูงชะงักไป ตอนนี้เขาใส่เสื้อฮาวายเปิดให้เห็นเสื้อกล้ามข้างในกับกางเกงยีนส์ขาดๆ เหมือนอันธพาล จิลที่เจาะทุกอย่างยังอยู่เหมือนเดิม ผมสีดำที่เกล้าขึ้นไปพร้อมกับเปิดหน้าผากด้วยแว่นกันแดดทำให้เรามองเขาอย่างไม่ชิน “เค้าแค่อยากรู้เรื่องลูก”
“...”
“ลูกเป็นไงบ้าง ให้เค้าเห็นหน้าลูกได้มั้ย?” เราเม้มริมฝีปาก มองมือตัวเองที่สั่นอยู่บนตัก จรรยาบรรณของพยาบาลคือต้องไม่โกหกคนไข้ แต่ก็ต้องปิดประวัติการรักษาคนไข้ไว้อย่างมิดชิดเช่นกัน
จะเป็นอะไรมั้ย ถ้าเราอยากจะกีดกันลูกจากพ่อแบบนี้
“นุ่มไม่ได้มีลูก” ร่างสูงเบิกตากว้าง “ลูกหลุดตั้งแต่ที่พี่ติดคุกแล้ว”
“...”
“พี่กับนุ่มไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันนะคะ”
นุ่มทำแท้งเหรอวะ แน่ใจเหรอว่าเธอทำแท้ง?ผมทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว ผมกัดฟันรอจนนุ่มเลิกงานกลับบ้าน หอเธอคราวนี้ไม่ใช่หอหญิงมันเลยง่ายในการแฝงตัวเข้าไป ผมบอกว่าตัวเองเป็นแฟนนุ่มแล้วเอากุญแจสำรองมาไว้ติดตัว ผมจะได้เข้าออกห้องนุ่มสะดวกผมนั่งรอจนนุ่มเปิดประตูเข้ามาในห้อง เธอเปิดไฟ แล้วก็เห็นผมที่ยืนดูดบุหรี่อยู่ที่ระเบียง ร่างเล็กดูมีท่าทางตกใจ“... พี่ตะเข้”“นุ่ม เราต้องคุยกันหน่อยว่ะ” ผมพูดกับเธอเสียงหนักแน่น เข้าถึงตัวเธออย่างง่ายดาย ร่างเล็กสะดุ้ง เธอรีบเดินหลบไปทางอื่น แต่ถูกผมคว้าแขนไว้“อะ... อะไรคะ ถ้าเรื่องเงิน นุ่มจะรีบเอามาคืนเอง พี่ไม่ต้อง...”“นุ่มยังไม่ได้ทำแท้งลูกของพี่ใช่มั้ย” ผมรีบแทรกก่อนที่เธอจะทันพูดไร น้องนุ่มนิ่งไป ผมเลยบีบไหล่เธอแน่นขึ้น “ลูกของเรายังอยู่ใช่มั้ยวะนุ่ม”“พี่พูดอะไร...”“วันนี้พี่บุกไปที่บ้านเธอ” ร่างเล็กเบิกตากว้าง “เพื่อนพี่มันบอกว่าพ่อนุ่มบังคับให้นุ่มทำแท้ง พี่เลยจะไปถามว่าจริงมั้ย”“...”“มีเด็กผู้หญิงอยู่ในนั้น เธอเรียกพี่ว่าพ่อ”“...”“นี่พี่ไม่ได้ฝันไปใช่มั้ยวะนุ่ม ลูกของเรายังอยู่”“...”“นุ่ม ทำไมไม่บอกพี่ บอกว่าทำแท้งทำไม” ผมเขย่าไหล่เธอ
แต่ก่อนที่จะได้จูบ เธอก็ดันผมออก“อย่าดีกว่าค่ะ” เธอมองหน้าผม หน้าที่ไม่มีรอยยิ้ม “มันไม่ดีเลยนะ”“...”“พี่ควรหยุดทำงานพวกนี้นะคะ”ผมเบิกตากว้างเมื่ออยู่ดีๆ เธอก็โพล่งขึ้นมา คำพูดของเธอทำให้ใจผมเอนเอียงไปได้นิดหน่อย แต่ก็เหมือนเดิม ชีวิตคนอย่างผมมันกู่ไม่กลับแล้ว มันไปไกลเกินกว่าที่จะหันหลังกลับ“พี่ทำไม่ได้”“...”“ทำไม่ได้จริงๆ ว่ะนุ่ม”แม้ว่าในใจผมจะคิดอยากหยุดสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ก็ตาม“มึงต่อยไอ้เข้เกินไปป่าว เดี๋ยวมันก็ทำงานไม่ได้”ไอ้โล้นพูดตอนที่เราคุยอยู่ในห้อง ผมตามมาทีหลังแล้วก็เห็นมันคุยกันเรื่องเงินกันอยู่ก่อนแล้ว“ไอ้เข้มันทนเจ็บดี” ไอ้ห้อยพูดตอนที่เทเหล้าให้ตัวเอง ผมมองหน้ามันสองคนแล้วกุมมือไว้“เรื่องพี่ชายเมียกูเป็นไงบ้าง?” ผมถามตรงประเด็น พวกมันหันมามองหน้าผม“มันยอมยกน้องให้ใช้หนี้แทนไง เหี้ยมั้ยล่ะ” ผมจุดบุหรี่ขึ้นดูด พวกมันนั่งมองหน้ากัน แล้วไอ้ห้อยก็เดินมาผลักอกผมเบาๆ“อะไร”“ไม่สะทกสะท้านเหรอ” มันถาม “พี่ชายมันยกมันให้มึงเพราะกลัวโดนต่อย โคตรลูกผู้ชาย”“มันก็ดีกับเราไม่ใช่ไง?” ผมไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน พวกมันมองหน้ากันอีกแล้วพยักหน้าให้กัน ผมที่สังเกตเห็นเหมือนว่ามั
เรามาหาพี่ชายของเราวันนี้ เพราะพี่โทรต่อสายตรงมาที่โรงพยาบาลว่ามีเรื่องอยากให้ช่วยโดยที่ไม่ให้เราบอกพ่อกับแม่“ขอร้องล่ะนุ่ม พอมีเงินสักเจ็ดแสนให้พี่ยืมใช้หนี้ก่อนมั้ย”น้ำเงิน คือชื่อของพี่ชายเราที่เพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่น หลังจากที่รู้ว่าพี่ใช้เงินที่ญี่ปุ่นจนหมดตัวเลยกู้หนี้นอกระบบมาตอนที่กลับมาที่ไทย เราก็ตกใจมาก“นะ... นุ่มไม่มีเลยค่ะ” เราพูดเสียงอ่อน นึกเสียใจที่ช่วยพี่ตัวเองไม่ได้ “พี่กลับไทยมาก็ไม่บอกพวกเรา นุ่มเองก็เพิ่งได้ทำงานเป็นพยาบาลที่นั่นด้วย”“พี่ไม่มีเงินเหลือแล้ว” ร่างสูงสะอื้นออกมา “เพิ่งกลับไทยมาไม่มีงานแพทย์ที่ไหนรองรับ พี่เครียดมากเลยนุ่ม”“พี่คะ” เราได้แต่มองพี่อย่างสงสารแล้วกุมมือพี่ไว้แบบนั้น ภายในห้องของพี่ที่ไม่ค่อยมีเฟอร์นิเจอร์อะไรแต่ทว่าปึง!เสียงทุบประตูที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้เราและพี่ตกใจ พี่เรารีบพูดอย่างลนลานทันทีเหมือนจะระแวงอยู่ก่อนแล้ว“พวกเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบแน่!” พี่เริ่มร้องไห้แล้วเขย่าตัวเรา “ทำไงดีนุ่ม พี่จะทำยังไงดี”“พะ... พี่ใจเย็นๆ ก่อนนะ นุ่มว่า...”พลั่ก!!เสียงประตูที่เปิดออกพร้อมกับเสียงเซ็งแซ่ของคนทำให้ทั้งเราและพี่ตกใจจนตัวสั่
[พาร์ท : ตะเข้]ผมเหมือนใจสลาย มองน้องนุ่มในชุดพยาบาลที่มองผมกลับ แล้วได้แต่แค่นหัวเราะ“เฮ้ย อย่ามาโกหกเค้า” ผมพยายามหลอกตัวเอง ที่ผมออกมาจากคุกแล้วกลับมาเพราะอยากเจอลูก แล้วทำไมลูกถึงไม่อยู่“... ไม่ได้โกหกค่ะ” น้องนุ่มโพล่งขึ้นมา ผมหันไปมองหน้าเธอ “นุ่มเป็นพยาบาลนะ รู้จักการทำแท้งอย่างถูกวิธี...”“อย่ามาโกหกเค้าดิวะ!” ผมเผลอตวาดออกมา “ทำแท้งเหรอ? นั่นลูกของเรานะน้องนุ่ม นุ่มทำได้ลง?”“ดะ... ดีกว่าลูกต้องคลอดออกมาแล้วเจอพ่อเป็นคนแบบนี้นี่คะ” น้องนุ่มมองผม เธอมองผมอย่างผิดหวังแม้ว่าเสียงที่เปล่งออกมาจะโคตรสั่น คงไม่เหลือความรักให้ผมแล้ว“...”“พี่ไปมีชีวิตของพี่นะคะ อย่ามายุ่งกับนุ่มเลย”“พี่ไม่ดีเหรอวะนุ่ม” ผมถามร่างเล็ก ถามทั้งที่รู้ตัวเอง ถ้าดีจริงเค้าคงไม่ทำแท้งลูกของผม “อะไรที่พี่ทำให้ได้ พี่ก็อยากทำให้นะ”“...”“แต่ทำไมต้องทำแท้งลูก” น้ำตาของลูกผู้ชายคลอที่หน่วยตา น้องนุ่มมองผม เธอมีสีหน้าสงสาร ก่อนที่จะหลบสายตาไป“ขอโทษค่ะ”“...”“... นุ่มไม่มีทางเลือกจริงๆ”ผมไปส่งนุ่มที่หอพัก เธออยู่ใกล้ๆ โรงพยาบาลที่เธอทำงาน ตอนแรกน้องนุ่มไม่อยากให้ผมมาส่ง แต่ผมก็ดึงดันจนได้ผมเห็นหลังของเธ
เป็นอาทิตย์ที่ผมพยายามเมินเฉยน้องนุ่มแต่แวะไปเทียวรับเทียวส่งเธอจากบางนาไปรังสิตตลอด จนวันนี้ผมมายืนอยู่ต่อหน้าเธอในห้อง ใช้วิธีเดิมๆ ปีนเข้ามาในห้องผ่านระเบียงผมรู้สึกว่าตัวเองเหี้ย แต่ก็คิดไรไม่ออก ผมชอบเธอถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ แต่ยังไม่รู้สึกอยากดูแลเพราะไม่มีชนักติดหลังร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองผม ผมมองหน้าเธอกลับ รู้สึกว่าน้องนุ่มน่ารักถึงไม่ได้แต่งหน้า ผมก็ไม่ได้เกลียดเธอ คนที่ผมเกลียดคืออีเนสที่ทิ้งผมไป ผมยอมรับว่าที่ข่มขืนเธอเพราะอยากได้คนนี้ ทำให้นึกถึงอีเนส แต่แค่กูจะไม่รอสุดท้ายความละอายใจเวรนั่นก็มาแค่ชั่วคราว ผมยังคงเป็นคนเหี้ยคนเดิมๆแค่มีไรกันเดี๋ยวไม่นานผู้หญิงมันก็ชอบเอง ผู้หญิงแม่งไม่มีไรมากหรอกว่ะ“วันนี้ก็ไม่ไปเรียน?” ผมถามเธออีกที น้องนุ่มมองผมอย่างเกร็งๆ“อะ... อื้อ”“ดีแล้วว่ะ ไม่เห็นต้องเรียนเลย” ผมพูดสิ่งที่คิด เพราะผมเองก็เรียนไม่จบ ก่อนที่จะนั่งท้าวคางมองเธอ “อยู่บ้านเฉยๆ ก็ไม่ได้แย่”“... แต่นุ่มอยากเรียนพยาบาล” เธอพูดขึ้นมา ผมชะงักไปเมื่อเห็นว่าน้องนุ่มมีท่าทางจริงจัง“ก็ไม่ได้ห้าม” ผมพูดไว้กันเสียหน้า“... พี่ข่มขืนนุ่มทำไม แล้วไม่ให้นุ่มแจ้งตำรวจ พี่ต้องการอ
Trigger Warning :พาร์ทนี้มีการกระทำของตัวละครที่ไม่เหมาะสม มีเนื้อหาเกี่ยวกับการข่มขืนโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านรบกวนไม่ดราม่าเพราะเราเตือนตั้งเเต่หน้าเรื่องเลยนะคะนิยายเรื่องนี้เป็นเพียงนิยายสะท้อนสังคมเรื่องหนึ่งเท่านั้น พระเอกได้รับผลกรรมเเน่นอน“แล้วมึงจะตามไปเทียวรับเทียวส่งเมียใหม่ที่ปทุมเหรอวะ ไกลไปป่าว”ไอ้โล้นพูดกับผมระหว่างที่เรานั่งกระดกเหล้ากันสามคน ผมมองไปที่แก้วเหล้า ก่อนที่จะเติมน้ำแข็ง“ไม่ไกลอ่ะ กูแค่ขับรถไปชั่วโมงเดียว”“เช้าๆ รถติดจะตายห่า มึงไปยังไง แล้วเมียมึงเรียนตอนไหน”“เออ นั่นดิ” ผมนึกขึ้นได้ หลังจากข่มขืนน้องนุ่มนี่ก็ข้ามคืนไปแล้วที่ผมแดกเหล้ากับเพื่อน ผมว่าจะทักเธอไปอยู่ แต่จำได้ว่าปาโทรศัพท์น้องนุ่มแตกไปแล้ว ไม่รู้เสียไปหรือยังคิดแล้วก็หยุดกระดกเหล้าไปซะเฉยๆ ทำแบบนั้นก็แย่ไปหน่อย ถ้าเป็นผมโดนเขวี้ยงโทรศัพท์ ก็คงโกรธ“ไม่ต้องถาม เดี๋ยวคืนนี้กูจะกลับไปหาน้อง” ผมพูดแล้วกระตุกยิ้มออกมาบางๆ“มึงนี่เรื่องผู้หญิงนานๆ ทีจะมีนะ ติดใจไรอีก” ไอ้โล้นถามผมขึ้นมา ผมเหลือบมองไอ้ห้อยที่นั่งก๊งเหล้าเงียบๆ มันเป็นคนไม่ค่อยพูดเท่าไหร่แต่ถนัดที่จะฟังคนอื่นพูดมากกว่า ไม่ได
Trigger Warning :พาร์ทนี้มีการกระทำของตัวละครที่ไม่เหมาะสม มีเนื้อหาเกี่ยวกับการข่มขืนโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านรบกวนไม่ดราม่าเพราะเราเตือนตั้งเเต่หน้าเรื่องเลยนะคะนิยายเรื่องนี้เป็นเพียงนิยายสะท้อนสังคมเรื่องหนึ่งเท่านั้น[พาร์ท : ตะเข้]ผมข่มขืนน้อง แล้วก็มานั่งอวดเพื่อนในเฟสเหมือนว่าตัวเองนั้
Trigger Warning :พาร์ทนี้มีการกระทำของตัวละครที่ไม่เหมาะสม มีเนื้อหาเกี่ยวกับการข่มขืนโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านรบกวนไม่ดราม่าเพราะเราเตือนตั้งเเต่หน้าเรื่องเลยนะคะนิยายเรื่องนี้เป็นเพียงนิยายสะท้อนสังคมเรื่องหนึ่งเท่านั้นเราอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำ ถูสบู่กับแขนเรียวเล็กของตัวเอง แล้วถูตามตัวลงไปเร
Trigger Warning :พาร์ทนี้มีการกระทำของตัวละครที่ไม่เหมาะสม โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน“หอพักที่นี่ไม่อนุญาตให้ผู้ชายเข้านะคะ”แล้วผมก็ต้องทำหน้าเซ็งเมื่อมาส่งถึงหอ (ที่น้องนุ่มบอก) ถึงได้รู้ว่านี่เป็นหอพักหญิงล้วน มีแต่ผู้หญิงพัก ส่วนหอผู้ชายอยู่อีกฝั่งเหี้ยไรวะ ทำไมผมถึงเข้าไม่ได้“ป้า แต่ผมไม่มี
ใครอ่ะ ที่มาหาเรา“เอ้ เดินไปกับเราหน่อยนะ” เราพูดกับเพื่อนสนิทอย่างกล้าๆ กลัวๆ หลังจากผละออกมาจากเพื่อนคนนั้นที่อุตส่าห์หวังดีมาบอก ที่เรากลัวจนต้องพึ่งเอ้เพราะไม่คุ้นชินกับคนแปลกหน้าอยู่แล้ว เอ้รีบพยักหน้ารับและเดินไปพร้อมกับเราที่หน้ารั้วมหาลัยอย่างว่าง่ายทันทีว่าแต่... ใครกันนะ ที่อยากมาเจอเรา







