تسجيل الدخول"หลิวหรูเยียนน่ะหรือ?" หลินโม่ทอดถอนใจเบา ๆ "ข้าไม่ได้ติดใจคำพูดของคนเมา... เจ้าไปบอกให้นางสบายใจเถิด""ฮูหยินช่างมีจิตใจโอบอ้อมอารีย์... ทว่าศิษย์พี่หญิงหลิวกลับไม่อาจยกโทษให้ตนเองได้เลยขอรับ"เสี่ยวอวี้ช้อนสายตาขึ้นสบตากับหลินโม่ ดวงตาที่ละม้ายคล้ายคลึงกับจินฝานคู่นั้นฉายแววเว้าวอนอย่างน่าสงสารจนผู้คนต้องรู้สึกสะเทือนใจ"ฮูหยินคงทราบดีว่า ศิษย์พี่หญิงเป็นคนแข็งนอกอ่อนใน นางมีนิสัยเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรี ยามนี้คนทั้งสำนักต่างติฉินนินทาและมองนางด้วยสายตาเหยียดหยาม นางรู้สึกละอายใจจนแทบไม่กล้าสู้หน้าใครได้... นางอยากจะกล่าวคำขอโทษและปรับความเข้าใจกับฮูหยินอย่างเปิดอกสักครั้ง""หากนางต้องการขอโทษ เหตุใดจึงไม่มาพบข้าด้วยตนเองเล่า?"หลินโม่เอ่ยถามด้วยความรู้สึกเคลือบแคลงเสี่ยวอวี้ประสานมือเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม"ศิษย์พี่หญิงเกรงว่าหากเดินทางมาที่เรือนสดับลม ย่อมตกเป็นเป้าสายตาให้ผู้คนนำไปเล่าลือเสีย ๆ หาย ๆ อีกขอรับ นางจึงรอฮูหยินอยู่ที่ลานฝึกกระบี่ป่าไผ่เขียว นอกเขตค่ายกลทางทิศตะวันออก หวังเพียงได้เอ่ยคำขอโทษจากใจจริงในสถานที่ลับตาคน"
"นังแพศยา! นังหญิงสารเลว! เหตุใดทุกคนต้องไปยกยอมันถึงเพียงนั้น!" นางกรีดร้องพลางหอบหายใจถี่กระชั้น น้ำตาแห่งความเจ็บแค้นรินไหลเปรอะเปื้อนพวงแก้มเสี่ยวอวี้รีบก้าวเข้ามาในห้อง มองสภาพข้าวของที่พังยับเยินด้วยสายตาเรียบเฉยชั่วครู่ ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นความห่วงใย ชายหนุ่มก้าวเข้าไปชิดร่างที่กำลังสั่นเทา รวบฝ่ามือบางของหลิวหรูเยียนไว้อย่างนุ่มมนวลแล้วเอ่ยปลอบประโลม"ศิษย์พี่หญิง... ใจเย็นลงหน่อยเถิด ทำลายข้าวของเช่นนี้มีแต่จะทำให้ท่านเจ็บตัวเสียเปล่าๆ""จะให้ข้าใจเย็นได้อย่างไร!"หลิวหรูเยียนสะบัดมือออกอย่างแรง ก่อนจะตะคอกด่าใส่หน้าเขาด้วยความเกรี้ยวกราด นัยน์ตาแดงฉานดุจสุนัขบ้า"นังแพศยาหลินโม่มันแทบจะขึ้นมาเหยียบหัวข้าอยู่แล้ว! คนทั้งสำนักมองมันเป็นเทพธิดา ส่วนข้ากลายเป็นเพียงเศษขยะที่ไม่มีใครเห็นคุณค่า!"เสี่ยวอวี้ยืนนิ่ง มองดูสตรีตรงหน้าที่กำลังตกอยู่ในกับดักแห่งความแค้นจนขาดสติ รอยยิ้มลึกล้ำซ่อนรอยเหี้ยมเกรียมจุดประกายขึ้นที่มุมปาก ก่อนที่เขาจะขยับเข้าไปใกล้ แนบใบหน้าลงข้างหูนาง แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความหยามหยันที่กระตุ้นจิตใจฝ่ายมารของนาง"ต่อให้เป็นเช่นนั้น... ท่านก็ไม่จำเ
เมื่อราชันมังกรถอดถอนองคชาตออก เจ้าสำนักเซียนกระบี่หนุ่มก็เสือกกายสอดแทรกท่อนเอ็นยักษ์ที่ชูชันร้อนผ่าวเข้ามารับช่วงต่อในทันทีจินฝานหวดสะโพกบดซอยเนินเนื้ออวบอูมอย่างดุดันดิบเถื่อน ฝ่ามือหนาตะโบมขยำสองเต้ากลมโตอย่างเมามัน หลินโม่ใช้เรียวขาทั้งสองข้างโอบรัดเอวสอบของเขาไว้แน่น ร้องครวญครางไม่หยุดปากนางถูกเคี่ยวกรำเน้นย้ำที่จุดอ่อนไหวจนพุ่งทะยานขึ้นสู่สวรรค์ชั้นฟ้าครั้งแล้วครั้งเล่า เผชิญหน้ากับความสุขเฉียดตายเช่นนั้นซ้ำ ๆ บัดนี้จมดิ่งอยู่ในห้วงทะเลแห่งราคะ ไม่อาจถอนตัวขึ้นมาได้ร่างอ้อนแอ้นบิดเอวแอ่นสะโพก เด้งรับทวนรักอย่างยั่วยวน รสชาตินี้ทำให้นางเคลิ้มคลั่ง อารมณ์ตัณหาพุ่งสูงขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด“ท่านพี่... ระ เร็ว ๆ อ๊ะ ! อ๊า...” หลินโม่สะบัดหน้าที่ฝาดสีเลือดไปมาทั่วร่างมีหยาดเหงื่อผุดพรายพราวระยับ ดวงตาดอกท้อคู่งามเบิกกว้างเมื่อชายหนุ่มเร่งจังหวะตามที่นางร้องขอ“ซี๊ดดด... โม่เอ๋อร์ !”จินฝานแผดเสียงครางดังลั่น เขาโถมทับลงบนร่างนุ่มนิ่มเหมือนก้อนแป้งของหลินโม่ ตะบันกายเข้าออกอย่างเอาเอาตาย แผงอกแกร่งบดเบียดสองเต้ากลมโตจนหยุ่นยวบผิดรูปหัวหน่าวแข็งขึงและเนินเนื้อสามเหลี่ยมปะทะกันเสียง
“โม่เอ๋อร์... ตรงนี้ของเจ้าเปียกเยิ้มเป็นบ่อน้ำผึ้งแล้ว”เซี่ยเว่ยจ่อหัวมังกรแดงถูไถรอยแยกอ่อนนุ่มของหญิงสาวด้วยความกระสัน ชายหนุ่มคำรามฮึ่มในลำคอด้วยความขัดใจที่ถูกสามีอีกสองคนของนางขัดจังหวะการสอดประสานหยินหยาง เขาลุกพรวดขึ้น จับร่างของหลินโม่นอนเกยขอบสระ ถ่างเรียวขาขาวออกกว้าง แล้วเสือกกายเข้าสู่ช่องทางรักจากทางด้านหลังพรวดเดียว"อร๊าา...!"หลินโม่อ้าปากค้าง ดวงตาพร่ามัวไปหมดเมื่อช่องทางสวาทถูกเซี่ยเว่ยกระแทกกระทั้นตอกเสยเข้ามาจนมิดรากฐาน ขณะเดียวกัน สือถงและจินฝานก็ก้าวมาด้านหน้า ฝ่ามือหนาบีบเค้นสองเต้าเต่งตั้งแล้วจ่อท่อนเอ็นเนื้อหนา อีกสองบ้องแนบชิดเรียวปากอวบอิ่มของนาง เพื่อให้หลินโม่ดูดเลียปลอบประโลมอาการปูดบวมจนแทบระเบิดของพวกเขาสลับกันไปมาเสียงเนื้อหวดเนื้อสอดประสานกับเสียงน้ำในสระไหลกระฉอกดัง ซ่า... ซ่า...เซี่ยเว่ยขยับสะโพกสอบกระแทกกระทั้นซอยเสยรัวถี่จากเบื้องหลัง สือถงและจินฝานผลัดกันดันแก่นกายเข้าออกในโพรงปากของนางอย่างป่าเถื่อนหลินโม่ดวงตาพร่ามัวเริ่มมีน้ำตาคลอ ปทุมถันขาวอวบและเนินเนื้อสามเหลี่ยมถูกฝ่ามือหนาสามคู่บีบขยำบดขยี้ บั้นท้ายกลมกลึงถูกปะทะอย่างต่อเนื่อง เสียงด
"โม่เอ๋อร์... เจ้าเพิ่งกรีดหัวใจกำจัดพิษกู่ออกไปได้ไม่นาน ควรจะถนอมร่างกายให้มาก ข้าจะพาเจ้ากลับไปพักผ่อนเดี๋ยวนี้"ยังไม่ทันที่หลินโม่จะได้เอ่ยตอบ สือถงก็ก้าวพรวดเข้ามาแทรกตรงกลาง มือหนาของเขายื่นไปโอบประคองเอวบางของนางไว้อย่างถือดี ชิงเอ่ยตัดหน้าเซี่ยเว่ยด้วยเหตุผลที่มีน้ำหนักมากกว่า"คืนนี้ ผู้ที่ทำหน้าที่สามีของนางตามลำดับ ย่อมต้องเป็นข้า"เมื่อจินฝานเห็นสามีร่วมภรรยาอีกสองคน เริ่มแสดงพฤติกรรมที่ส่อเจตนาไม่ดี หมายจะรังแกสตรีผู้บอบบาง ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าถิ่นมีหรือจะยอมเสียเปรียบ "พวกเจ้าทั้งสองเป็นแขกของที่นี่ ข้าจะดูแลนางเอง"หลินโม่ถูกแรงกดดันจากความหึงหวงและความต้องการที่จะครอบครองของสามีทั้งสามรุมเร้าจนคิดอะไรไม่ออก ความรู้สึกเจ็บแปลบในอกที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ก่อน ถูกความวุ่นวายและกลิ่นไอเสน่หาตรงหน้ากลบกลืนไปจนสิ้นสือถง เซี่ยเว่ย และจินฝาน ไม่มีใครยอมถอยให้ใครแม้แต่ก้าวเดียว กระทั่งยามที่นางจะชำระร่างกาย พวกเขายังชิงเปลื้องผ้าและลงไปแช่กายรออยู่ในสระน้ำก่อนแล้ว"พวกท่านนี่มัน..."หลินโม่ถอนหายใจอย่างขบขันกึ่งเอือมระอา ไม่น่าเชื่อว่าบุรุษผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดในใต้หล้าทั้งสามคน
"ข้าได้ยินกับหู ! เจ้าตั้งใจชื่นชมนังแพศยาหลินโม่ เพื่อกระทบกระเทียบข้าชัดๆ!"สิ้นคำหยาบคายต่ำช้าที่หลุดออกจากปากผู้คุมกฎหญิง บรรยากาศภายในงานเลี้ยงพลันเงียบกริบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มตกจินฝานซึ่งเป็นประมุขของเหล่าผู้บำเพ็ญเซียนและสามีของหลินโม่ ไอสังหารเย็นเยียบแผ่พุ่งออกจากร่างปานน้ำแข็งพันปี นัยน์ตาคมกริบของสือถงและเซี่ยเว่ยฉายประกายเหี้ยมเกรียมพร้อมจะเอาชีวิตผู้อื่นได้ทุกเมื่อ ขณะที่เหล่าผู้อาวุโสแห่งสำนักไท่ซานต่างก็หน้าดำคร่ำเครียดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ระเบิดขึ้นเบาๆ จากเหล่าศิษย์ในงานราวกับผึ้งแตกรัง"ไร้ยางอายยิ่งนัก”“นั่นหรือกิริยาของผู้คุมกฎฯ?""ใช้วาจาต่ำช้าเอ่ยถึงฮูหยินท่านเจ้าสำนักฯต่อหน้าแขกสำคัญ... นางคลุ้มคลั่งจนขาดสติไปแล้วหรือ""น่าสมเพชสิ้นดี... ผู้ชายไม่เล่นด้วย ก็พาลระรานผู้อื่นเหมือนสุนัขบ้า"เมื่อได้ยินเสียงนินทาของฝูงชนที่ดังมาจากรอบทิศทาง หลิวหรูเยียนที่เริ่มตั้งสติได้ก็หน้าซีดเผือด เลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน นางเพิ่งรู้สึกว่าตนเองได้ก่อเรื่องร้ายแรงยากเกินจะให้อภัย ต่อหน้าเหล่าผู้อาวุโส และทายาทซานซิงเสียแล้วในจังหวะที่สถานการณ์กำลังเข้าขั้นวิกฤต เสี่ย
“ยังมีหน้ามาแก้ตัว หากเจ้าไม่ก่อไฟ จะมีควันได้อย่างไร !”หลินเทียนซือมือไม้สั่นระริก ปลายไม้เท้าชี้หน้าหลานสาวด้วยความขุ่นเคือง"ท่านประมุขหลิน..."สุ้มเสียงนุ่มลึกแต่เปี่ยมด้วยอำนาจดังแทรกขึ้นอย่างถูกจังหวะจินฝานในอาภรณ์สีขาวสะอาดตาก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น ราวกับไม่ได้เป็นหนึ่งในผู้ก่อเหตุ
หลินโม่ในวัยเด็กก้าวออกมาจากกลุ่มหมอกเย็นชื้น มือเล็กถือตะกร้าสมุนไพรที่เพิ่งเก็บได้ นางชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นก้อนขนสีขาวปุกปุยที่ขยับเขยื้อนอยู่เบื้องหน้า เมื่อนางสืบเท้าเข้าไปใกล้ จิ้งจอกน้อยก็ขู่ฟ่อในลำคอ ดวงตาสีชาดที่พร่าเลือนจ้องมองนางด้วยความหวาดระแวง และพร้อมจะกัดทุกคนที่เข้าใกล้"เจ้าจิ้งจอกน
“ข้าเป็นมารแล้วอย่างไร เจ้าไม่มีสิทธิ์รังเกียจสามีที่แท้จริง และโดยชอบธรรมของเจ้า หลินโม่” ท่ามกลางความมืดมน รอยแยกของผืนดินเริ่มแคบลงทุกขณะ แต่เสียงตะโกนด้วยความเดือดดาลของบุรุษทั้งสามจากด้านบนยังคงดังแทรกเข้ามาเป็นระยะ“หลินโม่ ! เจ้าอยู่ที่ไหน?” เสียงของสือถงเต็มไปด้วยความร้อนรน ในยามนี้เขาไม่
หลินโม่กัดริมฝีปากจนเจ็บ นางรู้ดีว่าถูกเขาฉวยโอกาสอยู่บ่อยครั้ง ทว่าในยามที่เขาโอบรัดและไล้สัมผัสผ่านอาภรณ์นั้น ความรู้สึกรัญจวนกลับแล่นปราดเข้าสู่หัวใจอย่างหยุดไม่อยู่ไอ้คนหน้าหนา เจ้าตั้งใจจะทำให้ข้าหวั่นไหวจนเสียสมาธิใช่หรือไม่... นางคิดอย่างเจ็บใจปนหมั่นไส้ แต่ในขณะเดียวกัน นางก็มิอาจปฏิเสธได้







