LOGIN“อา...คุณชาย ข้าน้อยต้องขออภัยขอรับ โอว...ปลายคางคมสันของคุณชาย แย่แล้ว แย่แล้ว มาขอรับ มามา ข้าน้อยจะพาท่านไปทายา”
จบคำก็รีบจับประคองร่างหนาให้หันหน้าไปอีกทาง พลางดันแผ่นหลังกว้างของเขาให้เดินออกไปอย่างแนบเนียน
จ้าวหนิงหลงยังคงไม่สามารถกล่าวสิ่งใดออกมาได้แม้แต่ครึ่งคำ เขาทำได้แค่ออกเท้าก้าวเดินตามฝ่ามือเล็กๆ เรี่ยวแรงน้อยๆ ที่กำลังดุนดันแผ่นหลังของเขาได้แค่นั้น
การกระทำของนางช่างเกินคาดการณ์ในทุกๆ สิ่ง นี่เพราะว่านางเป็นคู่หมายที่จะหมั้นของเขาจริงๆ ใช่หรือไม่?
ชั่วขณะหนึ่งจิวซินที่บังอาจถือวิสาสะจับประคองเรือนร่างสูงค่าดันแผ่นหลังงามสง่าของคุณชายรูปงามพลันได้สติขึ้นมา นางจึงรีบผละฝ่ามือออกจากแผ่นหลังของเขาคล้ายโดนไฟร้อนลวกมือกระนั้น
ทำเอาเจ้าของแผ่นหลังถึงกับชะงักงันหยุดฝ่าเท้าที่กำลังก้าวเดิน แต่ทว่าจิวซินยังก้าวเท้าเดิน นางยังมิได้หยุดเท้าลงแต่อย่างใด
หญิงสาวจึงเดินชนเข้ากับแผ่นหลังของเขาเต็มๆ
“อ่ะ!”
ร่างเล็กอุทานได้แค่นั้น เมื่อใบหน้าของนางฝังเข้าไปในแผ่นหลังของชายหนุ่มแบบจมมิด
อา...กลิ่นหอมนี้
จิวซินที่จมูกแนบสนิทกับแผ่นหลังของบุรุษในอาภรณ์สีขาวซึ่งมีกลิ่นกายสะอาดรูปร่างงดงามอย่างนั้น นางถึงกับเผลอไผลนิ่งขึงอยู่กับที่
จ้าวหนิงหลงถึงกับยืนตรึงกับที่นิ่งงัน ในขณะที่ใครบางคนยังคงยืนเงียบอยู่ตรงแผ่นหลังของเขาไม่ยอมถอยออกไป
ชายหนุ่มจึงเอียงหน้าหันกลับมามองใครคนนั้นอย่างเข่นเขี้ยว แต่ทว่าเขากลับได้เจอกับใบหน้าอมชมพูระเรื่อตรงแผ่นหลัง
ใบหน้าเล็กน่ารักของนางยามนี้นั้นทำแววตาบุรุษระริกไหวทันที ยิ่งเห็นนางกำลังคลี่ยิ้มประจบส่งให้ นัยน์ตากรุ่มกริ่มหยาดเยิ้มปานนั้น ในอกแกร่งพลันร้อนรุ่มอย่างประหลาด
ชายหนุ่มถึงกับนิ่งอึ้งไปอีกครา
สตรีนางนี้นี่...
เขาควรทำอย่างไรกับนางดี?
“คุณชาย ไยท่านไม่เดินขอรับ” จิวซินถามออกมาอย่างใสซื่อ
“เจ้าจะสิงร่างข้าหรือไร?” จ้าวหนิงหลงถามด้วยน้ำเสียงกดต่ำ ใบหน้ารูปงามฉายแววเย็นเยียบอย่างคนอดอนอดกลั้นบางประการ
“หากสิงได้ข้าน้อยสิงไปแล้วขอรับ”
จิวซินยังคงตอบคำด้วยท่าทางรื่นเริง
นางชอบเจ้านายผู้นี้เสียจริง ใบหน้าของเขาช่างเยือกเย็นสุขุม ท่าทางของเขาหรือก็ช่างสงบเรียบนิ่งเคร่งขรึมตลอดเวลา
อา...กลิ่นกายของเขาก็หอมเสียด้วย
จ้าวหนิงหลงไร้ซึ่งวาจา เขาหันหน้ากลับไปแล้วออกเท้าก้าวเดินด้วยอากัปกิริยาเยือกเย็นอย่างเก็บข่มอารมณ์ขั้นสุดก่อนเอ่ยสั่งการ
“ตามมา...”
“ขอรับ”
จิวซินรีบรับคำพลางเดินตามไปติดๆ
ใช้เวลาเพียงชั่วครู่
จ้าวหนิงหลงเดินนำทางจิวซินมาถึงห้องกว้างขวางห้องหนึ่ง
ภายในห้องแห่งนี้เต็มไปด้วยตู้หนังสือหลายชั้น มีขนาดใหญ่โต ทุกตู้ทุกชั้นมีหนังสือตั้งเรียงรายอยู่จนเต็มพื้นที่ ทั้งหมดเต็มไปด้วยศาสตร์ความรู้ทุกแขนงในปฐพี มีขนาดอลังการเกินประมาณ
จ้าวหนิงหลงก้าวเท้าผ่านธรณีประตูเข้าห้องมาแล้วหยุดเดิน ก่อนหันหน้าเข้าหาบ่าวชายของเขาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งดุจเดิม
เขาเอ่ยอย่างเยือกเย็นซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เอาไว้ได้อย่างมิดชิด “ห้องหนังสือแห่งนี้เป็นหน้าที่ของเจ้า”
เขาจ้องมองใบหน้าของอาซินนิ่งๆ แล้วเอ่ยเสียงเย็นมากกว่าเดิม “ทำความสะอาดให้หมดทุกซอกทุกมุม”
จบคำก็เดินผละไปด้วยท่าทางเคร่งขรึมตามวิสัย ทว่าในใจกลับเบิกบาน เหตุเพราะได้กลั่นแกล้งมอบภาระหนักให้ใครบางคน
จิวซินได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างอย่างเงียบงัน
กลิ่นกายสะอาดสอ้านของเขายังคงติดอยู่ที่ปลายจมูกของนาง เช่นนั้นแล้วอาการคล้ายกับเมากำยานของนางจึงยังคงอยู่
อา...เขามีหนังสือเยอะแยะมากมายปานนี้ได้อย่างไร
นี่มันขุมสมบัติเชียวนะ
เขาให้นางทั้งหมดนี่เลยหรือ?
จุ๊ๆ ช่างน่าเลื่อมใสยิ่ง น่านับถือเสียจริง นางต้องตอบแทนเขา โดยการทำความสะอาดทุกซอกทุกมุม
กระทั่งทุกหน้าของกระดาษใบหนาเลยเชียว...
จิวซินคิดได้อย่างนั้น พลันคลี่ยิ้มเบิกบานสว่างจ้า เริ่มต้นทำงานอย่างรื่นเริงไม่เปลี่ยนแปลง
จ้าวหนิงหลงเพียงหันหน้ากลับมามองสตรีในอาภรณ์บุรุษนิ่งงัน ดวงตาคมปลาบของเขาถึงกับฉายแววสั่นพร่าวูบไหว
นี่นางเป็นอันใดมากหรือไม่? ไยถึงอารมณ์ดียิ่ง?
“อา...คุณชาย ข้าน้อยต้องขออภัยขอรับ โอว...ปลายคางคมสันของคุณชาย แย่แล้ว แย่แล้ว มาขอรับ มามา ข้าน้อยจะพาท่านไปทายา”จบคำก็รีบจับประคองร่างหนาให้หันหน้าไปอีกทาง พลางดันแผ่นหลังกว้างของเขาให้เดินออกไปอย่างแนบเนียนจ้าวหนิงหลงยังคงไม่สามารถกล่าวสิ่งใดออกมาได้แม้แต่ครึ่งคำ เขาทำได้แค่ออกเท้าก้าวเดินตามฝ่ามือเล็กๆ เรี่ยวแรงน้อยๆ ที่กำลังดุนดันแผ่นหลังของเขาได้แค่นั้นการกระทำของนางช่างเกินคาดการณ์ในทุกๆ สิ่ง นี่เพราะว่านางเป็นคู่หมายที่จะหมั้นของเขาจริงๆ ใช่หรือไม่?ชั่วขณะหนึ่งจิวซินที่บังอาจถือวิสาสะจับประคองเรือนร่างสูงค่าดันแผ่นหลังงามสง่าของคุณชายรูปงามพลันได้สติขึ้นมา นางจึงรีบผละฝ่ามือออกจากแผ่นหลังของเขาคล้ายโดนไฟร้อนลวกมือกระนั้นทำเอาเจ้าของแผ่นหลังถึงกับชะงักงันหยุดฝ่าเท้าที่กำลังก้าวเดิน แต่ทว่าจิวซินยังก้าวเท้าเดิน นางยังมิได้หยุดเท้าลงแต่อย่างใดหญิงสาวจึงเดินชนเข้ากับแผ่นหลังของเขาเต็มๆ“อ่ะ!”ร่างเล็กอุทานได้แค่นั้น เมื่อใบหน้าของนางฝังเข้าไปในแผ่นหลังของชายหนุ่มแบบจมมิดอา...กลิ่นหอมนี้จิวซินที่จมูกแนบสนิทกับแผ่นหลังของบุรุษในอาภรณ์สีขาวซึ่งมีกลิ่นกายสะอาดรูปร่างงดงามอย่า
นางรีบนั่งลงด้วยท่วงท่าสวยงามลืมไปเลยว่าปลอมตัวอยู่ พลางลูบๆ คลำๆ รอบตั่งอย่างนึกรักใคร่หลงใหลอืม...ที่นี่ช่างเป็นสถานที่ดั่งสวรรค์โดยแท้ เจ้านายรูปงาม สถานที่สวยงาม บรรยากาศร่มรื่น มีต้นไม้มีดอกไม้ ทุกสิ่งทุกอย่างเหมาะเจาะสบายตาสบายใจเมื่อได้พิศได้ชื่นชมอา...คิดไม่ผิดเสียจริงที่ปลอมตัวมาอยู่ที่นี่นางขออยู่นานๆ ได้หรือไม่?หวังว่าท่านพ่อจะยังไม่ออกตามล่าหานางให้กลับไปแต่งงานนะจิวซินคิดไปนั่งยิ้มในหน้าไปอย่างเพลิดเพลินท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ ใต้ร่มไม้ร่มรื่น นางเพียงนั่งเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าในยามที่อาทิตย์ใกล้อัสดง พลางหลับตาพริ้มคลี่ยิ้มงดงามรับสายลมยามเย็นไล้เบาๆ ที่ผิวข้างแก้มนวลเนียนเปล่งปลั่งล้อเล่นกับแสงแดดทอประกาย เกิดเป็นภาพเกินบรรยายในสายตาของใครบางคนใครบางคนนั้นกำลังยืนสังเกตพฤติกรรมของนางอยู่ไกลๆเขายืนมองนางเป็นเวลานานแล้ว...อาภรณ์ของบุรุษเพศไม่ได้ช่วยอันใดให้แก่นางเลยจริงๆจ้าวหนิงหลงคิดอย่างนั้นในใจ นางจะใส่อาภรณ์บุรุษเพื่ออะไร ในเมื่อนางช่าง... แต่ก่อนที่จ้าวหนิงหลงจะคิดอะไรลึกซึ้งมากกว่านั้น เขาหรี่ตามองไปยังสตรีในอาภรณ์บุรุษนามว่าอาซินอย่างนึกเข่นเขี้ยวขึ้นมาทันใด
บ่าวชายเม้มปากพลางส่งสายตาให้กันก่อนผงกศีรษะ“ข้าจะจัดการหญ้าพวกนี้เอง” บ่าวชายคนแรกรีบขันอาสา“ข้าด้วยๆ” คนที่สองพลันเอ่ยตาม เขาช่างทำหน้าที่คล้อยตามคนแรกได้อย่างดีเยี่ยมจิวซินพยักหน้าหงึกหงักอมยิ้มพร่างพราย นางประสานหมัดตอบรับอย่างนอบน้อม “ลำบากพี่ชายแล้ว”บ่าวชายคนแรกฉุกคิดอยู่อึดใจก่อนกล่าว “ว่าแต่ เจ้าจะออกไปเอาเหล้ารสเลิศนี้กับคุณชายหนิงหรือ?”จิวซินเริ่มกะพริบตาอีกคราอา...นางพลาดเสียแล้ว นางลืมไปว่าตนเองมาเป็นเพียงบ่าว หาใช่นายหญิงที่สามารถสั่งเหล้าชั้นดีมาเก็บเอาไว้ในตู้ไม้สลักทองคำให้ท่านพ่อเหมือนเช่นเคยไม่แต่ยังไม่ทันเอ่ยแย้ง เสียงของบ่าวชายอีกคนพลันเอ่ยแทรก“คุณชายของเรา เหล้าไม่ร่ำนารีไม่ยุ่ง แล้วเหตุใดถึงได้สั่งให้เจ้าหาเหล้าให้ดื่มกินกันนะ ช่างน่าแปลกยิ่งนัก”จิวซินได้ยินพลันหูผึ่งเหล้าไม่ร่ำ นารีไม่ยุ่ง คุณชายของนางน่ะหรือ?อา...นางคิดไม่ผิดจริงๆเขาช่างน่าเลื่อมใสยิ่งน่าเลื่อมใสจริงๆจิวซินคิดในใจอย่างปลื้มปริ่ม บังเกิดความรู้สึกนับถือในตัวของคุณชายรูปงามผู้เป็นเจ้านายอย่างไม่อาจห้ามใจ“ว่าอย่างไร?” เสียงของบ่าวชายคนเดิมยังคงกดดัน “ไม่ใช่ว่าเจ้าโกหกพวกเราหรอกหร
จิวซินยืนกอดอกมองบุคคลผู้เป็นบ่าวชายทั้งสองอย่างเข้าใจ คล้ายกับผู้ล่วงรู้ในทุกสรรพสิ่งก็ไม่ปานทันใดนั้นบ่าวชายคนแรกที่มีท่าทีเกรี้ยวกราดก็สาดสายตามืดดำขุ่นมัวมาทางจิวซินพอดิบพอดีจิวซินถึงกับผงะเมื่อมองเห็นสายตาฉายแววแปลกๆ นั่น“เจ้า!” เสียงของบ่าวชายผู้นั้นพลันเอ่ยพร้อมชี้นิ้วมาทางจิวซิน“หือ!” จิวซินถึงกับตาโตตกใจพลางยกนิ้วขึ้นชี้ใบหน้าของตน “ข้าหรือ?”“ใช่! เจ้านั่นล่ะ” บ่าวชายคนนั้นเดินแบบย่างสามขุมท่าทีคุกคามเข้ามาทางจิวซินพลางเอ่ยต่อเนื่องด้วยน้ำเสียงไร้มิตรไร้ไมตรีฉายชัด“มาวันแรกก็ได้เป็นบ่าวชายคนสนิทของนายน้อยผู้สูงส่งของข้า ฮึ! เจ้าคงใช้กลโกงอันใดเป็นแน่”บ่าวชายอีกคนคล้อยตาม “นั่นนะสิ พวกเราอยู่มาก่อนตั้งนาน ยังไม่เคยได้เข้าใกล้คุณชายเลย” เขากล่าวเสริมอย่างดุดันคุกคามเช่นกันจิวซินยิ่งตระหนกมากกว่าเดิมแล้ว เมื่อครู่พวกเขากำลังพูดคุยถึงต้นหญ้าใช่หรือไม่? แล้วเหตุใดกลับกลายมาเป็นนางไปได้ล่ะ?“เจ้าคงว่างมากถึงได้มายืนกอดอกทำท่าทางคล้ายเจ้านายอยู่ตรงนี้ ไปเลย ไปถอนหญ้าตรงนั้น ไป!” บ่าวชายคนแรกกล่าวออกมาอย่างเบ่งอำนาจใส่หน้าจิวซินเมื่อเดินมาจนถึงนางในระยะสามก้าว“ใช่ๆ ไปเลย ไปถ
และแล้วเจ้านายรูปงามของจิวซินก็ไม่ทำให้จิวซินได้ผิดหวัง ทั้งซักผ้า ทั้งปัดกวาด ทั้งเช็ดถู มีแบกน้ำด้วยอา...ช่างถูกใจยิ่งยามอยู่ที่จวนหยาง บ่าวไพร่ไม่เคยให้นางได้ทำหรือแตะต้องงานเหล่านี้ จะหยิบจะจับอะไรก็มีแต่ถูกห้ามปราม กลัวนางจะเหน็ดเหนื่อย กลัวนางจะผิวเสีย กลัวนางจะสิ้นความงามถึงแม้ว่าบิดากับมารดาจะไม่เข้มงวดเรื่องนี้กับนางก็ตาม แต่พวกท่านมักจะดูแลอย่างดีเยี่ยมเสมอมา กับบ่าวไพร่ยิ่งแล้วใหญ่ ดูแลนางดียิ่งกว่าอะไร ประหนึ่งนางเป็นไข่มุกในอุ้งมือกระนั้นนางไม่แตกหักง่ายๆ เสียหน่อย จะอุ้มไว้ทำไมนักหนาเวลาผ่านไปจนเกือบจะหมดวันจิวซินยังคงทำงานไปยิ้มไปอย่างร่าเริง ท่าทางราวกับได้รับอิสรเสรีมิใช่ได้รับงานหนักอันใดเทือกนี้ผิดกับใครบางคนที่สั่งการให้นางทำงานอย่างสิ้นเชิงเขาผู้นั้นกำลังยืนมองมาทางนางอย่างหงุดหงิดเหลือประมาณ ทั้งๆ ที่ตั้งใจสั่งงานหลายอย่างให้นางได้ทำ ทั้งงานหนักงานเบาเอาให้นางได้ถอดใจ แล้วดูเถิด...ดูนางทำยิ้มไปทำไปนั่นคืออันใด?ไยแม่นางถึงได้เบิกบานยิ่ง!จ้าวหนิงหลงในคราบของคุณชายหนิงเจ้าของคฤหาสน์งดงามกำลังยืนกอดอกมองใครบางคนที่อยู่ในอาภรณ์บุรุษของบ่าว
ทำไมจิวซินถึงคิดได้อย่างนั้นน่ะหรือก็เพราะว่าบุรุษผู้นี้มีผิวพรรณเนียนละเอียดลออ ใบหน้างดงามกระจ่างใส ดวงตาของเขาทอประกายอบอุ่น อาภรณ์ที่เขาใส่เป็นสีขาวสะอาดตาหาได้มีลวดลายรบกวนความขาวเนียนละเอียดทั้งเรือนร่างของเขาได้ไม่ ท่วงท่าของเขายามยืนก็ดูสงบเรียบนิ่งทั้งยังเยือกเย็นให้ความรู้สึกเย็นยะเยือกมากมาย เย็นสบายนัยน์ตาอย่างที่สุดทุกอย่างของเขาจำลองมาจากพระอาจารย์ในอารามหลวงที่นางเคยไปนั่งสนทนาธรรมอยู่ด้วยกัน ความน่าเลื่อมใสนั้น...ยากล่วงล้ำนักอืม...กลิ่นกายของเขาให้ความรู้สึกสบายจมูกยิ่ง กลิ่นกายสะอาด ผิวพรรณสะอาด ดวงตาสะอาด อา...“จะสิงร่างข้าหรือไร?” เสียงทุ้มต่ำพลันดังทำเอาจิวซินถึงกับผงะผู้ถูกกล่าวหาจะสิงร่างผู้อื่นกำลังคิดเพลิดเพลินจนเดินเข้ามาเกือบจะแนบชิดกับแผงอกของบุรุษตรงหน้าตั้งแต่เมื่อไร?จิวซินถามตนเองในใจเมื่อได้สติกลับมาเจ้าของประโยคเมื่อครู่เป็นบุรุษรูปงามราวเทพเซียนที่กำลังยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าของจิวซินนั่นเองหากเดาไม่ผิดเขาคงเป็นเจ้าของคฤหาสน์แห่งนี้อย่างแน่นอนอืม...เช่นนั้นแล้ว เขาก็เป็นเจ้านายของนางอย่างไม่ต้องสงสัยเมื่อจิวซินคิดได้อย่างนั้นจึงส่งยิ้มเจิดจ้า







