Home / โรแมนติก / โซ่ดอกรัก / รอยอาลัย ตอนที่ 8

Share

รอยอาลัย ตอนที่ 8

last update Last Updated: 2026-01-19 20:30:32

ตั้งแต่เช้าเป็นต้นมาศิลาถินก็ใช้เวลาอยู่กับลูกสาวตัวน้อยของเขาอย่างคุ้มค่าแทบทุกวินาที ทั้งออกไปเที่ยวข้างนอกวิ่งเล่น และทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน จนกระทั่งมาถึงช่วงมื้อเที่ยงชายหนุ่มจึงอาสาเข้าครัวเป็นลูกมือช่วยแม่ยายทำกับข้าว                                                                   แม้หน้าตาท่าทางจะร่าเริงยามหยอกเย้ากับลูกน้อย แต่ในใจของเขามันขุ่นมัวยิ่งนัก ภาพบาดตาบาดใจเมื่อเช้าที่ผ่านมามันคอยวนเวียนหลอกหลอนจนแทบเก็บอาการหึงหวงเอาไว้ไม่อยู่ เขาต้องพยายามเก็บข่มอาการใจใส่ตัวสั่นกดไว้ให้ลึกสุดความรู้สึก

 อย่างน้อย...แค่ผ่านวันนี้อีกหนึ่งวัน เขาจะพยายามทำชีวิตให้เป็นปกติอีกครั้ง

อย่างน้อย...ก็มีงานให้เขาโหมทำจนลืมเลือนไปได้บ้าง                     “ว่าไงคุณ...ฉันคุณกำลังทำกับข้าวมื้อเที่ยงอยู่โทร.มามีอะไรหรือเปล่า” เสียงจิตนารีคุยโทรศัพท์กับชนชาติยังไม่ได้เรียกความสนให้ศิลาภินหันไปมองเท่ากับประโยคถัดมาของนาง                                    

“อ๋อ...จะมากินมื้อเที่ยงกันที่บ้านอีกเหรอ ได้สิเดี๋ยวฉันทำเผื่อ...คุณกิตติธัชก็มาด้วย ได้ๆ ทันค่ะคุณตาธีร์ก็อยู่ช่วยด้วยอีกแรง ค่ะๆ...” จิตนารีวางโทรศัพท์ลงเหลือบมองบุตรเขยที่นั่งหั่นผักอย่างหนักอกหนักใจ

 ทำไมนางจะไม่รู้ว่าศิลาภินมีความรู้สึกอย่างไร สีหน้าเรียบเฉยนั้นกำลังซ่อนเร้นบางสิ่งบางอย่างที่ใครก็ยากจะเข้าใจได้เท่าตัวเขา

            “เราคงต้องทำเพิ่มอีกสองสามอย่างนะธีร์...พวกคุณพ่อเขาจะกลับมาทานมื้อเที่ยงกันที่บ้าน”

            “ครับ...” ชายหนุ่มตอบรับสั้นๆ ราวกับไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่มีความรู้สึกกับสิ่งที่ได้รู้มา ทั้งๆ ที่ในใจมันเดือดพล่านแทบปะทุเป็นลาวาร้อนเผาทำลายทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลองเสียวินาทีนี้

ช่างสนิทสนมกันออกนอกหน้าเหลือเกิน คงกลัวเขาไม่รู้กระมัง ว่าเธอตัดใจจากเขาได้แล้วจริงๆ

            “แล้วคืนนี้เราจะอยู่ค้างที่นี่หรือเปล่าล่ะ แม่จะได้บอกให้คนจัดห้องให้ใหม่ย่าหยาจะได้ไปนอนด้วย”

            “ไม่ครับ...เดี๋ยวค่ำๆ ผมก็จะกลับแล้ว” จริงๆ อยากจะกลับตอนนี้เลย หากไม่ติดตรงที่ว่าสงสารคุ้มขวัญแล้วล่ะก็แม้แต่เสี้ยววินาทีเขาก็ไม่ทนอยู่ ถ้าไม่ลุกไปตะบันหน้านายกิตติธัชนั่นเขาก็จะไปให้พ้นจากที่นี่ให้ไกลแสนไกลและจะไม่กลับมาเหยียบย่างที่นี่ให้เจ็บช้ำหัวใจอีก

            “อืม...งั้นเรารีบทำกันเถอะ หรือไม่ธีร์ไปดูย่าหยาก็ได้นะ แม่มีจันทร์กับอ้ออยู่ช่วยแล้ว”

            “ไม่เป็นไรครับผมอยู่ช่วยได้จะได้เสร็จเร็วๆ” ชายหนุ่มพูดพลางยิ้มเหลือบมองแม่ยายแล้วตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่ของตนโดยไม่สนใจสิ่งใด ความรู้สึกตอนนี้มันไม่เหลือให้เขาได้พบสัมผัสกับอะไรได้อีก มันร้าวรานไปหมดแล้วจริงๆ เพียงแค่คิดว่าตัวเองจะต้องสูญเสียหัวใจไปให้กับผู้ชายคนอื่น

            อีกเช่นเคยมื้อเที่ยงของวันหยุดสุดสัปดาห์ เต็มไปด้วยความอึดอัดแน่นในหัวอกสำหรับเขา ศิลาภินรีบรับประทานอาหารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วยความเกรงใจก่อนจะหอบหิ้วเอาคุ้มขวัญปลีกตัวออกไปเล่นด้านนอก เขาคงได้เป็นฆาตกรแน่ๆ ถ้าขืนยังนั่งแช่ทนรับรู้ความสนิทชิดเชื้อระหว่างกันต์ศิตางค์กับกิตติธัช

ผู้ใหญ่ทั้งสองก็คงดูออกว่าเขารู้สึกอย่างไรถึงได้มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก็สีหน้าเขามันเก็บอาการไม่อยู่เอาเสียเลยแสดงออกชัดเจนว่าไม่พอใจ แต่สำหรับคนนอกที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอย่างกิตติธัชก็คงเดาเหตุการณ์อะไรไม่ออก          หลังจากรับประทานอาหารกันเสร็จ ทางด้านชนชาติและกันต์ศิตางค์ก็กลับไปทำงานยังสวนผักต่อโดยมีกิตติธัชตามติดแจไปส่งอีกเช่นเคย และวันนั้นศิลาภินก็ไม่ได้อยู่จนถึงค่ำเหมือนที่บอกกับจิตนารีในตอนแรก พอตกเย็นเขาก็ขอตัวลากลับเสีย คุ้มขวัญงอแงเล็กน้อยแต่พอถูหลอกล่อด้วยขนมและของเล่นก็คลายความเศร้าตามประสาเด็ก

            เมื่อกลับถึงบ้านชายหนุ่มไม่ได้พักผ่อนอย่างที่ควรจะเป็นเขารื้องานที่มีทั้งหมดออกมาทำ เขาดูรายชื่อลูกค้าและสถานที่ที่จะต้องไปจัดการตกแต่ง ศึกษาโครงสร้างของสถานที่แต่ละที่ คำนวลแบบเพื่อจะทำการตกแต่ง เลือกใช้วัสดุ และนั่งวาดแปลนเพื่อส่งให้ลูกค้าดู

เขาทำทุกหน้าที่ คิดทุกอย่างแม้จะเป็นงานของพนักงานคนอื่นเพื่อให้ข้อมูลเหล่านั้นอยู่ในสมองไม่เหลือช่องว่างให้กันต์ศิตางค์แทรกตัวเข้ามา เรียกได้ว่านอกจากงานของตัวเองแล้วยังดึงเอางานในส่วนที่มอบหมายให้คนอื่นมาทำเสียเองด้วย

 ทั้งหมดก็เพื่อให้เวลาทุกนาทีมีแต่ งาน งาน และงาน สมองเขาจะได้ไม่ต้องลอยคิดเพ้อไปตามหัวใจ

กว่าร่างกายจะเหนื่อยล้าจนทนไม่ไหวเพราะความเหนื่อยและอ่อนเพลียมันก็ปาเข้าไปเกือบเช้าของอีกวันเสียแล้ว                                     ชายหนุ่มอาบน้ำแล้วทิ้งตัวลงนอนได้เพียงสองชั่วโมง ก็ต้องตื่นขึ้นมาต้อนรับวันใหม่อีกครั้งด้วยความเคยชินที่เป็นคนตื่นเช้า ไม่รอช้าเขาจัดการอาบน้ำแต่งตัวและหอบเอางานทั้งหมดเข้าออฟฟิศในเวลาต่อมา                   

 “คุณธีร์...ไม่สบายเหรอคะ หน้าซีดมากๆ เลย” รุ่งขจีพนักงานฝ่ายบัญชีในบริษัทของเขาถามขึ้น เธอเป็นคนแรกที่เห็นเจ้านายหนุ่มเดินอาดเข้าออฟฟิศด้วยสีหน้าหม่นหมอง เพราะวันนี้เธอมาแต่เช้าเพื่อสะสางงานที่ค้างอยู่จากสัปดาห์ที่แล้วให้เสร็จทันเวลา

“นิดหน่อย เมื่อคืนผมนอนดึกไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก” ชายหนุ่มกล่าวก่อนจะหอบงานเหล่านั้นไปวางบนโต๊ะมัณฑนากรอีกคนที่เป็นลูกน้องแล้วตัวเองก็เดินเข้าห้องส่วนตัวไป

บริษัทของเขาเป็นเพียงบริษัทเล็กๆ ที่มีพนักงานไม่ถึงสิบคนด้วยซ้ำ ที่ทำงานมีห้องส่วนตัวคือห้องเขาที่เป็นเจ้าของบริษัทคนเดียวที่เหลือพนักงานคนอื่นๆ ก็มีโต๊ะทำงานที่มีฉากกั้นเป็นของตัวเอง ซึ่งมีแต่ฝ่ายบัญชี ฝ่ายออกแบบ และฝ่ายประสานงานเท่านั้น งานทั้งหมดก็ช่วยๆ กันทำตามอัตภาพ

ทางด้านรายได้นั้นถือว่าอยู่ในระดับที่อยู่ตัวพอสมควรถ้าเทียบกับเศรษฐกิจในปัจจุบันที่แสนจะฝืดเคือง มีบริษัทใหญ่ๆ ผุดขึ้นเหมือนดอกเห็ด อาศัยว่าเพื่อนฝูงช่วยแนะนำและลูกค้าที่เคยใช้บริการแล้วมั่นใจในคุณภาพงานช่วยกันบอกกล่าวปากต่อปาก งานที่เข้ามาจึงมีไม่ขาดมือ

“เป็นไร...ผิง...ทำหน้าบุ้ยหน้าแบะ” กันตาถามเมื่อเดินเข้าบริษัทมาก็พบนักบัญชีสาวยืนทำหน้างกๆ เงิ่นๆ รุ่งขจีมองเพื่อนร่วมงานแล้วบุ้ยหน้าไปทางห้องเจ้าของบริษัท

“อย่าบอกนะว่าคุณธีร์มาแล้วนี่มันเพิ่งแปดโมงเองนะ”

“มาแล้ว...อารมณ์ไม่ดีด้วย ปกติคุณธีร์ก็มาเร็วทุกวันแหละมีแต่พวกเราที่ชอบมาช้ากว่าประจำ ไม่รู้จะขยันไปถึงไหน เห็นหอบงานมาวางบนโต๊ะพี่ยุทธเต็มเลย”                                                                          “โห...นั่นมันงานตกแต่งบริษัทส่งออกที่กำลังจะเปิด แล้วก็...น่าจะมีบ้านของคุณนาถฤดีที่เพิ่งสร้างเสร็จด้วย จากการที่ฉันคาดคะเนนะ ทั้งหมดนั่นอย่าบอกว่าคุณธีร์จัดการหมดแล้วนะ เราหยุดงานกันไปแค่วันเดียวเอง”

            “เห็นว่าเมื่อคืนนอนดึก...คิดถึงเมียกับลูกมั้ง...” รุ่งขจีออกความเห็นก่อนที่ทั้งคู่จะหยุดเมาส์ข่าวยามเช้าแล้วแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน

            เมื่อถึงเวลาเก้าโมงเช้าซึ่งเป็นเวลาเริ่มงาน ทุกคนในบริษัทก็มากันพร้อมเพรียงและลงมือกันทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย บรรดาพนักงานไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เจ้านายหนุ่มของพวกเขากำลังสับสนวุ่นวายใจแค่ไหน จากที่เมื่อคืนโหมทำโน่นทำนี่อย่างหนักกลายเป็นว่าตอนนี่เขาได้แต่นั่งเริ่มต้นอะไรไม่ถูกเลย                                                                                       ศิลาภินยกมือขึ้นใช้หลังมืออังหน้าผากของตัวเองรู้สึกมันรุมๆ เหมือนจะเป็นไข้ทั้งยังปวดศีรษะปวดตาหนึบๆ จนไม่สามารถจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือแม้แต่อ่านแฟ้มงานต่างๆ ได้ เขาต้องหลับตาลงพิงหลังตัวเองกับเก้าอี้ทำงานเพื่อเป็นการผ่อนคลาย

            เอาอีกแล้ว...กันต์ศิตางค์อีกแล้ว มีแต่ภาพเธอเท่าไม่ที่ไม่ว่าจะเจ็บไข้ได้ป่วยจะทุกข์หรือสุขไม่อยู่เป็นเพื่อนไม่เคยห่างหาย

ไม่ใช่สิ...ต้องเรียกว่าคอยหลอกหลอนต่างหากเล่า และยิ่งมีคู่แข่งอย่างกิติธัชเข้ามามีบทบาทด้วยแล้ว หัวใจและสมองของเขาแทบไม่เป็นอันทำอะไรนอกจากคิดถึงแต่เรื่องของเธอ

            เขารู้ว่าไม่มีสิทธิ์ รู้ว่าตัวเองเลือกที่จะสละสิทธิ์นั้นไปต่างนมนานมาแล้ว และตัวเองก็พยายามทำให้ยอมรับทุกอย่างที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรก แต่ทำไมนะ...มันทำไม่ได้อย่างที่ต้องการเสียที และนี่เขาก็ต้องทนรับรู้เรื่องราวความเป็นไปของผู้หญิงที่ตัวเองรักกับชายอื่นโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลยใช่ไหม

ลมหายใจหนักๆ ถูกพ่นออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างสับสน ชายหนุ่มบีบขมับตัวเองแล้วนวดๆ พอให้มันทุเลาจากความปวดหนึบ

            ศิลาภินเริ่มคิดหาทางออกให้กับตัวเองอีกครั้งหลังจากที่พยายามเท่าไหร่ก็ไม่เคยสำเสร็จเสียที เขาควรจะเอาคุ้มขวัญมาอยู่ที่นี่กับตัวเองแล้วจ้างคนมาเลี้ยงดีไหม เพราะจะเป็นการตัดปัญหาเรื่องที่เขาต้องเทียวไปเทียวมาให้ต้องพบเจอกับอะไรๆ ที่ตัวเองเห็นแล้วทำใจไม่ได้                      แต่...มันก็ติดตรงที่ว่าพ่อตาแม่ยายเขาไม่ยอมนี่สิ แล้วสาเหตุที่ทั้งคู่จะเอาคุ้มขวัญไว้เลี้ยงดูเสียเองก็สมเหตุสมผลเสียด้วย หรือจะเป็นเขาเองที่ต้องหลีกลี้หนีไปให้ไกลกว่าทุกวันนี้เข้าไปอีก                                              ก่อนหน้าที่หญิงสาวจะกลับมา ด้วยความห่างไกลเขาได้แต่คิดถึงไม่เห็นหน้าไม่รู้ความเคลื่อนไหวอะไรของเธอ จึงไม่รู้สึกร้อนรุ่มเท่ายามที่ต้องมาทนเห็นกับตาได้ยินกับหูเช่นนี้

ชีวิตของเขา ลูกผู้ชายอกสามศอกคนหนึ่งต้องมาตรอมอกตรอมใจเพราะแค่เรื่องแก้ปัญหาหัวใจตัวเองไม่ตก มันช่างน่าละอายยิ่งนัก เพราะใช่ว่าเขาไม่มีอะไรให้ทำ ไม่มีอะไรต้องรับผิดชอบเสียหน่อย ภาระทุกวันนี้ทั้งเรื่องลูกทั้งเรื่องบริษัทมันก็น่าจะมากเกินกว่าที่เขาจะเอาเรื่องส่วนตัวมาเป็นอารมณ์จนไม่เป็นอันทำอะไร                                                                        เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ศิลาภินจึงให้พนักงานของเขาลองติดต่อกับลูกค้าต่างจังหวัดดูบ้าง เพราะตั้งแต่ฉัตรชฎาเสียชีวิตไปเขาแทบไม่รับงานภายนอกอีกเลย เนื่องจากต้องการมีเวลาให้คุ้มขวัญเยอะๆ นั่นเอง

หรือหากรับ ก็ให้คนอื่นไปหน้าที่ไปตัวเขาจะดูแลเฉพาะภายในพื้นที่เท่านั้น แต่มาวันนี้มันคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับทำให้เขาเลิกฟุ้งซ่านไปสักพัก

            “คุณธีร์...รีสอร์ตเรือนปั้นหยาที่เชียงใหม่ตกลงให้เราเข้าไปดูแลเขาแล้วนะคะ...”

เนตรขวัญประชาสัมพันธ์ประจำบริษัทรายงานความคืบหน้าที่เจ้านายหนุ่มสั่งให้เธอทำเมื่อหลายวันก่อน เธอหอบเอาเอกสารและรายละเอียดต่างๆ เข้ามาให้เขาแต่ดูเหมือนศิลาภินจะไม่ค่อยรับรู้เรื่องที่เธอบอกไปเท่าไหร่ สายตาเขาเหม่อลอยไม่ได้มองมาที่เธอด้วยซ้ำทั้ง

            “อ๋อครับ...ขอบคุณมากคุณขวัญที่ช่วยติดตามให้”                         

   “เป็นหน้าที่ของขวัญอยู่แล้วค่ะ ส่วนนี่เป็นรายละเอียดคร่าวๆ ที่ทางโน้นส่งมาให้เรา เขาอยากให้คุณติดต่อพูดคุยด้วยตัวเองค่ะจะได้ปรึกษากันว่าทำยังไงให้งานมันลงตัว”

            “อืม...ไว้ผมจะโทร.คุยกับเขาเองอีกที ว่าแต่เขาจะให้เราเริ่มงานเมื่อไหร่เหรอ”

            “อาทิตย์หน้าค่ะคุณธีร์ ความจริงเขามีมัณฑนากรที่ทำงานประจำให้อยู่แล้ว แต่มีปัญหากันกะทันหันเลยต้องประกาศหาที่ใหม่ค่ะ เลยเป็นโชคดีของเราที่ได้งานนี้มา” หญิงสาวกล่าวอย่างยิ้มแย้มเพื่อช่วยกระตุ้นความเอื่อยเฉื่อยในตัวของเจ้านายหนุ่มให้กระชุ่มกระชวยขึ้น แต่ดูไม่ค่อยจะได้ผลเท่าไหร่                                                                                          

   “เอาเป็นว่าที่เหลือเดี๋ยวผมจะจัดการคุยกับเขาเองรวมถึงเรื่องนัดหมายด้วย ส่วนคุณช่วยติดต่อช่างกับร้านเฟอร์นิเจอร์ได้ไว้ให้ผมด้วยก็แล้วกันนะ”

            “ได้ค่ะ...ถ้างั้นขวัญขอตัวก่อนนะคะ”

            “เชิญครับ...” ประชาสัมพันธ์สาวยิ้มลาให้เขาก่อนจะเดินออกจากห้องไป ชายหนุ่มถอนหายใจยาวๆ เหมือนจะโล่งใจและเครียดไปด้วยในขณะเดียวกัน เขามีทางไปแล้วหาทางออกให้กับตัวเองได้แล้วอย่างน้อยชั่วระยะเวลาหนึ่งกว่างานที่เชียงใหม่จะเสร็จใจของเขาคงเข้มแข็งเหมือนร่างกายที่บึกบึนนี้บ้าง

เพราะการต้องทำงานโดยพาผู้ช่วยไปแค่คนเดียวมันคงหนักเหนื่อยเอาการเวลาจะเอามาคร่ำคิดเรื่องส่วนตัวก็น้อยลงไปด้วย หวังเพียงว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามที่คิดสักนิดก็ยังดี

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • โซ่ดอกรัก    เส้นขนานที่ต้องมาบรรจบ ตอนที่ 1

    อีกเพียงเดือนเดียวเท่านั้น...งานแต่งงานก็จะถูกจัดขึ้นอย่างหรูหราทั้งงานหมั้นในช่วงเช้าและงานเลี้ยงในช่วงค่ำ ทุกฝ่ายพร้อม ทุกคนมีแต่ความยินดีไม่มีเลยสิ่งไหนจะติดขัดให้ทุกคนต้องร้อนใจ สมกับเป็นงานมงคล ทุกอย่างสื่อไปในทางที่ดีเสียจริงๆ นานมากแล้ว...ศิลาภินขาดการติดต่อกับเธอไปอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่วันที่เขามาลาจิตนารีบอกว่าไปทำงานที่ต่างจังหวัด และครั้งนี้คงไปนานหลายเดือนหญิงสาวซึ่งนั่งแต่งตัวเตรียมจะไปลองชุดที่แก้อีกครั้งมีอาการเหม่อลอยไม่สมกับที่ตัวเองจะเป็นเจ้าสาวในอีกไม่ช้านี้เลย ใจเธอมันไม่ได้อยู่กับเจ้าบ่าว ยังคงถูกจองจำเอาไว้ที่ใครคนหนึ่งและไม่เคยหลุดพ้นออกมาได้สักที ในตอนที่เขาเฝ้าเพียรโทร.หา กระหน่ำส่งข้อความมาให้เธอไม่อยากรับรู้ มันรำคาญและที่ถูกกวนใจด้วยกวนประสาทอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่พอหลังจากที่เขากลับมาจากเชียงใหม่ ชายหนุ่มก็หายเงียบไปเลย ไม่โทร ไม่ติดต่อ ข้อความก็ไม่มีความเคลื่อนไหวทุกอย่างถูกตัดขาดไปจากเธออันที่จริงต้องดีใจสิถึงจะถูกแต่ทำไมไม่รู้ใจมันถึงสั่นหวิวทุกครั้งเมื่อคิดว่าเธอและเขาคงไม่มีวันได้บรรจบอยู่ในเส้นทางสายเดียวกันได้อีก มันไม่ควรจะเกิด

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 4

    ตกเย็นมากแล้วก็ยังไม่มีใครกลับกันมาบ้าน กันต์ศิตางค์โทร.มาบอกมารดาว่าเธอยังต้องเอาการ์ดไปให้เพื่อนๆ อีกสองสามคน อาจจะกลับติดค่ำสักหน่อย นางจึงจัดแจงเข้าครัวทำกับข้าวรอเพื่อที่พอทุกคนมาถึงจะได้กินมื้อค่ำกันเลยหลายวันมานี้ชนชาติเองก็ไม่ค่อยได้เข้าไปทำงานได้แต่สั่งการบรรดาลูกน้องเอาไว้ ในฐานะพ่อของว่าที่เจ้าสาวก็ต้องวิ่งเต้นทำโน่นทำนี่เพราะงานก็ใกล้จะมาถึงเข้าไปทุกที“เอ...เสียงรถนี่ใช่พวกจีนัสพากันกลับมาแล้วรึเปล่าแม่จันทร์” จิตนารีถามแม่บ้านรุ่นน้องขณะนั่งหั่นผักเพื่อเตรียมทำกับข้าว“เสียงรถไม่เหมือนเลยนะคะพี่นารี เหมือนรถคุณธีร์มากกว่าเดี๋ยวจันทร์ไปดูให้นะ”“อือ...เอาสิถ้าเป็นธีร์ล่ะก็พาเขามาพบฉันที่นี่เลยนะ”“จ้ะพี่...” นางจันทร์วางของในมือแล้วรีบลุกเดินไปดูผู้มาเยือน จิตนารีก็ทำหน้าที่ของตัวเองต่อ พลางนึกในใจว่าถ้าเป็นศิลาภินคงดีไม่น้อยนางเอกก็กำลังอยากเจอเขาอยู่ด้วยพอดี “คุณแม่...สวัสดีครับ”“อ้าวธีร์...สวัสดีจ้ะไปไงมาไงล่ะเนี่ยเราน่ะ” ศิลาภินเดินมาพร้อมกับจันทร์ เขายกมือไหว้แม่ยายก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวนั่งลงบนแคร่ใกล้ๆ นาง ส่วนจันทร์ก็เดินอ้อมเข้าไปด้านในตัวบ้านตามมารยาทด้วยร

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 3

    ทำไมกันต์ศิตางค์ถึงได้โหดร้ายกับเขาถึงขนาดนี้ ถึงไม่รักไม่ไยดีในตัวเขาจริงๆ ก็ควรคิดถึงลูกในท้องบ้าง อย่างไรเสียเขาก็คือพ่อที่แท้จริงของเด็ก จะใจร้ายใจดำเกินไปหรือเปล่าที่กีดกันเขาถึงขนาดนี้ใจหนึ่งเขาอยากบุกไปหาหญิงสาวแล้วพูดคุยกันให้รู้แล้วรู้รอด อีกใจหนึ่งก็เกรงใจจิตนารีกับชนชาติเหลือเกิน เขาสร้างความยุ่งยากลำบากให้ใจท่านทั้งสองมามากหนักหนาแล้ว อีกอย่างเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่เอาการ ยิ่งหญิงสาวกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ด้วยแล้ว ย่อมไม่เป็นการดีถ้าเกิดเรื่องไม่งามขึ้นมา ชื่อเสียงของเธอจะต้องย่อยยับป่นปี้ เป็นที่ครหาไปอีกนานแสนนานแน่ๆแล้วทีนี้เขาควรทำอย่างไรละ อยู่เฉยๆ ให้ทุกอย่างดำเนินไปตามวาระของมัน หรือทำตามความต้องการฝ่ายต่ำของตัวเอง ถ้าเป็นอย่างนั้น...กันต์ศิตางค์คงเสียใจและเกลียดเขาไปชั่วชีวิตแน่ๆเหล้าในแก้วถูกกระดกเข้าปากอย่างไม่รับรู้ถึงรสชาติ วันนี้เขาอยากเมา เมาให้ลืมทุกอย่างไปจากใจเสียพอตื่นขึ้นมาก็ให้เหมือนคนความจำเสื่อมไปเลยก็ดี หรือ...ถ้านอนแล้วไม่ตื่นมารับรู้อะไรอีกคงจะดีมากๆ“จีนัส...” ชื่อเล่นนี้ถูกเรียกซ้ำๆ จากคนเมา เนื่องจากไม่ใช่คนที่เจนจัดในการดื่ม เพียงไม่กี่แก้ว

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 2

    รถเก๋งสีดำขับเข้ามาจอดในรั้วบ้านอย่างคุ้นเคย ทันทีที่เท้าก้าวลงเขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง บ้านหลังนี้กำลังถูกพัฒนาตกแต่งใหม่เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทาสีให้ดูใหม่ขึ้นต้นไม่ใบหน้าก็ถูกนำมาเพิ่มจัดตกแต่งสวยงามยิ่งขึ้น บรรยากาศดูครึกครื้นเหลือเกิน แต่ไม่รู้ทำใจเขากลับห่อเหี่ยวเอาเสียดื้อๆ“อ้าวธีร์...กลับมาเมื่อไหร่กันไม่เห็นโทร.มาบอกกล่าวกันเลย”เสียงจิตนารีเรียกชายหนุ่มที่กำลังใช้สายตาสำรวจรอบๆ ให้มันมอง และเขาก็ยกมือไหว้ทักทาย“สวัสดีครับคุณแม่...ผมเสร็จงานก่อนกำหนดครับเลยกลับมาโดยไม่ได้บอกใคร พอดีว่ารีบด้วยล่ะครับ ว่าแต่นี่มันอะไรกัน พัฒนากันใหญ่เลยจะจัดบ้านใหม่เหรอครับ”“เอ่อ...มาเหนื่อยๆ เข้าบ้านก่อนเถอะ โน่น...ย่าหยากำลังกินขนมอยู่ในบ้านพอดีไปเถอะ...” แทนที่จะตอบคำถามเขยเล็กจิตนารีกลับทำหน้าเหมือนไม่อยากพูดและชวนเขาเข้าบ้านเป็นการตัดบทเสียชายหนุ่มเริ่มรู้สึกแปลกใจ แต่เขาก็ยังเก็บอาการเอาไว้ อันที่จริงถ้าจะตกแต่งบ้านกันใหม่ก็ไม่เห็นแม่ยายของเขาทำหน้าเหมือนจะแบกโลกไว้อย่างนั้นเลยนี่หรือมันมีอะไรที่มากกว่านั้นและเขายังไม่รู้ แต่ก็ยอมเดินตามจิตนารีเข้าไปในบ้านแต่โดยดี แ

  • โซ่ดอกรัก    รักหรือไร ใยโหดร้าย ตอนที่ 1

    เย็นวันเดียวกันนั้นกิตติธัชรีบมาพบว่าที่เจ้าสาวถึงบ้านของเธอทันที ข่าวเรื่องฤกษ์ยามสร้างความยินดีให้เขาไม่น้อย อีกสามเดือนแล้วสินะที่เขาจะได้ดูแลผู้หญิงที่ตัวเองรักอย่างเต็มรูปแบบเสียที ชายหนุ่มบอกกับทางจิตนารีและชนชาติว่าจะให้ทางอากรบิดาของตนมาพูดคุยเรื่องนี้ให้เป็นทางการอีกครั้งเพื่อจะได้ดูไม่น่าเกลียด ซึ่งต่างก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไรเพราะเข้าใจขั้นตอนทุกอย่างดี และรู้ว่าทางกิตติธัชจะต้องจัดการทุกให้ทุกอย่างสมเกียรติบุตรสาวของพวกเขาแน่นอนอีกไม่กี่วันต่อมาอากรและผู้ใหญ่ทางฝ่ายของกิตติธัชก็แห่งขบวนกันมาทาบทามสู่ขอกันต์ศิตางค์แบบเป็นทางการตามที่เคยบอกไว้ สินสอดทองหมั้นนั้นทางฝ่ายเจ้าสาวไม่ได้ร้องแต่ทางฝั่งเจ้าบ่าวก็เต็มใจมอบให้อย่างไม่น้อยหน้าใครส่วนพิธีการก็นัดหมายกันว่าจะจัดเป็นธรรมเนียมแบบไทยๆ คือหมั้นเช้าแล้วแต่งเสียเลยในตอนเย็นของวันเดียวกัน เรื่องโรงแรมสถานที่ และเรื่องจิปาถะในงานนั้นฝ่ายเจ้าบ่าวยื่นอกรับผิดชอบทั้งหมด รู้สึกอากรเองก็ปลื้มอกปลื้มใจกับการได้กันต์ศิตางค์มาเป็นลูกสะใภ้ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน สรุปว่าทุกคนทุกฝ่ายต่างมีแต่ความยินดีปรีดากับงานมงคลสมรสในครั้งนี้กันทั้งสิ้น เว้

  • โซ่ดอกรัก    การตัดสินของหัวใจ ตอนที่ 5

    เรื่องฤกษ์ยามนั้น จิตนารีเป็นคนเสนอรับผิดชอบเพราะทางว่าที่ลูกเขยมีแต่บิดา ซึ่งไม่ถนัดด้านนี้เสียเท่าไหร่ อีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมานางจึงเดินทางไปหาเจ้าอาวาสวัดที่นับถือเพื่อขอวันดีในการจัดงานซึ่งจริงๆ ว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวไม่ได้รีบร้อนอะไรแต่ดูๆ กันเอาไว้ก่อนเผื่อเอาไว้ว่าบางทีอาจจะหายากสักหน่อย ถ้าได้ฤกษ์ดีหลายวันก็ดีไปอย่างจะได้มีโอกาสเลือกเอาที่เหมาะสมที่สุด“อืม...โชคดีนะที่มาเร็ว ปีนี้ทั้งปีมีฤกษ์งามยามดี ฤกษ์ที่เป็นมงคลสำหรับวันเดือนปีเกิดของโยมทั้งคู่ ที่จะได้แต่งงานกันมีเพียงวันเดียวเท่านั้น” ท่านเจ้าอาวาสในชุดผ้าเหลืองสวมแว่นและขีดๆ เขียนๆ คำนวณตามสูตรของท่านก่อนจะบอกกล่าวแก่ผู้มาขอคำปรึกษา“จริงเหรอคะท่าน...นี่อิฉันว่ามาเร็วแล้วนะคะเหลืออีกตั้งหลายเดือนกว่าจะสิ้นปี แล้วตกลงได้วันไหนเจ้าค่ะ”“วันที่สิบแปดเดือนมิถุนาดีที่สุดแล้วสีกา” “มิถุนา...ก็ยังอีกสามเดือนน่ะสิคะ” กันต์ศิตางค์อุทานถาม เธอไม่ได้เตรียมสำหรับงานแต่งที่เร็วขนาดนั้น อย่างน้อยถ้ายืดเวลาไปอีกหน่อยก็คงดี โดยไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องคิดเช่นนั้นในเมื่อตัดสินใจดีแล้วสำหรับการเป็นเจ้าสาวของกิตติธัช“ใช่...จริงวันดี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status