LOGIN"เอเนร่า พรุ่งนี้เธอเจอศึกหนักแน่" บรู๊คลินพึมพำกับตัวเอง เมื่อกินเสร็จจึงลุกเอาจานไปล้างและเก็บในครัวแล้วกลับมาปิดโทรทัศน์ เข้านอนเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการสอนโยคะพรุ่งนี้
เช้าวันรุ่งขึ้น วันนี้เอเนร่ามีเรียนตอนเช้าวิชาเดียว หลังจากคาบเช้าเธอก็วางจึงเรียกที่จะไปนั่งเล่นนอนเล่นที่หอพักของกุ๊บกิ๊บเพื่อนซี้ กุ๊บกิ๊บเป็นเด็กต่างจังหวัดครอบครัวของเธอทำสวนหน่อไม้ฝรั่งส่งออกขายต่างประเทศ ก็ถือว่าบ้านของกุ๊บกิ๊บมีอันจะกินไม่ได้อดยากเลย แต่ด้วยความที่เพื่อนของเอเนร่าคลั่งไคล้ศิลปินเกาหลีมากถึงขั้นซื้อของเปย์ศิลปินที่ตนเองชื่นชอบเป็นจำนวนเงินหกหลักโดยกำชับกับเอเนร่าว่าห้ามบอกพ่อกับแม่ของเธอเด็ดขาด
"ห้องรกนิดหนึ่งนะแก พอดีว่าแม่บ้านไม่มาทำความสะอาดให้" กุ๊บกิ๊บบอกเพื่อนด้วยความเกรงใจเพื่อนที่ต้องเข้ามาเห็นห้องรก ๆ ของตัวเอง
"ไม่เป็นไรหรอก แค่นี้เอง ว่าแต่วันหยุดนี้ไม่มีแพลนจะไปแรดที่ไหนเหรอ"
"ไม่มีเลยจ้ะ พอดีเด็กติดทำรายงานเลยอด แต่ก็ดีเหมือนกันฉันเริ่มเบื่อแล้ว อยากเท" เด็กที่กุ๊บกิ๊บหมายถึงคือปอนด์รุ่นน้องปีหนึ่งที่เธอคุยอยู่
เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ดังขึ้นหลายครั้งจากโทรศัพท์ของเอเนร่า เธอเมินไม่สนใจที่จะหยิบมาดู กุ๊บกิ๊บจึงชะโงกดูที่หน้าจอเองจึงได้รู้ว่าคนที่ส่งข้อความมาหาเอเนร่าคือไมค์
"ไม่รับเหรอเอ"
"ไม่ ฉันเองก็เริ่มเบื่อไมค์แล้ว"
"หือ ไมค์น่าเบื่อจริงดิ? ไม่อยากจะเชื่อ มีแต่คนลือกันหึ่งว่าเขาแซ่บเว่อวัง เอ๊ะ หรือมีใครที่แซ่บกว่า" กุ๊บกิ๊บเริ่มทำตัวเป็นนักสืบ มองเพื่อนด้วยสายตาจับผิด
"บรู๊คลิน เขาเป็นครูสอนโยคะฉันเอง หุ่นแซ่บ ลีลาที่ได้ลองเมื่อวานก็แซ่บ" เอเนร่าอดใจไม่ไหวจึงยอมเล่าให้เพื่อนฟัง กุ๊บกิ๊บที่ตั้งใจฟังทำตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น
"เอ...... ฉันขอไปเรียนด้วยได้ไหมอ่า อยากเจอแซ่บ ๆ บ้าง"
"ฉันยังไม่ได้กินเลย คืนนี้ตั้งใจจะกิน แล้วจะเล่าให้ฟังแล้วกันนะว่าอร่อยแค่ไหน"
เอเนร่าตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าคืนนี้ คืนที่พ่อไม่อยู่บ้านเธอจะยั่วเขาจนเขาทนไม่ไหวจับเธอกิน เพราะเธออยากลองมากกว่านิ้วของบรู๊คลิน แค่นิ้วยาวใหญ่ของเขาเมื่อคืนก็ทำเอาเธอแทบนอนไม่หลับจนต้องลุกมาอาบน้ำแล้วช่วยตัวเองไปหลายครั้ง หากเจอของใหญ่กว่านิ้วเธอคงจะนอนฝันหวานทั้งคืน
บ่ายสามไม่ขาดไม่เกินเอเนร่าขอตัวกลับบ้านทันทีไม่รอให้เพื่อนทักท้วงอะไร กุ๊บกิ๊บที่จะขอตามไปด้วยเลยอดเพราะตอนที่เอเนร่าออกจากห้องของเธอนั้น กุ๊บกิ๊บอยู่ในห้องน้ำจึงตามเพื่อนไม่ทัน ได้แต่โทร.หาเพื่อย้ำว่าอย่าลืมมาเล่าให้ฟังหรือถ้าจะให้ดีถ่ายคลิปมาให้ดูด้วย แต่เอเนร่าส่งสติ๊กเกอร์ตอบกลับ "NO!"
เอเนร่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสกลับบ้านเธอไม่อยากเสียเวลาแม้สักวินาทีเดียว ระหว่างทางกลับบ้านนั้นเอเนร่าก็คิดถึงใบหน้าคมคายของบรู๊คลิน ป่านนี้เขาจะมาถึงหรือยังนะหรือกำลังเดินทางเหมือนกับเธอ ไม่แม้แต่เอเนร่าคนเดียวเท่านั้นที่คิดถึงและนึกถึงบทรักเร่าร้อนเมื่อวาน บรู๊คลินเองก็คิดถึงใบหน้าสวยของเธอเช่นเดียวกัน เขารีบบึ่งรถบิ๊กไบค์คันใหญ่ของตนเองมายังบ้านของเอเนร่าอย่างรวดเร็ว ใช่....เขามาถึงก่อนที่เอเนร่าจะมาถึง แต่ด้วยความที่ประตูบ้านยังคงล็อกกุญแจอยู่ บรู๊คลินจึงขับรถผ่านไปไม่ได้จอดรอเธอที่หน้าบ้าน เพราะเขากลัวเสียฟอร์มหากเธอรู้ว่าเขามาถึงก่อนเวลา จึงไปจอดรอเธอที่ร้านขนมหวานแห่งหนึ่งถัดจากซอยบ้านของเธอ ไม่นานเอเนร่าก็มาถึง เธอมาช้าไปเกือบสิบนาที เอเนร่ามองเข้าไปในตัวบ้านไม่มีแม้แต่รถของเทรนเนอร์หนุ่ม นี่เขายังไม่มาอีกงั้นเหรอ หรือว่าเขาจะเบี้ยวเธอ เอเนร่าไม่รอช้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์โทร.หาเขาทันที
"ครับ ผมกำลังไป" บรู๊คลินปดเพราะไม่อยากให้เธอรู้ว่าเขามาถึงก่อนนานแล้ว
"แล้วไปค่ะ ฉันเพิ่งถึงบ้าน จะอาบน้ำรอนะคะ"
อาบน้ำงั้นเหรอ....
บรู๊คลินลอบกลืนน้ำลายลงคอจนดังเอือก เมื่อได้ยินปลายสายบอกว่าจะอาบน้ำรอ"คะ ครับ" เขาตอบรับเพียงสั้น ๆ ก่อนจะกดวางสายไป
แต่เขาก็ยังคงนั่งอยู่ไม่ได้รีบร้อนอะไร นั่งกินขนมหวานอยู่ที่ร้านจนคิดว่าเอเนร่าจะอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วจึงจะขับรถเข้าไปที่บ้านของเธอ หัวใจเต้นกระหน่ำรัวเร็วเมื่อคิดว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น
วันนั้นเราบังเอิญเดินชนกันตรงมุมตึกสำนักงาน เป็นครั้งแรกที่ผมได้มองใบหน้าสดใสชัด ๆ และได้สัมผัสเรือนร่างนุ่มนิ่มของเธอ เธอน่ารักน่ามองไปเสียทุกส่วน แถมกลิ่นกายยังหอมกรุ่นจนใจผมแอบคิดอยากก้มลงไปสูดดมใกล้ ๆ“ขอโทษทีครับ เจ็บตรงไหนมั้ยครับ”“เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ”เธอทำท่าจะเดินจากไป แต่ผมรอช้าไม่ได้ ต้องหารับมือเพื่อรั้งเธอไว้ก่อน“เดี๋ยวก่อนครับ เราเคยเจอกันมาก่อนมั้ย คุณทำงานที่ตึกนี้เหรอครับ”“ใช่ค่ะ ทำงานที่นี่” เธอชะงักทักทาย สายตาคู่โตมองหน้าผมนิ่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะประหม่าจนต้องหลบสายตาไปทางอื่น“ผมก็ทำงานที่นี่เหมือนกันครับ ผมชื่อวินนะ คุณชื่ออะไรเหรอครับ”“นิรดาค่ะ... คงต้องขอตัวก่อนนะคะ”“เรา... พอจะมีโอกาสได้เจอกันอีกมั้ยครับ”........ ร่างบางเดินหายเข้าไปในตึก ทิ้งให้ผมยืนอยู่อย่างคนไม่รู้อะไรเลย นอกจากชื่อของเธอ... นิรดาเธอทำงานอยู่แผนกไหนกันแน่? ผมเฝ้าหาข้อมูลจนสืบรู้มาว่าเธอเป็นพนักงานธนาคารอยู่ชั้นสาม หลังจากนั้น เราสองคนก็ได้เจอกันบ่อยขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากความตั้งใจของผมเองที่พยายามพาตัวเองไปวนเวียนใกล้ ๆ เธอ จากได้สบตา ก็เริ่มได้พูดคุย จากทำความรู้จัก ก็เลื่อนสถานะมา
ส่วนคนสุดท้ายเด็กชายฟาร์เดลวัยแปดเดือน ช่วงที่ตั้งท้องคนนี้เธอบอกเลยว่าแพ้ท้องหนักมาก กินอะไรเข้าไปคืออาเจียนออกมาหมด แต่พอถึงเวลาคลอดคุณหมอกลับมาบอกว่าเด็กตัวโต ไม่สามารถคลอดธรรมชาติได้จะต้องผ่าคลอด กว่าจะผ่านพ้นช่วงเวลานั้นมาได้ เล่นเธอขลาดเรื่องการมีลูกไปอีกนานเลย“ตาตามา” เสียงน้องเดมี่เรียกคุณตาวิน พร้อมกับชี้มือไปหน้าบ้าน จนทุกคนในบ้านต้องมองตามวินกับภรรยามาเยี่ยมหลาน ๆ นั่นเอง นิรดาเองก็เพิ่งคลอดลูกสาวได้ไม่นาน หลังจากที่เอเนร่าคลอดน้องฟาร์เดลได้ไม่ถึงสามเดือน วินก็ส่งข่าวมาบอกว่าแม่เลี้ยงคลอดน้องแล้วนะ ลูกสาวของนิรดากับวินมีชื่อว่าน้องญาดา น่ารักน่าชังเหมือนแม่มาก เป็นน้องสาวที่ห่างกับเธอยี่สิบเก้าปีเลย“สวัสดีค่ะพ่อ สวัสดีค่ะพี่นิ่ม นึกว่าจะมาวันอาทิตย์ นี่นั่งเครื่องมาไม่บอกหนูเหรอคะพ่อ”“คุณวินคิดถึงหลาน ๆ ค่ะ อยากจะมาตั้งแต่วันจันทร์ที่แล้วอีกค่ะ แต่งานไม่เสร็จจึงต้องมาวันศุกร์แทน”“เจ้าอ้วนของตา โอ้ ตาอุ้มหนูไม่ไหวแล้วนะเนี่ย” คุณตาวินเดินไปหอมแก้มหลานสาวทั้งสองคนก่อนจะรับร่างหลานชายมาอุ้ม“ซื้ออะไรมาเยอะแยะครับพี่”“ของฝากจากกรุงเทพฯ น่ะ นี่เหล้าอิตาลีเชียวนะได้มาจากลูก
น้องชายทั้งสองของเอเนร่าถูกเชิญมานำขบวนถือแหวนให้พี่สาวและช่อดอกไม้ และแน่นอนว่าเพื่อนเจ้าสาวจะเป็นใครไม่ได้เลยนอกจากกุ๊บกิ๊บเพื่อนสนิทสาวที่รู้ใจเอเนร่าที่สุด ขณะที่เจ้าสาวกำลังเดินผ่านแขกเหรื่อนั้นเธอหันไปสบตากับอริส แม่ส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ มันทำให้เธอน้ำตาคลอ ใบหน้าของบรู๊คลินเปื้อนยิ้มขณะมองมาที่หญิงสาว เขาในลุคนี้ดูหล่อเท่กว่าทุกวัน ทรงผมที่ถูกจัดแต่งมาอย่างเนี๊ยบเอเนร่าไม่เคยเห็นเขาในลุคนี้มาก่อน และนั้นคงจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอกับเขาต้องรู้จักกันมากขึ้น บรู๊คลินยื่นมือออกมารอรับ วินจับมือของลูกสาวไปวางทาบทับบนฝ่ามือใหญ่ ไม่มีใครพูดอะไรออกมามีเพียงรอยยิ้มเท่านั้น“นางสาวเอเนร่า สุขภักดี คุณจะรับนายบรู๊คลิน ลีเบิร์นเนอร์เป็นสามีของคุณหรือไม่” บาทหลวงถาม“รับค่ะ”“คุณบรู๊คลิน คุณจะรับนางสาวเอเนร่า สุขภักดีเป็นภรรยาของคุณหรือไม่” “รับครับ”“ข้าพเจ้าเอเนร่า สุขภักดีขอรับบรู๊คลิน ลีเบิร์นเนอร์เป็นสามี และขอสัญญาว่าจะถือความซื่อสัตย์ต่อคุณในยามสุขและยามทุกข์ ทั้งในเวลาป่วยและเวลาสบายเพื่อรักแลยกย่องให้เกียรติคุณจนกว่าชีวิตจะหาไม่” เอเนร่ากล่าวคำปฏิญาณ“ข้าพเจ้าบรู๊คลิน
“Yes or no” เขาถามย้ำอีกครั้ง“นี่มันเป็นวันเกิดฉันนะ” เอเนร่าสวนกลับไปทันที “ผมอยากเป็นของขวัญวันเกิดให้คุณ แต่งงานกับผมนะครับ” เขาพูดพร้อมทรุดกายนั่งคุกเข่ากับพื้นและหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านใน แหวนเพชรเม็ดงามวงใหญ่กว่าที่เธอสวมอยู่“ทุกคนรู้เรื่องอยู่แล้วใช่ไหมค่ะ พ่อรู้ใช่ไหม” เอเนร่ายังเล่นตัวไม่ยอมตอบคำถามของบรู๊คลิน และหันไปจี้ถามทั้งสามคน นิรดาหลบตาเธอคนแรก นั่งหมายความว่าทุกคนรู้เรื่องหมดยกเว้นเธอ“พ่อรู้นิดเดียว บรู๊คบอกจะเซอร์ไพส์ลูก พ่อรู้แค่นั้น” “ใช่ฉันก็รู้แค่นั้น เพราะคุณอาบรู๊คไม่ยอมบอกอะไรเลย” กุ๊บกิ๊บรีบออกตัว“พี่ก็รู้เท่าที่คุณวินรู้แหละค่ะ” นิรดาตอบบ้าง“ผมวางแผนเองคนเดียวเลย หันมาตอบคำถามผมก่อน เร็ว!” บรู๊คลินรับผิดก่อนจะรบเร้าให้เอเนร่าตอบเขาก่อน“ค่ะ ตกลง”“เย้!!! รักคุณที่สุดเลยที่รักของผม วันนี้ผมเรียกพี่ว่าพ่อได้เต็มปากแล้วนะครับพ่อวิน” คำพูดของบรู๊คลินเรียกเสียงหัวเราะให้ทุกคนในบ้าน วันเกิดปีนี้เป็นวันที่สุดพิเศษและมีความสุขที่สุด วินได้เจอผู้หญิงที่รักเขาและเขาก็รักเธอแล้ว นั้นเป็นสิ่งที่เธอหมดห่วงและยอมตกลงแต่งงา
วันเสาร์ เป็นวันที่วินกับนิรดาหยุดงานทำให้ทั้งสองนัดเจอกันเพื่อไปเลือกซื้ออาหารมาจัดงานวันเกิดเล็ก ๆ ให้ลูกสาวสุดที่รัก ก่อนหน้านั้นสองวันวินชวนลูกสาวคุยถึงงานวันเกิดที่จะถึงว่าจะจัดแบบไหน หรือบรู๊คลินอยากพาไปเลี้ยงที่ไหนไหม“แล้วลูกคุยกับบรู๊คหรือยังว่าจะไปที่ไหน” “ไม่ต้องคุยหรอกค่ะพ่อ เราทำอาหารกินภายในครอบครัวเหมือนทุกปีก็พอ”เมื่อได้ยินสิ่งที่เอเนร่าพูดก็พอจะเดาได้ว่าระหว่างสองคนเกิดอะไรขึ้น จึงปล่อยเลยตามเลยเพราะว่าก่อนหน้านั้นหนึ่งเดือนบรู๊คลินยังคุยกับเขาอยู่เลยว่าจะทำเซอร์ไพส์ในงานวันเกิดของเอเนร่า ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมจึงไม่รู้ว่าบรู๊คลินคิดจะทำอะไรงานวันเกิดปีนี้เอเนร่าไม่ได้เหงาอย่างที่คิด แม้วาในทุกปีจะมีเพียงพ่อกับเธอเท่านั้น แต่ทว่าปีนี้มันพิเศษกว่าทุกปีเพราะว่ามีนิรดา และยังมีกุ๊บกิ๊บมาร่วมงานวันเกิดเธอด้วย และที่สำคัญอริสวิดีโอคอลข้ามประเทศมาอวยพรวันเกิดให้ลูกสาว“สุขสันต์วันเกิดนะลูกรัก แม่ขอให้หนูมีความสุขและ ขอให้หนูประสบความสำเร็จในชีวิตในทุก ๆ เรื่องนะลูก เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต แม่รักลูกนะจ๊ะ” “ขอบคุณค่ะแม่ หนูก็รักแม่ค่ะ”“ส่วนของข
“พ่อยังไม่กลับหรือ” เป็นประโยคแรกที่เขาพูดกับเธอ เอเนร่าลอบถอนหายใจเมื่อทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง“กำลังกลับ” เธอตอบสั้น ๆ เพราะเธอไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าไรนัก นับวันบรู๊คลินยิ่งดูหล่อเท่และเนี๊ยบตามฉบับนักธุรกิจหนุ่ม มันช่างแตกต่างจากบรู๊คลินคนที่เธอรู้จัก เขาดูดีในชุดสูทรองเท้าหนัง หากเป็นแต่ก่อนคงเห็นภาพเสื้อยืดตัวบางกับกางเกงสปอร์ตขายาวสะพายกระเป๋าใบใหญ่ เขาเดินมาหาและยกมือใหญ่ลูบศีรษะของแฟนสาวอย่างเอ็นดู ก่อนจะโอบรอบเอวหญิงสาวพาเดินเข้าบ้าน“งอนเหรอ……ช่วงนี้ผมงานยุ่งจริง ๆ ผมอยากให้คุณเข้าใจ” เขาพูดขณะทรุดกายนั่งก่อนฉุดร่างเพรียวบางลงไปนั่งตักหนาด้วย“เข้าใจค่ะ เพราะเข้าใจไงคะ ฉันถึงไม่ไปวุ่นวายกับคุณ”“บอกให้ไปอยู่ด้วยกันแต่แรก็ไม่ยอม ผมอยากตื่นเช้ามาเจอหน้าคุณคนแรกก่อนนอนก็อยากเห็นหน้าเมียเป็นคนสุดท้าย” น้ำเสียงเนือย ๆ บ่งบอกว่าเจ้าตัวน้อยใจแต่ปากแข็ง“ไม่ต้องพูดเลย จะให้ฉันทิ้งพ่องั้นเหรอ”“ไม่ใช่ยังงั้นซะหน่อย มีอะไรกินบ้างอะหิวมากเลย หิวจนจะกินคุณได้ทั้งตัวแล้ว” เขาเปลี่ยนเรื่องคุย แล้วแกล้งจู่โจมหญิงสาวด้วยการใช้ปากและจมูกซุกไซร้งาบงับซอกคอ จนคนในอ้อมแขนดิ้นข
“งั้นก็รีบไปแต่งตัวนะลูกแล้วลงมาทานข้าวด้วยกัน”“ค่ะ” เอเนร่าตอบรับก่อนจะก้าวเท้าขึ้นบันไดเธอเหลือบตามองคนที่นั่งอยู่ที่โซฟา เธอยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนเดินขึ้นห้องไปบนโต๊ะอาหารที่มีพาสต้า สเต๊กเนื้อ มันบด และสลัดผักทูน่า ซึ่งเป็นฝีมือของพ่อม่ายลูกติด เอเนร่าเลือกใส่เสื้อคอกว้างโชว์ให้เห็นร่องอกนั่งอยู่ต
“พ่อหาได้เร็วทันใจหนูจังค่ะ แถมยังถูกใจหนูด้วย” ประโยคท้ายเอเนร่าพูดเสียงเบา วินฟังไม่ถนัดว่าลูกสาวพูดอะไรเพราะเอเนร่าหันหลังให้เขาขณะพูด แต่บรู๊คลินได้ยินมันชัดเจน“ลูกรักอยากเรียน พ่อก็ต้องส่งเสริมสิ่งที่ดีและมีประโยชน์กับลูก ไปอาบน้ำแต่งตัวนะลูกจะได้ลงมาทานอาหารกัน ตามสบายนะบรู๊ค”“ครับ” บรู๊คลิ
เอเนร่าจับเสื้อของไมค์ถอดออกทางศีรษะ เมื่อเสื้อหลุดออกจากกายแล้วทั้งคู่ก็ประกบปากจูบกันอย่างดูดดื่มอีกครั้ง มือเรียวลูบไล้ไปทั่วตัวของเธอบีบขยำทรวงอกอิ่มที่ใหญ่โตเกินวัย เขาพยายามจับเธอถอดกางเกงออกแต่เอเนร่าไม่ยอมเธอพลิกตัวหันหลังให้ไมค์ หันหน้าไปหาโทรทัศน์“ดูหนังกันก่อนสิกำลังสนุกเลย” เอเนร่าถ่วง
“ถอดสิ” ไมค์พูดสั้น ๆ พร้อมเอื้อมมือเรียวรูดซิปกระโปรงลงแล้วดึงรั้งชายกระโปรงออกจากขาเรียวยาวกระทั่งหลุดออกจากปลายเท้าที่ฝ่าเท้าขาวอมชมพู เขาอดใจไม่ไหวโน้มหน้าจูบที่แข้งเนียนขาวทำให้เอเนร่าหัวเราะชอบใจในการกระทำของคู่นอน“แต่ชิ้นนี้ต้องถอดด้วยปากนะ” เอเนร่าออดอ้อนเอ่ยขอออกไป เธอรู้ว่าอย่างไรเสียไมค







